สูตร ซุปโมจิ “โอโซนิ” อาหารปีใหม่ญี่ปุ่น

โอโซนิ กับ โมจิ
“โมจิ” (餅) เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารปีใหม่ญี่ปุ่น ที่เรียกว่า”โอโซนิ” (お雑煮) ซุปที่มีวัตถุดิบและรสชาติคล้ายต้มจืด มีเนื้อสัตว์ ผัก และลูกชิ้น คนญี่ปุ่นรับประทานเป็นอาหารมื้อแรกของปีค่ะ

โมจิหรือเค้กข้าวญี่ปุ่น ทำมาจากข้าวเหนียว (もち米 Mochigome หรือข้าวโมจิ) ที่หุงสุกใหม่ๆ นำมาตำจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แบบที่เห็นตามงานเทศกาลจะมีคนนึงตำและอีกคนคอยพลิกข้าวเหนียวแล้วพรมน้ำทีละนิดด้วยครกไม้ขนาดใหญ่ (臼 Usu) และค้อนไม้ (杵 Kine) และวิธีการตำนี้ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Mochi-tsuki (餅搗き) ค่ะ
ประเภทอาหารที่ทำจากโมจิญี่ปุ่น
โมจิที่ตำเสร็จใหม่ๆ มีความหอมเหนียวนุ่ม อร่อยมาก สามารถทานเป็นของหวานหรือคาวได้หลากหลายเมนูค่ะ เช่น
โมจิถั่วแดงกวนต้มน้ำตาล (お汁粉 Oshiruko)
โมจิถั่วแดงต้มน้ำตาล (ぜんざい Zenzai)

jumbo jili

โมจิราดถั่วกวน (あんこもち Anko mochi)
โมจิคลุกโชยุห่อสาหร่าย (磯辺餅 Isobe mochi)
โมจิคลุกผงถั่วเหลือง (安倍川餅 Abekawa mochi)
เต้าหู้ทอดห่อโมจิ (餅巾着 Mochi kinchaku)
หรือนำไปตากแห้งเพื่อเก็บถนอมไว้ทำอาหารประเภทอื่นได้ค่ะ อย่างข้าวเกรียบญี่ปุ่นเซมเบ้ (煎餅 Senbei) ก็ทำมาจากโมจิตากแห้งค่ะ

วัฒนธรรมการกินโอโซนิในวันปีใหม่ มีมานานตั้งแต่ยุคเฮอัง (ค.ศ. 794 – 1185) ส่วนการกินโมจินั้นมีมานานกว่านั้น แรกเริ่มเป็นการกินเพื่อเฉลิมฉลองวันนักขัตฤกษ์ในโอกาสพิเศษ ไม่ใช่เฉพาะวันปีใหม่เท่านั้น ต่อมาในยุคมุโระมะชิ (ค.ศ. 1336 – 1573) มีการรับประทานโอโซนิคู่กับสาเกในงานเลี้ยงฉลองของซามุไร ในยุคนั้นข้าวเหนียวที่ใช้ทำโมจิมีราคาแพง ตามบ้านเรือนทั่วไปจึงใช้เผือกญี่ปุ่นแทน การกินโมจิกับโอโซนิของคนทั่วไปเชื่อกันว่าเริ่มในต้นยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1868) เพราะคนทั่วไปสามารถหาซื้อข้าวเหนียวมาทำโมจิได้ง่ายขึ้นค่ะ

สล็อต

ปัจจุบันโอโซนิมีส่วนผสมและวิธีทำที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นของญี่ปุ่น แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการใส่โมจิ โมจิจะเป็นแบบตำเองก็ได้ หรือโมจิแห้งสำเร็จรูปก็หาซื้อง่ายและสะดวก ที่ญี่ปุ่นมีขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ร้านโฮมเซนเตอร์หรือแม้กระทั่งร้าน100เยนก็มีขายค่ะ (ที่ไทยเองถ้าไปตามซุปเปอร์ญี่ปุ่นก็มีขายแน่นอนค่ะ)

ในส่วนของน้ำซุปนั้นในหลายจังหวัดใช้ซุปดะชิญี่ปุ่น รองลงมาคือซุปมิโสะค่ะ อย่างในจังหวัดเกียวโต จังหวัดมิเอะ และจังหวัดนาระค่ะ สำหรับสูตรที่เราจะทำวันนี้เป็นซุปดะชิที่เป็นที่นิยมที่สุดค่ะ ลองมาทำทานกันดูค่ารับรองว่าเด็ด
ส่วนผสมและวิธีทำโอโซนิ
เครื่องปรุง

  1. น้ำเปล่า 1 ลิตร
  2. ชิโร่ดะชิ 3 ช้อนโต๊ะ
  3. โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือ 1 ช้อนชา

สล็อตออนไลน์

วัตถุดิบ

  1. ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่นสีขาวชมพู ตามชอบ
  2. ต้นหอมญี่ปุ่น 1 ต้น
  3. สะโพกไก่ 2 ขีด
  4. ผักกาดขาว 4-5 ใบ
  5. เห็ดหอม 8 ดอก
  6. แครอท 8 แว่น (แกะสลักตามชอบ)
    วิธีทำ
  7. ซอยต้นหอมญี่ปุ่นหนาบางตามชอบ
  8. หั่นผักกาดขาวเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ

jumboslot

  1. เนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ
  2. หั่นเห็ดหอมเตรียมไว้
  3. หั่นแครอทเตรียมไว้
  4. ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่า ชิโร่ดะชิ โชยุ และ เกลือ ต้มให้เดือด ใส่ไก่ ตักฟองทิ้ง
  5. ใส่ผักกาดขาว แครอท ต้นหอมญี่ปุ่น และ เห็ดหอม
  6. ใส่ลูกชิ้นปลาสีขาวชมพู ชิมรส ถ้ารสอ่อนไปให้เพิ่มเกลือตามชอบ ให้ซุปออกรสเค็มนิดๆ เมื่อเรารับประทานกับโมจิจะได้รสชาติกลมกล่อมพอดี เสร็จแล้วต้มต่อจนผักสุกนิ่มพร้อมเสิร์ฟ

slot

วิธีจัดเสิร์ฟ

  1. นำโมจิไปย่างจนสุกนิ่ม โดยใช้เตาอบ เตาปิ้งขนมปัง หรือย่างตะแกรงด้วยเตาแก๊สเตาถ่านก็ได้ค่ะ ครวย่างเมื่อต้องการรับประทาน ไม่ควรย่างทิ้งไว้เพราะโมจิจะแข็งกินยากและไม่อร่อยเมื่อเวลาผ่านไปนาน
  2. ใส่โมจิที่ย่างแล้วใส่ถ้วยขนาดพอเหมาะคนละ 1-2 ชิ้น
  3. ตักน้ำซุปใส่ลงไปก็พร้อมรับประทานค่ะ
    โอโซนิกับการกินโมจิ คือ อาหารสิริมงของญี่ปุ่น กินให้อายุยืน โชคดี และมีความสุข แต่โมจิที่เหนียวและยืดนี้ก็เป็นอันตรายได้ค่ะ ควรกินแต่คำน้อยและเคี้ยวอย่างระวัง ห้ามเด็กเล็กและคนชรารับประทานนะคะ เพราะอาจติดคอได้ค่ะ เมนูของเขาน่าเอาไปลองทำ

6 เบนโตะเด็ดน่าซื้อไปกินบน Hokkaido Shinkansen

ใครที่วางแผนจะไปเที่ยวแถบ Tohoku และไปต่อจนถึง Hokkaido อย่าลืมไปลองนั่ง Hokkaido Shinkansen คันใหม่เอี่ยม แล้วอย่าลืมเตรียมเบนโตะไปกินบนรถไฟด้วยล่ะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน!!

  1. ข้าวกล่องเรือสมบัติ (津軽海峡 海の宝船)
    ข้าวกล่องโดยร้านซูชิร้านดัง Yoshidya ในเมือง Hachinohe เต็มไปด้วยของดีจากท้องทะเลวัตถุดิบชั้นเลิศ โดยเฉพาะไข่หอยแม่นที่ปริมาณท่วมท้นจนตกใจ ข้าวสวยก็ใช้ข้าวญี่ปุ่นพันธุ์ดี Majigura ของจังหวัด Aomori ราคากล่องละ 1,150 เยนเท่านั้น

jumbo jili

  1. ข้าวโฮตาเตะและปลาหมึกทอด (ほたてめしとイカメンチ)
    ข้าวผสมข้าวเหนียวญี่ปุ่นหุงได้อย่างนุ่มเหนียวมาคลุกเคล้าผสมกับปลาหมึกสับก่อนจะปั้นเป็นก้อนและนำไปทอด กินกับข้าวที่หุงจากน้ำต้มหอยโฮตาเตะ ปิดท้ายด้วยการโปะหอยโฮตาเตะก้อนโต ดูเรียบง่ายแต่ยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย กล่องละ 650 เยน

สล็อต

  1. เบนโตะสามไฮโซ (津軽極弁当)
    สามไฮโซจริงๆ ! เบนโตะที่แบ่งออกเป็นสามช่อง ช่องแรกเป็นข้าวโปะเนื้อปูอวบๆ หวานๆ จนแน่น มองไม่เห็นข้าว ตรงกลางเป็นไข่ปลาแซลมอน และขวาสุดเป็นไข่หอยเม่น ทั้งสามอย่างล้วนเป็นของดีของดังของภูมิภาคนี้ที่ใครไม่ทันได้ไปกินในร้าน ก็สามารถหากินได้จากเบนโตะนี่เอง ราคาถูกเกินคาดมากๆ 1,100 เยนเท่านั้น

สล็อตออนไลน์

  1. ข้าวอบโฮตาเตะ (帆立釜めし)
    ชามที่ออกมามาให้เลียนแบบรูปร่างของหม้อดินใบนี้ อัดแน่นไปด้วยความอร่อยของหอยโฮตาเตะ เคียงด้วยหน่อไม้และผักนึ่งหลากสีหลากชนิด ข้าวสวยก็เป็นข้าวหุงปรุงรสอร่อยเด็ด 900 เยนเท่านั้น

jumboslot

  1. ข้าวกล่องหน้าซูชิซาบะย่าง (焼鯖寿司)
    อันนี้อร่อยสุดยอดมากๆ ข้าวซูชิโปะด้วยซาบะย่างเต็มท่อน เนื้อซาบะหอมหวานอัดเต็มไปด้วยไขมันรสจัดจ้านที่บรรจงย่างอย่างดี กลิ่นหอมหวานอร่อย กินกล่องเดียวไม่พอหรอก กล่องล่ะ 590 เยน

slot

  1. ข้าวหน้ารวมมิตรของ Aomori (青森 味づくし)
    สำหรับคนที่รักพี่เสียดายน้อง เลือกแล้วเลือกอีกก็ตัดสินใจไม่ได้ซักที ขอแนะนำกล่องนี้เลย มีอย่างละนิดละหน่อยให้ชิม ทุกอย่างล้วนเป็นของดังของ Aomori ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นซุชิปลาหมึก โฮตาเตะต้มซิอิ้ว แถมมีสองชั้นด้วยนะ กล่องนี้คุ้มสุดๆ 1,000 เยนเท่านั้น เป็นอาหารที่นิยมกินกันทั่วไป

9 เทคนิคพิชิตรถไฟแน่น

ใครที่เคยขึ่นรถไฟที่ญี่ปุ่นจะรู้ว่า รถไฟในช่วงเวลาเร่งด่วนนั้นแน่นหนาไปด้วยผู้คนขนาดไหน และหากคุณต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นเป็นเวลานาน การเลี่ยงรถไฟในช่วงเวลาเร่งด่วนนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม ..เราได้รวบรวมสุดยอดเทคนิค 9 กระบวนท่าสำหรับการเอาชีวิตรอดในรถไฟญี่ปุ่นมาไว้แล้วที่นี่! สตรอง!!

  1. เคล็ดวิชา ‘ปีนเขา’
    ในชั่วโมงเร่งด่วน รถไฟญี่ปุ่นจะแน่นขนัดอัดไปด้วยคนและคน อย่าว่าแต่จะได้นั่งหรือเปล่าเลย แค่จะหาเสาหรือขอบเกาะเพื่อพยุงตัวยังแทบเป็นเรื่องอิมพอสสิเบิ้ล ในสถานการณ์เช่นนี้เราขอแนะนำเคล็ดวิชา ‘ปีนเขา’ เช่นเดียวกับกีฬาที่ชื่อนี้ คุณจะต้องขยับแขนหาพื้นผิวที่สามารถ ‘เกาะ’ หรือ ‘จับ’ ให้ได้ และพื้นผิวที่คุณควานเจอจะขรุขระ คับแคบ หรือลื่นปรี๊ดแค่ไหน คุณก็จะต้องรวบรวมพลังลมปราณเกร็งมือเพื่อจับให้อยู่ให้ได้ มิฉะนั้นการเดินทางบนรถไฟของคุณอาจจะเริ่มไม่สวย

jumbo jili

  1. เคล็ดวิชา ‘นิ้วอรหันต์’
    เพียงนิ้วเดียว สามารถพลิกคุณจากผู้แพ้ให้กลายเป็นผู้ชนะได้ทันที

สถานการณ์ที่เหมาะสำหรับการใช้เคล็ดวิชานี้คือตรงประตูรถไฟ โดยก่อนอื่นให้คุณเหยียบย่างเข้าไปในพื้นผิวของพื้นรถไฟ เมื่อทำได้แล้วจงหันหน้าออกไทางชานชาลา ชูหนึ่งนิ้วขึ้นฟ้า และใช้นิ้วดั่งกล่าวยันขอบประตูด้านบน เพื่อเพิ่มความเสถียรและมั่นคงให้แก่คุณ สำหรับคนที่สูง สามารถยันที่เพดานได้เลย ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็น ‘เสา’ ที่ค้ำระหว่างพื้นและเพดานรถไฟ มีความมั่นคงแม้ตอนรถไฟเหวี่ยง

  1. เคล็ดวิชาพิฆาตสาว ‘คาเบะด้ง’
    ไม่น่าเชื่อว่าท่าไม้ตายของเหล่าพระเอกหนังญี่ปุ่น ‘คาเบะด้ง’ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงในรถไฟชั่วโมงเร่งด่วนนี่เอง

สล็อต

ในบางครั้งที่รถไฟเหวี่ยงหรือขยับแรงๆ ผู้คนพากันล้มระเนระนาด และจะเกิดอะไรขึ้นหากคนสองคนที่หันหน้าเข้าหากันล้มใส่กันแบบตรงๆ องศาเป๊ะๆล่ะ? คุณคงได้เอาร่างกายบริเวณใบหน้าไปสกินชิพกับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายของอีกฝ่ายแน่นอน และมันก็คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร…. แต่ปัญหานี้จะหมดไป! หากคุณใช้วิชา ‘คาเบะด้ง’ โดยในวินาทีที่คุณกำลังจะล้มไปทางอีกฝ่าย ขอให้คุณยื่นแขนข้างใดข้างหนึ่งไปดันกับผนังดัง ”ตึง!” ก็สำเร็จ ผ่านพ้นวิกฤติไปได้อย่างสวยงาม อย่างไรก็ตามเคล็ดลับของวิชานี้อยู่ตรงที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องไม่มองหน้ากันตรงๆ หากอยากหลีกเลี่ยงโมเมนท์สุดแสนโรแมนติกแบบในหนัง แต่ถ้าอีกฝ่ายหน้าตาดีก็อีกเรื่องหนึ่ง….

  1. ปรมาจารย์ ไมเคิล แจ็กสัน
    หากคุณเรียนรู้สเต็ป และท่วงท่าการแด๊นซ์ของราชาเพลงป็อปอย่าง ไมเคิล แจ็กสัน ไว้ละก็ นี่เป็นโอกาสที่จะนำมาใช้แล้ว

สล็อตออนไลน์

แน่นอนว่ารถไฟในชั่วโมงเร่งด่วนนั้น มีช่องว่างให้เราเบียดตัวเข้าไปน้อยมาก แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือพื้นที่วางเท้ากลับน้อยยิ่งกว่า และในสถานการณ์เยี่ยงนี้เอง ปลุกพลังไมเคิล แจ็กสันของคุณขึ้นมา โดยการเขย่งบนปลายเท้า และใช้สเต็ปเทพในการก้าวสอดแทรกเข้าไปในพื้นที่อันจำกัด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

  1. เคล็ดวิชา ‘พริ้วไหวตามกระแสน้ำ’
    twitter.com
    เทคนิคก่อนหน้านี้ทั้ง 4 อันเป็นเทคนิคการแสวงหาที่ยินและการทำตัวเองให้บาลานซ์เพื่อมีชีวิตรอดในการนั่งรถไฟต่อไป แต่เทคนิคนี้แตกต่างจากเทคนิคก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง โดยท่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้แรงในการแข็งขืนฝืนธรรมชาติ แค่เพียงปล่อยร่างกายให้พริ้วไหวไปตามแรงเหวี่ยงของรถไฟ คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นมนุษย์ มนุษยชาติที่จะอยู่รอดไปถึงจุดหมายด้วยกัน
  2. เคล็ดวิชา ‘ต้นคอพิฆาตเวลา’
    ความทรมานในการรอรถไฟไปให้ถึงจุดหมายในคลื่นมนุษย์ เป็นความเศร้าอย่างหนึ่งในชึวิต ยิ่งในบางครั้งที่ความแออัดทำให้คุณไม่สามารถแม้จะยกสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเล่นได้ ยิ่งเป็นความเศร้าอย่างที่สุด หากเศร้าแล้วจะไปทำงานอย่างมีสติ หรือไปเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานได้อย่างไร …และเนื่องด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงมีผู้คิดค้นเคล็ดวิชา ‘ต้นคอพิฆาตเวลา’ เพื่อมาต่อกรกับช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้

jumboslot

วิธีการง่ายมาก มองต้นคอของคนที่อยู่ใกล้ที่สุด และค้นหาว่าคนๆนั้นมองไปทางไหน หันไปทางทิศนั้นและมองต้นคอของคนที่อยู่ทางทิศดังกล่าว ทำกระบวนการนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยให้คุณฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี

  1. พิธีนัดดูตัว ‘โอมิไอ’
    เกิดขึ้นเมื่อคุณกำลังจะก้าวออกจากรถไฟ แต่ประตูเจ้ากรรมดันปิดพอดีทำให้คุณต้องพลิกตัวกลับมาประจัญหน้ากับคนข้างหลังอย่างเสียมิได้ ในช่วงห้าวินาทีอันยาวนานก่อนที่ประตูจะเปิดอีกรอบนี้เอง ที่คุณต้องงัดวิชา’โอมิไอ’ หรือพิธีดูตัว ขึ้นมา เรียนรู้วิธีการมองหน้าอีกฝ่ายไม่ให้รู้สึกเก้อเขิน รวมถึงไม่ทำให้บรรยากาศพาไหนต่อไหนด้วย
  2. เคล็ดวิชา ‘เป๊ะทุกองศา’
    หากคุณสามารถจับห่วงด้านบนเพดานได้ คุณจะสามารถใช้เคล็ดวิชานี้ได้ เนื่องจากพื้นที่แนวระนาบมีอยู่น้อยนิด ทำให้เราต้องใช้พื้นที่ในอากาศให้คุ้มค่าด้วยการใช้มือข้างที่จับห่วงถือหนังสือพิมพ์หรือมือถือ โยกคอไปข้างหลังเพื่ออ่าน หรือเล่นเกมก็ตาม เคล็ดวิชานี้มีประโยชน์อย่างมากเมื่อคุณอยู่ในตู้โดยสารที่แน่นจนไม่มีแม้แต่ที่จะให้แขนอยู่

slot

  1. การโจมตีที่ดีที่สุดคือการป้องกัน
    เคล็ดวิชาสุดท้ายนี่เป็นพรสวรรค์ที่ทุกคนมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด นั่นก็คือการป้องกันตัวเองด้วยสัญชาตญาณนั่นเอง เมื่อผู้คนทะลักเข้ามาในรถไฟ ต่างคนต่างก่อพื้นที่ของตัวเอง ทำให้เกิดเป็นกำแพงสองฝั่ง คือฝั่งที่หันหน้าออกไปทางประตูด้านซ้ายและฝั่งที่หันหน้าออกไปทางประตูด้านขวา อย่างไรก็ตามเมื่อถึงสถานีถัดไป ผู้คนที่ขึ้นมาใหม่จะพยายามสอดแทรกตัวเข้าไปตรงกลาง และสร้างพื้นที่ของตัวเองขึ้นมาใหม่ ระหว่างกำแพงทั้งสองฝั่ง ในขณะนั้นเอง ผู้ที่เป็น ‘กำแพง’ จะเกร็งหลังให้แข็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพื่อไม่ให้ผู้มาใหม่เข้ารุกล้ำ หรือทะลุเข้ามายังพื้นที่ของตัวเอง คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

แนะนำ 5 ซูเปอร์มาร์เก็ตถูกและอิ่มของญี่ปุ่น

SEIYU หรือร้านเซย์ยูเป็นอีก1ในซูเปอร์มาเก็ตที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้มาใช้บริการด้วยจำนวนสินค้าที่มีให้เลือกอันหลากหลายและนอกจากนี้ตัวเซย์ยูเองก็ผลิตสินค้าทางๆออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ตัวเองเช่นกันไม่ว่าจะเป็นยากิโซบะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือแม้แต่ขนมขบเคี้ยวต่างๆก็มีแบรนด์ของตนเองเช่นกันซึ่งรสชาติเองก็ไม่แพ้กับแบรนด์ชั้นนำเลย

jumbo jili

อาหารกล่องหรือโอเบนโตะของเซย์ยูนั้นมีให้เลือกหลายรูปแบบทั้งแบบข้าวปั้น ซูชิรวมไปถึงของทอดและกับข้าวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าหมูทอด ข้าวแกงกะหรี่หรือแม้แต่กับแกล้มเบียร์จำพวกหอมทอด ไก่คาราอะเกะก็มีให้เลือกซื้อ ที่สำคัญราคาถูกแม้จะยังไม่ลดและรสชาติเองก็ดีไม่แพ้ที่อื่นเลย หากมีโอกาสได้ลองเดินเข้าไปซื้อซักครั้งแล้วก็มักจะต้องหาโอกาสให้เข้าไปใช้บริการอยู่เสมอๆเลยล่ะ

สล็อต

Oozeki
Oozeki (โอเซกิ) ซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับคุณแม่บ้านโดยเฉพาะด้วยสินค้าของสดที่มีมาเกือบทุกประเทศให้เลือกซื้อรวมถึงผักสดที่ราคาถูกมากถึงมากที่สุดจนน่าใจหายแต่ที่โอเซกิไม่ได้มีดีเพียงแค่ของสดแต่ข้าวกล่องโอเบนโตะเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

ข้าวกล่องของโอเซกินั้นจะคล้ายคลังกับY’s mart ที่บอกช่วงเวลาในการทำไว้เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกกล่องที่ดีที่สุดสำหรับการรับประทานแต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือราคาที่คุ้มค่ากับปริมาณของตัวข้าวที่ได้และที่แนะนำมากที่สุดคงจะเป็นโอเบนโตะประเภทข้าวหน้าต่างๆอาทิ ข้าวหน้าหมูทอด,ข้าวราดไข่เจียวปู,ข้าวหน้าแฮมเบิร์กหรือข้าวหน้าไก่ซอสนัมบัง ไม่ว่าจะมาลงขายกี่ครั้งก็มักจะเป็นชุดข้าวที่หมดไวกว่าโอเบนโตะแบบอื่นก่อนเสมอ

สล็อตออนไลน์

SEIYU
SEIYU หรือร้านเซย์ยูเป็นอีก1ในซูเปอร์มาเก็ตที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้มาใช้บริการด้วยจำนวนสินค้าที่มีให้เลือกอันหลากหลายและนอกจากนี้ตัวเซย์ยูเองก็ผลิตสินค้าทางๆออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ตัวเองเช่นกันไม่ว่าจะเป็นยากิโซบะ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือแม้แต่ขนมขบเคี้ยวต่างๆก็มีแบรนด์ของตนเองเช่นกันซึ่งรสชาติเองก็ไม่แพ้กับแบรนด์ชั้นนำเลย

jumboslot

อาหารกล่องหรือโอเบนโตะของเซย์ยูนั้นมีให้เลือกหลายรูปแบบทั้งแบบข้าวปั้น ซูชิรวมไปถึงของทอดและกับข้าวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหน้าหมูทอด ข้าวแกงกะหรี่หรือแม้แต่กับแกล้มเบียร์จำพวกหอมทอด ไก่คาราอะเกะก็มีให้เลือกซื้อ ที่สำคัญราคาถูกแม้จะยังไม่ลดและรสชาติเองก็ดีไม่แพ้ที่อื่นเลย หากมีโอกาสได้ลองเดินเข้าไปซื้อซักครั้งแล้วก็มักจะต้องหาโอกาสให้เข้าไปใช้บริการอยู่เสมอๆเลยล่ะ

Oozeki
Oozeki (โอเซกิ) ซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับคุณแม่บ้านโดยเฉพาะด้วยสินค้าของสดที่มีมาเกือบทุกประเทศให้เลือกซื้อรวมถึงผักสดที่ราคาถูกมากถึงมากที่สุดจนน่าใจหายแต่ที่โอเซกิไม่ได้มีดีเพียงแค่ของสดแต่ข้าวกล่องโอเบนโตะเองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

slot

ข้าวของโอเซกินั้นจะคล้ายคลังกับY’s mart ที่บอกช่วงเวลาในการทำไว้เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกกล่องที่ดีที่สุดสำหรับการรับประทานแต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือราคาที่คุ้มค่ากับปริมาณของตัวข้าวที่ได้และที่แนะนำมากที่สุดคงจะเป็นโอเบนโตะประเภทข้าวหน้าต่างๆอาทิ ข้าวหน้าหมูทอด,ข้าวราดไข่เจียวปู,ข้าวหน้าแฮมเบิร์กหรือข้าวหน้าไก่ซอสนัมบัง ไม่ว่าจะมาลงขายกี่ครั้งก็มักจะเป็นชุดข้าวที่หมดไวกว่าโอเบนโตะแบบอื่นก่อนเสมอ เรียนรู้เพิ่มสำหรับผู้ที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่น

โอเซจิเรียวริ’ อาหารปีใหม่ที่มีแต่ความหมายดีๆ

มาทำความรู้จักกับ“โอเซจิเรียวริ” อาหารวันขึ้นปีใหม่ของชาวญี่ปุ่นที่เชื่อว่าทานแล้วมีแต่ความศิริมงคลกัน

โอเซจิคืออะไร
“โอเซจิเรียวริ” (おせち料理) คืออาหารวันปีใหม่ ในอดีตชาวญี่ปุ่นบางส่วนมีความเชื่อว่าสามวันแรกของปีไม่ควรใช้เตาไฟหรือทำอาหาร จึงเตรียมอาหารไว้ล่วงหน้า โอเซจิเรียวริจึงนิยมทานกันในช่วงวันที่ 1-3 มกราคม ติดกัน 3 วัน โดยปกติจะจัดใส่กล่อง 5 ชั้น แต่ปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้เคร่งครัดเท่าไรแล้ว

ป้าเมโกะแอบคิดว่าคนญี่ปุ่นชอบตั้งธีมอาหารในแต่ละเทศกาลหรือโอกาสต่าง ๆ มาก ๆ เช่นวันคริสต์มาสต้องกินไก่ทอด หรือก่อนสอบต้องกินข้าวหน้าหมูทอดคัตสึด้ง เพื่อเป็นเคล็ดให้สอบผ่านเป็นต้น (คัตสึพ้องกับคำว่า ชนะ ในภาษาญี่ปุ่น) ที่ไทยเราก็มีแต่มักทานกันในงานบุญ งานแต่งงาน ซึ่งเป็นวันพิเศษในชีวิตไปเลย
เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องอาหารปีใหม่ของญี่ปุ่นกันดีกว่า โอเซจิเรียวริประกอบไปด้วยอาหารหลายชนิด นอกจากสีสันสดใสน่าทานแล้วยังมีเรื่องที่น่าสนใจแฝงไว้ไม่แพ้กัน

jumbo jili

ที่มาอาหารปีใหม่ญี่ปุ่น
แรกเริ่มเดิมทีตั้งแต่สมัยเฮอัน โอเซจิเรียวริที่เราเห็นนี้เคยเป็นอาหารที่นำมาถวายเทพเจ้า ซึ่งสมัยก่อนไม่ได้ถวายเฉพาะในวันปีใหม่เท่านั้น แต่มีถึง 5 วันด้วยกัน คือวันที่1เดือน1, วันที่3เดือน3, วันที่5เดือน5, วันที่7เดือน7 และวันที่9เดือน9 ซึ่งเป็นธรรมเนียมจากประเทศจีนที่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง สมัยก่อนมักทำกันเฉพาะพวกขุนนางชั้นสูง ต่อมาในสมัยเอโดะธรรมเนียมการไหว้เทพเจ้าทั้ง 5 วัน และการทานของไหว้แบบนี้ก็เริ่มแพร่หลายไปยังคนธรรมดาทั่วไป แต่ปัจจุบันนี้เหลือเพียงการทานอาหารที่เป็นศิริมงคลในวันขึ้นปีใหม่วันเดียวเท่านั้น

มีอะไรอยู่ในโอเซจิเรียวริบ้าง
ปกติแล้วโอเซจิเรียวรินี้จะประกอบไปด้วยอาหารที่สามารถเก็บไว้ได้นานและไม่ต้องใช้ไฟประกอบอาหารให้ยุ่งยาก โดยสาเหตุว่าทำไมถึงเป็นอาหารแบบนี้ก็มีหลายที่มา เช่นไม่อยากให้เทพเจ้าไฟโมโหหรือรำคาญเสียงทำอาหารในวันขึ้นปีใหม่ จึงให้ทำอาหารเตรียมไว้ก่อน หรือบ้างก็บอกว่าเพราะครอบครัวต้องอยู่บ้านในวันหยุดปีใหม่ถึง 3 วัน เหล่าแม่บ้านจะได้ไม่ต้องวุ่นวายเตรียมอาหาร ประมาณว่าวันหยุดทั้งทีทุกคนในบ้านต้องได้พักผ่อนเต็มที่ (เหมือนวันเที่ยวในวันตรุษจีนของคนไทยเชื้อสายจีน) ป้าเมโกะว่าดีเหมือนกันเพราะยังเป็นกิมมิคให้คนในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน

สล็อต

ส่วนประกอบของโอเซจิเรียวริในสมัยก่อนก็มักจะมาจากพืชผลเกษตรที่เก็บได้เพื่อเป็นการประกาศให้เทพเจ้ารับรู้และขอบคุณเทพเจ้าสำหรับความอุดมสมบูรณ์ในปีที่ผ่านมา อาหารและวัตถุดิบที่อยู่ในอาหารวันปีใหม่นี้จึงแตกต่างตามแต่ละพื้นที่

อาหารที่แฝงไว้แต่ความหมายที่เป็นมงคล
โอเซจิเรียวริมีส่วนประกอบหลากหลายมาก โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิดหลักด้วยกัน ได้แก่ อาหารสำหรับการเฉลิมฉลอง ของย่าง ของต้ม ของหมักดองและเครื่องเคียง มักถูกจัดเรียงในกล่องเป็นชั้นๆ ซึ่งเรียกว่าจูบะโกะ (重箱) ป้ามักเห็นเป็นแบบ 3-5 ชั้นที่ขายกันทั่วไป โดยเริ่มต้นทานจากชั้นบนสุดก่อน โดยแบบมาตรฐานจะประกอบไปด้วย 4 ชั้นดังนี้

ชั้นที่ 1 หรือที่เรียกว่า อิจิโนะจู (一の重) ในชั้นนี้จะเป็นอาหารสำหรับการเฉลิมฉลอง เพราะเป็นชั้นแรกที่จะทานกันในวันขึ้นปีใหม่ ประกอบไปด้วย ถั่วดำ คามาโบโกะ (ลูกชิ้นปลาเส้น) ของหวานจากเกาลัด คินปิระโกโบ (เครื่องเคียงจากผักโกโบซึ่งเป็นผักตระกูลเผือก)

สล็อตออนไลน์

ชั้นที่ 2 หรือที่เรียกว่า นิโนะจู (ニの重) ชั้นนี้จะเน้นที่ของย่าง เช่นปลาไทหรือปลาบุริย่างและกุ้ง
ชั้นที่ 3 หรือที่เรียกว่า ซานโนะจู (三の重) เป็นชั้นของหมักดอง เช่น โคฮะคุนามะสึ (ของดองสีขาวแดง มักทำจากหัวไชเท้าและแครอท)
ชั้นที่ 4 หรือที่เรียกว่า โยโนะจู (よの重) ชื่อเรียกต่างไปเล็กน้อย เพราะเลข 4 ในภาษาญี่ปุ่นพ้องเสียงกับคำว่าตาย จึงใช้คำว่าโยโนะจูแทนเพื่อเป็นศิริมงคล ในชั้นนี้เป็นชั้นของต้ม เช่น เผือกและรากบัวต้ม

ป้าบอกเลยว่าแต่ละอย่างที่อยู่ในอาหารวันปีใหม่ของชาวญี่ปุ่นไม่ธรรมดาเพราะแต่ละอย่างแฝงไว้ด้วยความหมายดีๆทั้งนั้น เริ่มตั้งแต่ โอเซจิเรียวริมีลักษณะเป็นกล่องเป็นชั้นวางซ้อนกัน มีความหมายว่ารวมความโชคดีความสุขเอาไว้ แต่ป้าอ่านเจอว่าจริงๆแล้วสมัยก่อนไม่มีที่แรปอาหารดังนั้นจึงต้องเอาใส่กล่องเป็นชั้นๆของจะได้ไม่เสีย หรือไม่ก็ตอนปีใหม่มักมีงานฉลองหรือมีแขกมาเยี่ยมบ้านเยอะ ดังนั้นจึงไม่ต้องใช้จานและล้างจานให้เปลืองแรงแถมใส่กล่องแบบนี้ยังดูดีดูไฮโซน่ารับประทานขึ้นอีก แหม่แม่บ้านญี่ปุ่นก็ช่างคิดหากิมมิคน่ารักๆเสียจริงๆ

jumboslot

ความหมายของอาหารแต่ละชนิด ตัวอย่างเช่น
ถั่วดำ : พ้องเสียงกับคำว่าแข็งแรง ทนทาน ขยันขันแข็ง
คุริคินทน (ขนมหวานจากเกาลัด) : สัญลักษณ์ของทองคำ ร่ำรวย
กุ้ง: อายุยืนยาวจนหลังค่อมเหมือนกุ้ง
ดาเตะ (ไข่ม้วน): ความมั่งคั่ง สีเหลืองเหมือนทองคำ
คาซุโนะโคะ (ไข่ปลาแฮริ่ง) : มีลูกหลานมากๆ เหมือนไข่ปลา
ปลาไท : พ้องเสียงกับคำว่า ‘เมเดไท’ ที่แปลว่าไชโย เป็นคำพูดในงานมงคล

โอเซจิเรียวริในปัจจุบัน
ป้าเดินซุปเปอร์แถวบ้าน สะดุดตากับสีสันของอาหารปีใหม่นี้มาก พอหยิบใบราคามาดู ถึงกับตกใจว่าทำไมถึงได้แพงขนาดนี้ เท่าที่ป้าเห็นก็ราคาตั้งแต่ห้าพันจนถึงสามหมื่นกว่าเยน ตอนแรกกะจะสั่งจองมาลองทานที่บ้านดูแต่เปลี่ยนใจดีกว่า ใครสนใจแนะนำว่าให้สั่งจองล่วงหน้าได้ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไป แต่มักต้องสั่งจองล่วงหน้า ส่วนมากสั่งได้ถึงวันที่ยี่สิบปลาย ๆ ของเดือนธันวาคม ดังนั้นใครสนใจอยากลองทานอาจต้องวางแผนล่วงหน้าไว้นิดนึง

slot

โอเซจิเรียวริของเด็กก็มีแต่ราคาไม่เด็กเท่าไร~
เนื่องด้วยราคาอาจจะแรงสักหน่อย ปัจจุบันบางครอบครัวก็เลือกที่จะทำเองแล้วจัดใส่กล่องตามใจชอบ หรือจะซื้อสำเร็จรูปจากซุปเปอร์แล้วมาจัดใส่เองก็ได้เช่นกัน ราคาก็จะเบาลงมาหน่อย ใครที่อยากลองทำดูสามารถหาสูตรในเว็บได้ทั่วไป
อาหารวันปีใหม่ญี่ปุ่นมีความละเอียดลึกซึ้งและแฝงไว้ด้วยความหมายดีๆมากมาย ใครมาเที่ยวญี่ปุ่นตอนปีใหม่ ป้าว่าลองทานดูก็ดีนะ จะได้เฮงๆตลอดปี~
คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

รู้รอบเรื่องยากิโทริ(ไก่ย่าง)ของญี่ปุ่น

สงสัยกันหรือไม่ว่า ยากิโทริหรือ Yakitori ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ตามร้านอาหารญี่ปุ่นนั้นมันคืออะไร มีความหมายว่าอะไร อร่อยถูกปากคนไทยหรือไม่ มีวิธีการทานอย่างไร รู้รอบเรื่อง Yakitori (ยากิโทริ) ไก่ย่างของญี่ปุ่นมีคำตอบให้ที่นี่!

Yakitori หรือยากิโทริคืออะไร
แฟนๆอาหารญี่ปุ่นคงเคยลิ้มลองความอร่อยหรือเคยได้ยินชื่อเมนูยากิโทริ (Yakitori) ในบ้านเรากันมาไม่น้อย ยากิโทริ ถ้าให้เปรียบกับอาหารไทยของเรานั้น ยากิโทริก็คือไก่ย่างนั่นเอง โดยยากิโทริเป็นเนื้อไก่ชิ้นพอดีคำ นำมาเสียบไม้ ปรุงรสเล็กน้อย มักนำไปปิ้งบนเตาถ่านจนสุกและเสิร์ฟมาบนจานๆละสองสามไม้เป็นต้น

jumbo jili

ปัจจุบันร้านที่ขายยากิโทริทั่วไป เหมารวมเมนูยากิโทริเป็นอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ไม่ได้มีเฉพาะเฉพาะส่วนของเนื้อไก่ เท่านั้น แต่ยังมีส่วนอื่นๆ เช่น เครื่องในต่างๆ ปีกไก่ หรือลูกชิ้น นอกจากร้านที่ขายยากิโทริโดยเฉพาะแล้ว ยากิโทริก็เป็นเมนูที่พบเห็นได้ทั่วไปตามร้านอาหารอื่นๆหรือแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อ สามารถหาทานได้มากโดยเฉพาะร้านสไตล์กินดื่มที่มีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ ที่มักมีลูกค้าขาประจำอย่างเหล่าซาลารี่แมน (พนักงานบริษัท) มักแวะมาทานไก่ย่างคู่กับเหล้าเวลาสังสรรค์กันนั่นเอง

ยากิโทริ ภาษาญี่ปุ่นแปลว่าอะไร
ยากิโทริ (Yakitori) มาจากคำญี่ปุ่นสองคำผสมกัน นั่นคือคำว่า ยากิ (焼き) ที่แปลว่าย่าง และคำว่า โทริ (鳥) ที่แปลว่าไก่ รวมสองคำเมนูยากิโทริที่เราทานกันก็คือ ไก่ย่างนั่นเอง
นอกจากนี้ คำว่า ยากิ (焼き) ยังมักเจอในเมนูอื่นๆที่เราคุ้นหูกันบ้าง เช่น ยากินิคุ (焼肉) ซึ่งคำว่า นิคุ (肉) แปลว่าเนื้อ รวมแล้วคือเนื้อย่าง หรืออาหารปิ้งย่างที่หลายคนชอบทานกันนั่นเอง ส่วนคำว่าโทริ (鳥) ที่แปลว่าไก่ก็ปรากฏในชื่ออาหารอื่นๆ เช่นคำว่าอาเกะโดริ (揚げ鶏) ที่แปลว่าไก่ทอดเป็นต้น

สล็อต

ประเภทของยากิโทริ
ยากิโทริมีหลากหลายชนิดมาก ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น

  1. Momo (もも)
    Momo คือเนื้อไก่ส่วนสะโพก หรือเนื้อบริเวณต้นขา ใครที่อยากทานเนื้อแน่นๆนุ่มๆละก็ต้องลองแบบนี้เลย
  2. Kawa (皮)
    Kawa คือหนังไก่ย่างนั่นเอง หนังไก่ติดมันย่างจนกรอบได้ที่
  3. Reba (レバー)
    Reba คือส่วนของตับ เป็นคำที่เพี้ยนเสียงมาจากภาษาเยอรมันหรืออังกฤษนั่นเอง (คล้ายทั้งคำภาษาอังกฤษว่า Liver หรือคำภาษาเยอรมันว่า Leber ก็คล้ายเหมือนกัน) ได้รสชาติเข้นข้นกรุบๆของตับ

สล็อตออนไลน์

  1. Negima (ねぎま)
    เนกิ (Negi) ในภาษาญี่ปุ่น คือต้นหอม ดังนั้นยากิโทริชนิดนี้คือไก่(มักเป็นบริเวณสะโพก) เสียบไม้สลับกับต้นหอมนั่นเอง
  2. Tsukune (つくね)
    Tsukune คือเนื้อไก่บด อาจผสมผักต่างๆ,ไข่ หรือกระดูกอ่อนให้ได้ความรู้สึกกรุบๆ อาจแตกต่างตามสูตรแต่ละร้าน หรือจะเรียกง่ายๆว่าเป็นลูกชิ้นไก่ปรุงรสก็ว่าได้
    นอกจากนี้ยากิโทริยังมีอีกหลากหลายประเภท ผสมกับผักหรือเครื่องเคียงชนิดต่างๆ เช่น Tebasaki (手羽焼き) หรือปีกไก่ย่าง, Nankotsu (なんこつ) หรือเอ็นไก่ย่าง, Mentaiko Yakitori (明太子 焼き鳥) หรือไก่ย่างราดด้วยไข่ปลาเมนไทโกะ (ไข่ปลาค็อดรสเผ็ด) ก็เข้ากันได้ดี
    ซอสยากิโทริ
    หลายคนติดใจความอร่อยของยากิโทริ วิธีการทำก็ง่ายมากๆ ใช้เครื่องปรุงเพียงไม่กี่อย่างแถมรวมแล้วต้นทุนก็ไม่แพงอีกด้วย หากใครอยากลองทำยากิโทริกินเองดูละก็ ต้องเริ่มจากซอสนี่ละ
    ตัวอย่างส่วนประกอบซอสยากิโทริ
    น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
    โชยุ 5 ช้อนโต๊ะ
    มิริน(เหล้าหวานญี่ปุ่น) 1 ช้อนโต๊ะ
    เหล้าสาเกสำหรับทำอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ

jumboslot

วิธีทำ

  1. นำส่วนผสมทั้งหมดเคี่ยวไฟอ่อนจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน (ระวังอย่าใช้ไฟแรง เพราะจะทำให้ไหม้ได้ง่าย) เคล็ดลับคืออาจผสมส่วนผสมทั้งหมดก่อนตั้งไฟ ให้น้ำตาลละลายกับส่วนผสมอื่นๆเล็กน้อยก่อน จะได้ไม่ไหม้ติดหม้อได้ง่าย
  2. เมื่อได้ซอสยากิโทริแล้วให้นำเนื้อไก่ (หรือเนื้อส่วนอื่นๆ)ที่เตรียมไว้หมักเป็นเวลา 30 นาที
  3. เมื่อซอสเข้าเนื้อได้ที่ ก็นำไปเสียบไม้
  4. นำไปย่างด้วยไฟอ่อน ระหว่างย่างก็ทาซอสยากิโทริที่เตรียมไว้ จนสุกได้ที่
    สำหรับใครที่อยากได้รสสัมผัสกรุบกรอบและความหอมที่มากขึ้น อาจใส่งาขาวในซอสยากิโทริก็ได้เช่นกัน

ร้านยากิโทริ
ร้านยากิโทริ มีตั้งแต่ร้านระดับพรีเมียมที่จะมีเชฟเตรียมวัตถุดิบปิ้งกันหน้าเคาเตอร์ที่ลูกค้านั่ง ให้ลูกค้าทานไปนั่งชมความพิถีพิถันของเชฟในการปรุงอาหารไปด้วย (ใครที่นึกภาพไม่ออก ร้านสไตล์นี้คล้ายร้านซูชิที่เชฟจะปั้นข้าวปั้นและแล่เนื้อปลาให้ดูระหว่างทานอาหาร) ไปจนถึงร้านทั่วไปและร้านประเภทแผงลอย ราคานั้นก็ต่างๆกันไป แบบถูกๆขายกันตั้งแต่ไม้ละไม่ถึงร้อยเยนจนที่หรูๆบางทีก็ไม้ละหลายร้อยเยน

slot

ร้านยากิโทริได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะโดยทั่วไปมักเป็นร้านที่มีบรรยากาศเป็นกันเอง หาง่าย และราคาก็ไม่แพง จะมาทานคนเดียวก็ไม่เคอะเขิน หรือจะมาเป็นกลุ่มสังสรรกับเพื่อนก็สามารถพูดคุยเสียงดังได้ ไม่ต้องพิธีรีตองมากก็ได้เช่นกัน นอกจากร้านที่ร้านขายยากิโทริโดยเฉพาะแล้ว ยากิโทริก็มักจะมีขายที่ร้านอิซากายะ (居酒屋) หรือร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่น เพราะรสชาติยากิโทรินั้นเข้ากันได้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกับแกล้มอื่นๆได้เป็นอย่างดี

สรุป
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ท้องร้องกันหรือเปล่าเอ่ย^^
ยากิโทริที่เรามักทานกันนั้นแท้จริงแล้วที่ญีปุ่นเขามีหลากหลายชนิด หลากหลายแบบให้เลือก หรือจะทานคู่กับผักและเครื่องเคียงต่างๆไม่ได้มีแค่เนื้อไก่ชิ้นเสียบไม้ที่เรามักพบเห็นกัน ใครมีโอกาสก็มาลองลิ้มชิมรสยากิโทริแบบญีปุ่นแท้ๆกันดูนะคะ รับรองว่าจะติดใจ คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

10 ปลายอดนิยมในอาหารญี่ปุ่น 1

ปลาที่คนญี่ปุ่นนิยมบริโภคอย่างเช่น ทูน่า แซลมอน ซาบะ ซันมะ และส่วนของปลาที่ไม่คิดว่าจะมีใครกินก็สามารถนำมาปรุงอาหารได้ด้วย มาดูกันค่ะว่าคนญี่ปุ่นนิยมกินปลาอะไรกับอาหารอะไรกันบ้าง (ไม่ใช่แค่ปลาดิบเท่านั้นนะคะ)

  1. ปลามากุโร่ (ปลาทูน่า)
    ปลามากุโร่ (マグロ/鮪) หรือทูน่า ในทะเลทั่วโลกก็มีอยู่หลายพันธุ์ พันธุ์ที่ญี่ปุ่นนิยมบริโภค คือ “คุโร่มากุโร่” หรือที่เรียกว่า “ฮอนมากุโร่” (本鮪) ค่ะ มีการอพยพย้ายถิ่นตามแต่ฤดูกาลโดยรอบเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ ลักษณะตัวสีดำสนิท

โดยที่มาของชื่อ บางคนก็เล่ากันว่าเพราะปลาตัวสีดำสนิท สีดำสนิทภาษาญี่ปุ่นคือ มัคคุโร่ (真っ黒) ค่ะ คนญี่ปุ่นจึงเรียกชื่อปลาตามรูปลักษณ์ที่เห็น จนผันมาเป็น “มากุโร่” ที่เรารู้จักค่ะ

jumbo jili

ตามตลาดค้าส่งปลาสด จะมีปลามากุโร่แช่แข็งขายเป็นตัวๆ ทุกตัวจะตัดหางเพื่อให้เห็นเนื้อด้านในสำหรับดูความสดค่ะ ปลาที่ตัวใหญ่สุดที่แช่แข็งเก็บไว้เพื่อการประมูลครั้งแรกของปี เรียกว่า hatsu seri ซึ่งในปี 2019 นะคะ มากุโร่ขนาดน้ำหนัก 278 กิโลกรัม ราคาประมูลได้คือ 333.6 ล้านเยน ผู้ที่ประมูลไป คือ ร้านซูชิซันมัย ร้านซูชิชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีสาขามากมายค่ะ ที่ดังก็คงเป็นเพราะการที่ประมูลได้มาในหลายๆปีค่ะ และปลาที่ประมูลมาทางร้านก็นำมาแล่ทำซูชิขายด้วยนะคะ เรียกลูกค้าได้มากมายเลยค่ะ
มากุโร่ นิยมทำซาชิมิ(ปลาดิบ)และซูชิ(ข้าวปั้นปลาดิบ)มากที่สุด
คนญี่ปุ่นชอบกินปลามากุโร่มากด้วยรสชาติที่มันนุ่มลิ้น ความมันของปลาจึงเป็นตัวแบ่งระดับราคาและความอร่อยค่ะ เนื้อปลามากุโร่ที่กินสดเป็นปลาดิบได้ มีส่วนที่นิยม 3 ส่วน คือ

  1. อะกะมิ (アカミ) เนื้อสีแดงเข้มในส่วนของลำตัว มีปริมาณมากที่สุด ราคาจึงไม่แพงค่ะ
  2. ชูโทโร่ (中トロ) เนื้อบริเวณรอบลำตัว ใกล้กับครีบปลา มีความมันกว่า ”อะกะมิ” ราคาจึงแพงกว่า
  3. โอโทโร่ (大トロ) เนื้อบริเวณพุงที่มีส่วนของไขมันมาก เนื้อสีอ่อนมีลายสีขาวของไขมันทั่วชิ้น ในปลาหนึ่งตัวมีเนื้อแบบนี้อยู่ปริมาณน้อย ราคาเลยแพงตามไปด้วยค่ะ เป็นส่วนที่อร่อยมาก นุ่มละลายในปาก มันๆ
    นอกจาก 3 ส่วนนี้ เนื้อปลาในส่วนคาง (カマトロ) ก็มีความอร่อยมาก อร่อยไม่แพ้โอโทโรเลยค่ะ ไม่มีเยื่อ ไม่มีเอ็น ทานง่าย นุ่มมีมันมาก ปลาหนึ่งตัวตัดได้เพียง 2 ชิ้น จึงหารับประทานได้ยากค่ะ

สล็อต

ปลามากุโร่เนื้อขาว
ปลามากุโร่ พันธุ์ที่นิยมทำปลาดิบอีกพันธุ์คือ บินโจมากุโร่ (ビンチョウマグロ) ปลามากุโร่เนื้อขาวค่ะ มีขนาดเล็กแค่เมตรเดียว เนื้อสีอ่อน ไม่แดงจัด สมัยก่อนไม่ทานดิบนะคะ นำมาแปรรูปเป็นปลากระป๋องเท่านั้น ต่อมาร้านปลาดิบที่จังหวัดชิซูโอกานำมาแล่เป็นซาชิมิ เรียกว่า บินโทโร่ ทั้งยังทำเป็นซูชิ จึงเป็นที่นิยมแพร่หลายทั่วญี่ปุ่นจนปัจจุบันนี้ค่ะ
ปัจจุบันมากุโร่กับอะโวคาโดไม่ได้มีแค่ห่อสาหร่ายค่ะ อีกเมนูคือ “สลัดมากุโร่กับอะโวคาโด” อาหารแบบฮาวายที่คนญี่ปุ่นชอบรับประทานค่ะ ที่ไทยเรียกอาหารชนิดว่า”โปเกะ” เพิ่งเริ่มได้รับควมนิยมในช่วงไม่กี่ปีนี้เองค่ะ โดยเฉพาะวัยรุ่น สาวๆที่รักษาหุ่น เป็นอาหารที่หาซื้อได้ตามร้านสลัด ร้านเครื่องเคียง ชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าหรือบริเวณหน้าซุปเปอร์มาร์เาก็ตของญี่ปุ่นค่ะ
สเต็กปลามากุโร่ (มากุโร่ โนะ สึเตคิ/まぐろのステーキ) ที่ใช้ปลาดิบมาทำค่ะ นำมาย่างให้สุกเพียงแค่ด้านนอก ให้เนื้อด้านในคงความสดมีสีแดงน่ารับประทาน เป็นเอกลักษณ์ของสเต็กมากุโร่เลยค่ะ เนื้อจะนุ่ม รับประทานง่าย ปรุงรสแบบญี่ปุ่น หอมโชยุ หอมเนย กินกับน้ำสเต็กแบบญี่ปุ่นผสมหัวไชเท้าขูด หรือ น้ำสเต็กแบบฝรั่งก็ได้ค่ะ อาหารจานนี้หลายคนรู้จักดี เพราะสามารถหาทานได้ที่ได้ค่ะ
ปลามากุโร่สามารถกินได้เกือบทุกส่วนเลยนะคะ อย่าง ตาปลา นำมาต้มโชยุ แก้มปลา นำไปทอดหรือทำสเต็กได้เหมือนเนื้อสัตว์เลยค่ะ แต่อีกส่วนที่จะนิยมมากรองจากเนื้อทั่วไปก็คือ “เนื้อคางปลามากุโร่”ค่ะ นำไปย่าง เรียกว่า “คามะยากิ” (カマ焼き) แม้จะเป็นก้างชิ้นใหญ่ แต่เนื้อด้านในเยอะแน่นมันอร่อยมาก คนญี่ปุ่นชอบกินเป็นกับแกล้มค่ะ

  1. ปลาคัตสึโอะ
    commons.wikimedia.org
    ปลาคัตสึโอะ (鰹) ภาษาอังกฤษ skipjack tuna ปลาในวงศ์เดียวกับทูน่าแต่จะตัวเล็กกว่า ลำตัวมีลายเป็นเส้นยาว มีอีกชื่อว่าทูน่าท้องแถบหรือปลาโอแถบค่ะ กินดิบเป็นซาชิมิได้ แต่ส่วนใหญ่นำมาตากแห้งทำ ”คัตสึโอะบุชิ” และนำไปแปรรูปเป็นปลากระป๋องค่ะ

สล็อตออนไลน์

คัคสึโอะบุชิ
คัตสึโอะบุชิ (かつお節) หรือ ปลาโอแห้ง ที่ญี่ปุ่นมีมาตั้งแต่ยุคโบราณ เชื่อกันว่าเริ่มในยุคสมัยไทโอ (ค.ศ.701) และเชื่อกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศมัลดีฟส์ค่ะโดยส่งผ่านเส้นทางค้าขายจากทะเลทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มายังประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันที่มัลดีฟส์บริโภคปลาคัตสึโอะมากที่สุด และมีคัตสึโอะบุชิเป็นชิ้นใหญ่ นำมาทำซุปทำอาหารเช่นกันค่ะ (เรียกว่า Maldives Fish)
ปลาโอแห้ง มีชิ้นที่ใหญ่และแข็ง ชาวญี่ปุ่นจึงคิดค้นที่ไสขึ้นมา เป็นกล่องไม้ ด้านบนมีใบมีด สำหรับไสปลาโอแห้งลงไปด้านในกล่อง เป็นปลาโอแห้งฝอย มีอีกชื่อคือ ฮานะคัตสึโอะ ค่ะ
โอะคะคะ
ปลาโอแห้งฝอย สามารถนำมาทำอาหารนอกจากต้มเป็นน้ำสต็อกอย่าง โอคาคา (ผงโรยข้าวจากปลาโอ) และ โรยผักต้มผักสลัด ค่ะ

คัตสึโอะ ทาทาคิ
นอกจากกินดิบแล้ว ยังนิยมนำไปเผาด้วยฟางข้าว (วาระยากิ/わらやき) ให้ผิวด้านนอกสุก แต่ด้านในยังคงเนื้อแดง เรียกว่า คัตสึโอะ ทาทาคิ (かつおたたき) เนื้อปลาด้านนอกต้องเผาให้ไหม้ถึงจะหอม ยิ่งเป็นปลาที่จับมาสดๆแล้วเผาริมทะเลยิ่งอร่อยค่ะ กินง่าย ไม่คาว ใครที่ไม่ชอบชาซิมิเนื้อแดง รับรองว่าถ้าได้กินต้องติดใจ ส่วนน้ำจิ้มก็รสอ่อน กินง่าย ไม่ใช้โชยุเข้มๆ เป็นโชยุที่ปรุงรสเปรี้ยวหวานค่ะ

jumboslot

ปลาคัตสึโอะกระป๋อง
ส่วนปลาคัตสึโอะที่นำมาทำปลากระป๋องนั้นมีรสชาติหน้าตาเหมือนกับปลามากุโร่ค่ะ ปลากระป๋องทั้ง 2 ชนิดนี้ เรียกว่า ทูน่า (tuna kan/ツナ缶) เหมือนกันค่ะ เวลาเลือกซื้อ เราต้องอ่านส่วนผสมว่า ทำมาจาก มากุโร่ หรือ คัตสึโอะ นะคะ
คนญี่ปุ่นบางคนก็เรียกทูน่ากระป๋องว่า”ซี ชิคิน” (シーチキン/sea chicken) ความหมายคือ เนื้อไก่ทะเล ด้วยเนื้อและรสของทูน่าที่ดูคล้ายเนื้อสันในไก่ แต่ทูน่าเป็นปลาทะเล จึงได้ชื่อนี้มาค่ะ แต่เดิมเป็นแค่ชื่อยี่ห้อของทูน่ากระป๋องยี่ห้อหนึ่ง แต่คนญี่ปุ่นเรียกชื่อนี้กันจนติดปาก เหมือนกับคนไทยเรียกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรวมๆว่ามาม่าค่ะ

  1. ปลาซาเกะ และ ปลาแซลมอน
    ปลาซาเกะ (鮭) ภาษาอังกฤษคือแซลมอน (salmon) คนญี่ปุ่นอ่านว่า ซา-ม่อน ค่ะ ทำอาหารได้หลากหลาย ทั้งกินดิบ รมควัน ย่าง ทอด นึ่ง ขึ้นอยู่กับชนิดและความสดของปลาค่ะ และคนญี่ปุ่นจะเรียกแซลมอนแต่ละชนิดแตกต่างกันตามแหล่งกำเนิด แบ่งเป็น 3 ชนิดค่ะ
    แชลมอน (サーモン)
  2. แชลมอน (サーモン) อ่านว่า “ซามอน” ปลาที่เติบโตในทะเล นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นปลาแช่แข็ง นิยมทานเป็นปลาดิบค่ะ ที่เรากินที่ร้านซูชิสายพานนั้นเป็นปลาเทราต์สายรุ้ง ปลาในวงศ์แซลมอนค่ะ เป็นซูชิที่เพิ่งมีในช่วงหลังๆ สมัยก่อนคนญี่ปุ่นไม่รับประทานกันค่ะ ตามร้านซูชิเก่าๆหรูหราราคาแพงจึงไม่มีเมนูนี้นะคะ

slot

ปลาแชลมอนแช่แข็งส่วนใหญ่ที่ขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตก็นำเข้าเช่นกันค่ะ จากประเทศชิลีและประเทศนอร์เวย์ซะเยอะ นำมา นึ่ง ย่าง อบ ได้หมดค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเอามาย่างเกลือ เหมือนเมนูตามร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไทยค่ะ

  1. ซาเกะ (鮭)อ่านว่า “สาเก” หรือ “ซาเกะ” ปลาที่จับได้ในญี่ปุ่น เป็นปลาน้ำกร่อย ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดฮอกไกโด ซึ่งซาเกะเป็นชื่อเรียกของปลามะสึ ที่ตัวใหญ่ค่ะ นิยมนำมาทำให้สุกก่อนรับประทานค่ะ เช่น หม้อไฟ(นาเบะ) ห่อฟอยล์แล้วอบ(โฮอิรุ ยากิ) และ อาหารฝรั่งเศส ปลาทอดเนย(เมอร์นิแยร์) เป็นต้น
    ปลาซาเกะของจังหวัดฮอกไกโดยังนิยมนำมาแปรรูปเป็นปลาป่นบรรจุกระปุก เรียกว่าซาเกะเฟลค (鮭フレーク) เป็นชิ้นเล็กๆคล้ายคอร์นเฟลค สำหรับทานกับข้าวสวย ข้าวราดน้ำชา และนำมาทำข้าวปั้นค่ะ หลายคนคิดว่ามันคือปลาย่างแต่จริงๆแล้วเป็นปลานึ่งค่ะ นึ่งทั้งตัวแล้วนำมาแกะก้างออกโดยใช้แรงงานคนค่ะ เพราะก้างปลามีทั้งใหญ่และเล็ก มองตาเปล่าไม่สามารถรู้ได้ ต้องใช้มือสัมผัสค่ะ
  2. ปลาบุริ
    ปลาบุริ (鰤) ปลาทะเลอยู่ในวงศ์เดียวกับปลาอาจิค่ะ มีขนาดประมาณ 1 เมตร จับได้มากสุดที่จังหวัดนางาซากิ อร่อยสุดในฤดูใบไม้ร่วง เดือน 9-11 ค่ะ เพราะเนื้อปลามีความหวานมัน นำมาทำอาหารได้ทั้งดิบและสุก เช่น ซาชิมิ ซูชิ เทอริยากิ ต้มกับหัวไชเท้า และปลาย่างในส่วนของคางค่ะ
    คนญี่ปุ่นเรียกชื่อปลาบุริ แตกต่างกันตามขนาดค่ะ เพราะรสชาติความอร่อยแตกต่างกัน เพื่อเป็นการแบ่งระดับชั้น ชื่อเรียกจึงแตกต่างตามค่ะ และในแต่ละภูมิภาคก็เรียกไม่เหมือนกันนะคะ ยกตัวอย่างมา 4 ภาค วัตธนธรรมการกินของคนญี่ปุ่น