ฮานามิ (HANAMI) ประเพณีชมดอกซากุระบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น

ฮานามิ (HANAMI) ประเพณีชมดอกซากุระบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น

ฮานามิ (Hanami) คือ การชมดอกซากุระ หรือ ประเพณีชมดอกซากุระ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของนักท่องเที่ยวหลายคนที่ไปประเทศญี่ปุ่นในฤดูใบไม้ผลิ เพราะการได้เห็นดอกไม้สีชมพูบานสะพรั่งคงเป็นภาพที่งดงามตราตรึงใจ และการได้นั่งชมซากุระพร้อมกับรับประทานอาหารและดื่มสังสรรค์คงเป็นการพักผ่อนหย่อนใจที่น่าลองสักครั้ง ดังนั้นเราจะพาไปรู้จักกับประเพณีฮานามิให้มากขึ้นค่ะ

jumbo jili

ฮานามิ (Hanami)
ประวัติประเพณีฮานามิ (Hanami)
ฮานามิ (Hanami) [花見] แปลตามตัวได้ว่า “การชมดอกไม้” เป็นประเพณีของประเทศญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน จากบันทึกบนกลอนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นหรือที่เรียกว่า “มังโยชู (Manyoushuu)” [万葉集] ที่มีการเขียนขึ้นใน ค.ศ. 759 มีบทกลอนเกี่ยวกับดอกเหมยและดอกซากุระอยู่ประมาณ 140 กว่าบท โดยการชมดอกไม้ในยุคนั้นจะชมดอกเหมยมากกว่าดอกซากุระ เพราะเป็นประเพณีที่สืบทอดมาจากประเทศจีน

การเปลี่ยนแปลงการชมดอกไม้จากดอกเหมยเป็นดอกซากุระ เกิดขึ้นในยุคเฮอัน (ค.ศ. 794 – 1185) เพราะดอกซากุระบานช้ากว่าดอกเหมย โดยจะเริ่มบานในฤดูใบไม้ผลิที่อากาศอบอุ่นแล้ว จึงเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของฤดูใบไม้ผลิ ทั้งยังเหมาะต่อการจัดงานเทศกาลเพื่อเฉลิมฉลองเทพเจ้า และดอกซากุระมีคุณสมบัติพิเศษคือเมื่อดอกซากุระบาน จะบานพร้อมกันทั้งต้น และเมื่อร่วงก็จะร่วงพร้อมกันทั้งต้น โดยจะบานอยู่เพียงแค่ 1 – 2 สัปดาห์เท่านั้น จึงเปรียบกับความไม่จีรังยั่งยืนของมนุษย์อีกด้วย ปัจจุบัน “ ฮานามิ (Hanami) “ จึงหมายถึง “การชมซากุระ” นั่นเอง

สล็อต

อย่างไรก็ตาม ประเพณีการชมดอกไม้พร้อมกับการกินเลี้ยงรื่นเริงเพิ่งจะเริ่มแพร่หลายในหมู่ชาวบ้านในยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1868) นี่เองค่ะ ส่วนการจัดงานฮานามิที่มีลักษณะเป็นงานพิธี มีการจัดเตรียมอาหารพร้อมการแสดงร่ายรำนั้น มีมาตั้งแต่ยุคเฮอัน ซึ่งสืบทอดมาถึงปัจจุบันแต่ก็อาจเห็นได้ไม่บ่อยนักค่ะ

ซากุระบาน
ช่วงเวลาซากุระบาน
ดอกซากุระมีช่วงเวลาในการบานเพียง 1 – 2 สัปดาห์เท่านั้น และช่วงเวลาการบานของซากุระในแต่ละปี อาจแตกต่างกันได้มากถึง 2 สัปดาห์ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องสภาพอากาศทั้งอุณหภูมิและฝนด้วยค่ะ นอกจากนี้ ช่วงเวลาการบานของซากุระที่อยู่ต่างภูมิภาคกัน ก็แตกต่างกันด้วยนะคะ โดยจะเริ่มบานไล่จากทางตอนใต้ที่อากาศอบอุ่นกว่าขึ้นไปยังทางตอนเหนือ ซึ่งสามารถคาดเดาได้คร่าว ๆ ดังนี้ค่ะ

สล็อตออนไลน์

โอกินาว่า (Okinawa) : เป็นที่แรกที่ดอกซากุระบาน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนมกราคม
ฟุกุโอกะ ( Fukuoka) : ซากุระเริ่มบานช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคม
โตเกียว (Tokyo), โอซาก้า (Osaka): ซากุระเริ่มบานช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน
เซนได (Sendai) : ซากุระเริ่มบานช่วงต้นเดือนค่อนไปทางกลางเดือนเมษายน
อาโอโมริ (Aomori) : ซากุระเริ่มบานช่วงครึ่งหลังของเดือนเมษายน
ฮอกไกโด (Hokkaido): ซากุระที่นี่บานช้าที่สุดในญี่ปุ่น โดยเริ่มบานตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนค่ะ

jumboslot

ตารางพยากรณ์ากุระบานทั่วประเทศญี่ปุ่น
วัฒนธรรมการชมซากุระของญี่ปุ่น
คนญี่ปุ่นเวลาไปชมซากุระ ก็มักจะพกเสื่อหรือผ้าเพื่อปูนั่งพื้น พร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มเพื่อรับประทานและสังสรรค์กันบริเวณใต้ต้นซากุระ แต่เนื่องจากช่วงเวลาที่ดอกซากุระบานนั้นมีเพียงไม่นาน ผู้คนที่มาชมซากุระจึงมีจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อให้สามารถชมซากุระได้อย่างสงบสุขและไม่รบกวนผู้อื่น ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตัวดังนี้ค่ะ

ไม่แตะต้องซากุระ เพราะกิ่งก้านอาจหักหรือเสียหายได้ และไม่ควรไปเด็ดดอกซากุระมาเก็บไว้หรือถ่ายรูปค่ะ ชมดอกซากุระที่อยู่ตามธรรมชาติดีกว่านะคะ
จองพื้นที่แต่พอดี เพราะคนที่มาชมซากุระมีจำนวนมาก ควรแบ่งปันผู้อื่นด้วยค่ะ และต้องดูด้วยว่าพื้นที่นั้นอนุญาตให้นั่งชมซากุระหรือเปล่า รวมถึงควรเลือกที่ที่ห่างจากรากต้นซากุระเพื่อเป็นการถนอมรักษาต้นไม้ค่ะ

slot

ดื่มแอลกอฮอล์ได้ แต่อย่าดื่มจนเมา ลองคิดภาพถ้ามีคนเมาตะโกนโวยวายขณะที่เรากำลังชมซากุระเพลิน ๆ คงหมดอารมย์สุนทรีย์ ดังนั้นควรดื่มแต่น้อยนะคะ
ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ไม่ว่าจะเมาหรือไม่เมาก็เป็นสิ่งที่ไม่ควร เพราะเป็นการรบกวนผู้อื่นจนไม่มีความสุขในการชมซากุระเลยค่ะ
อย่ามักง่ายทิ้งขยะไว้เกลื่อนกลาด ไม่ว่าเที่ยวที่ไหนก็ควรรักษาสภาพแวดล้อมให้เหมือนเดิม และตอนเก็บขยะไปทิ้งลงถัง ต้องแยกประเภทขยะก่อนทิ้งด้วยนะคะ
สำหรับใครที่วางแผนจะไปญี่ปุ่นช่วงซากุระบานนี้ ก็ลองมาสัมผัสกับประเพณีฮานามิและเทศกาลชมซากุระซึ่งจะมีการออกร้านกันอย่างคึกคักเลยนะคะ และนอกจากจะต้องดูช่วงเวลาที่ดอกซากุระจะบานให้ดีแล้ว อาจต้องอาศัยดวงด้วยค่ะ เพราะช่วงเวลาการบานของซากุระอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ในแต่ละปี แต่รับรองว่าถ้าโชคดีและได้ชมซากุระที่กำลังบานสะพรั่งเต็มที่สักครั้ง จะต้องประทับใจกับความงดงามอย่างแน่นอนค่ะ คนญี่ปุ่นชอบท่องเที่ยวและถือเป็นวัตธนธรรมกันสืบมา

“ชินโต” คืออะไร?

“ชินโต” คืออะไร? ลัทธิเฉพาะของญี่ปุ่นที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เทพที่ได้รับการบูชากันตามศาลเจ้าญี่ปุ่น

ชินโต (神道 / Shintō) แปลตามตัวคืออ วิถีแห่งเทวะ เป็นศาสนาพื้นบ้านของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยไม่มีศาสดาหรือหลักคำสอนใด ๆ และมีพื้นฐานมาจากความเชื่อและการบูชาเทพเจ้าที่พบได้ตามศาลเจ้ามากมายทั่วประเทศญี่ปุ่น ในบทความนี้เราจะมาแนะนำชินโต ลัทธิความเชื่อแบบญี่ปุ่นที่ไม่เหมือนใคร แนวคิด งานของคันนุชิ (神主 / Kannushi) นักบวชที่รับใช้เทพเจ้าตามศาลเจ้า และบทบาทของซุ้มประตูโทริอิของศาลเจ้ากันค่ะ

jumbo jili

หัวข้อเรื่อง
ในวิถีชินโต รพสิ่ง ทั้งธรรมชาติ คน หรือวัตถุก็ถือเป็นเทพ
งานของนักบวชคันนุชิที่รับใช้เทพเจ้าตามศาลเจ้าชินโต
เทพที่ได้รับการบูชาตามศาลเจ้าในลัทธิชินโตเป็นเทพปบบใดบ้าง?
“โทริอิ” ซุ้มประตูของชินโตซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูผ่านสำหรับเทพ
ในวิถีชินโต สรรพสิ่ง ทั้งธรรมชาติ คน หรือวัตถุก็ถือเป็นเทพ
ในวิถีชินโต สรรพสิ่ง ทั้งธรรมชาติ คน หรือวัตถุก็ถือเป็นเทพ

สล็อต

ในญี่ปุ่น มีความคิดที่เรียกว่า “เทพแปดล้านองค์” หรือ “ยาโอโยโรสุโนะคามิ” (八百万の神 / Yaoyorozu no Kami) ซึ่งเชื่อว่า เทพนั้นอาศัยอยู่ในสิ่งต่าง ๆ ที่มีตัวตนอยู่ในโลก นับตั้งแต่เทพเจ้าที่ปรากฏในตำนานเทพปกรณัม ผู้คน สิงสาราสัตว์ ไปจนถึงโขดหินค่ะ คำว่า “ยาโอโยโรสุ” ในที่นี้เป็นคำที่ใช้สื่อถึงจำนวนมากมายจนนับไม่ถ้วน หมายความว่ามีเทพเจ้ามากมายนับไม่ถ้วน ไม่ได้หมายความว่ามีแปดล้านองค์แต่อย่างใดค่ะ

สิ่งนี้บอกเล่าให้ทราบว่า คนญี่ปุ่นนั้นมีความเคารพและบูชาธรรมชาติดั่งเทพเจ้า ตัวอย่างบางส่วนของเทพเจ้าที่มีอยู่มากมายก็ได้แก่ เทพเจ้าแห่งภูเขาอย่างภูเขาฟูจิและภูเขามิวะ

เทพแห่งทุ่งนาที่ได้รับการบูชาตามหมู่บ้านกสิกรรมทั่วประเทศญี่ปุ่น ไปจนถึงเทพเจ้าประจำห้องครัวและห้องส้วมค่ะ คุณอาจจะประหลาดใจกับเทพเจ้าที่มีมากมายจนคุณไม่นึกถึงเมื่อไปเยี่ยมชมศาลเจ้าในญี่ปุ่นค่ะ

สล็อตออนไลน์

งานของนักบวชคันนุชิที่รับใช้เทพเจ้าตามศาลเจ้าชินโต
คันนุชินั้นก็คือบุคคลที่รับใช้เทพเจ้าตามศาลเจ้าของญี่ปุ่น บ้างก็เรียกว่า ชินโชคุ (神職 / Shinshoku) ค่ะ โดยส่วนใหญ่ บุคคลที่ทำหน้าที่ดังกล่าวตามศาลเจ้าจะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการรับรองคุณสมบัติเป็นชินโชคุจากสมาคมศาลเจ้าชินโต (神社本庁 / Jinja Honcho หรือ Association of Shinto Shrines) งานของคันนุชิก็คือการสวดภาวนาอ้อนวอนต่อเทพเจ้าเพื่อบันดาลสิ่งต่าง ๆ เช่นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและการปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ และเพื่อทำพิธีกรรมต่าง ๆ ในพิธีการและงานเทศกาลที่จัดในแต่ละปี นอกจากนี้ หน้าที่อื่น ๆ ยังรวมถึงงานบริหารและธุรการของฝ่ายธุรการศาลเจ้า การบำรุงรักษาและทำความสะอาดภายในศาล เป็นต้นค่ะ

เทพที่ได้รับการบูชาตามศาลเจ้าในลัทธิชินโตเป็นเทพปบบใดบ้าง?
มีเทพเจ้าหลากหลายแบบในศาลเจ้าที่มีอยู่ทั่วญี่ปุ่นค่ะ ตัวอย่างเช่นศาลเจ้าอิเสะจิงกู (伊勢神宮 / Ise Jingū) นั้นสร้างอุทิศให้กับเทพเจ้าต่าง ๆ หลายองค์ รวมถึง อามาเทราสุโอ

jumboslot

มิคามิ (天照大御神 Amaterasu O-mikami) เทวีสุริยาผู้ที่ได้รับการบูชามากที่สุดในบรรดาเทพเจ้าของญี่ปุ่น ส่วนในศาลเจ้าใหญ่อิซูโมะ (出雲大社 / Izumo Taisha หรือ Izumo Oyashiro) มีเทพซึ่งปรากฏในตำนานเทพปกรณัม โอคุนินุชิโนะโอคามิ (大国主大神 / Okuninushi no O-Kami) ได้รับการบูชาอยู่ค่ะ

นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าหลายศาลที่มีศาลเจ้าสาขาหลายแห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เช่น ศาลเจ้างูขาว ชิโรเฮบิจิงจะ (白蛇神社 / Shirohebi Jinja) และศาลเจ้าอินาริ (稲荷神社 / Inari Jinja) ที่บูชางูและสุนัขจิ้งจอกตามลำดับค่ะ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าที่อุทิศให้กับเทพเจ้าที่แปลกประหลาด เช่น ศาลเจ้าบิมโบคามิ (貧乏神神社 / Binbo-kami Jinja) หรือ “ศาลเจ้าเทพแห่งความยากจน” ซึ่งคุณสามารถไปขับไล่เทพแห่งความผู้ยากจนที่อาศัยอยู่ภายในตัวคุณออกไปได้ ศาลเจ้าแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกำจัด “ความยากจน” ในใจค่ะ

slot

“โทริอิ” ซุ้มประตูของชินโตซึ่งทำหน้าที่เป็นประตูผ่านสำหรับเทพ
บทบาทของซุ้มประตูโทริอิในศาลเจ้าชินโตคือ ทำหน้าที่เป็นเขตแดนที่แยกแดนแห่งเทพของศาลเจ้าออกจากโลกภายนอก มีประตูตั้งอยู่ทั้งในและนอกเขตศาลเจ้า ซึ่งก็มาจากความคิดที่ว่าความเข้มข้นและความศักดิ์สิทธิ์ของเขตแดนเทพจะแข็งกล้าขึ้นเมื่อคุณผ่านซุ้มประตูโทริอิแต่ละต้น นอกจากนี้เมื่อจะลอดผ่านโทริอิก็ถือเป็นมารยาทที่ดีที่จะถวายความเคารพแก่เทพเจ้าโดยโค้งคำนับแล้วค่อยเดินลอดประตู และเมื่อจะกลับก็โค้งคำนับอีกครั้งเวลาที่คุณเดินออกจากเขตศาลเจ้าผ่านประตูไปค่ะ และเนื่องจากบริเวณกลางซุ้มประตูโทริเป็นเส้นทางสำหรับให้เทพเจ้าเดินผ่าน จึงเป็นการดีกว่าที่จะเดินหลบไปทางซ้ายหรือขวาค่ะ ประเพณีของคนญี่ปุ่นที่สืบทอดกันมา