คนญี่ปุ่นดื่มอะไรกัน รู้จักเหล้ายอดนิยม 5 ชนิด

ใครกลัวสั่งไม่ถูกมาทางนี้เลย ขอนำประสบการณ์ที่เคยทำงานพิเศษบาร์เครื่องดื่มที่ญี่ปุ่นมาบอกกัน ว่าญี่ปุ่นเค้านิยมดื่มเหล้าอะไรกันบ้างซัก 10 ชนิด เตรียมแก้วรอได้เลย คัมไป!

  1. เหล้าสาเก หรือ นิฮงชู (แปลว่าเหล้าญี่ปุ่น)
    ระดับแอลกอฮอล์:10-20%
    เหล้าสาเก หรือ ไวน์ข้าว เป็นเหล้าที่หมักโดยใช้ ข้าว น้ำ และหัวเชื้อโคจิ (หรือข้าวมอลต์) เป็นส่วนผสมหลัก ที่จะนำมาหมักเพื่อให้เปลี่ยนสภาพเป็นน้ำตาล จากนั้นนําไปหมักกับยีสต์ จนได้รสชาติเฉพาะตัวซึ่งความเปรี้ยว ความนัว นั้นก็จะขึ้นกับปริมาณสัดส่วนของวัตถุดิบที่ว่ามา

jumbo jili

การหมักนิฮงชูนี้ถือเป็นศิลปะเฉพาะตัวอย่างหนึ่งของแต่ละชุมชน จนกลายเป็นอีกหนึ่งสินค้า OTOP ประจำท้องถิ่นที่เรียกว่า Jisake (สาเกท้องถิ่น) ที่ใครไปเมืองไหนก็ต้องหานิฮงชูของเมืองนั้นมาลิ้มลอง โดยปกติคนญี่ปุ่นมักจะเรียกว่านิฮงชูแต่คนต่างชาติจะเรียกว่าสาเก ส่วนวิธีการดื่มก็จะดื่มได้ทั้งแบบร้อน แบบเย็น หรือแบบอุณหภูมิปกติ แล้วมักจะดื่มแบบเพียวๆเน้นๆ เรียกว่าเหล้าที่คู่ควรสำหรับสายแข็งอย่างแท้จริง!

  1. โชจู (Shochu) และ อะวาโมริ (Awamori)
    ระดับแอลกอฮอล์:25-40%
    อีกหนึ่งชนิดเครื่องดื่มที่อยากให้สายแข็งลองมาดวลกัน เพราะโชจูคือเหล้าอีกชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นดื่มกันมาตั้งแต่อดีตรองจากสาเก แต่มีระดับแอลกอฮอล์สูงกว่าสาเกญี่ปุ่นเป็นเท่าตัว เรียกว่างานนี้ไม่สตรองจริงเป็นต้องคอพับคออ่อนนอนหน้าสถานีรถไฟเป็นแน่

สล็อต

โชจูเป็นเหล้ากลั่นที่ทำมาจาก ข้าว มันเทศ ข้าวสาลี และน้ำตาลอ้อย โดยปกติมักเสิร์ฟแบบใส่น้ำแข็ง โดยผสมกับน้ำ, น้ำผลไม้, น้ำอัดลม

ส่วนอะวาโมริเป็นโชจูของ Okinawa ที่จะมีความแตกต่างจากโชจูปกติก็ตรงที่จะใช้เม็ดข้าวที่เล็กยาวแบบไทยแทนข้าวเม็ดสั้นแบบญี่ปุ่น และใช้หัวเชื้อโคจิมอลต์ดำพื้นเมืองแบบ Okinawa และมักจะเสิร์ฟมาในไห ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามชอบนะจ๊ะ

  1. วิสกี้ (Whisky)
    ระดับแอลกอฮอล์:40-43%

สล็อตออนไลน์

แม้จะเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นอายของตะวันตกแต่ วิสกี้เครื่องดื่มสีอำพันก็ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ด้วยความพิถีพิถันในการนำธัญพืชเช่นข้าวบาร์เลย์, ข้าวไรย์, ข้าวโพด และอื่นๆมาหมัก แล้วใช้เอนไซม์จากมอลต์มาเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาล ก่อนจะนำมากลั่นออกมาด้วยอุณหภูมิสูง จนได้ออกมาเป็นวิสกี้ที่มีระดับแอลกอฮอล์สูงลิ่วนำหน้าน้ำเมาทุกชนิด แต่ก็มีความน่าหลงใหล นำไปเจือจางกับอะไรก็อร่อย

ส่วนวิธีการดื่มวิสกี้ของคนญี่ปุ่นนั้น ก็จะมีเพียวๆไม่ใส่น้ำแข็ง (straight) วิสกี้ใส่น้ำแข็ง (on the rock) วิสกี้ผสมน้ำและใส่น้ำแข็ง (Mizuwari) วิสกี้ผสมจินและวอดก้า วิสกี้ผสมโซดาและใส่น้ำแข็ง (Haibōru) แบบหลังเป็นที่นิยมดื่มกันมาก โดยเฉพาะคนที่เริ่มต้นมาเดินทางสายนี้ เพราะดื่มง่ายสุดละ

ส่วนใหญ่วิสกี้จะบรรจุในขวดแก้วสุดหรูหรา น่าเอาไปเป็นของฝากหนุ่มๆนัก สามารถสั่งมาดื่มหรือหาซื้อได้ตามร้านอาหารและร้านเหล้าทั่วไป แถมเดี๋ยวนี้เค้ามี Haibōru ขายเป็นกระป๋องแล้วด้วยนะ ระดับแอลกอฮอล์ก็ต่ำลงมาเหลือ 5-7 % ด้วย ใครอยากลองจะได้ไม่ต้องคิดเยอะ ชิมขำๆได้แม่ไม่ว่า (มั้ง)

jumboslot

4.เบียร์ (Beer)
ระดับแอลกอฮอล์:4-5.5%
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก เพราะดื่มง่ายไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรมาก หากจะเริ่มต้นชนแก้วในวง คนญี่ปุ่นจะเริ่มชนด้วยเบียร์หรือเบียร์สดเสมอๆ เบียร์ของที่ญี่ปุ่นจะมีส่วนผสมหลักคือข้าวบาร์เล่ย์ที่ถูกนำไปหมักจนได้เป็นมอลต์ จากนั้นจึงผสมยีสต์เพื่อเปลี่ยนน้ำตาลในมอลต์เป็นแอลกอฮอลล์จึงได้เป็น ‘เบียร์’

ซึ่งเบียร์แท้นั้นต้องมีมอลต์ในปริมาณที่กำหนด (มีมากกว่า 2 ใน 3 ของวัตถุดิบหลัก) แต่ด้วยภาษีที่ผู้ผลิตต้องเสียแพง ทำให้เบียร์มีราคาสูงตามไปด้วย สำหรับเบียร์ยี่ห้อดังและนิยมดื่มกันบ่อยๆก็จะมี Asahi, Santory, Kirin หรือ Sapporo เป็นต้น

5.ฮัปโปชู (Happoshu)
ระดับแอลกอฮอล์:3-8%

slot

ฮัปโปชูแปลตรงตัวว่า “เหล้าที่มีฟอง” ก็ถือเป็นเบียร์ชนิดหนึ่งที่มีความเอาใจสายอ่อน เพราะฮัปโปชูคือเบียร์ที่ผสมมอลต์อยู่ในปริมาณน้อยกว่า จึงทำให้มีรสชาติที่เบากว่าเบียร์ โดยวัตถุประสงค์ของฮัปโปชูนอกจากจะเป็นการสร้างกลุ่มสินค้าใหม่ๆ ดยเปลี่ยนระดับความเข้มแล้ว ในญี่ปุ่นการที่มีมอลต์น้อยกว่าก็ยังมีผลทางภาษีอีกด้วย ทำให้ฮัปโปชูมีการเก็บภาษีที่ถูกกว่าเบียร์ ฉะนั้นถ้าคุณอยากดื่มเบียร์แต่งบน้อยก็ให้สอยเจ้าฮัปโปชูมาแทนได้เลย

นอกจากนี้ก็ยังมีเบียร์อีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า ฮัปโปเซอิ (Happosei) หรือ Third Beer (เบียร์อันดับที่ 3) เป็นเบียร์ที่ไม่มีส่วนผสมของมอลต์เลย แต่ใช้วัตถุดิบเป็นข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง หรือมันฝรั่งในการผลิตแทน เป็นเบียร์รุ่นหลานที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมีรสชาติของผลไม้หรือรสหวานอื่นๆนอกเหนือจากรสเบียร์ปกติ แถมมีราคาถูกกว่าด้วย อันนี้ น่าจะเหมาะกับสายแบ๊วๆใสๆอย่างเราที่สุดแล้วล่ะ (ถามจริ๊ง…) อยากลองก็ต้องไปลองกันครับ

9 ประโยคน่าจดจำและเอาไปใช้ในร้านอิซากายะ

ถ้ามีโอกาสได้ไปในร้านอิซากายะแล้วล่ะก็ อย่างน้อยๆ ก็ต้องได้ยินประโยคเหล่านี้กันมาบ่อยๆ ไม่ว่าจะจากโต๊ะข้างๆ หรือโต๊ะเดียวกันเอง วันนี้เรารวบรวมประโยคสุดฮิต ที่ถ้าเหยียบเข้าไปในร้าน จะต้องได้ยินคำเหล่านี้แน่ๆ และเพื่อให้เข้าใจความหมาย และใช้ได้อย่างถูกต้อง วันนี้เรามาดูกันเลยว่ามีคำว่าอะไรกันบ้าง

  1. Biiru nomu hito ? (ビール飲む人?) ใครดื่มเบียร์บ้าง
    เป็นที่แน่นอนว่า เข้าไปในร้านอิซากายะ ก็ต้องสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มกันให้ชื่นใจ แต่ว่าไม่ใช่ทุกคนน่ะสิ ที่จะสามารถลิ้มรสเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ยกตัวอย่างเช่น คนที่แพ้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ตามกฎหมายญี่ปุ่นระบุว่าต้องมีอายุ 20 ปีจึงจะดื่มได้) ดังนั้นก็จะมีประโยคเช่น

jumbo jili

ビール飲む人?(Biiru nomu hito) ใครดื่มเบียร์บ้าง
水飲む人?(Mizu nomu hito) ใครดื่มน้ำบ้าง
ソフトドリンク飲む人?(Sofuto dorinku nomu hito) ใครดื่มซอฟดริงค์บ้าง
โดยถึงแม้ว่า ถ้าไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอิซากายะ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะครับ เพราะบางที ถ้านำรถยนต์ส่วนตัวมาก็จำเป็นจะต้องมีคนขับรถไว้ด้วย ยังไงซะ เมาไม่ขับ ก็เป็นสิ่งจำเป็นนะ

สล็อต

  1. Toriaezu Nama (とりあえず生)ก่อนอื่นก็เบียร์สด
    ถือเป็นประโยคยอดฮิตตามร้านอิซากายะเลยครับ ว่าก่อนอื่นเลยก็ต้องนามะ หรือ นามะบีรุ ภาษาไทยก็คือเบียร์สดนั่นเอง ด้วยรสชาติดับกระหายหลังจากเดินหาร้านนานๆ ใครที่อยากลองสั่งออเดอร์เป็นภาษาญี่ปุ่น ประโยคนี้ถือเป็นประโยคเบสิกที่สุดเลย อย่าลืมเอาไปลองใช้พูดกันนะ
  2. Kampai !! (乾杯)ชนแก้ว
    น่าจะเป็นคำที่เราคุ้นเคยกันอยู่อีกคำหนึ่ง เมื่อถึงเวลาชนแก้ว ทุกคนก็จะยกแก้วของตัวเองขึ้นมา แล้วพูดพร้อมๆกันว่า คัมไป !!! หลังจากทำงานมาเหนื่อยๆ การที่ได้ดื่มเครื่องดื่มพร้อมกับเพื่อนร่วมงานก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการพักผ่อนเช่นกันนะ

สล็อตออนไลน์

  1. Menu wo Kudasai (メニューをください)ขอเมนูด้วยครับ/ค่ะ
    ถ้าไม่มีเมนู อาจจะสั่งอาหารลำบากกันแน่ๆ ถึงแม้ว่าตามร้านอิซากายะจะมีป้ายแขวนเมนูอยู่ตามร้าน แต่บางทีเราก็อยากดูเมนูอื่นๆด้วย ประโยคนี้ไม่ได้ใช้ได้กับแค่เมนูอย่างเดียวนะ แค่เปลี่ยนคำว่าเมนูข้างหน้า เป็นคำอื่นเช่น โอะฮิยะ หรือ น้ำเย็น ก็สามารถสั่งอย่างอื่นได้แล้ว ง่ายใช่ไหมล่ะ
  2. Osusume wa? (おすすめは?) มีอะไรแนะนำบ้าง
    เมนูในร้านอิซากายะ มีมากมายมหาศาล ไอ้ครั้นจะไปนั่งดูเมนูทีละอย่างก็เห็นเวลาจะหมดซะก่อน ก็ต้องใช้คำนี้เลย ยิ่งบางร้านที่เป็นร้านที่ไม่ใช่ร้านแฟรนไชน์ ก็จะมีเมนูแนะนำพิเศษ หรือตามฤดูต่างๆ วัตถุดิบก็จะมีไม่เหมือนกันด้วย ก็ยิ่งทำให้เจอของอร่อยๆได้ง่ายขึ้นจริงไหม

jumboslot

  1. Kore kudasai (これください) เอาอันนี้
    เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเลือกสั่งอาหาร ยิ่งเป็นอาหารที่ชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ยิ่งพลาดอ่านผิดได้ง่ายๆอีก โดยคำว่า โคเระ (これ) แปลว่า อันนี้ และ คุดาไซ ก็เหมือนกับที่อธิบายไปก่อนหน้านี้คือ เป็นคำขอ เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอ่านชื่อเมนูผิดแล้ว แค่ชี้ให้เขาดู แล้วก็พูดตามคำนี้เท่านั้นเอง
  2. o-tearai wa? (お手洗いは?) ห้องน้ำอยู่ทางไหน
    แหม่ ดื่มมาเยอะๆก็ต้องปลดทุกข์เป็นเรื่องปกติ ว่าแต่ห้องน้ำอยู่ทางไหนล่ะ ก็ต้องใช้ประโยคนี้ถามเลยถ้าหาไม่เจอ นอกจากคำว่า o-tearai แล้ว ยังมีคำว่า โทอิเระ (トイレ) ที่แปลว่าห้องน้ำเช่นกัน ก็ยังสามารถใช้ได้นะ แต่คำว่า โอะเทอาไร จะเป็นคำที่ดูสุภาพกว่า

slot

  1. Mou Ippai (もう一杯) ขออีกแก้ว
    เบียร์เย็นๆ หมดแก้วแล้วทำยังไงดี เรียกพนักงานแล้วสั่งเลย โมว อิปไป จังหวะจะได้ต่อเนื่อง อย่าลืมเช็คคนข้างๆด้วยล่ะ ว่ายังอยากต่ออีกแก้วหรือเปล่าแล้วรีบสั่งต่อเลย
  2. Kaikei Onegaishimasu (会計お願いします) คิดเงินด้วยครับ/ค่ะ
    พออิ่มกันได้ที่ ก็ถึงเวลาคิดเงิน แค่เรียกพนักงาน แล้วบอกว่า ไคเค โอเนไกชิมัส เพื่อเป็นการบอกว่า ขอคิดเงินด้วย
    นอกจากนี้ ก็ยังมีคำว่า เชคคุ โอเนไกชิมัส チェックお願いします ซึ่งก็มีความหมายเดียวกัน
    ส่วนเรื่องใครจ่ายเงินนั้น ก็คิดกันให้เสร็จสรรพเรียบร้อยก่อนล่ะ ในบางที ก็มีกรณีที่มีคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ สมัยนี้ก็มีแอพลิเคชั่นที่เอาไว้ใช้คำนวณรายจ่ายแยกกันด้วยแล้วนะ

เห็นไหมว่า ภาษาญี่ปุ่นในร้านอิซากายะ ไม่ยากเลย ถ้าได้ลองมาเที่ยวญี่ปุ่น ก็ลองฝึกคำพวกนี้ไว้ใช้พูดดูนะ คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

6 มารยาทน่ารู้ในการดื่มกับคนญี่ปุ่น

คนไทยเราบางทีก็อาจจะสบายๆ เพราะการไปดื่มหรือไปปาร์ตี้ถือว่าเป็นการผ่อนคลายอีกอย่างหนึ่ง แต่คนญี่ปุ่นเวลาไปดื่มที่ร้านกินดื่ม บางทีก็ไปในฐานะงาน บางทีก็ไปเพื่อรู้จักลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานใหม่ๆ คนญี่ปุ่นจึงต้องมีมารยาทในวงเหล้า และมีกฏเล็กๆ น้อยๆ ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ถ้ารู้และปฏิบัติตามได้ จะช่วยให้การเข้าสังคมเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น

jumbo jili

  1. เบียร์
    เบียร์เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของญี่ปุ่นเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ เวลาไปกินดื่มตามร้านกับเพื่อนฝูงหรือคนในที่ทำงาน คนญี่ปุ่นนิยมสั่งเบียร์เป็นอย่างแรกของการดื่ม โดยจะสั่งขวดใหญ่ แล้วรินใส่ในแก้วเล็กๆ แชร์กันหลายๆ คน
  2. การรินเบียร์
    ที่ญี่ปุ่น การที่ผู้หญิงรินเครื่องดื่มถือว่าเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่ง เหมือนกับที่ผู้ชายเปิดประตูให้ผู้หญิง อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นรุ่นน้อง จะต้องรินเบียร์หรือเหล้าสาเกให้รุ่นพี่หรือหัวหน้า โดยไม่เกี่ยงว่ารุ่นพี่หรือหัวหน้าของคุณจะเป็นเพศใดก็ตาม คุณก็ต้องรินเบียร์ หากมาในฐานะนักธุรกิจก็จะต้องรินให้ลูกค้า ส่วนในงานปาร์ตี้ ทุกคนก็จะรินให้เจ้าของงาน เป็นต้น

สล็อต

  1. เวลามีคนรินเครื่องดื่มให้
    เวลามีคนรินเครื่องดื่มให้ เราจะต้องประคองแก้วให้เอียงในองศาที่รินง่าย ด้วยสองมือ เหมือนเป็นการเกรงใจนิดๆ นอกจากนี้ ปกติแล้วจะต้องรินกลับให้ด้วย ฉะนั้นเวลาอยากจะเติมเครื่องดื่มของตัวเอง ให้เติมให้คนอื่นก่อน แล้วคนนั้นจะเติมกลับให้เรา เป็นมารยาทของญี่ปุ่น

สล็อตออนไลน์

  1. วิธีรินเครื่องดื่ม
    วิธีรินเครื่องดื่มแบบญี่ปุนก็มีแพทเทิร์นอยู่ คือให้ถือขวดด้วยสองมือ และรอเจ้าของแก้วถือแก้วขึ้นมาก่อน หรือถ้าหากเขาไม่ถือ (บางทีอาจจะไม่ทันสังเกต) สามารถรินให้เลยได้ ที่ญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องรินตามลำดับอายุหรืออายุงาน แต่คนที่อายุน้อยที่สุดหรือเป็นเด็กใหม่ต้องเป็นคนริน โดยให้วนรินตามเส้นทางที่สะดวกได้เลย

jumboslot

  1. คัมไป!
    ตอนได้รับเครื่องดื่มแล้วอย่างพึ่งจิบหรือดื่มเลย ให้รอเครื่องดื่มของคนอื่นๆ มาให้คนทุกคนก่อน จากนั้นก็ คัมไป! ชนแก้วกันก่อนที่จะกิน คัมไปแปลตรงตัวได้ว่า หมดแก้ว แต่ไม่ต้องกินหมดก็ได้
  2. มารยาทเหล่านี้จริงจังแค่ไหน?
    โดยปกติแล้วถ้าเเพื่อป็นการดื่มการติดต่อธุรกิจ มารยาทเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นต้องปฏิบัติตามมากๆ แต่ถ้ากินกันในหมู่เพื่อนๆ ส่วนใหญ่กฏเหล่านี้จะใช้กันแค่แก้วแรกแก้วเดียว หลังจากทุกอย่างเริ่มเบลอแล้วก็ดู

slot

เหมือนว่าความเฮฮาจะเข้ามาแทนที่และกฏเหล่านี้ก็ไหลออกนอกหน้าต่างไป

การปฏิบัติตามกฏเหล่านี้ในวงเหล้าถือเป็นรสนิยมที่ดีอย่างหนึ่ง ถ้าคนได้มีโอกาสไปดื่มกับคนญี่ปุ่นแล้วปฏิบัติตามได้ก็จะเจ๋งมากๆ ในสายตาคนญี่ปุ่นเลยล่ะ คนญี่ปุ๋นจะทำตามวัตนธธรรมของเขาแบบเค่งคัดเสมอ

รู้รอบเรื่องยากิโทริ(ไก่ย่าง)ของญี่ปุ่น

สงสัยกันหรือไม่ว่า ยากิโทริหรือ Yakitori ที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ตามร้านอาหารญี่ปุ่นนั้นมันคืออะไร มีความหมายว่าอะไร อร่อยถูกปากคนไทยหรือไม่ มีวิธีการทานอย่างไร รู้รอบเรื่อง Yakitori (ยากิโทริ) ไก่ย่างของญี่ปุ่นมีคำตอบให้ที่นี่!

Yakitori หรือยากิโทริคืออะไร
แฟนๆอาหารญี่ปุ่นคงเคยลิ้มลองความอร่อยหรือเคยได้ยินชื่อเมนูยากิโทริ (Yakitori) ในบ้านเรากันมาไม่น้อย ยากิโทริ ถ้าให้เปรียบกับอาหารไทยของเรานั้น ยากิโทริก็คือไก่ย่างนั่นเอง โดยยากิโทริเป็นเนื้อไก่ชิ้นพอดีคำ นำมาเสียบไม้ ปรุงรสเล็กน้อย มักนำไปปิ้งบนเตาถ่านจนสุกและเสิร์ฟมาบนจานๆละสองสามไม้เป็นต้น

jumbo jili

ปัจจุบันร้านที่ขายยากิโทริทั่วไป เหมารวมเมนูยากิโทริเป็นอาหารประเภทปิ้ง ย่าง ไม่ได้มีเฉพาะเฉพาะส่วนของเนื้อไก่ เท่านั้น แต่ยังมีส่วนอื่นๆ เช่น เครื่องในต่างๆ ปีกไก่ หรือลูกชิ้น นอกจากร้านที่ขายยากิโทริโดยเฉพาะแล้ว ยากิโทริก็เป็นเมนูที่พบเห็นได้ทั่วไปตามร้านอาหารอื่นๆหรือแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อ สามารถหาทานได้มากโดยเฉพาะร้านสไตล์กินดื่มที่มีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์ ที่มักมีลูกค้าขาประจำอย่างเหล่าซาลารี่แมน (พนักงานบริษัท) มักแวะมาทานไก่ย่างคู่กับเหล้าเวลาสังสรรค์กันนั่นเอง

ยากิโทริ ภาษาญี่ปุ่นแปลว่าอะไร
ยากิโทริ (Yakitori) มาจากคำญี่ปุ่นสองคำผสมกัน นั่นคือคำว่า ยากิ (焼き) ที่แปลว่าย่าง และคำว่า โทริ (鳥) ที่แปลว่าไก่ รวมสองคำเมนูยากิโทริที่เราทานกันก็คือ ไก่ย่างนั่นเอง
นอกจากนี้ คำว่า ยากิ (焼き) ยังมักเจอในเมนูอื่นๆที่เราคุ้นหูกันบ้าง เช่น ยากินิคุ (焼肉) ซึ่งคำว่า นิคุ (肉) แปลว่าเนื้อ รวมแล้วคือเนื้อย่าง หรืออาหารปิ้งย่างที่หลายคนชอบทานกันนั่นเอง ส่วนคำว่าโทริ (鳥) ที่แปลว่าไก่ก็ปรากฏในชื่ออาหารอื่นๆ เช่นคำว่าอาเกะโดริ (揚げ鶏) ที่แปลว่าไก่ทอดเป็นต้น

สล็อต

ประเภทของยากิโทริ
ยากิโทริมีหลากหลายชนิดมาก ที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น

  1. Momo (もも)
    Momo คือเนื้อไก่ส่วนสะโพก หรือเนื้อบริเวณต้นขา ใครที่อยากทานเนื้อแน่นๆนุ่มๆละก็ต้องลองแบบนี้เลย
  2. Kawa (皮)
    Kawa คือหนังไก่ย่างนั่นเอง หนังไก่ติดมันย่างจนกรอบได้ที่
  3. Reba (レバー)
    Reba คือส่วนของตับ เป็นคำที่เพี้ยนเสียงมาจากภาษาเยอรมันหรืออังกฤษนั่นเอง (คล้ายทั้งคำภาษาอังกฤษว่า Liver หรือคำภาษาเยอรมันว่า Leber ก็คล้ายเหมือนกัน) ได้รสชาติเข้นข้นกรุบๆของตับ

สล็อตออนไลน์

  1. Negima (ねぎま)
    เนกิ (Negi) ในภาษาญี่ปุ่น คือต้นหอม ดังนั้นยากิโทริชนิดนี้คือไก่(มักเป็นบริเวณสะโพก) เสียบไม้สลับกับต้นหอมนั่นเอง
  2. Tsukune (つくね)
    Tsukune คือเนื้อไก่บด อาจผสมผักต่างๆ,ไข่ หรือกระดูกอ่อนให้ได้ความรู้สึกกรุบๆ อาจแตกต่างตามสูตรแต่ละร้าน หรือจะเรียกง่ายๆว่าเป็นลูกชิ้นไก่ปรุงรสก็ว่าได้
    นอกจากนี้ยากิโทริยังมีอีกหลากหลายประเภท ผสมกับผักหรือเครื่องเคียงชนิดต่างๆ เช่น Tebasaki (手羽焼き) หรือปีกไก่ย่าง, Nankotsu (なんこつ) หรือเอ็นไก่ย่าง, Mentaiko Yakitori (明太子 焼き鳥) หรือไก่ย่างราดด้วยไข่ปลาเมนไทโกะ (ไข่ปลาค็อดรสเผ็ด) ก็เข้ากันได้ดี
    ซอสยากิโทริ
    หลายคนติดใจความอร่อยของยากิโทริ วิธีการทำก็ง่ายมากๆ ใช้เครื่องปรุงเพียงไม่กี่อย่างแถมรวมแล้วต้นทุนก็ไม่แพงอีกด้วย หากใครอยากลองทำยากิโทริกินเองดูละก็ ต้องเริ่มจากซอสนี่ละ
    ตัวอย่างส่วนประกอบซอสยากิโทริ
    น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
    โชยุ 5 ช้อนโต๊ะ
    มิริน(เหล้าหวานญี่ปุ่น) 1 ช้อนโต๊ะ
    เหล้าสาเกสำหรับทำอาหาร 1 ช้อนโต๊ะ

jumboslot

วิธีทำ

  1. นำส่วนผสมทั้งหมดเคี่ยวไฟอ่อนจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน (ระวังอย่าใช้ไฟแรง เพราะจะทำให้ไหม้ได้ง่าย) เคล็ดลับคืออาจผสมส่วนผสมทั้งหมดก่อนตั้งไฟ ให้น้ำตาลละลายกับส่วนผสมอื่นๆเล็กน้อยก่อน จะได้ไม่ไหม้ติดหม้อได้ง่าย
  2. เมื่อได้ซอสยากิโทริแล้วให้นำเนื้อไก่ (หรือเนื้อส่วนอื่นๆ)ที่เตรียมไว้หมักเป็นเวลา 30 นาที
  3. เมื่อซอสเข้าเนื้อได้ที่ ก็นำไปเสียบไม้
  4. นำไปย่างด้วยไฟอ่อน ระหว่างย่างก็ทาซอสยากิโทริที่เตรียมไว้ จนสุกได้ที่
    สำหรับใครที่อยากได้รสสัมผัสกรุบกรอบและความหอมที่มากขึ้น อาจใส่งาขาวในซอสยากิโทริก็ได้เช่นกัน

ร้านยากิโทริ
ร้านยากิโทริ มีตั้งแต่ร้านระดับพรีเมียมที่จะมีเชฟเตรียมวัตถุดิบปิ้งกันหน้าเคาเตอร์ที่ลูกค้านั่ง ให้ลูกค้าทานไปนั่งชมความพิถีพิถันของเชฟในการปรุงอาหารไปด้วย (ใครที่นึกภาพไม่ออก ร้านสไตล์นี้คล้ายร้านซูชิที่เชฟจะปั้นข้าวปั้นและแล่เนื้อปลาให้ดูระหว่างทานอาหาร) ไปจนถึงร้านทั่วไปและร้านประเภทแผงลอย ราคานั้นก็ต่างๆกันไป แบบถูกๆขายกันตั้งแต่ไม้ละไม่ถึงร้อยเยนจนที่หรูๆบางทีก็ไม้ละหลายร้อยเยน

slot

ร้านยากิโทริได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะโดยทั่วไปมักเป็นร้านที่มีบรรยากาศเป็นกันเอง หาง่าย และราคาก็ไม่แพง จะมาทานคนเดียวก็ไม่เคอะเขิน หรือจะมาเป็นกลุ่มสังสรรกับเพื่อนก็สามารถพูดคุยเสียงดังได้ ไม่ต้องพิธีรีตองมากก็ได้เช่นกัน นอกจากร้านที่ร้านขายยากิโทริโดยเฉพาะแล้ว ยากิโทริก็มักจะมีขายที่ร้านอิซากายะ (居酒屋) หรือร้านกินดื่มสไตล์ญี่ปุ่น เพราะรสชาติยากิโทรินั้นเข้ากันได้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกับแกล้มอื่นๆได้เป็นอย่างดี

สรุป
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ท้องร้องกันหรือเปล่าเอ่ย^^
ยากิโทริที่เรามักทานกันนั้นแท้จริงแล้วที่ญีปุ่นเขามีหลากหลายชนิด หลากหลายแบบให้เลือก หรือจะทานคู่กับผักและเครื่องเคียงต่างๆไม่ได้มีแค่เนื้อไก่ชิ้นเสียบไม้ที่เรามักพบเห็นกัน ใครมีโอกาสก็มาลองลิ้มชิมรสยากิโทริแบบญีปุ่นแท้ๆกันดูนะคะ รับรองว่าจะติดใจ คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก