รู้จักกับอาหารเส้นหลากชนิดของญี่ปุ่น

โซบะ อุด้ง ราเม็ง ชิโอะราเม็ง มิโสะราเม็ง โชยุราเม็ง ทงคตสึราเม็ง ชิราทากิ มาเสะโซบะ อาบุระโซบะ รวมประวัติอาหารเส้นของญี่ปุ่นหลากชนิดที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมเด็กเส้นต้องไปญี่ปุ่น

  1. โซบะ (Soba/そば)
    เส้นโซบะ มีส่วนผสมหลักจากเมล็ดโซบะที่ได้จากต้นโซบะ เป็นพืชที่มีต้นกำเนิดจากประเทศจีนแถบมณฑลยูนนานไปจนรอบๆเทือกเขาหิมาลัย เชื่อว่าเข้ามาในญี่ปุ่นช่วง”ยุคโจมง”ของญี่ปุ่น และเป็นพืชชนิดเดียวกับที่ในยุโรปเรียกว่า ต้นบักวีต แต่การนำโซบะมาทำเส้นนี้ ถือกันว่ากำเนิดที่ประเทศญี่ปุ่นโดยแท้จริง ต่างจากเส้นราเมง เส้นอุด้ง ที่พบเห็นของคล้ายกันได้ในหลายประเทศในทวีปเอเชียค่ะ

jumbo jili

ลักษณะของเส้นโซบะ
มีขนาดเล็ก แบนประมาณก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กของไทย มีสีน้ำตาลซึ่งได้มาจากเมล็ดโซบะ หลายคนคิดว่า เส้นโซบะทั้งหมดทำมาจากแป้งโซบะ 100% แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ค่ะ หลายชนิดในเส้นโซบะจะผสมแป้งสาลี 10%~50% เพื่อช่วยให้แป้งจับตัวกันค่ะ ส่วนผสมของแป้งสาลีจะเป็นตัวกำหนดชนิดของเส้น ซึ่งมีชื่อเรียกต่างกันออกไป เส้นโซบะที่ใช้แป้งโซบะล้วนๆ 100% เรียกว่า Juwarisoba (十割そば) ต้องใช้เทคนิคขั้นสูงในการทำ ราคาแพงกว่า เส้นหอมกลิ่นโซบะชัดเจนค่ะ
เป็นชื่อเรียกรวมๆ ของโซบะที่ทานร้อนค่ะ เสิร์ฟในชามพร้อมน้ำซุปร้อนๆ ใส่เครื่องหรือไม่ใส่ก็ได้ เช่นผัก เนื้อสัตว์ ใส่เทมปุระก็ได้ ซุปมีรสเค็มนำหวานตาม เป็นความหวานที่ได้จากน้ำสต๊อกญี่ปุ่นหรือผักที่ใช้ต้มซุปค่ะ เนื้อสัตว์ที่ใช้มีทั้งเป็ด ไก่ หมู และเนื้อวัว หรือจะเอาเนื้อมาทำเป็นเทมปุระก็ได้
จังหวัดที่มีชื่อเสียงมากเรื่องโซบะ คือ จังหวัดนางาโนะ ค่ะ เพราะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีสภาพอากาศที่เหมาะสมกับการเพาะปลูกต้นโซบะ มีทุ่งโซบะที่เปิดรับนักท่องเที่ยว พร้อมร้านโซบะมากมายให้เลือกรับประทาน และบางร้านยังมีคอร์สสอนให้ลองทำเส้นโซบะเองด้วยนะคะ หากได้ไปรับประทานโซบะที่ร้านขอแนะนำเมนูเทมปุระกับข้าวหน้าหมูด้วยค่ะ เพราะทางร้านจะใช้แป้งโซบะทำ ซึ่งอร่อยเป็นเอกลักษณ์ของร้านโซบะค่ะ

  1. อุด้ง (udon/うどん)
    อุด้ง มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน เข้ามาญี่ปุ่นช่วงยุคเฮอัง (ค.ศ. 794 – ค.ศ. 1185) และเริ่มเป็นที่แพร่หลายทั่วญี่ปุ่นในยุคเอโดะ (ค.ศ.1603 – ค.ศ.1868) ค่ะ

สล็อต

ลักษณะเส้นอุด้ง
ทำมาจากแป้งสาลี มีสีขาว หนา ค่อนข้างเป็นเหลี่ยมและยาว คุณสมบัติเฉพาะคือตัวเส้นจะเหนียวนุ่มและหนึบมาก เส้นอุด้งที่ดีและอร่อยต้องเหนียบหนึบค่ะ การที่จะทำให้เส้นอุด้งเป็นอย่างนี้ได้อยู่ที่การนวดแป้งนั่นเอง ที่เป็นงานที่ใช้แรงมาก ในอดีตมีการใช้เท้าเหยียบเพื่อนวดอุด้งด้วยนะคะ
“อุด้ง” รับประทานได้ทั้งร้อนและเย็น แบ่งได้ 3 ประเภทค่ะ
(1) ซารุอุด้ง วิธีรับประทานคล้ายโซบะเย็น ต่างกันที่อุด้งกินกับขิง จะไม่กินกับวาซาบิค่ะ
(2) บุคคาเคะอุด้ง อุด้งเย็นที่มีกับวางบนเส้นแล้วราดซุปลงไปพอขลุกขลิก แต่ชนิดของกับข้าวจะน้อยกว่าโซบะค่ะ
(3) คาเคะอุด้ง อุด้งร้อน ปัจจุบันมีการดัดแปลงชนิดของน้ำซุปที่หลากหลายมากกว่าโซบะ นอกจากน้ำซุปใสที่หลายคนรู้จัก ก็มีซุปแกงกะหรี่ที่นิยมมากค่ะ

ทั้งนี้ที่จริงแล้วชื่อเรียกของอุด้งยังแยกประเภทย่อยมากกว่านี้แตกต่างกันขึ้นอยู่กับอาหารที่วางบนเส้นอุด้งและลักษณะเส้นค่ะ
จังหวัดคางาวะถือเป็นจังหวัดอุด้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น เพราะเป็นต้นตำรับของการทำอุด้ง อุด้งที่นี่เรียกว่า “ซานุกิอุด้ง” เส้นเหนียวนุ่ม นวดด้วยเท้า แต่เพื่อด้วยสุขอนามัย ปัจจุบันใช้การนวดด้วยมือแทนค่ะ
อันดับที่ 2 คือ อุด้งของจังหวัดอากิตะ เรียกว่า “อินานิวะอุด้ง” มีเส้นยืดหยุ่น ใช้วิธียืดแป้งให้เป็นเส้นแทนการตัดค่ะ นิยมทำอุด้งเย็นแกงกะหรี่หรือ “คาเรอุด้ง” เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีอันดับ 3 ซึ่งมีอยู่ 3 จังหวัด คือ จังหวัดโทะยะมะ “ฮิมิอุด้ง”
และจังหวัดอื่นๆ เช่นกุนมะก็มี “มิซูซาวะอุด้ง” และ จังหวัดนะงะซะกิ “โกโตอุด้ง” ค่ะ ทั้งนี้ชนิดของอุด้งทั้งหมด ทั่วประเทศญี่ปุ่นมีมากกว่า 30 ชนิด

สล็อตออนไลน์

  1. ราเม็ง (ramen/ラーメン)
    ราเม็งมีต้นกำเนิดในประเทศจีน เข้ามาญี่ปุ่นโดยชาวจีนอพยพในช่วงยุคสมัยเอโดะ และเริ่มเป็นที่รู้จักในยุคสมัยเมจิเมื่อมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาอาศัยอยู่ญี่ปุ่นมากขึ้น มีร้านอาหารจีนเริ่มเปิดมากขึ้น เช่นที่ไชน่าทาวน์เมืองโยโกฮาม่า หรือไชน่าทาวน์นางาซากิ ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศญี่ปุ่นค่ะ
    ราเม็งญี่ปุ่น เส้นทำจากแป้งสาลี มีสีเหลืองคล้ายเส้นบะหมี่ของไทย แต่รสชาติต่างกันเพราะไม่ใส่ไข่ไก่หรือใส่ไข่ไก่ในปริมาณน้อยกว่าค่ะ มีส่วนผสมของน้ำด่าง หรือ ก๋านโส่ (かんすい) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญให้แป้งออกมาเป็นราเม็งค่ะ ลักษณะเส้นมีทั้งเส้นตรงและหยัก ซึ่งรอยหยักเกิดจากการขยุ้มเส้นก่อนนำไปต้มค่ะ
    เอกลักษณ์ของราเม็งญี่ปุ่นอยู่ที่น้ำซุป ซึ่งแบ่งได้ 4 ประเภท ดังนี้
    3.1 โชยุราเม็ง (shoyu ramen/しょうゆラーメン)
    โชยุราเม็งมีมาตั้งแต่ยุคสมัยเมจิ ตัวซุปทำจากโชยุผสมกับน้ำซุปใสที่เคี่ยวจากไก่ ซุปญี่ปุ่นจากคัตสึโอะบุชิ สาหร่ายคอมบุ และผักสดอย่าง กระเทียม ต้มหอมญี่ปุ่น หัวหอมใหญ่และแครอท น้ำซุปที่ได้จึงมีสีเข้มรสชาติกลมกล่อมและหอมโชยุ มีท็อปปิ้งที่เรียบง่าย ด้วย (1)หมูชาชู (2)หน่อไม้เมมมะ และ (3)ต้นหอมญี่ปุ่นซอย ค่ะ

ร้านราเม็งหลายร้าน มีป้ายหน้าร้านว่า ”ซูกะโซบะ” (แปลว่า โซบะสไตล์จีน) ซึ่งก็คืออีกชื่อหนึ่งของโชยุราเม็งค่ะ ส่วนชนิดของโชยุราเม็งมีมากมายแบ่งตามวัตถุดิบที่ใช้ปรุงซุปและท็อปปิ้ง ส่วนใหญ่มีชื่อเรียกตามชื่อจังหวัดหรือชื่อเมืองค่ะ ร้านโซยุราเม็งแห่งแรกของญี่ปุ่นเชื่อว่าอยู่ที่ย่านอาซาคุสะ กรุงโตเกียว แต่โชยุราเม็งที่มีชื่อเสียงสุดอยู่ที่จังหวัดฮอกไกโดคือ “อาซาฮิกาวะราเม็ง” (旭川ラーメン) ของเมืองอาซาฮิกาวะ

jumboslot

3.2 มิโสะราเม็ง (miso ramen/味噌ラーメン)
มิโสะราเม็งตัวเส้นจะหนาใหญ่ ตัวซุปเข้มข้น ใช้มิโสะนำไปผัดจนมีกลิ่นหอมแล้วผสมกับน้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกหมูหรือไก่ซะส่วนใหญ่ ท็อปปิ้งด้วย หมูชาชู ต้นหอมซอย หรือแปลกหน่อยก็เนยและข้าวโพด ปัจจุบันมีท็อปปิ้งมากกว่านั่นด้วยผักหลากชนิดที่นำไปผัดกับน้ำมันจนสุก เช่น ถั่วงอก ผักกะหล่ำปลี แครอท มิโสะราเม็งที่มีชื่อเสียงก็เช่นที่เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด เรียกว่า “ซัปโปโรราเม็ง” (札幌ラーメン) ค่ะ

“มิโสะราเม็ง” เป็นอาหารญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยม ร้านอร่อยมีมากมาย เช่นร้านแฟรนไชส์ Misoya Ramen มีสาขาอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ ทางร้านได้รวมมิโสะจากทั่วประเทศญี่ปุ่นและมีเมนูใหม่เปลี่ยนตลอดทุกเดือน ราคาประมาณ 900 เยน รสชาติต้นตำรับที่ใครได้มาชิมที่ญี่ปุ่น รับรองไม่ผิดหวังค่ะ
3.3 ชิโอะราเม็ง (shio ramen/塩ラーメン)
ชิโอะราเม็งใช้เส้นราเม็งขนาดเล็กบาง ตัวซุปโดดเด่นเพราะใสแจ๋วไม่เหมือนราเม็งอื่นๆ มักเคี่ยวจากโครงไก่หรือกระดูกหมูอย่างพิถีพิถันมีการกำหนดความร้อนเพื่อไม่ให้ตัวซุปขุ่น แล้วปรุงรสด้วยซอสรสเค็มจากอาหารทะเล ทำให้ราเม็งมีรสชาติเค็มอ่อนแต่แตะลิ้นอย่างล้ำลึก นิยมโรยหน้าด้วยพริกไทยป่นเพื่อให้มีรสชาติเข้มขึ้น ท็อปปิ้งหลักๆมี
(1) หมูชาชู (2) ลูกชิ้นปลานารูโตะ (3) ไข่ดองโชยุ (4) ต้นหอมญี่ปุ่นซอย (5) หน่อไม้เมมมะ (6) ปวยเล้ง
โดยสูตรต้นตำรับจะใส่ท็อปปิ้งเพียงเล็กน้อย เพื่อจะได้ลิ้มรสชาติแท้ๆของซุปใสค่ะ

slot

ว่ากันว่าเมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดฮอกไกโด มีร้านชิโอะราเม็งที่เก่าแก่ตั้งแต่ยุคสมัยเมจิ ค.ศ.1884 มีต้นตำรับจากบะหมี่หนานจิงของประเทศจีน ทำให้ที่นี่ขึ้นชื่อที่สุด พิเศษทั้งน้ำซุปและท็อปปิ้งจากอาหารทะเลสดใหม่ ชิโอะราเม็งที่นี่เรียกว่า “ฮาโกดาเตะราเม็ง”ค่ะ

3.4 ทงคตสึราเม็ง (tonkotsu ramen/とんこつラーメン)
ทงคตสึราเม็งใช้เส้นกลมตรงขนาดเล็ก น้ำซุปเข้มข้นมีสีขาวขุ่น เคี่ยวจากกระดูหมูเป็นหลัก มีท็อปปิ้งที่เป็นพื้นฐาน 6 อย่าง คือ (1)หมูชาชู (2)ต้นหอมซอย (3)หน่อไม้เมมมะ (4)เห็ดหูหนู (5)สาหร่ายโนริ (6)กากหมู ซึ่งราเม็งชนิดนี้น่าจะถูกใจนักปรุงที่สุดค่ะ เพราะบนโต๊ะมักจะมีเครื่องปรุงให้ใส่เพิ่มรสชาติตามชอบหลายอย่างค่ะ ราเม็งประเภทอื่นอาจมีเพียงมิโสะรสเผ็ดหรือกระเทียมให้ปรุงเพิ่มเอง แต่ทงคตสึราเม็งมีมากกว่านั้นค่ะ มี (1)กระเทียมดองโชยุ (2)ขิงดองสีแดง (3)พริกผัดน้ำมัน และ (4)ผัดกาดดองรสเผ็ด ”คาราชิทาคานะ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทงคตสึราเม็ง และที่พิเศษอีกอย่างคือ ร้านทงคตสึราเม็ง จะไม่มีชามใหญ่พิเศษที่ร้านอื่นเรียกว่า “โอโมริ” แต่มักจะมีบริการเติมเส้นฟรี 1 ก้อน เรียกว่า คาเอะดามะ (替え玉) เมื่อเรารับประทานเส้นในชามหมด สามารถสั่งคาเอะดาเมะได้ และมักจะฟรีเฉพาะก้อนแรกนะคะ ก้อนถัดไปต้องจ่ายเพิ่มค่ะ

จังหวัดฟุกุโอกะ ตั้งอยู่ทางใต้ของญี่ปุ่น ถือเป็นต้นตำรับทงคตสึราเม็ง ที่ขึ้นชื่อสุดอยู่เมืองฮากาตะในฟุกุโอกะ เรียกว่า “ฮากาตะราเม็ง” ค่ะ
คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

7 สถานที่ท่องเที่ยวไม่ควรพลาดของญี่ปุ่น

ที่เที่ยวเหล่านี้อาจจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและอยู่ไกลจากคำว่าเก๋ฮิป แต่เป็นที่เที่ยวสำคัญของญี่ปุ่น ที่ถ้ายังไม่เคยได้ไป ก็ไม่สามารถพูดได้ว่าเที่ยวญี่ปุ่นจนทั่วแล้ว เพราะสถานที่เหล่านี้แหละที่เข้มข้นไปด้วยวัฒนธรรม ศิลปะ และประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมให้ญี่ปุ่นเป็นญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้ ถ้าที่ไหนไม่มีอยู่ในแพลน ให้รีบลิสต์ใส่เอาไว้ในทริปด้วยด่วนเลยนะ

7 ที่เที่ยวที่ต้องไปสักครั้ง

  1. Itsukushima (Hiroshima)
    ใครๆ ก็คงจะเคยเห็นภาพถ่ายสวยๆ ของญี่ปุ่นทั้งตามหน้าปกหนังสือนำเที่ยวหรือโปสเตอร์รวมทั้งโปสการ์ดต่างๆ ที่เป็นภาพเสา Torii ที่อยู่กลางน้ำ นั่นคือภาพของศาลเจ้า

jumbo jili

Itsukushima ที่อยู่บนเกาะ Miyajima ไม่ไกลจากเมืองฮิโรชิมานัก โดยที่นี่จะโดดเด่นด้วยเสา Torii ขนาดใหญ่กลางน้ำ ที่เวลาที่นํ้าขึ้นสูงสุดจะทำให้ดูราวกับว่าศาลเจ้านี้ลอยอยู่บนทะเล ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมจาก UNESCO ในปี 1996 แน่นอนว่าสำหรับคนไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกแล้ว ที่นี่เป็นที่ที่ควรจะต้องไปดูเลย เพราะว่าของจริงสวยยิ่งกว่าในภาพถ่ายอีกนะ

  1. อากิฮาบาระ
    บางคนอาจจะสนใจวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น แต่แน่นอนว่าต้องมีอีกหลายคนที่สนใจวัฒนธรรมสมัยใหม่ของญี่ปุ่นแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นมังงะและอนิเมะ ศูนย์รวมวัฒนธรรมย่อย

สล็อต

แนวนี้ของญี่ปุ่นมีหลายที่ แต่มือใหม่ขอแนะนำให้มาลงที่ Akihabara ก่อนเลย เพราะมีครบครัน ครบทุกแนวทุกแบบให้เลือกซื้อและเลือกสัมผัส นอกจากนี้ Akihabara ยังเต็มไปด้วยสีสันสว่างสดใส เสียงดังและเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมาย รับรองว่ามันจะกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าคนที่ชอบอนิเมะ เกม และมังงะไปในทันที

  1. วัดโทไดจิ (นารา)
    วัด Todaiji ที่เมือง Nara นั้นเป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปบรอนซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และตัวอาคารเองก็ยังเป็นอาคารไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย รายล้อมด้วยสวนขนาดใหญ่สวยงามอลังการ และฝูงกวางมากมายที่สามารถให้อาหารได้ นอกจากนี้ภายในนั้นยังรวมไว้ด้วยวัตถุโบราณทางศิลปะหาดูยากจำนวนมาก เป็นที่ๆเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ทางศาสนาของญี่ปุ่น ส่วนเหล่าฝูงกวางก็สามารถเดินเข้าออกได้ตามอำเภอใจยิ่งกว่าคนเสียอีกเพราะว่ากันว่ากวางคือผู้ส่งสารจากพระเจ้านั่นเอง

สล็อตออนไลน์

  1. Kinkaku-ji (Kyoto)
    Kinkaku-ji หรือที่เรารู้จักกันดีว่า วัดทองนั่นเอง ถ้าไปญี่ปุ่นแล้วไม่ได้ไปชมความงดงามของวัดทองแห่งนี้จัดว่ายังมาไม่ถึงญี่ปุ่น ฉะนั้นใครที่ไปญี่ปุ่นครั้งแรกนั้นควรจะต้องไปเยี่ยมชมซักครั้งหนึ่ง ความงดงามเหนือคำบรรยาย โดยเฉพาะเงาสะท้อนของวัดที่สะท้อนลงบนพื้นน้ำเบื้องล่าง สวยงามหมดจดจริงๆ แต่เดิมวัดทองนี้สร้างเพื่อเป็นที่อาศัยหลังจากเกษียณหน้าที่แล้วของโชกุน Ashikaga Yoshimitsu แต่ถูกเผาลงในปี 1950 และ 5 ปีหลังจากนั้นวัดนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เหมือนเดิมทุกประการ และตั้งตระหง่านสวยงามต้อนรับนักท่องเที่ยวมาจนถึงทุกวันนี้
  2. Kiyomizu-dera (Kyoto)
    Kiyomizu-dera เป็นอีกวัดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเลย เป้นวัดที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ย้อนไปได้จนถึงปี 798 เลยทีเดียว มีน้ำตกภายในที่ไหลลงมาทำให้เกิดสมดุลย์ที่

jumboslot

สวยงามระหว่างวัดและธรรมชาติ ตัวอาคารของวัดประกอบขึ้นมาด้วยภูมิปัญญาญี่ปุ่น นั่นคือไม่ได้มีการใช้น็อตหรือตะปูในการประกอบเลย แต่กลับมีโครงสร้างแข็งแรงทนร้อนทนหนาวมาได้ยาวนาน นอกจากนี้แผงระเบียงที่ยื่นออกไปนอกผายังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ห้ามพลาดเด็ดขาด

  1. Kamakura
    พระใหญ่แห่งวัด Kotoku-in ใน Kamakura เป็นพระพุทธรูปบรอนซ์ของ Amida Buddha องค์ใหญ่ที่แลดูทรงพลัง สูงกว่า 13 เมตรและหนักกว่า 93 ตัน มีรายงานว่าพระพุทธรูปนี้ถูกสร้างมาตั้งแต่ปี 1252 โดยดั้งเดิมอยู่ในวัดไม้เล็กๆ แต่ที่ปัจจุบันอยู่กลางแจ้งนั้น เป็นเพราะวัดไม้นั้นถูกคลื่นสีนามิพัดไปเมื่อเกิดอุบัติภัยในสมัยศตวรรษที่ 15 วัด Kotoku-in ใน Kamakura นี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ไม่ห่างจาก Tokyo เลย สามารถไปกลับได้ในหนึ่งวัน และถ้าใครแผนไปแถวนั้นต้องไม่พลาดใส่ทริปนี้ลงไปในโปรแกรมด้วยเด็ดขาด

slot

  1. ภูเขาฟูจิ (Shizuoka & อื่นๆ)
    มาถึงญี่ปุ่นแล้วไม่ว่ายังไงก็ตามจะต้องได้เห็นภูเขาฟูจิ ซึ่งเป็นภูเขาที่สวยและงดงามที่สุดของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังสูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วย กับความสูง 3,776 เมตร สามารถมองเห็นได้จากหลายจุดในญี่ปุ่น โดยมากที่จะสามารถมองเห็นได้ใหญ่โตชัดเจนเลยก็จะเป็นในแถบจังหวัด Shizuoka แต่ใน Tokyo บนอาคารสูงๆ ในวันที่ฟ้าเปิด หรือแม้แต่ในรถไฟ Shinkansen ที่มุ่งหน้าไป-กลับ Tokyo และฝั่ง Osaka ก็สามารถมองเห็นภูเขาฟูจิได้อย่างชัดเจนเช่นกัน แต่ถ้าใครคิดว่าแค่ดูอย่างเดียวมันไม่หนำใจ ก็สามารถไปปีนได้ โดยทุกปีก็จะมีคนขึ้นไปปีนภูเขาฟูจิกว่า 200,000 คน ซึ่งจะเปิดให้ปีนเฉพาะในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น ใช้เวลาปีนประมาณ 4-8 ชั่วโมง และใช้เวลาปีนลงอีกประมาณ 3-5 ชั่วโมง
    ใครไปญี่ปุ่นก็ต้องไปเที่ยวให้ได้

รู้รอบเรื่องโซบะ อาหารหลักของคนญี่ปุ่น

โซบะ (蕎麦) เป็นอาหารที่มีประวัติมายาวนานตั้งแต่สมัยโจมง (ประมาณ 2,400-16,000 ปีก่อน) โดยว่ากันว่ามีการเพาะปลูกต้นโซบะตั้งแต่ในยุคโจมง และจีนก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในเศรษฐกิจญี่ปุ่น โดยได้นำเครื่องโม่เข้ามาภายในประเทศจนทำให้เกิดการพัฒนาเส้นโซบะขึ้นมา ตั้งแต่นั้นคนญี่ปุ่นก็เริ่มหันมาทานโซบะมากขึ้นจนกลายเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่น

jumbo jili

เส้นโซบะทำมาจากอะไรกันนะ?
ตัวแป้งของโซบะที่นำมาใช้ทำนั้นคือแป้งทีี่ทำจากเมล็ดของ “ต้นโซบะ” นั่นเอง จึงได้ชื่อว่าโซบะ รูปร่างของเส้นโซบะนั้นมักเป็นทรงกลมยาว และมีสีออกน้ำตาล เพราะเมล็ดมีสีน้ำตาลโทนเดียวกันนั่นเอง

นอกจากนี้ต้นโซบะยังมีอีกชื่อหนึ่งว่า ต้นบัควีท ภาษาอังกฤษคือ Buckwheat ถ้าเห็นที่ไหนก็ให้แน่ใจเลยว่าเป็นอาหารชนิดเดียวกัน บางทีฝรั่งก็เรียกโซบะว่า Buckwheat Noodle (บะหมี่บัควีท)

สล็อต

คุณสมบัติของแป้งโซบะคือ

  1. ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรงมากขึ้นจึงเป็นอาหารที่เหมาะมากสำหรับคนที่เป็นโรคภาวะหลอดเลือดและโรคความดันโลหิตสูง
  2. ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้จึงเหมาะแก่การนำไปประกอบอาหารให้สำหรับคนที่เป็นเบาหวานรับประทาน
  3. ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ลำไส้ทำให้ท้องไม่ผูก และยังช่วยทำให้เกิดความอยากอาหารอีกด้วย
  4. โซบะมีคุณค่าทางอาหารสูงมากไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี1 หรือบี2 และยังมีแร่ธาตุกับโปรตีนเป็น 2 เท่าของแป้งชนิดอื่น นอกจากนั้นยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายมนุษย์อีกถึง 8 ชนิดอีกด้วย

สล็อตออนไลน์

อาหารที่มีเส้นโซบะเป็นส่วนประกอบมีอะไรบ้าง
หากได้รู้คุณประโยชน์ของเจ้าเส้นแสนอร่อยนี้แล้วล่ะคงต้องเริ่มหาเมนูโซบะมารับประทานบ้างแล้วล่ะซึ่งก็มีให้เลือกหลายแบบเลย!

  1. ซารุโซบะ โซบะเย็นๆที่ญี่ปุ่นก็ใช่ คนไทยก็ชอบ
    เมนูยอดนิยมของคนไทย ซารุโซบะเป็นเส้นโซบะเย็นที่ค่อยๆใช้ตะเกียบหมุนเส้นและนำไปจุ่มในซอสสูตรเฉพาะให้ได้รสชาติกลมกล่อมของตัวซอส สัมผัสเนื้อเส้นก็มีความนุ่มหนึบ ทานพร้อมผักและเครื่องเคียงได้หลากหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นต้นหอมญี่ปุ่น หัวไชเท้าฝอย หรือจะเพิ่มความจัดจ้านด้วยวาซาบิก็อร่อยไปอีกแบบ แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดก็คือซอสที่ใช้จิ้มต้องอร่อย

jumboslot

  1. เทมปุระโซบะ ทำไมคนญี่ปุ่นชอบเอาของทอดมาใส่ในซุป
    เทมปุระโซบะเป็นเส้นโซบะที่ราดซุปจนชุ่มฉ่ำ และโรยหน้าด้วยของทอดเทมปุระตามใจชอบ พร้อมกับอาจเพิ่มต้นหอมหั่นฝอยก็ได้ นอกจากจะได้เพลิดเพลินไปกับความกรอบของแป้งเทมปุระแล้ว ก็ยังสามารถกินโซบะกับซุปร้อนๆ ช่วยลดความมันให้กับเทมปุระซึ่งเป็นของทอดได้อีกด้วย น่ากินสุดๆไปเลย
  2. คิทสึเนะโซบะ โซบะใส่เต้าหู้ทอดญี่ปุ่น
    โซบะในซุปร้อนที่จะมาพร้อมแผ่นเต้าหู้ทอด เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่า คิทสึเนะ หรือจิ้งจอกของญี่ปุ่นนั้นชื่นชอบเต้าหู้ทอดเป็นอย่างมากจึงได้นำชื่อของคิทสึเนะมาตั้งเป็นชื่อเมนูโซบะที่มีแผ่นเต้าหู้ทอดเป็นส่วนประกอบของตัวอาหาร

slot

ทำไมจึงเลือกโซบะเป็นอาหารต้อนรับวันปีใหม่
ที่ญี่ปุ่นนั้นในวันส่งท้ายปีเก่าหรือวันที่ 31 ธันวาคม เป็นวันที่ชาวญี่ปุ่นทุกครอบครัวจะทำอาหารชนิดหนึ่งของโซบะที่มีชื่อเรียกว่า 年越しそば (โทชิโคชิโซบะ) เป็นเส้นโซบะต้มสุกที่โดนจัดวางใส่ถ้วยพร้อมราดซุปร้อนๆแบบเฉพาะของแต่ละบ้าน ประดับด้วยของตามชอบไม่ว่าจะเป็นเทมปุระหรือเต้าหู้ทอด เนื้อสัตว์อย่างอื่นๆก็สามารถใส่ได้ไม่ว่ากัน

ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากกินเส้นโซบะในช่วงก่อนวันขึ้นปีใหม่ ชีวิตจะยืนยาวเหมือนเส้นของโซบะที่ยาวมากๆ รวมถึงการกัดก็เช่นกัน เส้นโซบะนั้นนับว่ากินได้ง่ายเพราะมีความนุ่มกว่าเส้นทั่วไป นั่นก็สามารถสื่อได้อีกความหมายว่าหากเราเจอปัญหาอะไรก็ตามก็สามารถคลายปมหรือปัญหาได้อย่างรวดเร็ว คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

รู้จักการจัดจานอาหารญี่ปุ่นทั้ง 4 ฤดู

หลายท่านที่เคยไปร้านอาหารญี่ปุ่นจะต้องเคยสั่ง set อาหารญี่ปุ่นเพื่อมารับประทาน และมีไม่น้อยที่จะหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปอาหารเก็บเป็นที่ระลึก แต่เคยสังเกตุมั้ยว่ารายละเอียดการจัดวางของอาหารนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ในครั้งนี้เราจะอยากจะแนะนำไห้รู้จักกับวิธีการจัดชุดอาหารแบบญี่ปุ่นว่าเป็นอย่างไร เอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่นในแต่ละฤดูที่น่าสังเกตนั้นมีอะไรบ้าง เมื่อทราบเทคนิคดังกล่าวแล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการถ่ายรูปอาหารให้ตรงจุดได้อย่างแน่นอน

ชุดอาหารญี่ปุ่นหลัก อิจิจูซันไซ
โดยทั่วไปแล้ววัฒนธรรมการจัดชุดอาหารแบบญี่ปุ่นนั้นจะยึดหลัก อิจิจูซันไซ (一汁三菜) ซึ่งแปลว่าน้ำซุป 1 อย่าง และกับข้าว 3 อย่าง หมายถึงในชุดอาหารต่อท่านหนึ่งนั้นจะต้องมีข้าว กับข้าว และเครื่องเคียงรวมกัน 3 อย่าง เช่น ข้าวเสริฟพร้อมกับน้ำซุปอย่างน้ำซุปมิโซะ ซุปสาหร่าย อีก1ถ้วย ซึ่งหากนำมาวางบนถาดอาจจัดวางได้ดังนี้

jumbo jili

ข้าว วางบริเวณซ้ายมือสุด
น้ำซุป วางบริเวณขวามือสุด
อาหารหลัก วางบริเวณด้านบนของตำแหน่งถาดอาหาร ในส่วนนี้บางเมนูอาจนำไปใส่รวมกับข้าวด้วย เช่น ข้าวหน้าปลาไหลญี่ปุ่น
กับข้าวหรือเครื่องเคียงรองลงมา วางไว้ข้างๆอาหารหลัก
เครื่องเคียงเล็กน้อย อาทิ ผักดอง วางไว้ตรงกลางระหว่างข้าวกับน้ำซุป
และตะเกียบ วางรวบไว้เป็นแนวนอนบริเวณข้างล่างข้าว

แต่แน่นอนว่านอกจากอิจิจูซันไซแล้ว ก็ยังมีการจัดวางได้อีกหลายรูปแบบ เช่นอาหารประเภทหม้อไฟ (นาเบะ) ที่ส่วนใหญ่จะใหญ่เกินกว่าจะจัดลงในถาดเดียวได้

สล็อต

เอกลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น
สำหรับวัฒนธรรมอาหารที่เด่นชัดของญี่ปุ่นอย่างหนึ่งคือ ความสดใหม่ของของวัตถุดิบ ในที่นี้คือการรักษาคุณภาพและรสชาติของอาหารให้คงความสดใหม่ ด้วยเหตุนี้เราจึงมักเห็นร้านอาหารที่มักใช้วิธีการปรุงอาหารสดๆมากมายทั่วประเทศญี่ปุ่นและร้านอาหารที่เน้นความหลากหลายของวัตถุดิบสดๆทางทำธรรมชาติที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งใดๆอย่าง ซูชิหรือซาชิมิ เป็นต้นครอบคลุมทั่วประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้คนญี่ปุ่นได้ให้นิยามไว้ว่าอาหารญี่ปุ่นนั้นจะต้องมี 5 รสชาติ 5 สี รับรู้จาก 5 สัมผัส และใช้ 5 วิธีในการปรุงอาหาร

อุดมไปด้วย 5 รสชาติ ได้แก่ รสหวาน รสเปรี้ยว รสเค็ม รสขม และรสเผ็ด
แฝงไปด้วย 5 สี ได้แก่ สีขาวจากข้าว สีดำ(สีม่วง)จากสาหร่าย สีเหลืองจากผักบางชนิด สีแดงจากปลาและเนื้อสัตว์ และสีเขียวจากผักทั่วไปในญี่ปุ่น
สัมผัสได้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ตาที่มองเห็นสีสันของอาหาร หูที่ได้ยินเสียง (เช่น เสียงอาหารบนกระทะร้อน) จมูกที่ได้กลิ่นอาหารหอมๆ และปากที่ลิ้มรสชาติและสัมผัสของอาหาร
5 วิธีการปรุงอาหาร ได้แก่ ย่าง ต้ม ทอด นึ่ง และอาหารสด

สล็อตออนไลน์

ชุดอาหาร4ฤดู
การจัดชุดอาหารญี่ปุ่นในแต่ละฤดูนั้นแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงทั้งสีสันของอาหาร อุปกรณ์และภาชณะใส่อาหารตามฤดู รวมถึงรูปแบบของอาหารที่นำมาเสริฟ แบ่งตาม4ฤดูกาลของญี่ปุ่นได้ดังนี้

ฤดูใบไม้ผลิ
ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เป็นช่วงอากาศที่อบอุ่นสำหรับคนญี่ปุ่นและมีสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่สวยงาม พืชผลมักผลิบาน ชุดอาหารที่จัดจะยึดโทนสีชมพูหรือสีเขียวในการตกแต่ง เช่นผักดองต่างๆหลายชนิด และมักใช้ดอกไม้ใบไม้สดในการตกแต่งอาหาร มักเลือกใช้ถ้วยเล็กๆ เยอะๆ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่ปลาชุกชุม ทำให้เมนูที่เสริฟนั้นมักพร้อมไปด้วยปลาและเครื่องเคียงมากมาย ถ้วยที่เลือกใช้ใส่อาหารอาจเป็นลวดลายซากุระ

jumboslot

ฤดูร้อน
ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม มีอากาศร้อนชื้นและฝนตกในช่วงสั้นๆ นิยมเสริฟอาหารในถ้วยแก้วใสๆ เพื่อให้รู้สึกถึงความเย็นสบาย ซึ่งจะใช้ทั้งกับของคาวและของหวานเย็นๆ ใช้ถ้วยชามทรงปากกว้างและตื้นเพื้อให้อาหารสัมผัสกับอากาศ โทนของอาหารและการตกแต่งช่วงฤดูร้อนจะมีสีสดใส เช่นเป็นสีแดง (จากเนื้อสัตว์) สีเขียว สีม่วง สีฟ้าแบบท้องฟ้า และบางทีก็เลือกอาหารที่ช่วยคลายร้อน เช่นบะหมี่เย็น

ฤดูใบไม้ร่วง
ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน อากาศค่อนข้างสบายและเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต อาหารมักจะเกี่ยวกับปลาและผักหลายชนิด อาหารมักตกแต่งด้วยใบไม้ที่เปลี่ยนสีและเน้นการใช้ชามเป็นหลัก โดยมักใช้ภาชนะที่เป็นไม้หรือเซรามิคสีค่อนข้างทึบ โทนสีการตกแต่งอาหารในฤดูใบไม้ร่วงนั้นมักจะเป็นสีแดง เหลือง และส้ม เพื่อแสดงถึงใบไม้เปลี่ยนสี

slot

ฤดูหนาว
ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ อากาศหนาวเย็นถึงขั้นติดลบ ด้วยเหตุนี้ถ้วยชามที่เลือกนำมาใส่นั้นจะเป็นทรงลึกเพื่อกักเก็บความร้อนให้คงอยู่ รวมถึงจะใช้หม้อหลากหลายรูปแบบเพราะเมนูหลักมักจะเป็นเมนูหม้อไฟและซุปร้อนประกอบเป็นหลักในชุดอาหาร โทนสีการตกแต่งอาหารในฤดูหนาวนั้นจะเป็นสีขาว
อาหารแนะนำ : เมนูปูและปลาหมึกยักษ์ต่างๆ หม้อไฟ

สำหรับในโอกาสพิเศษอาจเจอการตกแต่งชุดอาหารญี่ปุ่นด้วยสีแดงและสีทองเนื่องจากเป็นสีมงคล ส่วนชุดอาหารสำหรับงานอวมงคลของญี่ปุ่นจะเป็นโทนสีดำสนิท หวังว่าผู้อ่านหลายๆท่านจะนำเทคนิคการสังเกตชุดอาหารดั้งเดิมของญี่ปุ่นนี้ นำไปสังเกตความตั้งใจต่อรายละเอียดเล็กๆน้อยๆของร้านอาหารหรือภัตตาคารญี่ปุ่นเหมือนที่เขาใส่ใจต่อการบริการด้วยใจแบบญี่ปุ่นนะ คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

10 ปลายอดนิยมในอาหารญี่ปุ่น 2

  1. ปลาซาบะ
    ปลาซาบะ (鯖) ปลาทะเลผิวน้ำ อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ อพยพย้ายถิ่นไปตามฤดูกาลค่ะจึงมีการประมงในหลายภูมิภาคของญี่ปุ่น สูงสุดที่จังหวัดอิบารากิทางภาคกลาง รองมาจังหวัดนางาซากิทางภาคใต้ค่ะ แม้ในญี่ปุ่นจะมีการจับปลาซาบะ แต่ปลาซาบะ 90% นำเข้ามาประเทศนอร์เวย์ค่ะ เป็นปลาแล่แล้วแช่แข็ง อย่างที่เห็นตามซุปเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ค่ะ ส่วนปลาสดของญี่ปุ่นทำอาหารได้หลากหลายกว่าเช่น ปลาต้มมิโสะ(มิโสะนิ/味噌煮) และ ซาซิมิ(ชิเมะซาบะ/しめ鯖) ค่ะ
    ปลาซาบะแช่แข็งหรือปลาตากแห้ง จะมีรสเค็มอยู่แล้ว นำไปย่างได้อร่อยโดยไม่ต้องปรุงรสใดๆค่ะ หากเป็นปลาสดย่าง นำมาแช่โชยุก่อนแล้วย่าง คือ สึเคะยากิ (つけ焼き) หรือ โรยเกลือก่อนย่าง คือ ชิโอะยากิ (塩焼き) ค่ะ
    ปลาซาบะหวาน (ซาบะมิริน/鯖みりん) เป็นปลาที่แช่มิรินปรุงรสแล้วนำไปตากแห้ง รสชาติอร่อยเหมือนปลาหวานของไทยค่ะ แต่ทำให้สุกโดยนำไปย่างไม่ใช่ทอดเหมือนปลาหวานไทยค่ะ
    ปลาซาบะต้มมิโสะ (ซาบะโนะมิโสะนิ/さばの味噌煮) ปลาซาบะมีกลิ่นคาวมาก วิธีทำให้อร่อยนั้นค่อนข้างหลายขั้นตอนค่ะ รสชาติที่ได้จะกลมกล่อมไม่โดดรสมิโสะ และเนื้อปลามีความมันอร่อยค่ะ

jumbo jili

ซาซิมิ และ ซูชิปลาซาบะ ทำได้ยากจึงไม่นิยมมากนัก (แต่ทำได้)
ปลาซาบะ เมื่อนำมาทำซาชิมิหรือซูชิ ต้องนำเนื้อปลาไปหมักเกลือและแช่น้ำส้มสายชูก่อน วิธีนี้เรียกว่า สึชิเมะ (酢〆) ค่ะ
ในปลาทะเลสดอาจมีพยาธิอะนิซาคิสที่พบได้ในทะเลในเขตร้อน เป็นพยาธิที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ต้องเป็นปลาที่สดสะอาดจริงถึงทำซาชิมิได้ค่ะ แต่การนำไปทำสึชิเมะไม่ได้ฆ่าพยาธินะคะ เพียงแค่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย และช่วยในการเปลี่ยนโมเลกุลของโปรตีนในปลา ทำให้ทานได้โดยไม่ต้องผ่านความร้อนค่ะ

ปลาซาบะกระป๋อง (ซาบะคาน/鯖缶) รสที่นิยมมี 2 รส คือซาบะในน้ำเกลือ (มิซึนิ) และ ซาบะในมิโสะ (มิโสะนิ) ค่ะ ปลาซาบะกระป๋องได้รับความนิยมมาก เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุมากกว่า กินง่าย และนำมาดัดแปลงเป็นอาหารได้หลายเมนู รูปแบบแพ็กเกจก็ทันสมัย ดูมีความอินเตอร์ค่ะ นอกจาก 2 รสที่กล่าวมา ก็มีรสอื่นๆเช่นแกงกะหรี่ด้วยนะคะ หาซื้อยากแต่อร่อยมากค่ะ

สล็อต

  1. ปลาซันมะ
    ปลาซันมะ (秋刀魚) มีลักษณะลำตัวยาวคล้ายดาบ ขนาดใหญ่สุดถึง 40 เซนติเมตร หนังสีเงินเป็นเงา อร่อยสุดในฤดูใบไม้ร่วงช่วงเดือน 10 เพราะปลาจะเก็บไขมันไว้สำหรับหน้าหนาว เนื้อปลาจึงหวานมันค่ะ ทั่วประเทศญี่ปุ่นมีการจับซันมะในหลายจังหวัด มากสุดทางภาคเหนือที่จังหวัดฮอกไกโด จังหวัดมิยากิ และ จังหวัดอิวาเตะ ตามลำดับค่ะ สามารถกินดิบได้ แต่อร่อยสุดคือย่างเกลือค่ะ นอกจากนี้ก็ ทอดกรอบ(ทะสึตะอาเกะ/竜田揚げ) เคี่ยวสามรส(คันโรนิ/甘露煮) ย่างผงกะหรี่(คาเระ ยากิ/カレー焼き) หรือทำเป็นสลัดคาร์ปาชิโอ(อาหารอิตาเลี่ยน) ค่ะ

ปลาซันมะก็กินแบบปลาดิบได้
ปลาซันมะดิบ (ซาชิมิ/刺身) นำมาทำซูชิ(寿司) และ สลัดคาร์ปาชิโอ(อาหารอิตาเลี่ยน) ได้ค่ะ
ปลาซันมะย่างเกลือ (ชิโอะยากิ/塩焼き) เป็นอาหารที่นิยมทำกินมากที่สุด และที่เขตเมกุโร่ในโตเกียวก็มีเทศกาลซันมะจัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือน 10 ที่ปลาซันมะมีเนื้ออร่อยสุดค่ะ ปลาที่ย่างจะแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาร่วมงานฟรีๆเลยค่ะคนละตัว

สล็อตออนไลน์

  1. ปลาอาจิ
    ปลาอาจิ (味) ขนาดตัวจะเล็กประมาณปลาทู ลำตัวมีสันแข็ง ส่วนรสชาติก็คล้ายปลาทูค่ะ ถึงตัวจะเล็กแต่รับประทานได้ทั้งสุกและดิบเลยนะคะ
    ปลาอาจิสด มีเนื้อหวานอร่อยมาก นำมาซาชิมิและซูชิได้ค่ะ โดยการแล่ ลอกหนัง และเอาก้างออกให้หมด วิธีแล่นี้ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ซันมัย โอโรชิ” หนึ่งตัวได้เนื้อเพียงนิดเดียว ราคาจึงไม่ต่างจากซาซิมิปลาใหญ่อื่นๆค่ะ
    ปลาอาจิที่แล่แบบ “ซันมัย โอโรชิ” แล้ว สามารถทำอาหารได้หลาย เช่น
  • ชุบเกล็ดขนมปังทอด กินคู่กับซอสญี่ปุ่น หรือ ซอสทาร์ทาร์ คือ อาจิ ฟุรายอิ (アジフライ)
  • ชุบแป้งมันแล้วทอดให้สุกกรอบ คือ อาจิ โนะ ทาสึทาอาเกะ (鯵の竜田揚げ)
  • สับเนื้อให้ละเอียดปรุงรสปั้นเหมือนลูกชิ้นแล้วต้มเป็นซุป คือ อาจิ โนะ สึมิเระชิรุ (鯵のつみれ汁)
  • เนื้อปลาสด สับชิ้นเล็ก แล้วนำมายำสมุนไพรแบบญี่ปุ่น คือ อาจิ โนะ นาเมะโร่ (鯵のなめろう) หรือ อาจิ โนะ ทาทาคิ (鯵のたたき)
    ปลาอาจิทั้งตัวก็นำมาทอดหรือย่างได้เช่นกันนะคะ เช่น
    ปลาอาจิสดตัวเล็ก ทอดให้กรอบทั้งตัว แล้วนำมายำสามรสแบบญี่ปุ่น คือ อาจิ โนะ นัมบังสุเกะ (鯵の南蛮漬け)
    ปลาตากแห้ง (ฮิโมโนะ/干物) มีรสเค็มอ่อนๆ นำมาย่าง กินกับหัวไชเท้าขูดค่ะ

jumboslot

  1. ปลาอิวาชิ
    ปลาอิวาชิ (鰯) ตัวใหญ่ไม่ต่างจากอาจิค่ะ ลำตัวจะเรียวยาวแต่ไม่เท่าปลาซันมะค่ะ นำมาประกอบอาหารได้เหมือนปลาอาจิทุกอย่างเลยนะคะ ทั้งซาชิมิ ซูชิ ปลาตากแห้ง ย่าง ทอด ต้มซุป และยำแบบญี่ปุ่น จะต่างก็แค่ปลาอิวาชิมีปลากระป๋องส่วนปลาอาจิไม่นิยมทำปลากระป๋องค่ะ
  2. ปลาชิราสุ
    ปลาชิราสุ (しらす/白子) คำนี้จริงๆแล้วหมายถึงลูกปลาค่ะ ไม่ใช่ชื่อพันธุ์ปลาตัวเล็กนะคะ ที่คนญี่ปุ่นรับประทานส่วนใหญ่คือ ลูกปลาอิวาชิ ค่ะ สามารถกินดิบได้ค่ะ กินคู่กับขิงฝนเพื่อลดคาวค่ะ แต่ที่ขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่จะต้มแล้วกินกับข้าวสวยร้อนๆได้เลยค่ะ หรือนำไปประกอบอาหารอย่างอื่นเช่น โคร็อกเกะ ข้าวปั้น และสลัดได้ค่ะ ส่วนปลาตากแห้งที่ผสมกับผักและงา เอาไว้โรยข้าวหรือทำข้าวปั้นค่ะ

ปลาชิราสุต้ม ถือเป็นปลาชนิดแรกที่คนญี่ปุ่นหลายคนได้กิน เพราะเป็นเมนูอาหารเด็กอ่อนของญี่ปุ่นค่ะ โดยน้ำปลาชิราสึต้มมาราดน้ำร้อนเพื่อล้างความเค็ม แล้วนำไปบดผสมข้าวตุ๋นก็กินได้เลยค่ะ วิธีเลือกซื้อปลาชิราสุต้มนะคะ ดูที่มีลูกกุ้งลูกปลาหมึกผสมอยู่จะสดใหม่กว่า เพราะแสดงว่าไม่ได้เสียเวลาผ่านกระบวนการคัดแยก ขึ้นจากทะเลก็ต้มส่งมาขายเลยค่ะ

slot

ข้าวหน้าปลาชิราสุเป็นอาหารที่มีเชื่อเสียงริมทะเลเขตคามากุระและบริเวณใกล้เคียงของจังหวัดคานากาว่า ทะเลแถบนั้นเรียกว่า ทะเลโชนัน ค่ะ ซึ่งปลาชิราสุดิบไม่ได้จับได้ทุกวัน ใครที่มาเที่ยวแล้วได้รับประทานถือว่าโชคดีค่ะ

  1. ปลาชิชาโมะ (ปลาไข่ญี่ปุ่น)
    ปลาชิชาโมะ (ししゃも/柳葉魚) หรือปลาไข่ ที่เราเห็นตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ส่วนใหญ่เป็นปลาแช่แข็งและตากแห้ง ไม่ใช้ชิชาโมะแท้นะคะ เป็นปลา capelin ค่ะ นำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ ประเทศแคนาดา และประเทศไอซ์แลนด์ค่ะ ปลาไข่ญี่ปุ่นหรือชิชาโมะแท้ ภาษาอังกฤษ คือ japanese longfin smelt มีเฉพาะทะเลญี่ปุ่นฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางเกาะฮอกไกโดค่ะ ชื่อปลามีที่มาจากภาษาของชาวไอนุ ชนเผ่าพื้นเมืองของฮอกไกโด ว่า Shushu hamo (シュシュハモ) ค่ะ
    คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

กินอาหารญี่ปุ่นตามฤดูกาล ภาคฤดูหนาว

อาหารประจำฤดูกาลทั้ง 4 ของชาวญี่ปุ่น คือวัฒนธรรมการกินอย่างหนึ่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากสภาพอากาศและบรรยากาศที่แตกต่างกันชัดเจนในแต่ละฤดู เมนูอาหารจึงมีความแตกต่างกันไปด้วย

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นและอาหารประจำฤดูหนาว
การมีอาหารที่แตกต่างกันอย่างมากในสี่ฤดูเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะอีกอย่างของชาวญี่ปุ่น ซึ่งในสี่ฤดูกาลที่แตกต่างชาวญี่ปุ่นก็จะทำอะไรที่แตกต่างกันพอสมควร อย่างกิจกรรมเฉพาะของฤดูทั้งสี่ก็แตกต่างกันไป เช่นมีงานเทศกาลดอกไม้ไฟในฤดูร้อน เทศกาลหิมะในฤดูหนาว และแน่นอนว่าเรื่องของอาหารก็ด้วย เช่นคากิโกริ (Kakigori) หรือน้ำแข็งใส จะได้รับความนิยมในฤดูร้อน และ ขนมซากุระโมจิ (Sakura Mochi) ขนมหวานที่ได้รับความนิยม ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วจะทำขายฤดูอื่นก็ได้ (เพราะหลายเจ้าก็ไม่ได้ใช้ดอกซากุระจริงๆเป็นส่วนผสม) แต่ส่วนใหญ่ก็จะพร้อมใจกันวางขายเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิ เหล่านี้เป็นต้น

jumbo jili

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นจะอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาที่อากาศหนาวเย็นมากที่สุด เรื่องของอาหารการกินก็จะมีเมนูที่นิยมรับประทานเฉพาะในช่วงฤดูนี้เพื่อเป็นการคลายความหนาวและทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น และหากจะพูดถึงอาหารประจำฤดูหนาวของญี่ปุ่น ที่นิยมกันมากก็คือนาเบะ (Nabe) หรือหม้อไฟ ซึ่งแต่ละภูมิภาคจนถึงระดับท้องถิ่น ก็จะมีเมนูนาเบะแบบพิเศษที่หารับประทานได้เฉพาะพื้นที่นั้นๆด้วย เช่นอิชิคารินาเบะของเกาะฮอกไกโด ที่มีความพิเศษคือการใส่นมและเนยลงไปในหม้อนาเบะด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนของวัตถุดิบที่นำไปประกอบอาหารในช่วงฤดูหนาวก็จะมีของที่ผลิตได้มากในฤดู เช่นปลาบุริ (Buri) ปลาอังโคะ (Ankou) หอยนางรม (Kaki) ผักประเภทหัวไชเท้า ผักกาดขาว ด้านผลไม้ก็จะเป็น แอปเปิ้ล ส้ม สตรอเบอรรี่
สำหรับเมนูอาหารยอดนิยมในฤดูหนาวของชาวญี่ปุ่น 5 ชนิด ที่เปรียบเสมือนรสชาติแห่งฤดูหนาวที่อยากจะแนะนำในก็มีดังต่อไปนี้

สล็อต

  1. นาเบะ (Nabe)
    นาเบะ หรือแปลง่ายๆคือ หม้อไฟแบบญี่ปุ่น เป็นเมนูอาหารประจำฤดูหนาวที่รับประทานกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากความร้อนของน้ำซุปในหม้อไฟนอกจากมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายได้ด้วย และไม่มีสูตรตายตัว

โดยทั่วไปแล้วในหม้อนาเบะจะประกอบด้วย ผักกาดขาว หัวไชเท้า แครอท ต้นหอม เต้าหู้ เห็ด เนื้อสัตว์ต่างๆ ซึ่งความน่าสนใจของเมนูนาเบะนี้คือ นาเบะจะมีสูตรท้องถิ่นของพื้นที่นั้นๆ ที่แตกต่างกันออกไปอย่างมากมายแล้วแต่พื้นที่ ของแปลกๆที่น่าสนใจก็อย่างเช่น นาเบะปลาอังโคะ (หรือปลาตกเบ็ด) ที่ใช้ปลาตกเบ็ดที่จับได้มากในอิบารากิเป็นวัตถุดิบหลัก และแน่นอนว่าเป็นนาเบะชื่อดังของจังหวัดอิบารากิ หรือฮากาตะโมทสึนาเบะ เมนูท้องถิ่นของจังหวัดฟุกุโอกะ ที่มีวัตถุดิบหลักเป็นเครื่องในวัวและไม่ค่อยใส่เนื้อส่วนอื่น เป็นต้น

สล็อตออนไลน์

  1. โอเด้ง (Oden)
    โอเด้ง เป็นอาหารญี่ปุ่นที่หลายๆ คน น่าจะเคยได้ยินและเคยรับประทานกันมาแล้ว โอเด้งได้รับความนิยมและเหมาะกับการรับประทานในฤดูหนาวมากเช่นกัน เพราะหารับประทานง่าย ตามร้านสะดวกซื้อก็มีขาย แถมราคาไม่แพง เมื่อถึงฤดูหนาวก็รับประทานเพื่อคลายหนาวได้เป็นอย่างดี ในโอเด้งจะประกอบด้วยน้ำซุปจากโชยุและวัตถุดิบหลากหลายชนิด เช่นไข่ต้ม หัวไชเท้า ชิกุวะ ส่วนผสมที่ทำจากบุก ทั้งแบบเป็นชิ้นและเป็นเส้น เต้าหู้ทอด ลูกชิ้นทำจากเนื้อสัตว์เสียบไม้

ในแง่ของความสะดวก โอเด้งถือว่าหาซื้อไม่ยาก นอกจากจะมีขายตามร้านสะดวกซื้อแล้ว หากไปเที่ยวงานเทศกาลฤดูหนาวที่จัดขึ้นก็มักจะพบเจอแผงลอยขายโอเด้งให้ได้เลือกชิมกันด้วย

  1. โมจิต้มถั่วแดง (Zenzai)
    เซ็นไซเป็นขนมหวานญี่ปุ่นที่ถือว่าเป็นรสชาติของฤดูหนาว และมีการรับประทานกันอย่างแพร่หลาย ลักษณะเป็นขนมหวานทำมาจากแป้งโมจิสดๆ (หรืออาจจะนำไปย่างก่อน) แล้วนำมาต้มกับซุปจากถั่วแดงและน้ำตาลทรายที่เคี่ยวมาอย่างเข้มข้น ได้ออกมาเป็นโมจิต้มถั่วแดงที่มีรสชาติเหนียวนุ่ม หวาน อร่อย เหมาะกับการรับประทานร้อนๆในช่วงที่อากาศหนาว อีกทั้งโมจิยังเป็นอาหารมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นด้วย ทำให้เมนูขนมหวานนี้ได้รับความนิยมรับประทานกันมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

jumboslot

  1. อาหารชุดประจำเทศกาลปีใหม่ โอเซจิ (Osechi)
    ในฤดูหนาวที่ญี่ปุ่นคือช่วงที่ตรงกับเทศกาลสำคัญนั่นก็คือเทศกาลปีใหม่ และมีวัฒนธรรมประเพณีตามความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับอาหารในเทศกาลนี้ ที่เรียกว่า อาหารชุดประจำเทศกาลปีใหม่ หรือโอเซจิ (Osechi) โดยแต่ละครอบครัวก็จะเตรียมอาหารเป็นสำรับไว้เพื่อรับประทานในวันที่ 1-3 มกราคม
    ในสำรับอาหารชุดโอเซชิ โดยทั่วไปแล้วจะประกอบด้วยเมนูอาหารที่เป็นมงคล มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ทั้งอาหารคาวและหวานเช่น

โซบะข้ามปี (Toshikoshi Soba) เส้นโซบะสื่อถึงอายุที่ยืนยาว
โอโซนิหรือซุปใส่โมจิ (Ozoni) ซุปที่กินกันในช่งปีใหม่มาแต่อดีต
ข้าวต้มสมุนไพร 7 ชนิด (Nanakusagayu) เพื่อความเป็นมงคล
คุริคินตน (Kurikinton) ของหวานทำจากเกาลัดกวน ที่ว่ากันว่ามีรูปร่างคล้ายก้อนทอง เป็นต้น

slot

  1. นิคุมัง (Nikuman)
    นิคุมัง ก็คือซาลาเปาญี่ปุ่นนั่นเอง เป็นอาหารว่างที่เหมาะกับการรับประทานร้อนๆในฤดูหนาว ที่หารับประทานได้ทั่วไป ซึ่งเมนูนี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารจีน แต่สิ่งที่แตกต่างจากซาลาเปาทั่วไปของนิคุมังก็คือส่วนที่เป็นไส้ โดยนิคุมัง จะทำจากส่วนผสมของเนื้อหมูบด หัวหอมใหญ่ หรือเห็ดหอมกับหน่อไม้ และต่อมาในยุคหลังๆก็มีการพัฒนาไส้ที่หลากหลายมากขึ้น เช่นเนื้อวัว, รสบาร์บีคิว, รสพิซซ่า รวมไปถึงไส้ที่เป็นรสหวานอย่างช็อคโกแลตหรือถั่วแดง นิยมทานคู่กับชาร้อนๆ เทศกาลการกินอาหาร

ปีใหม่ในแบบฉบับของญี่ปุ่น

ชมพระอาทิตย์แรกของปี
การชมพระอาทิตย์ขึ้นในวันแรกของปีใหม่ สถานที่ที่นิยมกันก็จะเป็นภูเขา ทะเล หรือตึกสูงที่เห็นวิวได้ชัดเจน โดยมีความเชื่อว่า ได้ชมพระอาทิตย์แรกของปีก็เหมือนได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ในการดำรงชีวิต เรียกว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีและนำความสุขมาให้ตลอดปี ในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่สถานที่ต่างๆที่ได้รับความนิยมในการเดินทางไปชมแสงแรกของปีก็จะเปิดเป็นกรณีพิเศษในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ตลอดทั้งคืนถึงเช้าวันที่ 1 มกราคม

สถานที่ยอดนิยมในการไปชมพระอาทิตย์ขึ้นวันแรกของปีใหม่ก็มีอยู่ทั่วทุกจังหวัด เช่น ชายฝั่งทะเลกับวิวหินคู่รัก (Bungo Futamigaura) ในจังหวัดโออิตะ, ทะเลสาบทั้ง 5 รอบภูเขาไฟฟูจิในจังหวัดยามานาชิ, บนจุดชมวิวภูเขาทาคาโอะของโตเกียว เป็นต้น

jumbo jili

และเมื่อวันที่ 1 มกราคมมาถึง หลังจากชมแสงแรกของพระอาทิตย์แล้ว ประเพณีที่นิยมกันมากอีกอย่างของชาวญี่ปุ่นก็คือชวนกันไปวัดหรือศาลเจ้าเพื่อสวดมนต์ ขอพรปีใหม่ ทำบุญและอธิษฐานเพื่อความเป็นมงคลแก่ตัวเอง โดยผู้หญิงก็นิยมแต่งชุดกิโมโนไปวัดหรือศาลเจ้าในวันนี้ด้วย

ฮัทสึโมเดะ การขอพรปีใหม่ครั้งแรกของปี ที่วัดหรือศาลเจ้า (Hatsumode
วัดและศาลเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นนิยมไปสักการะขอพรปีใหม่ในแต่ละภูมิภาคก็มีหลายแห่ง เช่น

สล็อต

ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Jinja) ในเกียวโต ซึ่งมีพิธีไฟศักดิ์สิทธิ์นั่นคือการแกว่งเชือกที่จุดไฟในช่วงเวลาที่ไปขอพรในคืนที่เข้าสู่ปีใหม่ ตามความเชื่อว่าเพื่อปัดเป่าโชคร้ายในปีที่ผ่านมาออกไป และขอให้โชคดีตลอดปีใหม่ที่กำลังมาถึง

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) ในกรุงโตเกียวก็มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมาก ถือว่าเป็นศาลเจ้าอีกแห่งที่มีผู้คนเดินทางไปไหว้ขอพรมากที่สุดในช่วงปีใหม่ของทุกปี

ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu) ในจังหวัดฟุกุโอกะ ก็เป็นศาลเจ้าที่เชื่อกันว่าถ้ามาขอพรปีใหม่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะทำให้ประสบความสำเร็จเรื่องการเรียน

สล็อตออนไลน์

วิธีการสักการะขอพรที่ศาลเจ้าหรือวัดในวันปีใหม่ตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นจะมี 6 ขั้นตอน ดังนี้

1.โยนเหรียญลงในกล่องถวายเงิน เพื่ออัญเชิญเทพเจ้าให้มารับการสักการะ ส่วนใหญ่นิยมใช้เหรียญ 5 เยน

2.สั่นกระดิ่งที่แขวนอยู่ข้างหน้ากล่องถวายเงิน เป็นการอัญเชิญเทพเจ้าที่บนสวรรค์ให้ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อรับการสักการะ

3.โค้งคำนับ 2 ครั้ง เป็นขั้นตอนการคำนับฟ้าดิน

jumboslot

4.พนมมือและอธิษฐาน

5.ปรบมือ 2 ครั้ง เพื่อแสดงความคารวะเทพเจ้าที่ได้มารับฟังสิ่งที่เราขอพร และอัญเชิญให้กลับไปสถิตย์ยังที่เดิม

6.โค้งคำนับ 1 ครั้ง เพื่อคารวะต่อศาลเจ้าอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

“โอมิคุจิ” และ “โอมาโมริ” รับปีใหม่
ประเพณีปีใหม่ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดในญี่ปุ่น คงเป็นการเสี่ยงเซียมซีเพื่อรับใบทำนายที่วัดหรือศาลเจ้าหรือที่เรียกว่า “โอมิคุจิ” เพื่อทำนายว่าในปีนี้ดวงชะตาจะเป็นอย่างไร โดยมีรูป

slot

แบบดวงชะตาราวๆ หนึ่งร้อยรูปแบบ ซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการเงิน, สุขภาพ, ความรัก และอื่นๆ หากอ่านแล้วรู้สึกว่าคือโชคร้าย ตามธรรมเนียมก็จะต้องผูกใบเซียมซีนี้ไว้ในบริเวณวัดหรือศาลเจ้าเพื่อเป็นการทิ้งความโชคร้ายเอาไว้ที่นี่ ส่วนใครที่ได้โชคดีก็มักจะนำใบเซียมซีกลับไปด้วย

ส่วน “โอมาโอริ” ก็คือเครื่องรางที่มีความหมายเป็นสิริมงคลที่สามารถซื้อได้ในศาลเจ้าหรือวัดในวันปีใหม่ ตามจุดประสงค์ที่แต่ละคนต้องการ เช่น เครื่องรางเนื้อคู่, เครื่องรางส่งเสริมเรื่องการเงิน, สุขภาพ เป็นต้น โอมาโอริที่พบเห็นได้ทั่วไปจะมีลักษณะเป็นถุงไหมปักเล็กๆ สำหรับพกพาติดตัวนั่นเอง คนญี่ปุ๋นจะทำตามวัตนธธรรมของเขาแบบเค่งคัดเสมอ

เทศกาลปีใหม่ในแบบฉบับของญี่ปุ่น

เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของญี่ปุ่นในทุกๆปี มักจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม ไปจนถึงวันที่ 4 มกราคม ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับเทศกาลขึ้นปีใหม่เป็นอย่างมาก เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ทำให้ได้มีเวลาพักผ่อนจากการทำงาน อีกทั้งสมาชิกในครอบครัวก็ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันและทำกิจกรรหลายๆอย่างร่วมกัน

การตกแต่งบ้านรับปีใหม่
การตกแต่งบ้านรับปีใหม่ในญี่ปุ่นปกติแล้วจะทำให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปี ซึ่งของมงคลสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปก็ เช่น

jumbo jili

ประตูสน หรือ คาโดมัทสึ (Kadomatsu) ที่นำมาประดับประตูรั้วบ้าน ลักษณะเป็นไม้ไผ่ปลายแหลมแซมด้วยใบสน ใบเฟิร์น ฟางข้าวและสิ่งมงคลต่างๆ โดยมักจะประดับเป็นคู่ทางซ้ายและขวาของประตูรั้ว ตามความเชื่อว่าเพื่อให้เป็นที่สังเกตของเทพเจ้าให้เข้ามาในบ้านได้ถูกต้อง สนสีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของต้นไม้เทพเจ้า ส่วนไผ่สีเขียวจมีลำต้นตรงและล้มยากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว

การจัดบ้านมุมหนึ่งในพื้นที่เล็กๆเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่าโทโคโนมะ (Tokonoma) และเครื่องสักการะที่นำมาวางนั้นก็จะมี คากามิโคจิ (Kagamimochi) เป็นโมจิกลมๆ สองลูกซึ่งหมายถึงตัวแทนพระอาทิตย์กับพระจันทร์ วางซ้อนกันอยู่ หลังจากผ่านช่วงเทศกาลปีใหม่ไป ประมาณวันที่ 11 มกราคม ก็สามารถนำโมจิทั้งสองลูกไปรับประทานเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคนในครอบครัว

สล็อต

ส่งท้ายปีเก่าด้วยโซบะข้ามปี “โทชิโคชิ โซบะ” (Toshikoshi Soba)
วันที่ 31 ธันวาคม หรือวันสิ้นปีชาวญี่ปุ่นจะเรียกวันนี้ว่าโอมิโซกะ (Omisoka) ประเพณีที่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างหนึ่งก็คือการรับประทานโซบะ (soba) ที่เรียกกันว่าโซบะข้ามปี หรือ “โทชิโคชิ โซบะ” (Toshikoshi Soba) เพื่อส่งท้ายปีที่กำลังจะผ่านพ้นไป

มีความเชื่อว่า ความยาวของเส้นโซบะเปรียบได้กับการมีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนยาว อีกทั้งลักษณะที่ตัดขาดได้ง่ายก็หมายถึงการตัดเอาเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาในปีเก่าออกไป
และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือในช่วงสิ้นปีเป็นช่วงที่ส่วนใหญ่ทุกคนจะวุ่นวายอยู่กับการทำความสะอาดและตกแต่งบ้าน การทานโซบะในวันนี้ก็เพราะเป็นอาหารที่ทำรับประทานได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก โซบะข้ามปีนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบ เช่น เซโระโซบะ (Seiro Soba) ลักษณะเป็นโซบะเย็นที่ทานกับน้ำซอสทสึยุ (Tsuyu) หรือ นิชินโซบะ (Nishin Soba) เป็นโซบะในน้ำซุปร้อนๆ โรยหน้าด้วยปลานิชินต้มน้ำตาล ดังนั้นในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ถ้าไม่ได้ทำโซบะรับประทานเองที่บ้าน แต่ออกไปที่ร้านก็จะพบว่าร้านโซบะแทบทุกร้านจะเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มาทานโซบะข้ามปี

สล็อตออนไลน์

ประเพณีตำโมจิ “โมจิทสึกิ” (Mochitsuki)
โมจิ (Mochi) ถือเป็นอาหารมงคลในหลายโอกาสของชาวญี่ปุ่น และนิยมนำไปเป็นเครื่องสักการะเทพเจ้าตามความเชื่อแต่โบราณด้วย (เทียบได้กับน้ำแดงตามศาลพระภูมิของคนไทย)
ช่วงปีใหม่ชาวญี่ปุ่นจะมีการทำโมจิด้วยวิธีแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า โมจิทสึกิ (Mochitsuki) โดยจะเริ่มจากการใส่ข้าวเหนียวลงในอุซุ (Usu) หรือครกไม้ขนาดใหญ่ แล้วก็ต้องมีใครคนหนึ่งใช้สากไม้ที่เรียกว่าคิเนะ (Kine) ตำลงไปเป็นจังหวะ และมีผู้ช่วยอีกคนมาทำหน้าที่ช่วยพลิกโมจิไปด้วยจนกันได้ออกมาเป็นก้อนแป้งโมจิที่นุ่มเหนียวพร้อมจะนำไปทำขนมและอาหารต่อไป ซึ่งในเทศกาลปีใหม่ชาวญี่ปุ่นก็มักจะนำโมจิมาใส่ในน้ำซุบร้อนๆ สำหรับรับประทานที่เรียกกันว่า โอโซนิ (Ozoni)

jumboslot

“โอเซชิ” (Osechi ryori) อาหารมงคลแห่งเทศกาลปีใหม่
วันที่ 1 มกราคมในญี่ปุ่นจะมีการทำอาหารมงคลมื้อแรกของปี ที่ทำขึ้นเพื่อรับประทานกันภายในครอบครัวตามความเชื่อตั้งแต่โบราณว่าเป็นเป็นการต่ออายุให้ยืนยาว อาหารมงคล
วันปีใหม่หรือ โอเซชิ Osechi Ryori เป็นเมนูที่ประกอบด้วยอาหารหลายชนิด โดยต้องมีอาหารหลัก 3 อย่าง เป็นของพื้นบ้านในแต่ละภูมิภาคและเป็นอาหารที่มีความหมายเป็นสิริมงคลตามความเชื่อของญี่ปุ่น ตัวอย่างเช่น
-คาซูโนโกะ หรือไข่ปลาแฮร์ริง ซึ่งเป็นปลาที่วางไข่เป็นจำนวนมาก หมายถึงการมีบุตรหลานสืบตระกูลต่อไป
-ลูกปลาซาร์ดีนตากแห้ง เป็นสิ่งที่สื่อความหมายถึงการเพาะปลูกพืชไร่ให้ได้ผลผลิตอุดมสมบูรณ์
-กุ้ง เพราะกุ้งที่มีลำตัวงอเปรียบได้กับการขอให้มีอายุยืนยาวจนหลังคุ้มงอ

slot

-ก้อนทองคำ ทำจากเนื้อเกาลัดนึ่งนำไปบดผสมกับถั่วลันเตาบดและมันฝรั่งบด ปั้นเป็นลูกกลมๆ มีสีเหลืองสวยเหมือนทองคำ เพื่อเป็นสิริมงคลและขอให้มีฐานะร่ำรวย
-คมบุ คือสาหร่ายประเภทหนึ่งที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับความยินดี
-คามาโบโกะ (Kamaboko) คือลูกชิ้นปลาแท่งยาวที่หั่นเป็นแว่นๆ ดูคล้ายพระอาทิตย์ขึ้นในวันปีใหม่หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองเหมือนแสงอาทิตย์

นอกจากนี้ ยังมีประเพณีชนแก้วในวันปีใหม่ด้วยสาเกเพื่อสุขภาพหรือโทโสะ ซึ่งสมาชิกในครอบครัวจะดื่มในเช้าวันขึ้นปีใหม่ด้วยกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ในสาเกโทโสะนี้มีส่วนผสมของสมุนไพรหลากหลาย เชื่อว่าเมื่อดื่มแล้วโรคภัยที่มีมามาจากปีเก่าจะถูกชะล้างไปพร้อมกับอวยพรให้อายุยืนและมีสุขภาพดีตลอดปี ญี่ปุ่นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่งดงาม

ซึมซาบวัฒนธรรมภูมิภาคโทโฮคุผ่าน 4 ที่เที่ยว

ซึมซาบวัฒนธรรมภูมิภาคโทโฮคุผ่าน 4 ที่เที่ยว
นอกจากของกินอร่อย และธรรมชาติสวยงามแล้ว ที่เที่ยวทางวัฒนธรรมของโทโฮคุก็สมควรจดไว้ในลิสต์สิ่งต้องทำในโทโฮคุด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นก็คงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าได้มาสัมผัสโทโฮคุอย่างครบถ้วนแล้ว

jumbo jili

  1. ตลาดปลาชิโอกามะ (塩釜仲卸市場) จังหวัดมิยางิ
    ตลาดปลาชิโอกามะที่จังหวัดมิยางินั้นเลื่องชื่อในเรื่องความใหญ่โตอลังการไม่แพ้ตลาดปลาสึกิจิชื่อดังของโตเกียวเลยทีเดียว ยิ่งในจังหวัดมิยางิที่ขึ้นชื่อเรื่องการประมงนั้น ของทะเลในตลาดจึงสดใหม่และวางขายมากมายละลานตา ร้านอาหารบริเวณรอบๆ จึงเต็มไปด้วยอาหารทะเลและซูชิ ซาชิมิต่างๆ สดใหม่ให้เลือกชิมมากมาย นอกจากนี้ในตอนเช้าประมาณ 7-8 โมงก็มีการประมูลปลาให้เห็นกันอย่างดุเดือดเช่นกัน

สล็อต

  1. พิพิธภัณฑ์ศิลปะมิยางิ จังหวัดมิยางิ
    พิพิธภัณฑ์ศิลปะมิยางิหรือ The Miyagi Museum of Art ก่อตั้งในปี 1981 อยู่ใจกลางเมืองเซ็นไดในจังหวัดมิยางิ ใช้เวลาเดินแค่ 15 นาทีจากปราสาทมิยางิเท่านั้น งานที่จัดแสดงภายในจะเน้นเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยเมจิไปจนถึงงานแบบศิลปะร่วมสมัย รวบรวมผลงานศิลปะของศิลปินตัวเด็ดๆ ของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นผลงานของ Sato Churyo, Takahashi Yuichi รวมทั้งผลงานของศิลปินต่างชาติในยุคโมเดิร์นที่มีชื่อเสียงหลายคนอย่าง Paul Klee หรือ Barry Flanagan เช่นกัน

สล็อตออนไลน์

  1. วัดบนภูเขาหรือวัดริสสะคุจิ (立石寺) จังหวัดยามางาตะ
    วัดบนภูเขาเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นกลุ่มของวัดที่ตั้งรวมกันอยู่บนภูเขา ที่เราจะมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อได้ปีนเขาขึ้นไประดับหนึ่งแล้วเท่านั้น (ประมาณพันกว่าขั้นเอ๊ง) และวิวนั้นก็เป็นวิวสวยงามที่ราวกับหลุดออกมาจากภาพเขียนสีหมึกของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพราะตลอดทางจะรายล้อมด้วยพืชพรรณนานาชนิดที่มีอายุเป็นร้อยๆ ปีทั้งนั้น ส่วนตัววัดที่เรียกว่าวัดริสสะคุ

jumboslot

จินั้นก็ก่อตั้งขึ้นเมื่อราวๆ ค.ศ. 860 และเพราะความงดงามนี้ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่กวีดัง บะโชเขียนกลอนไฮขุไว้จำนวนมากเช่นกัน ภายในมีพระพุทธรูปโบราณและมีแสงที่ไม่เคยดับ (ตรงนี้ไม่ขอสปอยล์ อยากรู้ว่าเป็นแสงอะไรขอให้ไปดูกันเอง) และที่สำคัญ วิวจากบนนั้นมันช่างสวยงามอลังการจริงๆ

  1. วัดซุยกังจิ (瑞巌寺) จังหวัดมิยางิ
    วัดเก่าแห่งโบราณแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 9 และขุนศึกผู้เก่งกาจของญี่ปุ่น ดาเตะ มาซามุเนะ ก็ได้บูรณะขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 17 และภายหลังได้กลายเป็นศูนย์

slot

รวมของเหล่าศิลปินที่เป็นเจ้าของงานศิลปะสไตล์คาโน (狩野派) ฉะนั้นนอกจากตัวอาคารวัดเองจะสง่างามแล้ว ภายในยังคับคั่งไปด้วยงานศิลปะโบราณมากมายของญี่ปุ่น ภายในวัดแบ่งออกเป็นพื้นที่ต่างๆ มากมาย มีบริเวณที่จงใจทำพื้นให้ส่งเสียงดังเวลาเหยียบลงไป เพื่อเป็นการเตือยภัยในยามมีผู้บุกรุก บอกถึงความระมัดระวังตัวของเจ้าของอาคารได้เป็นอย่างดี ภายนอกก็จะมีทิวต้นสนซีดาร์ทอดยาวเป็นทาง นำทางเราเข้าสู้บริเวณวัดได้อย่างสวยงามอีกด้วย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของญี่ปุ่นเช่นกัน

เที่ยวญี่ปุ่นผ่านเกมกันเถอะ

แม้จะยังไปญี่ปุ่นไม่ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้การท่องเที่ยวผ่านหน้าจอเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ อย่างเช่นการชมวิดิโอ VR Tour ของสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบเกม เราขอเสนออีกตัวเลือกนั่นก็คือ การสนุกกับเกมที่มีฉากเป็นเมืองในญี่ปุ่นนั่นเอง

ต้องเล่นเกมอะไร ถึงจะได้เที่ยวเมืองญี่ปุ่น

jumbo jili

หนึ่งในเกมที่เราอยากแนะนำสำหรับคนที่คิดถึงวิวญี่ปุ่น เมืองแบบญี่ปุ่น ก็คือเกม Yakuza หรือชื่อในภาษาญี่ปุ่น Ryu ga Gotoku ซึ่งเป็นเกมแนวต่อสู้ผจญภัยที่มีจุดเด่นคือเป็นเรื่องราวของ “ยากูซ่า” โดยเน้นเรื่องราว คาแรกเตอร์ และที่สำคัญก็คือฉากและสถานที่แบบสมจริง

ความโดดเด่นของเกม Yakuza ก็คือสถานที่ในเกมแต่ละภาค มักจะใช้เมืองสำคัญๆ ในประเทศญี่ปุ่นเป็นต้นแบบ ไม่ว่าจะเป็นย่านชินจูกุ (Shinjuku) ในโตเกียว ย่านโดทงโบริ (Dotonbori) ในโอซาก้า เป็นต้น ทำให้ผู้ที่ชอบเล่นเกม สามารถสนุกกับการผจญภัยไปในฉากที่ราวกับอยู่ที่ญี่ปุ่น

สล็อต

เที่ยวย่านคาบุกิโจ (Kabukicho) ในโตเกียว กับเกม Yakuza
หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีสีสันที่สุดของโตเกียว ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบถ่ายรูป ชมวิว กินอาหารตามร้านดีๆ หรือช้อปปิ้ง ก็ต้องรู้จักย่านชินจูกุ (Shinjuku) ในโตเกียวอย่างแน่นอน และสำหรับคนที่เชี่ยวชาญยิ่งไปกว่านั้น ก็น่าจะเคยได้ยินชื่อย่านคาบุกิโจ (Kabukicho) ซึ่งเป็นย่านร้านอาหารและสถานเริงรมย์ที่อยู่ในชินจูกุอีกที มีเอกลักษณ์อย่างมากเนื่องจากอาคารบ้านเรือนและแลนด์มาร์กเด่นๆ ที่ใครเห็นก็จำได้แน่นอน โดยย่าน Kamurocho ที่ปรากฏในเกม Yakuza หลายภาค ก็มีต้นแบบมาจากย่านคาบุกิโจนั่นเอง

สล็อตออนไลน์

เที่ยวเมืองซัปโปโร (Sapporo) เมืองหลวงแห่งฮอกไกโด กับ Yakuza 5
สำหรับเกม Yakuza 5 เราจะสามารถโลดแล่นในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นได้หลายแห่ง อย่างเช่นเมืองซัปโปโร (Sapporo) ซึ่งเป็นเมืองใหญ่และสำคัญของเกาะฮอกไกโด ที่คนไทยไปเที่ยวมากมายในแต่ละปี สำหรับเมืองในเกมนั้นมีชื่อว่า Tsukimino ซึ่งต้นแบบของเมืองนี้ก็คือย่าน Susukino ย่านกินดื่มชื่อดังในซัปโปโรนั่นเอง

jumboslot

เที่ยวย่านดังในโอซาก้ากับ Yakuza 5
สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวโอซาก้า แน่นอนว่าต้องรู้จักย่านโดทงโบริ (Dotonbori) หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว กิน ช้อป อันขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ที่มีเอกลักษณ์เด่นมากมาย ทั้งป้ายร้านรูปปู ป้ายไฟต่างๆ และคลองส่งน้ำที่สองข้างรายล้อมโดยอาคารสูงและป้ายโฆษณาสีสันสดใส โดยย่าน Sotenbori ที่ปรากฏในเกม Yakuza 5 ก็มีที่มาจากแหล่งท่องเที่ยวอันโดดเด่นและมีสเน่ห์อย่างโดทงโบรินี้เอง

slot

เที่ยวเมืองโยโกฮาม่า (Yokohama) เมืองท่าวิวสุดสวยริมทะเล กับ Yakuza: Like a Dragon
ในเกมภาคล่าสุดนี้ ฉากส่วนใหญ่ของเกมนั้นอยู่ในเมือง Isezaki Ijincho ที่ได้ต้นแบบมาจาก Isezakicho ซึ่งเป็นย่านหนึ่งของเมืองโกโยฮาม่า (Yokohama) และแน่นอนว่า เราจะได้เห็นวิวทิวทัศน์เด่นๆ ของโยโกฮาม่ามากมายในเกมนี้ อย่างเช่น ย่านเมืองหรือสวนสาธารณะริมทะเลอันเป็นเอกลักษณ์ของโยโกฮาม่า คนญี่ปุ่นเขาทำได้ครับ