ดูบอลที่ญี่ปุ่นกับ 5 ทีมดังใน J-League

ถ้าพูดถึงกีฬาลูกหนังระดับโลก ก็ต้องนึกถึงลีกฟุตบอลอังกฤษ สเปน อิตาลี แต่ถ้าขยับมาพูดถึงฟุตบอลฝั่งเอเชียใครๆก็ต้องยกให้ J-League เป็นลีกอันดับหนึ่ง เพราะเป็นลีกเอเชียที่มีแฟนบอลทั้งชาวไทยและทั่วโลก วันนี้เราเลยรวมทีมดังในดวงใจในลีคแดนปลาดิบมาให้ทุกคนได้รู้จักกันแบบจัดเต็ม

1.ทีม Kawasaki Frontale
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งแชมป์ของตารางเจลีค 2 ปีซ้อน กับทีมตัวแทนจากเมืองคาวาซากิที่ไมไกลตากโตเกียว (จังหวัด Kanagawa) คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ เรียกได้ว่าแรงสุดฉุดไม่อยู่จริงๆ (ขอเชียร์ออกนอกหน้าเพราะเป็นทีมในดวงใจของคนเขียนเอง)

jumbo jili

ทีมนี้มีสีประจำสโมสรคือฟ้าและดำ ซึ่งเป็นสีเดียวกับสโมสร Gremio ทีมดังในลีคบราซิล เนื่องจากทั้งสองทีมเป็นพันธมิตรกันมาตั้งแต่ปี 1997 จึงไม่ต้องแปลกใจว่าลวดลายการฟาดแข้งจะแซ่บและไวไม่ต่างจากบอลบราซิล แถมยังมีนักเตะดาวเด่นอย่าง กองกลาง Kengo Nakamura และกองหน้า Yu Kobayashi ที่คว้ารางวัลผู้เล่นอันทรงคุณค่าในปี 2016และ 2017 มาอยู่ในทีมด้วย

ที่มาของชื่อทีม Frontale เป็นภาษาอิตาลี แปลว่า “ข้างหน้า” ซึ่งสื่อถึงจิตวิญญาณของนักบุกเบิกที่พร้อมจะท้าทายและก้าวไปข้างหน้าเสมอ และยังสื่อถึงการพร้อมสู้ศึกอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมตั้งแต่เริ่มต้นอีกด้วย สโมสรนี้ถือปรัชญา “ส่งเสริมวัฒนธรรมกีฬาและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมท้องถิ่น” มีการทำกิจกรรมด้านกีฬาเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในท้องถิ่นไปพร้อมกับการมุ่งมั่นฝึกอบรมเยาวชนด้านกีฬาด้วย Kawasaki Frontale มีสนามกีฬา Kawasaki Todoroki Stadium เป็นสนามทีมเหย้า

เหย้า : สนามกีฬา Kawasaki Todoroki Stadium
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Nambu ลงที่สถานี Musashi-Nakahara เดินอีก 15 นาที หรือนั่งรถไฟสาย Yokosuka มาลงที่สถานี JR Musashi Kosugi ทางออกฝั่งทิศเหนือ แล้วนั่งรถบัสที่ชานชาลาหมายเลข 2 ไปลงที่หน้าสนามกีฬาได้เลย (มีเฉพาะในวันที่มีการแข่งขัน)

สล็อต

2.ทีม Kashima Antlers
ถ้าจะพูดถึงหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงและโลดแล่นอยู่ในเจลีคมาอย่างยาวนาน ก็คงจะต้องนึกถึงทีม Kashima Antlers (คาชิม่า แอนท์เลอร์ส) ทีมประจำถิ่นของจังหวัดอิบารากิที่มีคนไทยอยู่เยอะมาก มีโลโก้เป็น “กวางเขาเหล็ก”

สิ่งที่ทำให้ทีมนี้โด่งดังมาตลอดก็คือตั้งเเต่เริ่มก่อตั้งเจลีคขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1993 Kashima Antlersก็เป็นทีมที่ไม่เคยตกชั้นลงไปยังลีครองเลยเเม้เเต่ครั้งเดียว แถมด้วยสถิติที่ลงเล่น 24 ฤดูกาลสามารถคว้าเเชมป์เจลีคไปถึง 8 ครั้งทีเดียว แม้เจลีคปีนี้ Kashima Antlers จะตกลงไปอยู่อันดับ 3 ของตาราง แต่ก็ถือว่ายังไม่ทิ้งฟอร์มเดิมไปเท่าไร และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นทีมที่มีแนวรับชั้นเยี่ยมและมีแนวรุกที่ดุดันสุดๆเพราะมีดาวดังอย่าง Azuto Uchida, Ken Shoji, Yuto Misao เป็นต้น

ทีมนี้ก่อกำเนิดขึ้นมาในฐานะทีมฟุตบอลของบริษัท Sumitomo ในปี 1947 โดยเคยมีฐานอยู่ที่เมืองOsaka แล้วต่อมาได้ย้ายมาที่เมืองKashima ในจังหวัดอิบารากิ จนได้ลงเล่นบนลีคสูงสุดของญี่ปุ่นมาโดยตลอด

ส่วนสนามเหย้าของทีมนี้ก็คือ Kashima Soccer Stadium อันเป็นสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ในลำดับต้นๆของญี่ปุ่น เพราะสามารถจุแฟนบอลได้ในคราวเดียวถึง 40,728 ที่นั่ง วันไหนที่มีแข่งจะมีแฟนๆโดยเฉพาะชาว Ibaraki ไปรวมตัวกันที่นี่เพื่อเชียร์ทีมในดวงใจกันอย่างเนืองแน่น พร้อมมีรถบัสรับส่งให้ลงที่หน้าสนามกีฬาเลย นอกจากไปเชียร์บอลแล้วที่ Kashima Soccer Stadium ยังมีอะไรๆให้ดู ให้เล่น อีกเพียบ ทั้งจุดชมวิว, โรงยิม, ร้านอาหาร เป็นต้น

สล็อตออนไลน์

สนามเหย้า: Kashima Soccer Stadium
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถบัส High-speed จากสถานี Tokyo ฝั่งทางออก Yaesu ที่ชานชลาหมายเลข 1 แล้วลงที่สถานี Kashima Soccer Stadium หรือ นั่งรถไฟ JR ที่สถานี Mito ไปลงที่สถานี JR Kashima Soccer Stadium

  1. ทีม Gamba Osaka
    มาถึงทีมดังฝั่งคันไซ netmba Osaka (กัมบะ โอซาก้า) แม้ในตารางล่าสุดสโมสรแห่งนี้จะรั้งอันดับ 8 หลังจากที่เคยร่วงไปเล่นลีครองมาสักพัก จริงๆแล้วสโมสรนี้เคยมีชื่อเสียงและทำผลงานได้ดีมากๆในอดีต จากการคว้าชัยชนะในเจลีคครั้งแรกในปี 2005 นอกจากนี้ ยังสามารถคว้าแชมป์ AFC champion league ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2008 ก่อนจะฟอร์มตกถึงขั้นต้องลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 ในปี 2012 และค่อยๆฟื้นคืนตารางหลักมาอีกครั้ง ซึ่งเหล่าแฟนๆก็พยายามลุ้นให้คืนฟอร์มโดยเร็วกันล้นหลาม สโมสรแห่งนี้ยังเคยเป็นทีมเก่าที่ วิทยา เลาหกุล, นที ทองสุขแก้ว, รณชัย สยมชัย อดีตนักเตะทีมชาติไทยเคยไปค้าแข้งด้วยมาแล้ว

ทีม Gamba อยู่ที่เมือง Suita จังหวัดโอซาก้า มีฉายาประจำทีมว่า”เจ้าเวหา” ปัจจุบันมีบริษัท Panasonic เป็นเจ้าของทีม คำว่า Gamba ในภาษาญี่ปุ่นสามารถแปลว่า “พยายามทำให้ดีที่สุด” ก็ได้ โดยมาจากคำว่า Gambare แต่จริงๆชื่อของทีมมาจากภาษาอิตาลีคำว่า Gamba ที่แปลว่า “ขา”

สโมสรแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1980 ในชื่อ สโมสรฟุตบอล Matsushita ในจังหวัดนารา ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น Gamba Osaka เมื่อย้ายมาอยู่ที่จังหวัดโอซาก้าในปี 1991 และได้เข้าร่วมเจลีคในปี 1992 ส่วนสนามเหย้าของทีมนี้ก็คือที่ Suita City Football Stadium ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ Gamba Osaka ชื่อ Blu STORIA ภายในสนามให้ได้เข้าชมฟรีด้วย

jumboslot

สนามเหย้า : Suita City Football Stadium
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ monorail สาย Hankyu Kyoto จากสถานี Minami Ibaraki ไปลงที่สถานี Banpaku-kinen-koen แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที หรือ นั่งรถไฟสาย JR kyoto ลงที่สถานี JR Ibaraki แล้วนั่งรถบัสไปลงที่ Expo’70 Commemorative Stadium เดินต่ออีก 10 นาที

  1. ทีม Hokkaido Consadole Sapporo
    วินาทีนี้สำหรับแฟนบอลชาวไทย จะไม่พูดถึงทีมนี้ไม่ได้ Hokkaido Consadole Sapporo ในฐานะต้นสังกัดใหม่ของ “ชนาคุง” ชื่อเล่นใหม่ของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ไปเล่นเป็นกองกลางและนำพาสโมสรที่เคยอยู่ท้ายๆของตารางก้าวกระโดดโลดแล่นจนวิ่งแซงขึ้นมาครองตำแหน่งอันดับ 4 ของตารางได้อย่างสวยงาม ที่นี่เป็นสโมสรที่อยู่ในเมืองซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด มีสนามเหย้าคือ Sapporo Dome ที่เป็นสนามไซส์ยักษ์ระดับแนวหน้าของภูมิภาคนี้ นอกจากจะใช้เป็นรังเหย้าของสโมสรแห่งนี้แล้ว ยังถูกใช้สำหรับเป็นสนามเบสบอลของทีม Hokkaido Nippon Ham Fighters ด้วย

ความหมายของชื่อทีมนั้น เกิดจากการผสมคำว่า consado บวกกับคำว่า ole ที่เป็นเสียงร้องแสดงความยินดีในภาษาสเปน ส่วนคำว่า consado นั้นเป็นผวนมาจากคำว่า dosanko ชื่อม้าสายพันธุ์ท้องถิ่นของฮอกไกโด และคำนี้ยังเป็นชื่อเล่นที่ใช้เรียกชาวฮอกไกโดอีกด้วย

สโมสรฟุตบอลอาชีพทีมนี้ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1996 และเป็นทีมแรก ที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นชาวเมืองซึ่งสามารถร่วมลงทุนด้วยในนาม “บริษัท ฮอกไกโด ฟุตบอลคลับ จำกัด (HFC)” เพื่อเป็นการสร้างคุณค่าอีกหนึ่งอย่างให้กับท้องถิ่น โดยชาวเมืองผู้ถือหุ้นจะได้ออกความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจการและสร้างนักกีฬาอาชีพจากท้องถิ่นใน Hokkaido ได้อย่างอย่างเต็มที่ เป็นสโมสรที่ถือได้ว่าเป็นของชาวเมืองอย่างแท้จริง จึงทำให้สโมสรแห่งนี้เติบโตอย่างมีรากฐานมั่นคงและได้รับการสนับสนุนจากชาวเมืองอย่างล้นหลาม

slot

สนามเหย้า : Sapporo Dome
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Toho จากสถานี Sapporo Subway ไปลงที่สถานี Fukuzumi แล้วเดินต่อไปที่สนามประมาณ 10 นาที หรือสามารถขึ้นรถ Shuttle bus จากสถานี JR Sapporo ไปลงที่สนามได้เลย (เฉพาะวันที่มีการแข่งขัน)

5.ทีม Sanfrecce Hiroshima
Sanfrecce Hiroshima สโมสรอดีตแชมป์เจลีคสามสมัย ปัจจุบันมีนักเตะชาวไทยอย่าง ”เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ไปค้าแข้งเป็นกองหน้าอยู่ในทีม โดยทีมมีถิ่นฐานอยู่ที่เมืองฮิโรชิม่า ส่วนชื่อนั้นมาจากการผสมคำว่า San ซึ่งหมายถึงเลข 3 ในภาษาญี่ปุ่นกับ คำว่า frecce ซึ่งแปลว่าลูกศรหรือลูกธนูในภาษาอิตาลี โดยชื่อทีม Sanfrecce มาจากตำนานเรื่องเล่าธนู 3 ดอก ที่โมริ โมโตนาริ ขุนพลสมัยโบราณผู้เรืองอำนาจในแถบฮิโรชิม่าช่วงศตวรรษที่ 16 เคยสอนลูกชายทั้งสามว่าการหักธนูดอกเดียวอาจทำได้ง่ายแต่เมื่อนำธนูมารวมกันถึง 3 ดอกจะแข็งแกร่งจนหักไม่ไหว เพื่อสื่อว่าสามัคคีคือพลังนั่นเอง และเรื่องเล่านี้ก็ปรากฏอยู่ในโลโก้ของสโมสร

สโมสรแห่งนี้เริ่มต้นมาจากการเป็นทีมของบริษัทมาสด้า ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น Sanfrecce Hiroshima ในปี 1992 และมาประสบความสำเร็จในช่วงหลังคือการคว้าแชมป์เจลีคได้ 3 สมัยในปี 2012, 2013 และ 2015 นอกจากนี้ทีมนี้ยังเคยคว้าแชมป์ Japanese Super Cupได้ 3 สมัยในปี 2008, 2013 และ 2014 ฉะนั้น แฟนๆจะไม่เคยผิดหวังในเกมการเล่นของสโมสรนี้ที่ดุเด็ดเผ็ดมันด้วยเกมรุกที่เร็วและชัดเจน
กีฬาก็เป็นอีกรูปแบบที่นิยมกันเป็นอย่างมาก

ซึมซาบวัฒนธรรมภูมิภาคโทโฮคุผ่าน 4 ที่เที่ยว

ซึมซาบวัฒนธรรมภูมิภาคโทโฮคุผ่าน 4 ที่เที่ยว
นอกจากของกินอร่อย และธรรมชาติสวยงามแล้ว ที่เที่ยวทางวัฒนธรรมของโทโฮคุก็สมควรจดไว้ในลิสต์สิ่งต้องทำในโทโฮคุด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นก็คงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าได้มาสัมผัสโทโฮคุอย่างครบถ้วนแล้ว

jumbo jili

  1. ตลาดปลาชิโอกามะ (塩釜仲卸市場) จังหวัดมิยางิ
    ตลาดปลาชิโอกามะที่จังหวัดมิยางินั้นเลื่องชื่อในเรื่องความใหญ่โตอลังการไม่แพ้ตลาดปลาสึกิจิชื่อดังของโตเกียวเลยทีเดียว ยิ่งในจังหวัดมิยางิที่ขึ้นชื่อเรื่องการประมงนั้น ของทะเลในตลาดจึงสดใหม่และวางขายมากมายละลานตา ร้านอาหารบริเวณรอบๆ จึงเต็มไปด้วยอาหารทะเลและซูชิ ซาชิมิต่างๆ สดใหม่ให้เลือกชิมมากมาย นอกจากนี้ในตอนเช้าประมาณ 7-8 โมงก็มีการประมูลปลาให้เห็นกันอย่างดุเดือดเช่นกัน

สล็อต

  1. พิพิธภัณฑ์ศิลปะมิยางิ จังหวัดมิยางิ
    พิพิธภัณฑ์ศิลปะมิยางิหรือ The Miyagi Museum of Art ก่อตั้งในปี 1981 อยู่ใจกลางเมืองเซ็นไดในจังหวัดมิยางิ ใช้เวลาเดินแค่ 15 นาทีจากปราสาทมิยางิเท่านั้น งานที่จัดแสดงภายในจะเน้นเป็นงานศิลปะที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยเมจิไปจนถึงงานแบบศิลปะร่วมสมัย รวบรวมผลงานศิลปะของศิลปินตัวเด็ดๆ ของญี่ปุ่นเอาไว้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็นผลงานของ Sato Churyo, Takahashi Yuichi รวมทั้งผลงานของศิลปินต่างชาติในยุคโมเดิร์นที่มีชื่อเสียงหลายคนอย่าง Paul Klee หรือ Barry Flanagan เช่นกัน

สล็อตออนไลน์

  1. วัดบนภูเขาหรือวัดริสสะคุจิ (立石寺) จังหวัดยามางาตะ
    วัดบนภูเขาเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นกลุ่มของวัดที่ตั้งรวมกันอยู่บนภูเขา ที่เราจะมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อได้ปีนเขาขึ้นไประดับหนึ่งแล้วเท่านั้น (ประมาณพันกว่าขั้นเอ๊ง) และวิวนั้นก็เป็นวิวสวยงามที่ราวกับหลุดออกมาจากภาพเขียนสีหมึกของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เพราะตลอดทางจะรายล้อมด้วยพืชพรรณนานาชนิดที่มีอายุเป็นร้อยๆ ปีทั้งนั้น ส่วนตัววัดที่เรียกว่าวัดริสสะคุ

jumboslot

จินั้นก็ก่อตั้งขึ้นเมื่อราวๆ ค.ศ. 860 และเพราะความงดงามนี้ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่กวีดัง บะโชเขียนกลอนไฮขุไว้จำนวนมากเช่นกัน ภายในมีพระพุทธรูปโบราณและมีแสงที่ไม่เคยดับ (ตรงนี้ไม่ขอสปอยล์ อยากรู้ว่าเป็นแสงอะไรขอให้ไปดูกันเอง) และที่สำคัญ วิวจากบนนั้นมันช่างสวยงามอลังการจริงๆ

  1. วัดซุยกังจิ (瑞巌寺) จังหวัดมิยางิ
    วัดเก่าแห่งโบราณแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 9 และขุนศึกผู้เก่งกาจของญี่ปุ่น ดาเตะ มาซามุเนะ ก็ได้บูรณะขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 17 และภายหลังได้กลายเป็นศูนย์

slot

รวมของเหล่าศิลปินที่เป็นเจ้าของงานศิลปะสไตล์คาโน (狩野派) ฉะนั้นนอกจากตัวอาคารวัดเองจะสง่างามแล้ว ภายในยังคับคั่งไปด้วยงานศิลปะโบราณมากมายของญี่ปุ่น ภายในวัดแบ่งออกเป็นพื้นที่ต่างๆ มากมาย มีบริเวณที่จงใจทำพื้นให้ส่งเสียงดังเวลาเหยียบลงไป เพื่อเป็นการเตือยภัยในยามมีผู้บุกรุก บอกถึงความระมัดระวังตัวของเจ้าของอาคารได้เป็นอย่างดี ภายนอกก็จะมีทิวต้นสนซีดาร์ทอดยาวเป็นทาง นำทางเราเข้าสู้บริเวณวัดได้อย่างสวยงามอีกด้วย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของญี่ปุ่นเช่นกัน

ขั้นตอนง่ายๆ ฉีดวัคซีนที่ญี่ปุ่นเป็นแบบนี้เอง

การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ที่ประเทศญี่ปุ่นจะมี 2 ยี่ห้อให้เลือกคือ โมเดอร์น่า (Moderna) และไฟเซอร์ (Pfizer) ซึ่งชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นที่มีวีซ่าก็มีสิทธิ์เข้ารับการฉีดวัคซีนเช่นกัน การฉีดวัคซีนในญี่ปุ่นจะเป็นแบบไหน มีขั้นตอนอย่างไรบ้างแตกต่างจากไทยอย่างไร ไปติดตามรายละเอียดกันเลย

การฉีดวัคซีนในญี่ปุ่น
เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบันยังคงไม่สิ้นสุด ทางรัฐบาลของประเทศญี่ปุ่นจึงได้เริ่มอนุมัติให้มีการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลุ่มแรก หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการทยอยฉีดวัคซีนให้ประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ตามลำดับ ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป กลุ่มถัดไปคือ ผู้มีโรคประจำตัว และเจ้าหน้าที่ของสถานดูแลผู้สูงอายุ จากนั้นก็ทยอยฉีดให้ประชาชนทั่วไป โดยกำหนดการฉีดวัคซีนอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของประชากรและจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลกลาง

jumbo jili

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนให้กับชาวต่างชาติ รวมทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ ซึ่งรวมถึงคนไทยที่มีถิ่นพำนักในญี่ปุ่นหรือผู้ถือบัตรไซริวและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านญี่ปุ่นก็จะได้รับสิทธิในการฉีดวัคซีนเช่นเดียวกับชาวญี่ปุ่น
อย่างที่ได้กล่าวถึงไปในตอนต้นว่า ปัจจุบันที่ประเทศญี่ปุ่นมี 2 ยี่ห้อให้เลือกคือ โมเดอร์น่า (Moderna) กับไฟเซอร์ (Pfizer) ในส่วนของการฉีดวัคซีนในญี่ปุ่นแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลักๆ คือรับสิทธิ์ในการฉีดผ่านทางบริษัทหรือองค์กรที่สังกัด หรือถ้าเป็นนักศึกษาก็สามารถรับสิทธิ์ผ่านทางมหาวิทยาลัยได้ อีกรูปแบบหนึ่งจะเป็นการฉีดกับทางเขตที่พักอาศัยอยู่

โดยบทคจวามนี้ะเล่าถึงการฉีดวัคซีนกับทางเขต ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
ขั้นตอนและกระบวนการฉีดวัคซีน

สล็อต

ขั้นตอนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในญี่ปุ่นกับทางเขตที่พักอาศัยอยู่สำหรับประชาชนทั่วไป

  1. เริ่มจากสำนักงานเทศบาลเมืองหรือสำนักงานเขตจัดส่งคูปอง หนังสือชี้แจงการฉีดวัคซีน ใบตรวจร่างกายเบื้องต้นและเอกสารคู่มืออธิบายขั้นตอนการฉีดวัคซีนให้กับบุคคลกลุ่มต่างๆ ที่ลงทะเบียนอาศัยในพื้นที่นั้นทางไปรษณีย์ตามลำดับ โดยแต่ละเขตก็จะมีแบบฟอร์มที่แตกต่างกันไปเล็กน้อย
  2. เมื่อได้รับคูปองและเอกสารที่เกี่ยวข้องแล้วให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์หรือช่องทางที่กำหนดหรือสามารถติดต่อผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ เพื่อนัดหมายการฉีดวัคซีนเพื่อจองคิว ซึ่งสามารถเลือกวัน-เวลาได้ตามความสะดวกและมีให้เลือกหลายช่วงเวลา
    จากนั้นก็ปรินท์เอกสารใบตรวจร่างกายเบื้องต้นมากรอกข้อมูล (กรณีถ้าในจดหมายไม่มีใบตรวจร่างกายแนบมาให้) เช่น เคยรับวัคซีนเกี่ยวกับโควิดมาก่อนหรือไม่ ปัจจุบันมีอาการป่วยหรือกำลังรับประทานยาอยู่หรือไม่ รวมทั้งประวัติแพ้ยาและการใช้ยา

สล็อตออนไลน์

  1. เดินทางไปฉีดวัคซีนในวัน เวลา และสถานที่ตามที่ได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่ โดยเตรียมคูปองฉีดวัคซีนและหลักฐานแสดงตนที่มีที่อยู่ชัดเจน เช่น บัตรไซริว ใบขับขี่ บัตรประกันสุขภาพ รวมทั้งเอกสารข้อมูลส่วนตัวที่ปรินท์มากรอกครบถ้วนแล้ว
  2. เมื่อไปถึงสถานที่จะต้องกรอกข้อมูลในใบตรวจร่างกายข้างต้น (สามารถกรอกล่วงหน้าจากบ้านได้) เป็นการคัดกรองสำหรับการฉีดวัคซีน เพื่อให้แพทย์ประเมินความพร้อมก่อนการฉีดวัคซีน ผู้ที่ไม่สามารถรับวัคซีนได้คือ ผู้ที่มีไข้เกิน 37.5 องศา มีอาการป่วยหนักที่แพทย์วินิจฉัยว่ามีความเสี่ยงและมีประวัติการแพ้วัคซีนหรือ Anaphylaxis มาก่อน
  3. สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาเมื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มแรกแล้ว ให้นั่งรอดูอาการตามคำแนะนำของแพทย์ เป็นเวลาอย่างน้อย 15 นาที หากไม่มีอาการข้างเคียงหรือปัญหาใดๆ ก็สามารถกลับบ้านได้เลย รวมใช้เวลาในกระบวนการนี้ทั้งหมดประมาณ 30-40 นาที
  4. โดยปกติจะมีการนัดหมายเพื่อฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ภายใน 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้วัคซีนทำงานกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว จะได้รับใบรับรองการฉีดวัคซีน (Certificate of Vaccination for Covid-19) เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

jumboslot

การเตรียมตัวก่อนฉีดและหลังฉีดวัคซีน
เตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน
วัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนใช้ป้องกันการเกิดโรคที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ในระยะเวลาไม่นานมาก ปัจจุบันมีรายงานถึงผลข้างเคียงต่างๆ หลังการฉีด เช่น มีไข้ ปวดแขน และรู้สึกเหนื่อยล้า ดังนั้น เพื่อความสบายใจควรปรึกษาเภสัชกรที่ร้านขายยาเพื่อหายาที่ลดผลข้างเคียงล่วงหน้า
การเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีนสำหรับผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือโรงพยาบาลที่ทำการรักษาตัวก่อน แต่ถ้าหากเป็นผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ก็เตรียมตัวง่ายๆ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2-3 วันก่อนไปฉีดวัคซีน

เตรียมตัวหลังฉีดวัคซีน
หลังฉีดวัคซีนควรงดออกกำลังกายหรือการใช้กล้ามเนื้อออกแรงอื่นๆ เช่น ยกของหนักเป็นเวลา 1 วัน เนื่องจากผู้ได้รับวัคซีนส่วนใหญ่มักมีผลข้างเคียงคือไข้ขึ้นสูงมากกว่า 37.5

slot

องศา หลังจากนั้นไข้จะลดลงภายในเวลา 1-2 วัน หากมีไข้หรือมีอาการปวดแขนข้างที่ฉีดวัคซีน สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยทานรับประทานยาจำพวกพาราเซตามอลหรือใช้แผ่นเจลลดไข้
นอกจากนี้ ผู้ได้รับวัคซีนบางคนยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงในลักษณะแพ้และเป็นผื่นบริเวณที่ฉีดวัคซีนอีกด้วย เมื่ออาหารเหล่านี้ทุกเลาไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ก็จะกลับมาปวดแขนอีกครั้งและมีผื่นขึ้นตามบริเวณจุดที่ฉีดเป็นวงกว้างประมานหนึ่งฝ่ามือ แล้วก็จะทุเลาไปเองใน 2-3 วัน หากรู้สึกกังวลก็สามารถปรึกษาแพทย์ผิวหนังได้

ดังนั้น ใครที่มีกำหนดการไปฉีดวัคซีนควรดูแลสุขภาพของตนเองให้พร้อมเสียก่อนทั้งก่อนการฉีดและหลังการได้รับวัคซีน ถือเป็นความจริงจังมากของคนญี่ปุ่น

แบบนี้ก็มีด้วย! 7 ความเชื่อสุดแปลกของคนญี่ปุ่น

แบบนี้ก็มีด้วย! 7 ความเชื่อสุดแปลกของคนญี่ปุ่น
แม้ประเทศญี่ปุ่นจะดูเป็นประเทศที่ทันสมัยและมีเทคโนโลยีสุดล้ำมากมาย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ยังคงมีความเชื่อในหลายๆ เรื่อง ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน บ้างก็เป็นความเชื่อแปลกๆ และบ้างก็เป็นความเชื่อที่หากรู้ไว้ในฐานะนักท่องเที่ยวก็ไม่เสียหาย และทำให้เข้าใจวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นมากขึ้น จะมีความเชื่อเกี่ยวกับอะไรบ้างนั้นก็ไปดูกันเลย

  1. ความเชื่อเรื่องตัวเลข
    เลข 1 สำหรับคนญี่ปุ่นถือเป็นเลขดี ซึ่งมีความหมายโดยทั่วไปว่าการเริ่มต้น หรือการเป็นที่หนึ่ง โดยสังเกตได้จากร้านอาหารและธุรกิจต่างๆ ที่มักจะชอบใช้คำว่า “อิจิ” ซึ่งหมายถึงเลขหนึ่ง มาประกอบกับชื่อร้านหรือธุรกิจของตัวเองเพื่อให้มีความเป็นที่หนึ่งเสมอ

jumbo jili

เลข 4 ถือเป็นเลขที่อัปมงคลที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่น เนื่องจากคำว่า “ชิ” ที่หมายถึงเลขสี่ในภาษาญี่ปุ่นนั้นพ้องกับคำที่แปลว่าความตาย โดยไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องพยายามเลี่ยงเลขสี่ หรือจำนวนสี่ชิ้นอยู่เสมอ เช่นการซื้อดอกไม้ หรือซื้อขนมเป็นของฝากคนอื่น
เลข 5 ถือเป็นเลขดีอีกหนึ่งเลขสำหรับชาวญี่ปุ่น เนื่องจากคำว่า “โกะ” ที่หมายถึงเลขห้าในภาษาญี่ปุ่นถูกนำไปเชื่อมโยงกับคำว่า “โกะเอ็ง” ซึ่งมีความหมายในทางที่ดีที่แปลว่า “ความสัมพันธ์ หรือการพบรัก” รวมถึงเวลาที่ชาวญี่ปุ่นไปขอพรที่ศาลเจ้า ก็ยังนิยมโยนเหรียญ 5 เยนเพื่อให้สมปรารถนาอีกด้วย
เลข 9 เป็นเลขอัปมงคลอีกหนึ่งเลขในความเชื่อของชาวญี่ปุ่น เนื่องจากคำว่า “คุ” ที่หมายถึงเลขเก้าในภาษาญี่ปุ่นนั้นพ้องเสียงกับคำที่แปลว่าความเจ็บปวด หรือความทรมาน จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลขที่ชาวญี่ปุ่นพยายามเลี่ยงเหมือนกับเลขสี่ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม

สล็อต

  1. ปีชงและการแก้เคล็ด
    ชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าปีชงไม่ได้มีเพียงครั้งเดียวในชีวิต และปีชงในแต่ละครั้งจะกินเวลาราว 3 ปี และปีชงสำหรับเพศหญิงและเพศชายนั้นจะแตกต่างกันอออกไป ส่วนความเชื่อโดยทั่วไปนั้นจะคล้ายกับคนไทย ที่เชื่อกันว่าเป็นปีที่เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บป่วย ไปจนถึงหนี้สินหรือเรื่องทุกข์ต่างๆ และเป็นช่วงเวลาที่ควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ
    โดยปีชงตามความเชื่อของคนญี่ปุ่นสำหรับเพศชายคือช่วงอายุ 25 ปี 42 ปี และ 61 ปี ส่วนเพศหญิงอยู่ที่อายุ 19 ปี 33 ปี และ 61 ปี

สำหรับการแก้เคล็ดปีชง โดยทั่วไปจะเป็นการไปขอพรที่ศาลเจ้าเพื่อปัดเป่าโชคร้ายต่างๆ และอาจมีการทำพิธีเพื่อแก้เคล็ดเป็นพิเศษ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ก็เป็นการซื้อเครื่องรางไม่ว่าจะเป็นแบบกระดาษที่เรียกว่า “โอฟุดะ” หรือเครื่องรางเล็กๆ ที่เรียกว่า “โอมาโมะริ” สำหรับพกติดตัวเอาไว้ โดยหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเรื่องการแก้ชงสำหรับชาวญี่ปุ่นคือวัดโซซูจิ (Soshuji Temple) ในจ.โทชิงิ

สล็อตออนไลน์

  1. ห้ามเหยียบขอบของเสื่อทาทามิ เพราะจะทำให้โชคร้าย
    เสื่อทาทามิถือเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในสถานที่ต่างๆ ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นบ้าน วัด หรือแม้แต่ร้านรวงต่างๆ แต่ชาวญี่ปุ่นเองก็มีความเชื่อว่าห้ามเหยียบไปที่บริเวณขอบของเสื่อทาทามิ เพราะคนที่เหยียบอาจต้องเจอกับโชคร้าย นอกจากนี้ บ้านของคนญี่ปุ่นบางบ้านยังมีการสลักตราสัญลักษณ์ของครอบครัวเอาไว้ที่บริเวณขอบเสื่อทาทามิ การเหยียบไปที่บริเวณนี้จึงเปรียบเสมือนการลบหลู่บรรพบุรุษของเจ้าของบ้านอีกด้วย
  2. ห้ามนอนหันหัวไปทางทิศเหนือ
    ในงานศพของคนญี่ปุ่น ศพจะถูกตั้งไว้โดยหันหัวไปทางทิศเหนือ ทำให้คนญี่ปุ่นเชื่อกันว่าหากคนที่ยังมีชีวิตอยู่นอนหันหัวไปในทิศนี้ ก็จะเผชิญกับโชคร้าย หรืออาจจะเกิดเคราะห์ร้ายที่ถึงแก่ชีวิตได้เลย นอกจากนี้คนญี่ปุ่นยังมีความเชื่อเรื่องดาวเหนือ ซึ่งถือเป็นดาวประจำทิศเหนือ และยังเป็นดาวแห่งความตาย ดังนั้นการนอนหันหัวไปทางทิศเหนือ เท่ากับเป็นการหันไปหาทิศแห่งความตาย จึงถือว่าเป็นสิ่งไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง

jumboslot

  1. ห้ามทำความสะอาดบ้านในวันปีใหม่
    การห้ามทำความสะอาดบ้านในวันปีใหม่ รวมถึงในวันมงคลต่างๆ ถือเป็นความเชื่อที่มีร่วมกันทั้งคนไทย คนจีน และคนญี่ปุ่น ซึ่งศาสนาชินโตเชื่อว่าวันปีใหม่นั้น ถือเป็นวันที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของปี รวมถึงเป็นวันต้อนรับเทพเจ้าอีกด้วย การทำความสะอาดบ้านในวันนี้จึงเปรียบเสมือนการปัดเอาโชคดีและความเป็นศิริมงคลต่างๆ ออกจากบ้าน และอาจทำให้ต้องเจอกับเรื่องร้ายๆ ไปตลอดทั้งปีนั้นเลย
  2. ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน
    การห้ามตัดเล็บตอนกลางคืนตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นมีหลากหลายสาเหตุด้วยกัน บ้างก็เชื่อว่าอุปกรณ์ที่ใช้ตัดเล็บในเวลานั้นจะมีพลังวิญญาณที่สามารถดึงดูดให้วิญญาณเข้ามาหาได้ จนอาจต้องเผชิญกับโชคร้ายต่างๆ และบ้างก็เชื่อว่าอักษรในภาษาญี่ปุ่นคำว่า “โย” ที่แปลว่า “กลางคืน” กับคำว่า “ซึเมะ” ที่แปลว่า “เล็บ” เมื่อเอามารวมกันจะออกเสียงเป็นได้ว่า “โยตสึเมะ” ซึ่งมีความหมายว่า “การตัดอายุให้สั้นลง”

slot

  1. ให้เอาเสื้อปิดสะดือในเวลาที่ฝนตกฟ้าร้อง
    การให้เอาเสื้อปิดสะดือในวันที่ฝนตกฟ้าร้อง และมีฟ้าผ่า เป็นความเชื่อที่คนญี่ปุ่นใช้สอนเด็กๆ มาเป็นเวลานาน โดยมาจากความเชื่อเรื่องเทพเจ้าไรจิน ซึ่งเป็นเทพแห่งสายฟ้าตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีเพื่อนสนิทคือเทพไรจู ซึ่งเป็นเทพที่ชอบเข้าไปนอนในสะดือคน และเทพไรจินจะปลุกเทพไรจูด้วยการใช้ฟ้าผ่า

ดังนั้นถ้าเด็กคนไหนไม่อยากถูกฟ้าผ่ากลางสะดือ ก็ต้องปิดสะดือให้มิดชิดเพื่อไม่ให้เทพไรจูเข้าไปนอนได้ โดยเหตุผลเบื้องหลังความเชื่อนี้คือการสอนเด็กๆ ให้แต่งตัวอย่างมิดชิดในวันที่สภาพอากาศไม่ดีเพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วยนั่นเอง ถือเป็นความจริงจังมากของคนญี่ปุ่น

10 เทพเจ้าของญี่ปุ่น

10 เทพเจ้าของญี่ปุ่น
ศาสนา Shinto ของญี่ปุ่นนั้นเชื่อว่า เทพเจ้าหรือ Kami นั้นมีอยู่ในทุกที่ทุกแห่ง มีมากมายนับไม่ถ้วน คราวนี้เราลองไปทำความรู้จักเทพเจ้าหลักๆ ทั้ง 10 ของญี่ปุ่นดูกันดีกว่า ว่าเกี่ยวโยงกับศาสนาและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นยังไงบ้าง

  1. Jizo
    รูปปั้น Jizo เป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องเด็กและการคลอดลูก ว่ากันว่าเด็กที่เสียชีวิตก่อนพ่อแม่จะไม่สามารถข้ามแม่น้ำ Sanzu ที่เป็นแม่น้ำสู่อีกภพหนึ่งได้ จึงต้องกลายมาเป็นรูปปั้น

jumbo jili

หินอยู่รอบๆ บริเวณแม่น้ำ และคอยช่วยเหลือเด็กๆ คนอื่นให้ช่วยข้ามแม่น้ำไปโดยซ่อนเด็กๆ เอาไว้ในผ้าคลุม
รูปปั้น Jizo ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก และมีให้เห็นมากมายตามวัดทั่วญี่ปุ่น โดยหลังๆ ถูกบริจาคโดยพ่อแม่ที่ต้องสูญเสียลูก และบางทีพ่อแม่ก็จะวางของเล่นหรือกองหินเอาไว้หน้ารูปปั้น Jizo เพื่อภาวนาให้ลูกๆ ของเขาเดินทางข้ามแม่น้ำอย่างสวัดิภาพในอีกภพภูมิหนึ่ง

  1. Raijin & Fujin
    Raijin เป็นเทพเจ้าแห่งสายฟ้า โดยมักจะเห็นรูปปั้น Raijin ที่ถือค้อนและมีแบกกลองไว้ที่หลัง ส่วน Fujin เป็นเทพเจ้าแห่งลม ที่จะถือถุงใส่ลมเอาไว้เสมอ Raijin และ Fujin มักจะปรากฏกายพร้อมกัน คนมักจะกลัวทั้งคู่เพราะว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ทะเลปั่นป่วนและทำให้เรือล่ม และเพราะว่ามีภาพจน์ที่น่ากลัว ทั้งคู่จึงมักจะได้รับมอบหน้าที่ให้เป็นยามรักษาประตูทางเข้าวัดต่างๆ นั่นเอง

สล็อต

  1. Agyo & Ungyo
    Agyo & Ungyo เป็นอีกคู่หนึ่งที่มักจะคอยทำหน้าที่เฝ้าประตูทางเข้าวัด Agyo เป็นเทพเจ้าแห่งความโกรธและความรุนแรง มักจะแยกเขี้ยวและถืออาวุธหรือไม่ก็จะกำมือเป็นกำปั้น ส่วน Ungyo เป็นเทพเจ้าแห่งความแข็งแกร่งและพละกำลัง มักจะปิดปากและแบมือเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในฝีมืออยู่ตลอดเวลา
  2. Inari
    ในประเทศที่มีเทพเจ้าอยู่เป็นจำนวนมาก และมีเทพเจ้าอยู่ในทุกสิ่งอย่างประเทศญี่ปุ่นนี้ Inari จัดว่าเป็นเทพเจ้าของทุกสิ่งที่สำคัญๆ ของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นข้าว ชา เหล้าสาเก และความสำเร็จทั้งหลาย Inari จะใช้จิ้งจอกเป็นผู้ส่งสาล์นมาสู่โลก จึงได้เห็นรูปปั้นจิ้งจอกอยู่ตามศาลเจ้าต่างๆ เสมอๆ รวมทั้งตัวเจ้าหมาจิ้งจอกเองก็ยังได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์จากคนญี่ปุ่นอีกด้วย

สล็อตออนไลน์

  1. Kannon
    Kannon หรือเจ้าแม่กวนอิมของญี่ปุ่น เป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตากรุณา วัดหลายแห่งในญี่ปุ่นบูชาเทพเจ้า Kannon โดยในสมัยศตวรรษที่ 17 ศาสนาคริสต์ถูกระงับการเผยแผ่ในญี่ปุ่น แต่ชาวคริสต์ในญี่ปุ่นยังคงนับถือศาสนาคริตส์แบบเงียบๆ และเป็นความลับ โดยสร้างรูปปั้นของเทพเจ้า Kannon ที่มีลักษณะเหมือนกับพระแม่ Madonna ในศาสนาคริสต์นิกาย Catholic เพื่อเป็นสิ่งบูชาแทน ซึ่งรูปปั้นเทพเจ้า Kannon เหล่านั้นจึงหลงเหลือให้เห็นมากมายในวัดญี่ปุ่นปัจจุบัน
  2. Benzaiten
    เทพเจ้า Benzaiten (หรือเทพเจ้า Benten) เทพเจ้าแห่งกวี อักษรศาสตร์ นาฏกรรม และดนตรี เชื่อกันว่าผู้ใดนับถือ Benten ก็จะพบแสงสว่างแห่งปัญญา ในอดีต Geisha ของญี่ปุ่นนิยมบูชาเพราะเชื่อว่าจะทำให้มีความสามารถรำฟ้อนได้อย่างงดงามได้ ส่วนพวกมิจฉาชีพย่องเบาเองก็นิยมบูชา Benzaiten เช่นกัน เพราะเชื่อว่าพระนางจะดลบันดาลให้ภารกิจลุล่วงไปด้วยดี

jumboslot

  1. Izanami และ Izanagi
    Izanagi และ Izanami เป็นเทพเจ้าแห่งการสร้าง เป็นพระมารดาและพระบิดาของเทพเจ้าทั้งปวง พวกเขาสร้างโลกด้วยหอกที่ตกแต่งด้วยเพชรพลอย โดยการกวนทะเลที่อยู่ระหว่างสวรรค์และโลก โดยทุกครั้งที่มีน้ำหยดลงมาจากการกวนของหอก หยดน้ำเหล่านั้นก็จะกลายเป็นแผ่นดินต่างๆ
  2. Yebisu หรือ Ebisu
    Ebisu เป็นลูกคนแรกของเทพเจ้า Izanagi และ Izanami เกิดมาโดยไม่มีกระดูกและแขนขา ภายหลังได้ถูกนำไปปล่อยลงเรือและทิ้งเอาไว้ในทะเล ภายหลังก็สามารถสร้างกระดูกและแขนขาออกมาได้ ผ่านชีวิตที่ยากลำบากจนได้มาเป็นเทพเจ้า Ebisu เป็นเทพเจ้าแห่งการประมง โชคลาภ และเป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องสุขภาพของเด็กๆ เล็กๆ โดยมักจะมีลักษณะเป็นชายร่างท้วมหน้าตาใจดี ใส่หมวกและถือเบ็ดตกปลา

slot

  1. Tengu
    Tengu เป็นเทพเจ้านกที่มักปรากฏกายในรูปร่างคล้ายมนุษย์ มีจมูกโต ใส่รองเท้าเกี๊ยะ และมีปีก โดยเดิมที Tengu ถูกจัดให้เป็นศัตรูของศาสนาพุทธเพราะคอยจับตัวพระผู้เผยแผ่ศาสนาไปเสมอๆ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน Tengu ถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าที่คอยปกป้องป่าและภูเขา จริงๆ แล้ว Tengu ไม่ได้เรียกว่าเป็นเทพเจ้า บางทีก็ถูกเรียกว่าเป็นปิศาจหรือภูติ แต่วัดหลายแห่งที่อยู่ในป่าเขานั้นก็ยกย่องให้เป็นเทพเจ้า
  2. Amaterasu
    Amaterasu เป็นเทพเจ้าของพระอาทิตย์และจักรวาล บางครั้งก็ถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าที่สูงที่สุดขในหมูเทพเจ้า Shinto ทั้งหมด ว่ากันว่าจักรพรรดิของญี่ปุ่นนั้นสืบเชื้อสายโดยตรงมาจากเทพเจ้า Amaterasu อย่างไรก็ตาม ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง พระจักรพรรดิแห่ง Showa ก็ได้ประกาศออกอากาศทางวิทยุว่า ท่านไมใช่พระเจ้า แต่คนญี่ปุ่นหลายคนก็ยังคงนับถือพระจักริพรรดิในฐานะผู้สือเชื้อสายของเทพเจ้า Amaterasu อยู่ สืบสานกันมาเป็นวัตธนธรรม