เครื่องปรุงอาหารญี่ปุ่นที่ควรมีติดบ้าน

ขอเสนอเครื่องปรุงญี่ปุ่นที่คนไทยควรมีติดบ้านค่ะ เอามาปรุงอะไร ซื้อแบบไหนดี เรามาทำความรู้จักกับเครื่องปรุงสิบชนิดที่จะช่วยยกระดับการทำอาหารญี่ปุ่นที่บ้านของคุณค่ะ

  1. โชยุ (しょうゆ/醤油)
    โชยุ (しょうゆ/醤油) หรือ ซีอิ๊วญี่ปุ่น มีต้นตำรับมาจากจีนเช่นเดียวกับซีอิ๊วของไทยค่ะ เชื่อว่าเข้ามาญี่ปุ่นในยุคนารา (ช่วง ค.ศ. 710 – 794) ใช้ถั่วเหลืองหมักในถังไม้ขนาดใหญ่ มีสี กลิ่น รสชาติ เป็นเอกลักษณ์ค่ะ
    ปัจจุบันโชยุไม่ได้มีเพียงรสชาติเดียวนะคะ หลักๆมีรสเข้มพื้นฐาน รสอ่อน รสเค็มน้อย (ลดปริมาณโซเดียมให้น้อยลง) เป็นต้น และยังมีโชยุที่มีส่วนผสมอื่นผสมนอกจากถั่วเหลืองด้วยค่ะ เช่นโชยุผสมดาชิ (ซุปสต๊อกญี่ปุ่น) ขวดเล็กกว่า ราคาแพงกว่า มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน นิยมใช้เป็นเครื่องจิ้ม ไม่นำไปปรุงอาหารหรือผ่านความร้อนเพราะจะทำให้โชยุเสียกลิ่นและรสชาติค่ะ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโชยุขวดสูญญากาศ ที่ช่วยรักษาความสดหอมของโชยุในทุกครั้งที่เปิดรับประทานด้วยค่ะ

jumbo jili

โฟมโชยุ (อะวะ โชยุ/泡しょうゆ)
โฟมโชยุ (อะวะ โชยุ/泡しょうゆ) คือโชยุที่ผสมกับน้ำและผงเจลาติน นำมาตีจนเกิดฟอง รับประทานเป็นเครื่องจิ้มเช่นเดียวกับโชยุทั่วไป มีรสชาติและสัมผัสละมุนนุ่มลิ้น สามารถทำเองได้ที่บ้านแต่ค่อนข้างใช้เวลามากค่ะ
ส่วนผสมและวิธีทำง่ายๆนะคะ น้ำอุ่น 80℃ 1 ช้อนโต๊ะ ละลายผงเจลาติน 1 กรัม นำมาตีกับโชยุ 10 กรัมที่ผสมน้ำ 20 กรัม พอขึ้นฟองก็รองด้วยน้ำแข็งและตีต่อไปจนตั้งยอดค่ะ คล้ายกับการตีกาแฟฟอง Dalgona Coffee เมนูอยู่บ้านที่กำลังฮิตในโลกโซเชี่ยลขณะนี้เลยค่ะ

โชยุปรุงอาหารได้ทั้งคาวหวาน ทำขนมหรือของว่างเช่น ขนมมิทาราชิดังโงะหรือมันฉาบนิ่ม (ไดกาคุอิโมะ) / เป็นน้ำจิ้มคู่กับวาซาบิรับประทานกับปลาดิบ ซูชิ หรือผักลวกก็ได้ / ราดข้าวหน้าไข่ดิบ (tamago kake gohan) / ทำอาหารคาวประเภทต้มอย่าง ปลาต้ม หมูชาชู ไข่ดองโชยุ / เมูนูผัดเช่นผัดผักใส่เนย (เนยกับโชยุมีรสชาติที่เข้ากันได้ดีค่ะ) / หรือทำเมนูย่างเช่นไก่เทอริยากิ ปลาเทอริยากิ ไก่ย่าง (ยากิโทริ) เป็นต้น

สล็อต

  1. สาเกทำอาหาร หรือ เรียวริชู (ryouri shu;料理酒)
    เรียวริชู (ryouri shu;りょうりしゅ/料理酒) คือสาเกทำอาหาร แต่จริงๆแล้วสาเกสำหรับดื่ม กับ สาเกปรุงอาหาร ก็มีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกัน ใช้ปรุงอาหารได้เหมือนกัน แค่ราคาสาเกสำหรับดื่มนั้นแพงกว่าค่ะ ส่วนความแตกต่างกัน อยู่ที่ส่วนผสมค่ะ สาเกสำหรับดื่มคือแอลกอฮอล์ล้วน ส่วนสาเกปรุงอาหารมักจะมีเกลือ บางทีก็มีน้ำตาลผสม ไม่ใช่สาเกล้วน ไม่สามารถดื่มเปล่าๆได้ เรียกได้ว่าดื่มเล่นไม่อร่อยค่ะ
    ที่ญี่ปุ่น “เรียวริชู” นี้ร้านค้าสามารถขายได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตขายสุรา เพราะจัดเป็นเครื่องปรุงที่ไม่ต้องจ่ายภาษีสุราค่ะ

อาหารจากสาเกทำอาหาร เด็กกินได้
เรียวริชู มีกลิ่นหอมจากการหมักข้าวเป็นเอกลักษณ์ และมักมีรสเค็มจากเกลือ และขมเล็กน้อยด้วยปริมาณแอลกอฮอล์ 11.5~12.5 % เมื่อนำปรุงอาหารผ่านความร้อนในเวลาที่เหมาะสมแล้ว แอลกอฮอล์จะระเหยไปและไม่ขม จึงสามารถทำปรุงให้รับประทานได้ทุกวัยค่ะ

สล็อตออนไลน์

หลายคนคิดว่าเรียวริชูเป็นเพียงน้ำใสๆจะใส่ปรุงอาหารหรือไม่ ก็ไม่ต่างกัน นั่นไม่จริงค่ะ เรียวริชูเป็นเครื่องปรุงที่จำเป็นมากสำหรับอาหารญี่ปุ่น มีคุณสมบัติ 4 ประการ คือ
(1) ช่วยดับกลิ่นคาว เช่น เหยาะสาเกบนเนื้อปลาขณะย่างหรืออบปลา
(2) ทำให้เนื้อสัตว์นุ่ม เช่น หมักเนื้อไก่สำหรับทำคาระอะเกะ หมักเนื้อหมูหรือเนื้อวัวเพื่อทำชาบูชาบู
(3) ทำให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อได้เร็วยิ่งขึ้น เช่น อาหารที่ใช้เวลาต้มนานอย่าง ปลาสามรส”คันโรนิ”
(4) ดึงรสชาติของอาหารเหล่านั้นให้ถึงรส และมีรสชาติกลมกล่อม (มีอูมามิ) ซึ่งเป็นรสชาติพื้นฐานที่ทำให้อาหารอร่อยค่ะ เช่น น้ำซุปอุด้ง เมนูหม้อไฟต่างๆ เป็นต้น
เรียวริชู สามารถหาซื้อที่ไทยได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตของญี่ปุ่น แต่ซุปเปอร์ไทยใหญ่ๆก็มีเช่นกัน

  1. มิริน (みりん/味醂)
    มิริน (みりん) หรือมิรินแท้ (ฮงมิริน/本みりん) เป็นเครื่องปรุงที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์มากกว่า 13.5 ดีกรี ที่ญี่ปุ่นร้านค้าทั่วไปไม่สามารถจำหน่ายได้หากไม่มีใบอนุญาตจำหน่ายสุราค่ะ
    จึงมีการผลิต ”มิรินปรุงแต่ง” ขึ้นมาแทน โดยมีปริมาณแอลกอฮอล์แค่1% เรียกว่า “มิรินฟูโชมิเรียว”「みりん風調味料」หรือเครื่องปรุงรสคล้ายมิริน ทำมาจากแอลกอฮอล์ผสมน้ำตาล รสชาติความอร่อยต่างกัน และราคาก็ถูกกว่ามิรินแท้เท่าตัวค่ะ
    ถ้ามีงบแน่นอนว่าแนะนำฮงมิรินค่ะ

jumboslot

ฮงมิริน มีรสหวานธรรมชาติที่ได้จากการหมักข้าว กลิ่นหอมคล้ายสาเก (เรียวริชู) ปริมาณแอลกอฮอล์สูง ก่อนรับประทานต้องทำให้แอลกอฮอล์จะระเหยหมดโดยผ่านความร้อนในเวลาที่เหมาะสม มีคุณสมบัติคล้ายกับสาเก ต่างกันแค่รสชาติหวานค่ะ
รสหวานของมิรินมีความกลมกล่อม จะไม่หวานแหลมโดดอย่างน้ำตาลทราย และช่วยตัดรสเค็มของอาหารที่ปรุงด้วยโชยุให้ละมุน และยังทำให้อาหารดูมันเงาน่ารับประทาน นิยมปรุงของว่างอย่าง มันฉาบ (ไดกาคุอิโมะ) โมจิห่อสาหร่าย(อิโซเบยากิ) หรือจะปรุงอาหารคาว เช่นคินปิระ เทอริยากิปลา เทอริยากิไก่ เป็นต้น
เท่าาที่หาดู มียี่ห้อ ทาคาระฮงมิรินจุนเรียวที่สามารถหาซื้อที่ไทยได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ
ขนาด 300 มล. ราคา 219 บาท

  1. มิโสะ (みそ/味噌)
    “มิโสะ” เป็นเครื่องปรุงที่มีกระบวนการหมักโดยใช้หัวเชื้อ “โคจิ” (koji/麹) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายยีสต์ ทำการย่อยสลายโปรตีนในถั่วเหลืองให้เป็นกรดอะมิโนที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นอกจากนี้ยังมีวิตามิน B1, B2, B6, B12, E, K, กรดโฟลิก,โซเดียม, โพแทสเซียม, แคลเซียม, แมกนีเซียม, ฟอสฟอรัส, เหล็ก, ทองแดง และ ไอโอดีน เป็นต้น
    มิโซะ มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เนื้อสัมผัสนิ่ม รสชาติเค็ม มีทั้งเค็มมาก เค็มน้อย ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบและระยะเวลาในการหมัก ทำให้มิโสะของญี่ปุ่นมีหลายชนิดหลายสี เช่น สีขาว สีแดง สีกลาง ค่ะ
    มิโสะที่ขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่ หลายยี่ห้อผสมสารกันบูดและสารปรุงแต่ง หากเลือกไม่ถูกว่าจะซื้อสีไหนดี ให้ดูที่ส่วนผสมก่อนเลยค่ะ แนะนำชนิดปลอดสาร ถ้าอยู่ญี่ปุ่น ให้หาตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นคำว่า mutenka (มุเทนคะ/無添加) มักจะราคาแพงกว่า ดีต่อร่างกายมากกว่าค่ะ

slot

มิโสะ นำไปประกอบอาหารได้หลายชนิด ไม่เพียงแต่ซุปมิโสะที่เรารู้จักค่ะ ใช้ปรุงหม้อไฟเช่นอุด้งเส้นใหญ่ต้มกับผัก (โฮวโตว) อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดยามะนาชิที่คนไปชมฟูจิน่าจะเคยกิน / ส่วนผสมของว่างอย่างข้าวจี่ (โกเฮโมจิ) อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดกิฟุ / ผสมกับน้ำส้มสายชูเป็นเครื่องจิ้มที่มีรสเปรี้ยวของซาชิมิบุกก้อน อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดโทะชิงิ / ผสมพอนสึเป็นน้ำจิ้มชาบูชาบูก็ได้ / หมักเนื้อสัตว์ต่างๆทำเมนูปิ้งย่างก็ได้ / เป็นส่วนผสมของน้ำสลัดและผัดผัก / หรือทำน้ำซุปมิโสะราเมง เป็นต้น
มิโสะขาว ยี่ห้อ มารุโกเมะ สามารถหาซื้อที่ไทยได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ แพค 1 กิโลกรัม ราคา 129 บาท เป็นยี่ห้อพื้นฐานที่คนญี่ปุ่นก็ใช้ค่ะ

  1. คัตสึโอะบุชิ (かつおぶし/鰹節)
    “คัตสึโอะบุชิ” คือปลาโอแห้ง มีกระบวนการทำหลายขั้นตอนและใช้เวลานาน 4-6 เดือน เริ่มจากการคัดปลาคัตสึโอะ นำมาแล่เรียงใส่กระบะต้ม (ขั้นตอนนี้จะเป็นตัวกำหนดรูปร่าง) นำไปต้ม ผึ่งให้เย็นแล้วเลาะหนังปลาและเลาะกระดูกออก แล้วนำไปรมควัน แล้วตากแดดให้แห้ง นำมาขูดหนังให้เกลี้ยง แต่งรูปให้สวยงาม เสร็จแล้วนำมาหมักให้ขึ้นราทั่วชิ้น ขูดราออก ตากแดด นำไปหมักให้ขึ้นรา ขูดรา ตากแดด ทำวนไปจนได้ชิ้นปลาที่แห้งแข็ง เรียกว่า “คัตสึโอะบุชิ” หรือ ปลาโอแห้ง ค่ะ
    ปลาโอแห้งมีรสอูมามิ ทานเปล่าก็อร่อย นำมาปรุงอาหารได้มากมาย ชนิดเส้นใหญ่และชนิดบดละเอียดเหมาะทำซุปสต๊อกญี่ปุ่น (ดาชิ) สำหรับปรุงซุปมิโสะหรือทำเมนูหม้อไฟเป็นต้น / ชนิดผงเหมาะทำข้าวปั้น(โอนิกิริ) ยากิโซบะ หรือใส่ซุปก็ได้ค่ะ / ชนิดเส้นฝอย เหมาะโรยสลัด, ผักต้ม, ใส่ผัดมะระ, กินกับเต้าหู้เย็น หรือ ทำผงโรยข้าวเป็นต้น
    คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

สูตร ซุปโมจิ “โอโซนิ” อาหารปีใหม่ญี่ปุ่น

โอโซนิ กับ โมจิ
“โมจิ” (餅) เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารปีใหม่ญี่ปุ่น ที่เรียกว่า”โอโซนิ” (お雑煮) ซุปที่มีวัตถุดิบและรสชาติคล้ายต้มจืด มีเนื้อสัตว์ ผัก และลูกชิ้น คนญี่ปุ่นรับประทานเป็นอาหารมื้อแรกของปีค่ะ

โมจิหรือเค้กข้าวญี่ปุ่น ทำมาจากข้าวเหนียว (もち米 Mochigome หรือข้าวโมจิ) ที่หุงสุกใหม่ๆ นำมาตำจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แบบที่เห็นตามงานเทศกาลจะมีคนนึงตำและอีกคนคอยพลิกข้าวเหนียวแล้วพรมน้ำทีละนิดด้วยครกไม้ขนาดใหญ่ (臼 Usu) และค้อนไม้ (杵 Kine) และวิธีการตำนี้ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Mochi-tsuki (餅搗き) ค่ะ
ประเภทอาหารที่ทำจากโมจิญี่ปุ่น
โมจิที่ตำเสร็จใหม่ๆ มีความหอมเหนียวนุ่ม อร่อยมาก สามารถทานเป็นของหวานหรือคาวได้หลากหลายเมนูค่ะ เช่น
โมจิถั่วแดงกวนต้มน้ำตาล (お汁粉 Oshiruko)
โมจิถั่วแดงต้มน้ำตาล (ぜんざい Zenzai)

jumbo jili

โมจิราดถั่วกวน (あんこもち Anko mochi)
โมจิคลุกโชยุห่อสาหร่าย (磯辺餅 Isobe mochi)
โมจิคลุกผงถั่วเหลือง (安倍川餅 Abekawa mochi)
เต้าหู้ทอดห่อโมจิ (餅巾着 Mochi kinchaku)
หรือนำไปตากแห้งเพื่อเก็บถนอมไว้ทำอาหารประเภทอื่นได้ค่ะ อย่างข้าวเกรียบญี่ปุ่นเซมเบ้ (煎餅 Senbei) ก็ทำมาจากโมจิตากแห้งค่ะ

วัฒนธรรมการกินโอโซนิในวันปีใหม่ มีมานานตั้งแต่ยุคเฮอัง (ค.ศ. 794 – 1185) ส่วนการกินโมจินั้นมีมานานกว่านั้น แรกเริ่มเป็นการกินเพื่อเฉลิมฉลองวันนักขัตฤกษ์ในโอกาสพิเศษ ไม่ใช่เฉพาะวันปีใหม่เท่านั้น ต่อมาในยุคมุโระมะชิ (ค.ศ. 1336 – 1573) มีการรับประทานโอโซนิคู่กับสาเกในงานเลี้ยงฉลองของซามุไร ในยุคนั้นข้าวเหนียวที่ใช้ทำโมจิมีราคาแพง ตามบ้านเรือนทั่วไปจึงใช้เผือกญี่ปุ่นแทน การกินโมจิกับโอโซนิของคนทั่วไปเชื่อกันว่าเริ่มในต้นยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603 – 1868) เพราะคนทั่วไปสามารถหาซื้อข้าวเหนียวมาทำโมจิได้ง่ายขึ้นค่ะ

สล็อต

ปัจจุบันโอโซนิมีส่วนผสมและวิธีทำที่แตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่นของญี่ปุ่น แต่สิ่งที่เหมือนกันคือการใส่โมจิ โมจิจะเป็นแบบตำเองก็ได้ หรือโมจิแห้งสำเร็จรูปก็หาซื้อง่ายและสะดวก ที่ญี่ปุ่นมีขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ร้านโฮมเซนเตอร์หรือแม้กระทั่งร้าน100เยนก็มีขายค่ะ (ที่ไทยเองถ้าไปตามซุปเปอร์ญี่ปุ่นก็มีขายแน่นอนค่ะ)

ในส่วนของน้ำซุปนั้นในหลายจังหวัดใช้ซุปดะชิญี่ปุ่น รองลงมาคือซุปมิโสะค่ะ อย่างในจังหวัดเกียวโต จังหวัดมิเอะ และจังหวัดนาระค่ะ สำหรับสูตรที่เราจะทำวันนี้เป็นซุปดะชิที่เป็นที่นิยมที่สุดค่ะ ลองมาทำทานกันดูค่ารับรองว่าเด็ด
ส่วนผสมและวิธีทำโอโซนิ
เครื่องปรุง

  1. น้ำเปล่า 1 ลิตร
  2. ชิโร่ดะชิ 3 ช้อนโต๊ะ
  3. โชยุ 2 ช้อนโต๊ะ
  4. เกลือ 1 ช้อนชา

สล็อตออนไลน์

วัตถุดิบ

  1. ลูกชิ้นปลาญี่ปุ่นสีขาวชมพู ตามชอบ
  2. ต้นหอมญี่ปุ่น 1 ต้น
  3. สะโพกไก่ 2 ขีด
  4. ผักกาดขาว 4-5 ใบ
  5. เห็ดหอม 8 ดอก
  6. แครอท 8 แว่น (แกะสลักตามชอบ)
    วิธีทำ
  7. ซอยต้นหอมญี่ปุ่นหนาบางตามชอบ
  8. หั่นผักกาดขาวเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ

jumboslot

  1. เนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ
  2. หั่นเห็ดหอมเตรียมไว้
  3. หั่นแครอทเตรียมไว้
  4. ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่า ชิโร่ดะชิ โชยุ และ เกลือ ต้มให้เดือด ใส่ไก่ ตักฟองทิ้ง
  5. ใส่ผักกาดขาว แครอท ต้นหอมญี่ปุ่น และ เห็ดหอม
  6. ใส่ลูกชิ้นปลาสีขาวชมพู ชิมรส ถ้ารสอ่อนไปให้เพิ่มเกลือตามชอบ ให้ซุปออกรสเค็มนิดๆ เมื่อเรารับประทานกับโมจิจะได้รสชาติกลมกล่อมพอดี เสร็จแล้วต้มต่อจนผักสุกนิ่มพร้อมเสิร์ฟ

slot

วิธีจัดเสิร์ฟ

  1. นำโมจิไปย่างจนสุกนิ่ม โดยใช้เตาอบ เตาปิ้งขนมปัง หรือย่างตะแกรงด้วยเตาแก๊สเตาถ่านก็ได้ค่ะ ครวย่างเมื่อต้องการรับประทาน ไม่ควรย่างทิ้งไว้เพราะโมจิจะแข็งกินยากและไม่อร่อยเมื่อเวลาผ่านไปนาน
  2. ใส่โมจิที่ย่างแล้วใส่ถ้วยขนาดพอเหมาะคนละ 1-2 ชิ้น
  3. ตักน้ำซุปใส่ลงไปก็พร้อมรับประทานค่ะ
    โอโซนิกับการกินโมจิ คือ อาหารสิริมงของญี่ปุ่น กินให้อายุยืน โชคดี และมีความสุข แต่โมจิที่เหนียวและยืดนี้ก็เป็นอันตรายได้ค่ะ ควรกินแต่คำน้อยและเคี้ยวอย่างระวัง ห้ามเด็กเล็กและคนชรารับประทานนะคะ เพราะอาจติดคอได้ค่ะ เมนูของเขาน่าเอาไปลองทำ

สูตร มิโสะดามะ ซุปมิโสะก้อนเติมน้ำร้อนพร้อมทาน

ใครรักอาหารญี่ปุ่นต้องรู้จักไว้ มิโสะดามะคือซุปมิโสะก้อนแบบพกพา แค่เติมน้ำร้อนก็พร้อมรับประทาน
มิโสะดามะ
มิโสะดามะคือซุปมิโสะก้อนสำเร็จรูป มีทรงกลมที่ดูคล้ายช็อกโกแลต เป็นอาหารพร้อมทานของญี่ปุ่นที่มีมาตั้งแต่ยุคซามูไร วัตถุดิบหลักก็คือมิโสะ (ที่ใช้ทำซุปนั่นเอง) ปริมาณสำหรับ 1 ที่พอดี นำมาปั้นเป็นก้อนๆ แค่เติมน้ำร้อนก็จะได้ซุปมิโสะพร้อมรับประทาน ไม่ว่าที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็อิ่มอร่อยกับซุปมิโสะอุ่นๆได้ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ดีต่อสุขภาพค่ะ มีหลักฐานว่าอาหารชนิดนี้นั้นเก่าแก่และทำกินกันมาแต่โบราณ เช่นในยุคเซ็งโงกุที่ประเทศญี่ปุ่นปกครองโดยขุนพลมากมายและมีสงครามกลางเมืองต่อเนื่องยาวนาน มิโสะดามะนั้นเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังงานแก่เหล่านักรบ ในอดีตจะนำมิโสะที่ปั้นเป็นก้อนไปเผาหรือตากแห้ง ห่อด้วยใบไผ่แห้งหรือผ้าฝ้าย ผูกไว้ที่เอวนักรบญี่ปุ่น ถือเป็นเสบียงสำคัญอย่างหนึ่งของนักรบยุคโบราณค่ะ

jumbo jili

ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นหลายรูปแบบ ใส่ส่วนผสมอื่นๆนอกจากมิโสะมากกมาย เช่นกุ้งแห้ง สาหร่ายแห้ง และอื่นๆ แค่เทน้ำร้อนแล้วก็จะได้ซุปมิโสะที่สวยงามและมีคุณค่าทางอาหารหลากหลาย ไม่ได้มีแต่มิโสะอย่างเดียวด้วยค่ะ ซึ่งเนื่องจากเป็นอาหารที่ค่อนข้างสวยและถ่ายรูปขึ้น จะทำเป็นของฝากของขวัญก็ได้ค่ะ มาลองทำซุปเปอร์ฟู้ดของประเทศญี่ปุ่นกันค่ะ

8 ข้อดีของการทำมิโสะดามะ

  1. เพียงเติมน้ำร้อนก็พร้อมรับประทาน
  2. มีวิธีการทำที่ง่าย แค่ผสมทุกอย่างแล้วปั้นก้อน
  3. เป็นอาหารที่ปรุงเอง จึงสะอาดปลอดภัย
  4. ไม่จำกัดในเรื่องของวัตถุดิบ ดัดแปลงสูตรได้หลากหลาย
  5. ทำครั้งละมากๆ ใส่ตู้เย็นได้ 1 สัปดาห์ และเก็บได้นานถึง 1 เดือนในช่องฟรีซ
  6. พกพาสะดวก จะปิคนิคหรือใส่กล่องไปกินที่ทำงานก็ได้
  7. มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยมิโสะที่เป็นซุปเปอร์ฟู้ดของญี่ปุ่น
  8. สำหรับคนที่ทำอาหารญี่ปุ่นอยู่ประจำ จะมีส่วนผสมและเครื่องปรุงที่มีติดบ้านอยู่แล้ว ประหยัดทั้งงบและเวลาค่ะ

สล็อต

วิธีรับประทาน
แกะออกจากแรป ใส่ถ้วย ใส่ผักและโปรตีนตามชอบ ได้ทั้งอาหารแห้งและอาหารปรุงแล้ว เติมน้ำร้อนแล้วคนให้เข้ากันก็พร้อมรับประทานค่ะ
ลักษณะของมิโสะ และการเลือกใช้
“มิโสะ” ทำจากถั่วเหลืองหมักกับหัวเชื้อที่เรียกว่า โคจิ (koji/麹)ผสมเกลือ มีแร่ธาตุและจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลักษณะนิ่ม รสชาติเป็นเอกลักษณ์ มีรสเค็ม เค็มมาก เค็มน้อย ขึ้นอยู่กับเกลือและระยะเวลาในการหมัก นอกจากนี้ยังหมักกับข้าว ข้าวกล้อง ข้าวบาร์เลย์ ได้ ฉะนั้นจึงแบ่งลักษณะของมิโสะได้ 3 หัวข้อหลัก ดังนี้
(1.) จากรสชาติ คือ เค็มน้อย เค็มกลาง และ เค็มมาก
(2.) จากสี คือ สีออกขาว สีกลางๆ สีออกแดง และ
(3.) จากวัตถุดิบที่ใช้หมัก

สล็อตออนไลน์

ทั้งหมดนี้ทำให้ในแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นนั้นมีมิโสะแตกต่างกันไป หลายจังหวัดก็มีมิโสะที่มีชื่อเสียงของที่นั้นๆค่ะ

ร้านที่ขายเฉพาะมิโสะที่ญี่ปุ่นบางร้านจะมีให้เลือกชิม เราสามารถซื้อรสที่ชอบได้ ส่วนตามซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆก็จะมีครบแทบทุกประเภท ซึ่งมิโสะหลายยี่ห้อผสมสารกันบูดและสารเสริม แนะนำชนิดปลอดสารค่ะ ซึ่งมีตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นคำว่า mutenka (มุเทนคะ) เขียนว่า 無添加 ที่บรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน มักจะมีราคาแพงกว่า แต่ดีต่อร่างกายค่ะ ถ้าหาได้ก็อยากแนะนำสิ่งนี้

สำหรับที่ไทย มิโสะที่ใช้ตามร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นมิโสะขาว หลายคนอาจคุ้นเคยรสชาตินี้ จะเลือกใช้แต่มิโสะขาวก็ได้นะคะ แต่ถ้าเป็นไปได้สำหรับสูตรมิโสะดามะนี้ ใช้มิโสะ 3 ชนิด ผสมกันค่ะ

jumboslot

ส่วนผสมที่ใช้ตกแต่งและเพิ่มรสชาติ
ส่วนผสมที่นิยมใช้มักเป็นเป็นอาหารแห้งที่เป็นเครื่องปรุงในซุปต่างๆอยู่แล้วค่ะ ชนิดที่เติมน้ำร้อนก็รับประทานได้เลย ราคาประมาณ 100-300 เยน หาซื้อได้ที่ร้านร้อยเยน และซุปเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นทั่วไปค่ะ แต่อย่างที่บอกไปว่า ไม่มีสูตรตายตัว เพราะฉะนั้นจะลองใส่ของแห้งชนิดอื่นที่ตัวเองชอบก็ได้นะคะ
หากใช้อาหารสดที่นำมาปรุงสุก ยากต่อการปั้นก้อน ด้วยปริมาณที่เยอะและลักษณะที่นิ่มค่ะ ทั้งยังเก็บได้แค่ 1-2 วันเองค่ะ
ถ้าวัตถุดิบพร้อมแล้วมาเริ่มทำกันเลยค่ะ

สูตร มิโสะดามะ
ก่อนอื่นต้องปรุงมิโสะผสมดะชิค่ะ ใช้มิโสะชนิดใดก็ได้ 2-3 ชนิดผสมกัน จะทำให้ซุปมีรสชาติกลมกล่อม อร่อยมีอูมามิยิ่งขึ้นค่ะ หรือชนิดเดียวก็ได้นะคะ ถ้าใช้ชนิดที่ผสมดะชิแล้ว ข้ามไปทำขั้นตอน ”มิโสะมารุ”ได้เลยค่ะ

slot

ส่วนผสม สำหรับ 1 ที่

  1. มิโสะ 12 กรัม (2 ช้อนชา)
  2. ผงซุปญี่ปุ่น 1 กรัม (1/3 ช้อนชา)
    ชงกับน้ำร้อน 180 มิลลิลิตร : 1 ที่
    วิธีทำ
    ผสมมิโสะกับผงซุปให้เข้ากัน ใช้แรปห่อแล้วปั้นเป็นก้อนกลม
    มิโสะผสมดะชินี้ เก็บใส่ตู้เย็นได้ 2 สัปดาห์ และ ช่องฟรีซ 2-3 เดือน มิโสะแช่ช่องฟรีซได้ไม่แข็งค่ะ ตู้เย็นตามบ้านเรือน ช่องฟรีซอุณหภูมิ -5℃~-15℃ ซึ่งไม่ต่ำกว่า -20℃ ที่มิโสะจะเป็นก้อนแข็งได้ค่ะ ลองทำทานกันก็ได้นะคะ

เคล็ดลับ 6 อย่างในการช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่น

ช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่นต้องช็อปอย่างไรถึงจะดี รวมเรื่องราวน่ารู้ในการช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่น!!

  1. ไปแต่เช้า
    ร้านค้าส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเปิดทำการในช่วง 10.00-11.00น. แต่ในความเป็นจริงแล้วร้านค้าหรือย่านการค้าที่มีชื่อเสียงส่วนมาก มักจะมีลูกค้ามาเข้าคิวยาวเหยียดตั้งแต่เช้าตรู่เลยทีเดียว อาทิเช่น ตลาดปลาสึคิจิ เรียกได้ว่าใครมาก่อนได้ก่อน ถ้าใครไม่อยากเสียเวลาช็อปปิ้งที่เหลือไปกับการเข้าแถวนานๆ ขอแนะนำให้ไปเข้าคิวแต่เช้าเลยจ้า

jumbo jili

  1. อย่ากลัวที่จะถาม
    ในญี่ปุ่นร้านค้าส่วนใหญ่อยากให้ลูกค้าผ่อนคลายในเวลาเดินเลือกซื้อของ พนักงานจึงไม่ค่อยเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเราเท่าไรหากเราไม่เป็นฝ่ายเรียกเอง ถ้ามีปัญหาหรือสงสัยเกี่ยวกับสินค้าอย่ากลัวที่จะถาม เพราะเขายินดีและเต็มใจที่จะช่วยเราเสมอ

สล็อต

นอกจากศูนย์การค้าใหญ่ๆในโตเกียวแล้ว อย่าคาดหวังว่าร้านค้าทั่วไปจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ อย่างไรก็ตาม เราสามารถใช้ภาษาท่าทาง หรือแอพแปลภาษาเพื่อใช้ในการสื่อสารกับพนักงานได้

  1. ไซส์ไม่เท่ากันนะ
    เสื้อผ้าหรือรองเท้าบางร้านในญี่ปุ่นอาจจะไซส์แตกต่างกับที่ไทย อย่ากลัวที่จะขอพนักงานเพื่อลองเสื้อผ้าหรือขอรองเท้าเบอร์ที่ใหญ่ขึ้น

สล็อตออนไลน์

  1. ต่อราคา
    ประเทศญี่ปุ่นไม่มีวัฒนธรรมในการต่อราคา อย่างไรก็ตามที่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือตลาดนัดบางแห่งอาจจะสามารถต่อราคาได้นิดหน่อย แต่โดยทั่วไปแล้ว ราคาที่ป้ายมักจะเป็นราคาจริง
  2. สินค้าที่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์
    สินค้าบางชนิด อาทิเช่นคอนแทคเลนส์ รวมถึงสินค้าตามร้านขายยาต่างๆนั้นไม่สามารถซื้อได้หากไม่มีใบรับรองจากแพทย์

jumboslot

  1. ส่งของกลับประเทศ
    เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยเจอปัญหาซื้อของมามากเกินไปแล้วแบกกลับไปไม่ไหว อยากจะใช้บริการส่งสินค้าข้ามประเทศ บริการส่งไปโรงแรมหรือสนามบิน ก็มีเพียงทร้านในห้างสรรพสินค้าบางร้านเท่านั้นที่มี ดังนั้นขอให้คิดอยู่เสมอว่าคุณจะต้องแบกของฝากทั้งหมดกลับไปด้วยตัวเอง ยังไงอย่าลืมคำนวณน้ำหนักไม่ให้เกินที่สามารถแบกกลับไปได้ด้วยล่ะ ไม่งั้นอาจต้องเสียเพิ่มอ่วมเลย

slot

Extra: เพลงปิดร้าน
เพลง “Hotaru no Hikari” หรือที่แปลว่า “แสงหิ่งห้อย” เป็นเพลงญี่ปุ่นที่แปลงมาจากเพลง “Auld Lang Syne” ซึ่งทำนองของเพลงนี้ เราคนไทยมักจะรู้จักกันดีในชื่อ “สามัคคีชุมนุม” ร้านค้าในประเทศญี่ปุ่นจะเปิดเพลงนี้ในช่วงประมาณ 10 นาทีสุดท้ายก่อนปิดร้าน ดังนั้นหากได้ยินเพลงนี้ตอนกำลังช็อปอยู่ละก็ เป็นสัญญาณว่าควรรีบไปจ่ายเงินนั่นเอง! การช็อปของเขาถือเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก

7 ร้านร้อยเยนเล็กๆ ที่ห้ามมองข้าม

ร้านร้อยเยนที่บางทีก็เก๋และดีจนมองแค่ภายนอกไม่รู้หรอกว่าร้อยเยน ขอเตือนว่าอย่ามองข้ามเพราะของเขาดีจริงๆ เหมาะกับการใส่ไว้ในตารางเที่ยววันท้ายๆ จะได้กำจัดเศษเหรียญ แค่ระวังอย่าช้อปเกินจนเก็บกระเป๋ากลับไม่ได้เพราะน้ำหนักเกินเท่านั้นแหละ!

jumbo jili

  1. Realize
    Realize เป็นร้านร้อยเยนที่เป็นเจ้าถิ่นของ Osaka เพราะถ้าพูดถึงร้านร้อยเยนใน Osaka แล้วล่ะก็ ร้านนี้ดังกว่าใครๆ ที่นี่จะเน้นของที่มีไอเดียดีๆ เรียกว่ารวมสินค้าร้อยเยนแบบที่เราอยากได้มานานแล้วทำไมพึ่งจะมาเจอ!
  2. NATURAL KITCHEN
    NATURAL KITCHEN ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเน้นเครื่องครัวเป็นหลัก แต่ว่าเป็นเครื่องครัวแบบเก๋ๆ ต่างจากร้านร้อยเยนทั่วไป อย่างช้อนหรือชามที่ทำจากไม้ต่างๆ ตะเกียบและจานดินเผาของที่นี่ก็น่ารักน่าซื้อไป

สล็อต

หมด ของในร้านส่วนใหญ่จะราคา 100 เยน (+ภาษี) แต่บางชิ้นถ้าใหญ่ๆ ก็จะราคา 300 เยน แต่ว่ายังไงก็ถูกอยู่ดีน่ะ

  1. KitchenKitchen
    KitchenKitchen เป็นอีกร้านคู่แข่งของ NATURAL KITCHEN ที่มีคอนเซ็พท์คือ มาแต่งบ้านให้เป็นสไตล์คาเฟ่เก๋ๆ กันเถอ (แถมราคาถูกด้วย) โดยเน้นไปที่ทั้งของแต่งบ้านและเครื่องครัวสไตล์ natural คือทำจากไม้ต่างๆ ดูอบอุ่นและเก๋ไก๋น่าซื้อไปซะหมด

สล็อตออนไลน์

  1. Orange Terra
    Orange Terra เป็นร้านร้อยเยนที่เน้นขายถ้วยชามและเครื่องครัวเล็กๆ สไตล์ natural ที่สาวๆ เห็นแล้วอดใจไม่อยู่เพราะน่ารักน่าซื้อไปเสียหมด นอกจากนี้ร้านนี้ก็ยังนิยมไปตั้งอยู่ในย่านช้อปปิ้งเก๋ๆ ของวัยรุ่นอีกต่างหากแต่รับรองว่าคุณภาพเกินร้อย
  2. Vita
    Vita มีคอนเซ็พท์คือ Simple & Natural จริงๆ แล้วในร้านมีสินค้าสามราคา คือ 105, 210 และ 315 เยน โดยจะเน้นของที่ใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ เน้นดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ก็เหมาะกับทุกบ้าน นอกจากนี้

jumboslot

ก็ยังมีต้นไม้และอุปกรณ์ทำสวนต่างๆ ขายมากกว่าร้านร้อยเยนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

  1. Lawson Store 100
    Lawson Store 100 เป็นร้านร้อยเยนในเครือ Lawson ที่เน้นขายวัตถุดิบในการทำอาหาร แน่นอนว่าในราคาชิ้นละ 100 เยนเท่านั้น (+ภาษี) ซึ่งที่ราคาถูกนั้นไม่ใช่เพราะนำของไม่ดีหรือของไม่สดมาขาย แต่ของส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็กขนาด 1-2 คนกิน ฉะนั้นจัดว่าพอดีกับคนที่อยู่คนเดียวหรือต้องการใช้ในปริมาณน้อยพอดี จะได้ไม่ต้องเหลือทิ้ง

slot

  1. Daikoku Drug
    Daikoku Drugs เป้นร้านร้อยเยนที่รวมภาษีแล้ว แปลว่านั่นคือของทุกชิ้นราคา 100 เยนถ้วนๆ จริงๆ ถึงจะบอกว่าเป็น Daikoku Drugs ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นร้านขายยา แต่เป็นร้านของขายกระจุกกระจิกในราคา 100 เยนเพียงแต่เป็นร้านของ Daikoku Drugs ก็เลยใช้ชื่อเดียวกันเท่านั้นเอง ร้านนี้จะเน้นขายพวกของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องดื่ม ขนมต่างๆ เป็นหลัก หลายสิ่งที่ทำให้ประหยัดชึ่งก็เป็นที่นิยมมาก

ทำไมแม่บ้านชาวญี่ปุ่นถึงเย็นชา

วันนี้แม่บ้านจะมาเม้าท์มอยครอบครัวชาวญี่ปุ่นกันค่ะ ต้องเกริ่นไว้ก่อนนะคะว่าสภาพโครงสร้างครอบครัวที่จะเล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครอบครัว เป็นแค่ส่วนหนึ่งในญี่ปุ่น และเกิดขึ้นในยุคพ่อแม่ของเรา (สามีอายุ 50 ขึ้นไป) ครอบครัวญี่ปุ่นสมัยใหม่เปลี่ยนไปมากแล้วค่ะ ถ้าพร้อมเผือกแล้วจะเล่าให้ฟังค่ะ

ตอนอยู่ไทยก็มักจะได้ยินผู้ชายญี่ปุ่นวัยกลางคนใหญ่มีตำแหน่งสูง เช่น ผู้จัดการโรงงานที่มาทำงานในประเทศไทย บ่นให้ฟังบ่อย ๆ ว่าเค้าอ่ะนะ เป็นได้แค่ ATM หรือตู้กดเงินของภรรยาเท่านั้นแหละ แต่ก่อนก็ฟังเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่พอได้ย้ายมาอยู่ญี่ปุ่น ได้เห็นสภาพสังคม พูดคุยกับบรรดาแม่บ้านที่ลูก ๆ โตกันไปหมดแล้วก็สรุปได้ดังนี้

jumbo jili

1 ) ผู้ชายญี่ปุ่นถูกสั่งสอนให้ทำงานนอกบ้าน
ส่วนผู้หญิงเมื่อแต่งงานก็ต้องออกจากงาน หรือถูกบังคับให้ออกจากงาน มาทำงานบ้านและเลี้ยงลูก ถูกบังคับหมายถึงการถูกกดดันจากบริษัทให้ลาออก เพราะสมัยก่อนการลาไปคลอดลูกและกลับมาทำงานเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ ทำให้ผู้หญิงที่อยากทำงานรู้สึกเครียดและกดดัน หลาย ๆ ครั้งอุปสรรคไม่ได้มาจากภายนอกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คนในบ้านอย่างสามีก็อยากให้ภรรยาอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น สิ่งนี้ทำให้แม่บ้านหลายคนเสียใจ สามีก็ไม่เข้าใจ บริษัทก็ไม่ให้โอกาส เกิดความรู้สึกด้อยค่าเมื่อไม่ได้ทำงานหรือทำตามความฝันของตน แต่ปัจจุบันรัฐบาลพยายามจัดการให้ผู้หญิงที่ลาคลอดสามารถกลับมาทำงานได้

สล็อต

2 ) ไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
ต่อเนื่องจากข้อ 1 ผู้ชายญี่ปุ่นแยกหน้าที่กับภรรยาชัดเจน ดังนั้นจะถือว่างานบ้านและการเลี้ยงลูกเป็นหน้าที่ของภรรยา พ่อบ้านชาวญี่ปุ่นจึงไม่ค่อยช่วยเหลือดูแลลูกอย่างพ่อบ้านประเทศอื่นๆ บวกกับการทำงานในประเทศญี่ปุ่นที่เคร่งเครียด ทำเกินเวลา (โดยบางทีไม่ได้ค่า O.T.) ทำให้พ่อบ้านเหนื่อยล้า เมื่อกลับบ้านไม่มีแรงเล่นหรือดูแลลูก ทำให้ภรรยาต้องดูแลลูกแทบจะ 24 ชั่วโมง ไม่มีเวลาส่วนตัว จึงทำให้เกิดความเครียดทั้งต่อตนเองและความสัมพันธ์สามี – ภรรยา

สล็อตออนไลน์

3 ) จากเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่
จากข้อ 2 สามีไม่พยายามเข้าใจและไม่ค่อยช่วยเหลือภรรยา แม่บ้านหลายคนหลังคลอดลูกได้กลับบ้านแทนที่จะมีความสุข กลับถูกต่อว่าเรื่องอาหารที่รสชาติแย่ลง หรืองานบ้านที่ทำไม่เนี้ยบ ไม่สะอาดเท่าเดิม ทำให้ภรรยารู้สึกน้อยใจหรือเสียใจ เกิดการสะสมความเครียด บางคนถูกเคยถูกสามีต่อว่า ว่าทำไมลูกร้องไม่หยุด? ทำพูดที่เสียดแทงจิตใจเล็กๆ น้อยๆ ทำให้กลายเป็นความเย็นชา ได้แต่ประคับประคองครอบครัวจนลูกโต หมดหน้าที่ ก็ไม่สนใจสามีในที่สุด

jumboslot

4 ) ไม่รู้ตัวว่าทำร้ายจิตใจกันแค่ไหน
พ่อบ้านมักไม่ค่อยจะรู้ตัวว่าใช้อำนาจในการปกครองครอบครัว การเลี้ยงลูกชายแบบประคบประหงมแบบคนญี่ปุ่นรุ่นก่อนรวมถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมของคนญี่ปุ่นที่ชายเป็นใหญ่ได้บั่นทอนสถาบันครอบครัวจนเหลือเพียงชื่อเรียกแต่สายใยหลายครอบครัวตัดขาดพังทลายหมดแล้ว จึงไม่ต้องแปลกใจที่เห็นครอบครัวญี่ปุ่นเมื่อมีลูกภรรยามักจะแยกห้องนอนอยู่กับลูก และไม่กลับมานอนกับสามีอีกเลย

slot

5 ) ต่างคนต่างอยู่
เกี่ยวเนื่องจากข้อ 1 – 4 หลังจากเกิดความร้าวฉานในครอบครัว สามีเจ้ากี้เจ้าการ ภรรยาเฉยเมย เมื่อลูกโตเข้ามหาวิทยาลัยย้ายไปอยู่หอ ภายในบ้านก็เหมือนผู้ร่วมชายคากันเฉย ๆ ต่างคนต่างอยู่ต่างทำธุระของตน ส่วนสามีถ้าได้มีโอกาสทำงานในต่างประเทศก็จะพบว่ามีเรื่องชู้สาวมากมาย

อย่างที่เรา ๆ เห็นกันทั้งในกรุงเทพฯ และชลบุรี สแน็คบาร์ (ร้านนั่งดื่มตอนกลางคืนที่มีเป้าหมายเป็นกลุ่มชายญี่ปุ่นกลางคน) ผุดขึ้นกันเป็นดอกเห็ด สมัยเศรฐกิจรุ่งเรืองเคยเห็นเลี้ยง 7 วัน 7 คนก็มี เวลาภรรยามาเยี่ยมสามีที่ไทยก็ได้นิฮงชู สาเกญี่ปุ่นอยู่บ่อย ๆ เป็นค่าปิดปาก (ฮาาา) บางคนภรรยาไม่เคยมาเยี่ยม แถมช่วงเทศกาลไม่เคยสนใจจะให้สามีกลับบ้าน แค่ส่งเงินไม่ขาดเท่านั้นพอ หลากหลายรูปแบบในญี่ปุ่น

ทำอย่างไรถึงจะได้ไปอยู่ญี่ปุ่นอย่างถาวร

ท่ามกลางกระแสการเมือง คนที่อยาก #ย้ายประเทศ หรือไปทำงานต่างประเทศ รู้มั้ยว่ายากยังไง มีโอกาสทำได้จริงมั้ย บทความนี้มีคำตอบ
ความช่วยเหลือเร่งด่วนสำหรับผู้ลี้ภัย
ไม่ว่าคุณจะอยากไปอยู่ที่อื่น เพราะเหตุผลเรื่องการเมือง เรื่องประเทศไม่พัฒนา หรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่มีปัญหาครับ อ่านบทความนี้แล้วน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย แต่ว่า บทความนี้เน้นพูดถึงการไปอยู่ญี่ปุ่นด้วยวีซ่าที่เกี่ยวข้องกับการ แต่งงาน ทำงาน เป็นหลักนะครับ ไม่ใช่วีซ่าผู้ลี้ภัย

ถ้าบังเอิญคุณเป็นคนที่ต้องการลี้ภัยทางการเมืองจริงๆ แต่หลงมาที่เพจนี้ เราช่วยอะไรไม่ได้นะ ลองติดต่อองค์กรอื่นๆเช่นสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เป็นต้น บทความนี้เหมาะกับคนที่โอเคกับการไปเรียนหรือทำงาน และไม่ได้ต้องการหนีจากเมืองไทยอย่างเร่งด่วนครับ
หากต้องการความช่วยเหลือลี้ภัยเร่งด่วน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านการเมืองหรืออะไรก็ตาม โปรดติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ

jumbo jili

ถามตัวเองก่อนว่า ทำไมคุณถึงอยากหนีไปให้มันไกลๆ
ถามตัวเองก่อนว่าทำไมเราถึงอยากหนีจากเมืองไทย ไปให้ไกลเกินกว่าที่ฉันเคยไป

ตอนนี้เมืองไทยแม้จะมีปัญหาใหญ่ทางด้านการเมือง ที่ช่วงนี้หลายคนคงจะอีดอัดและไม่พอใจเอามากๆ แต่ก็ต้องยอมรับเรื่องนึงคือ ชีวิตเรายังไม่ได้แย่เหมือนผู้ลี้ภัยที่หนีตายจากสงครามหรือการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ พูดง่ายๆคือคน 99% ที่อ่านบทความนี้ ไม่ใช่ผู้ลี้ภัย และคงจะไม่มีวันได้สถานะผู้ลี้ภัยนะครับ (และยังไม่นับว่า ญี่ปุ่นแทบไม่เปิดรับผู้ลี้ภัยทางการเมือง)

การจะไปอยู่ต่างประเทศไม่ว่าจะญี่ปุ่นหรือประเทศอื่น ควรจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนเพราะว่าเป็นการลงทุนเงินและเวลาจำนวนมากที่อาจไม่ได้อะไรกลับคืนมาครับ ไม่ใช่ว่าการเมืองมันแย่ คนมันแย่ รถมันติด แล้วจบ ผมเข้าใจว่าประเทศไทยเรามีปัญหาหลายเรื่อง แต่เพื่อตัวของเราเอง เราก็ควรจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนด้วยว่าจะไปทำอะไร เช่นไปเรียนหรือทำงานเก็บประสบการณ์ ไปถาวรหรือไปชั่วคราว เป็นต้น

สล็อต

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวของคุณเองครับ
ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น ย้ายไปอยู่ญี่ปุ่นได้มั้ย
คำตอบสั้นๆ คือ ได้ ครับ

มีคนมากมายที่แต่งงานกับคนญี่ปุ่น หรือทำงานที่ญี่ปุ่น โดยไม่รู้ภาษาหรือรู้เพียงเล็กน้อย โดยกฏหมายหรือเงื่อนไขของวีซ่า จริงๆ แล้ว ไม่มีการกีดกันคนโดยใช้เกณท์ทางภาษานะครับ คนที่มีวีซ่าที่ได้มาจากการทำงานหรือแต่งงานในญี่ปุ่น โดยที่ไม่มีผลสอบภาษาญี่ปุ่นระดับสูงๆ (ที่เรียกกันว่าผลสอบ N1 – N5) นั้นมีอยู่มากมาย
แต่ทั้งนี้

  • การรู้ภาษาญี่ปุ่น หรือการมีผลสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น จะช่วยให้คุณขอวีซ่าที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นกว่าการที่ไม่รู้หรือไม่มีแน่นอน
  • และการถูกปฏิเสธการออกวีซ่าโดยให้เหตุผลว่า เป็นเพราะผู้ขอวีซ่าไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น นั้นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน

สล็อตออนไลน์

และแน่นอนว่า การไปอยู่ญี่ปุ่นโดยไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น อาจมีผลกระทบกับคุณภาพชีวิตของคุณแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการโดนคู่แต่งงานเอาเปรียบ เจ้านายเอาเปรียบ บริษัทเอาเปรียบ หรือการใช้ชีวิตประจำวันที่ยุ่งยากกว่าอยู่ที่ไทย แต่ทั้งหมดนี้เป็นผลลัพธ์ที่ต่างกันไปรายบุคคลครับ ถ้าไม่เจอ ถ้าเจอแล้วทนได้ ถ้าคิดว่ายังไงก็ดีกว่าอยู่ไทย ก็ไม่ต้องรู้ภาษาญี่ปุ่นก็ได้ครับ

ตัดสินใจแล้วว่าฉันจะย้ายประเทศ ไปอยู่ญี่ปุ่น “ถาวร” ไม่กลับมาอีกแล้ว
ถ้าตัดสินใจแล้วว่าอยากไปจริงๆก็ไม่มีปัญหา เข้าเรื่องกันดีกว่า การที่คนต่างชาติซักคนจะได้อยู่ญี่ปุ่นแบบ “ถาวร” มีสองวิธีหลักๆ

  1. คือการขอสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งยากมากและมีข้อดีข้อเสียหลายอย่างที่น่ารู้ก่อนจะตัดสินใจ แต่หลักๆผมไม่แนะนำครับ เพราะมีอีกวิธีที่ง่ายกว่า
  2. คือการขอวีซ่าพำนักถาวร หรือที่เรียกกันว่าเอจู (永住権) วิธีนี้เป็นที่นิยมมากกว่าด้วยเหตุผลหลายประการ และของ่ายกว่าอีกด้วย แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าใครๆก็จะทำได้

ทำไมเราถึงไม่แนะนำให้เปลี่ยนสัญชาติเป็นคนญี่ปุ่น
ก่อนอื่น การเปลี่ยนสัญชาติเป็นญี่ปุ่นทำได้ยาก ไม่เป็นที่นิยม และไม่เหมาะสมเอามากๆ กับคนส่วนใหญ่ แต่ทำไมเราถึงมองว่าไม่เหมาะสม??

เนื่องจากญี่ปุ่นไม่อนุญาติให้ถือสองสัญชาติ คนที่จะเปลี่ยนสัญชาติเป็นญี่ปุ่นถาวรจึงต้องสละสัญชาติไทย กลายเป็นพลเมืองญี่ปุ่น ใช้พาสปอร์ตญี่ปุ่น มีสิทธิ์เลือกตั้งในญี่ปุ่น ซึ่งบางเรื่องก็เหมือนจะเป็นเรื่องดีเช่นพาสปอร์ตญี่ปุ่นที่สะดวกมากๆสำหรับคนที่ไปต่างประเทศบ่อยเพราะสามารถเข้าได้หลายประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า

jumboslot

แต่การสละสัญชาติไทยไม่ได้เหมาะสมกับทุกคน โดยเฉพาะคนไทยแท้ๆทั่วไปที่ไม่ได้มีครอบครัวอยู่ที่ญี่ปุ่น เพราะจะเสียสิทธิ์ทุกอย่างในฐานะประชาชนไทย หากคิดจะกลับไทยในอนาคตจะเป็นการมาในฐานะคนญี่ปุ่นคนหนึ่งที่แวะมาอยู่ที่ไทยระยะยาว ไม่ใช่คนไทย การดำเนินการทางกฏหมายต่างๆ เช่นการถือครองทรัพย์สิน บ้าน รถ จะลำบากกว่าคนไทย และก็ยังมีปัญหาเรื่องวีซ่าและเอกสารเพิ่มเติมขึ้นมา (ที่คนไทยปกติไม่ต้องเจอแต่คนต่างชาติในไทยต้องเจอ)

คนที่สละสัญชาติไทยเพื่อรับสัญชาติญี่ปุ่นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่มั่นใจว่าสามารถอยู่ญี่ปุ่นได้ตลอดชีวิตโดยไม่เดือดร้อน เช่นวัยรุ่นที่เกิดมาเป็นลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น มีบ้านและครอบครัวอยู่ที่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว เป็นต้น ถ้าคุณเป็นคนที่เหมาะกับการขอสัญชาติญี่ปุ่นมากกว่าการขอวีซ่าถาวรเชื่อว่าคงไม่จำเป็นต้องมาอ่านบทความนี้แต่แรก เพราะพ่อหรือแม่ชาวญี่ปุ่นของคุณคงกำลังทำเรื่องให้อยู่แล้ว
เพื่อประหยัดเวลาเราจึงขอข้ามไปเรื่องวีซ่าทำงานและการอัพเกรดเป็นวีซ่าถาวร ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนไทยแท้ๆที่อยากมาทำงานยาวๆที่ญี่ปุ่น

การขอวีซ่าทำงานในญี่ปุ่น
ถ้าหากคุณอยากได้วีซ่าพำนักถาวรก่อนอื่นต้องทำยังไงล่ะ?? คำตอบคือ ต้องเริ่มจากการได้วีซ่าประเภทอื่นก่อน เช่นวีซ่าทำงาน

slot

ในทางเทคนิค การหางานแปลว่าเราจะได้วีซ่าทำงาน ไม่ได้แปลว่าจะได้วีซ่าอยู่ถาวรทันที หลายคนอาจจะเข้าใจผิดแต่ว่านี่เป็นสองสิ่งที่ไม่เหมือนกัน วีซ่าทำงานเป็นวีซ่าระยะยาวแต่ก็ยังไม่ถาวร เหมือนกับสิ่งที่เรียกว่าเวิร์คเพอร์มิตในหลายๆประเทศ แต่การหางานก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่ดีเพราะตราบใดที่เรามีงานทำมีสังกัดอยู่กับบริษัทในญี่ปุ่น เราก็จะสามารถต่อวีซ่าเพื่อทำงานให้บริษัทนั้นๆต่อไปได้เรื่อยๆโดยแทบไม่ต้องกังวลว่าจะต่อไม่ได้ หากได้งานกับบริษัทในญี่ปุ่นและได้รับวีซ่าครั้งหนึ่งแล้ว โอกาสต่อวีซ่าครั้งต่อไปไม่ได้นั้นแทบจะไม่มี หากยังอยู่บริษัทเดิม ไม่ได้ถูกไล่ออกหรือว่าเปลี่ยนงาน

สิ่งที่ต้องมีก็คือบริษัทที่ญี่ปุ่นที่จะรับเราเข้าทำงาน และเอกสารต่างๆที่ยืนยันได้ว่าเราจะมีงานทำจริงๆ เช่นสัญญาว่าจ้างเป็นต้น และอีกเรื่องก็คือตัวบริษัทเองก็ต้องมีความเหมาะสมเช่นเป็นบริษัทที่เชื่อถือได้และมีใบอนุญาติถูกต้องเป็นต้น

การทำวีซ่าในตัวของมันเองไม่ใช่เรื่องยาก มีขั้นตอนชัดเจน มีเอกสารที่ต้องใช้ชัดเจน หากถึงเวลาลงมือทำจริงๆ เอกสารหลายๆอย่างสามารถขอให้บริษัทที่จะจ้างเราช่วยออกให้ได้ แต่สิ่งที่ยากจริงๆคือการหางานในญี่ปุ่นมากกว่า ญี่ปุ่นเมืองน่าอยู่ มีหลายๆสิ่งที่น่าสนใจ

คนญี่ปุ่นดื่มอะไรกัน รู้จักเหล้ายอดนิยม 5 ชนิด

ใครกลัวสั่งไม่ถูกมาทางนี้เลย ขอนำประสบการณ์ที่เคยทำงานพิเศษบาร์เครื่องดื่มที่ญี่ปุ่นมาบอกกัน ว่าญี่ปุ่นเค้านิยมดื่มเหล้าอะไรกันบ้างซัก 10 ชนิด เตรียมแก้วรอได้เลย คัมไป!

  1. เหล้าสาเก หรือ นิฮงชู (แปลว่าเหล้าญี่ปุ่น)
    ระดับแอลกอฮอล์:10-20%
    เหล้าสาเก หรือ ไวน์ข้าว เป็นเหล้าที่หมักโดยใช้ ข้าว น้ำ และหัวเชื้อโคจิ (หรือข้าวมอลต์) เป็นส่วนผสมหลัก ที่จะนำมาหมักเพื่อให้เปลี่ยนสภาพเป็นน้ำตาล จากนั้นนําไปหมักกับยีสต์ จนได้รสชาติเฉพาะตัวซึ่งความเปรี้ยว ความนัว นั้นก็จะขึ้นกับปริมาณสัดส่วนของวัตถุดิบที่ว่ามา

jumbo jili

การหมักนิฮงชูนี้ถือเป็นศิลปะเฉพาะตัวอย่างหนึ่งของแต่ละชุมชน จนกลายเป็นอีกหนึ่งสินค้า OTOP ประจำท้องถิ่นที่เรียกว่า Jisake (สาเกท้องถิ่น) ที่ใครไปเมืองไหนก็ต้องหานิฮงชูของเมืองนั้นมาลิ้มลอง โดยปกติคนญี่ปุ่นมักจะเรียกว่านิฮงชูแต่คนต่างชาติจะเรียกว่าสาเก ส่วนวิธีการดื่มก็จะดื่มได้ทั้งแบบร้อน แบบเย็น หรือแบบอุณหภูมิปกติ แล้วมักจะดื่มแบบเพียวๆเน้นๆ เรียกว่าเหล้าที่คู่ควรสำหรับสายแข็งอย่างแท้จริง!

  1. โชจู (Shochu) และ อะวาโมริ (Awamori)
    ระดับแอลกอฮอล์:25-40%
    อีกหนึ่งชนิดเครื่องดื่มที่อยากให้สายแข็งลองมาดวลกัน เพราะโชจูคือเหล้าอีกชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นดื่มกันมาตั้งแต่อดีตรองจากสาเก แต่มีระดับแอลกอฮอล์สูงกว่าสาเกญี่ปุ่นเป็นเท่าตัว เรียกว่างานนี้ไม่สตรองจริงเป็นต้องคอพับคออ่อนนอนหน้าสถานีรถไฟเป็นแน่

สล็อต

โชจูเป็นเหล้ากลั่นที่ทำมาจาก ข้าว มันเทศ ข้าวสาลี และน้ำตาลอ้อย โดยปกติมักเสิร์ฟแบบใส่น้ำแข็ง โดยผสมกับน้ำ, น้ำผลไม้, น้ำอัดลม

ส่วนอะวาโมริเป็นโชจูของ Okinawa ที่จะมีความแตกต่างจากโชจูปกติก็ตรงที่จะใช้เม็ดข้าวที่เล็กยาวแบบไทยแทนข้าวเม็ดสั้นแบบญี่ปุ่น และใช้หัวเชื้อโคจิมอลต์ดำพื้นเมืองแบบ Okinawa และมักจะเสิร์ฟมาในไห ชอบแบบไหนก็เลือกได้ตามชอบนะจ๊ะ

  1. วิสกี้ (Whisky)
    ระดับแอลกอฮอล์:40-43%

สล็อตออนไลน์

แม้จะเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นอายของตะวันตกแต่ วิสกี้เครื่องดื่มสีอำพันก็ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น ด้วยความพิถีพิถันในการนำธัญพืชเช่นข้าวบาร์เลย์, ข้าวไรย์, ข้าวโพด และอื่นๆมาหมัก แล้วใช้เอนไซม์จากมอลต์มาเปลี่ยนให้เป็นน้ำตาล ก่อนจะนำมากลั่นออกมาด้วยอุณหภูมิสูง จนได้ออกมาเป็นวิสกี้ที่มีระดับแอลกอฮอล์สูงลิ่วนำหน้าน้ำเมาทุกชนิด แต่ก็มีความน่าหลงใหล นำไปเจือจางกับอะไรก็อร่อย

ส่วนวิธีการดื่มวิสกี้ของคนญี่ปุ่นนั้น ก็จะมีเพียวๆไม่ใส่น้ำแข็ง (straight) วิสกี้ใส่น้ำแข็ง (on the rock) วิสกี้ผสมน้ำและใส่น้ำแข็ง (Mizuwari) วิสกี้ผสมจินและวอดก้า วิสกี้ผสมโซดาและใส่น้ำแข็ง (Haibōru) แบบหลังเป็นที่นิยมดื่มกันมาก โดยเฉพาะคนที่เริ่มต้นมาเดินทางสายนี้ เพราะดื่มง่ายสุดละ

ส่วนใหญ่วิสกี้จะบรรจุในขวดแก้วสุดหรูหรา น่าเอาไปเป็นของฝากหนุ่มๆนัก สามารถสั่งมาดื่มหรือหาซื้อได้ตามร้านอาหารและร้านเหล้าทั่วไป แถมเดี๋ยวนี้เค้ามี Haibōru ขายเป็นกระป๋องแล้วด้วยนะ ระดับแอลกอฮอล์ก็ต่ำลงมาเหลือ 5-7 % ด้วย ใครอยากลองจะได้ไม่ต้องคิดเยอะ ชิมขำๆได้แม่ไม่ว่า (มั้ง)

jumboslot

4.เบียร์ (Beer)
ระดับแอลกอฮอล์:4-5.5%
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก เพราะดื่มง่ายไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรมาก หากจะเริ่มต้นชนแก้วในวง คนญี่ปุ่นจะเริ่มชนด้วยเบียร์หรือเบียร์สดเสมอๆ เบียร์ของที่ญี่ปุ่นจะมีส่วนผสมหลักคือข้าวบาร์เล่ย์ที่ถูกนำไปหมักจนได้เป็นมอลต์ จากนั้นจึงผสมยีสต์เพื่อเปลี่ยนน้ำตาลในมอลต์เป็นแอลกอฮอลล์จึงได้เป็น ‘เบียร์’

ซึ่งเบียร์แท้นั้นต้องมีมอลต์ในปริมาณที่กำหนด (มีมากกว่า 2 ใน 3 ของวัตถุดิบหลัก) แต่ด้วยภาษีที่ผู้ผลิตต้องเสียแพง ทำให้เบียร์มีราคาสูงตามไปด้วย สำหรับเบียร์ยี่ห้อดังและนิยมดื่มกันบ่อยๆก็จะมี Asahi, Santory, Kirin หรือ Sapporo เป็นต้น

5.ฮัปโปชู (Happoshu)
ระดับแอลกอฮอล์:3-8%

slot

ฮัปโปชูแปลตรงตัวว่า “เหล้าที่มีฟอง” ก็ถือเป็นเบียร์ชนิดหนึ่งที่มีความเอาใจสายอ่อน เพราะฮัปโปชูคือเบียร์ที่ผสมมอลต์อยู่ในปริมาณน้อยกว่า จึงทำให้มีรสชาติที่เบากว่าเบียร์ โดยวัตถุประสงค์ของฮัปโปชูนอกจากจะเป็นการสร้างกลุ่มสินค้าใหม่ๆ ดยเปลี่ยนระดับความเข้มแล้ว ในญี่ปุ่นการที่มีมอลต์น้อยกว่าก็ยังมีผลทางภาษีอีกด้วย ทำให้ฮัปโปชูมีการเก็บภาษีที่ถูกกว่าเบียร์ ฉะนั้นถ้าคุณอยากดื่มเบียร์แต่งบน้อยก็ให้สอยเจ้าฮัปโปชูมาแทนได้เลย

นอกจากนี้ก็ยังมีเบียร์อีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า ฮัปโปเซอิ (Happosei) หรือ Third Beer (เบียร์อันดับที่ 3) เป็นเบียร์ที่ไม่มีส่วนผสมของมอลต์เลย แต่ใช้วัตถุดิบเป็นข้าวโพด ข้าวสาลี ถั่วเหลือง หรือมันฝรั่งในการผลิตแทน เป็นเบียร์รุ่นหลานที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากมีรสชาติของผลไม้หรือรสหวานอื่นๆนอกเหนือจากรสเบียร์ปกติ แถมมีราคาถูกกว่าด้วย อันนี้ น่าจะเหมาะกับสายแบ๊วๆใสๆอย่างเราที่สุดแล้วล่ะ (ถามจริ๊ง…) อยากลองก็ต้องไปลองกันครับ

9 ประโยคน่าจดจำและเอาไปใช้ในร้านอิซากายะ

ถ้ามีโอกาสได้ไปในร้านอิซากายะแล้วล่ะก็ อย่างน้อยๆ ก็ต้องได้ยินประโยคเหล่านี้กันมาบ่อยๆ ไม่ว่าจะจากโต๊ะข้างๆ หรือโต๊ะเดียวกันเอง วันนี้เรารวบรวมประโยคสุดฮิต ที่ถ้าเหยียบเข้าไปในร้าน จะต้องได้ยินคำเหล่านี้แน่ๆ และเพื่อให้เข้าใจความหมาย และใช้ได้อย่างถูกต้อง วันนี้เรามาดูกันเลยว่ามีคำว่าอะไรกันบ้าง

  1. Biiru nomu hito ? (ビール飲む人?) ใครดื่มเบียร์บ้าง
    เป็นที่แน่นอนว่า เข้าไปในร้านอิซากายะ ก็ต้องสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาดื่มกันให้ชื่นใจ แต่ว่าไม่ใช่ทุกคนน่ะสิ ที่จะสามารถลิ้มรสเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ ยกตัวอย่างเช่น คนที่แพ้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (ตามกฎหมายญี่ปุ่นระบุว่าต้องมีอายุ 20 ปีจึงจะดื่มได้) ดังนั้นก็จะมีประโยคเช่น

jumbo jili

ビール飲む人?(Biiru nomu hito) ใครดื่มเบียร์บ้าง
水飲む人?(Mizu nomu hito) ใครดื่มน้ำบ้าง
ソフトドリンク飲む人?(Sofuto dorinku nomu hito) ใครดื่มซอฟดริงค์บ้าง
โดยถึงแม้ว่า ถ้าไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอิซากายะ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะครับ เพราะบางที ถ้านำรถยนต์ส่วนตัวมาก็จำเป็นจะต้องมีคนขับรถไว้ด้วย ยังไงซะ เมาไม่ขับ ก็เป็นสิ่งจำเป็นนะ

สล็อต

  1. Toriaezu Nama (とりあえず生)ก่อนอื่นก็เบียร์สด
    ถือเป็นประโยคยอดฮิตตามร้านอิซากายะเลยครับ ว่าก่อนอื่นเลยก็ต้องนามะ หรือ นามะบีรุ ภาษาไทยก็คือเบียร์สดนั่นเอง ด้วยรสชาติดับกระหายหลังจากเดินหาร้านนานๆ ใครที่อยากลองสั่งออเดอร์เป็นภาษาญี่ปุ่น ประโยคนี้ถือเป็นประโยคเบสิกที่สุดเลย อย่าลืมเอาไปลองใช้พูดกันนะ
  2. Kampai !! (乾杯)ชนแก้ว
    น่าจะเป็นคำที่เราคุ้นเคยกันอยู่อีกคำหนึ่ง เมื่อถึงเวลาชนแก้ว ทุกคนก็จะยกแก้วของตัวเองขึ้นมา แล้วพูดพร้อมๆกันว่า คัมไป !!! หลังจากทำงานมาเหนื่อยๆ การที่ได้ดื่มเครื่องดื่มพร้อมกับเพื่อนร่วมงานก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการพักผ่อนเช่นกันนะ

สล็อตออนไลน์

  1. Menu wo Kudasai (メニューをください)ขอเมนูด้วยครับ/ค่ะ
    ถ้าไม่มีเมนู อาจจะสั่งอาหารลำบากกันแน่ๆ ถึงแม้ว่าตามร้านอิซากายะจะมีป้ายแขวนเมนูอยู่ตามร้าน แต่บางทีเราก็อยากดูเมนูอื่นๆด้วย ประโยคนี้ไม่ได้ใช้ได้กับแค่เมนูอย่างเดียวนะ แค่เปลี่ยนคำว่าเมนูข้างหน้า เป็นคำอื่นเช่น โอะฮิยะ หรือ น้ำเย็น ก็สามารถสั่งอย่างอื่นได้แล้ว ง่ายใช่ไหมล่ะ
  2. Osusume wa? (おすすめは?) มีอะไรแนะนำบ้าง
    เมนูในร้านอิซากายะ มีมากมายมหาศาล ไอ้ครั้นจะไปนั่งดูเมนูทีละอย่างก็เห็นเวลาจะหมดซะก่อน ก็ต้องใช้คำนี้เลย ยิ่งบางร้านที่เป็นร้านที่ไม่ใช่ร้านแฟรนไชน์ ก็จะมีเมนูแนะนำพิเศษ หรือตามฤดูต่างๆ วัตถุดิบก็จะมีไม่เหมือนกันด้วย ก็ยิ่งทำให้เจอของอร่อยๆได้ง่ายขึ้นจริงไหม

jumboslot

  1. Kore kudasai (これください) เอาอันนี้
    เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเลือกสั่งอาหาร ยิ่งเป็นอาหารที่ชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ยิ่งพลาดอ่านผิดได้ง่ายๆอีก โดยคำว่า โคเระ (これ) แปลว่า อันนี้ และ คุดาไซ ก็เหมือนกับที่อธิบายไปก่อนหน้านี้คือ เป็นคำขอ เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอ่านชื่อเมนูผิดแล้ว แค่ชี้ให้เขาดู แล้วก็พูดตามคำนี้เท่านั้นเอง
  2. o-tearai wa? (お手洗いは?) ห้องน้ำอยู่ทางไหน
    แหม่ ดื่มมาเยอะๆก็ต้องปลดทุกข์เป็นเรื่องปกติ ว่าแต่ห้องน้ำอยู่ทางไหนล่ะ ก็ต้องใช้ประโยคนี้ถามเลยถ้าหาไม่เจอ นอกจากคำว่า o-tearai แล้ว ยังมีคำว่า โทอิเระ (トイレ) ที่แปลว่าห้องน้ำเช่นกัน ก็ยังสามารถใช้ได้นะ แต่คำว่า โอะเทอาไร จะเป็นคำที่ดูสุภาพกว่า

slot

  1. Mou Ippai (もう一杯) ขออีกแก้ว
    เบียร์เย็นๆ หมดแก้วแล้วทำยังไงดี เรียกพนักงานแล้วสั่งเลย โมว อิปไป จังหวะจะได้ต่อเนื่อง อย่าลืมเช็คคนข้างๆด้วยล่ะ ว่ายังอยากต่ออีกแก้วหรือเปล่าแล้วรีบสั่งต่อเลย
  2. Kaikei Onegaishimasu (会計お願いします) คิดเงินด้วยครับ/ค่ะ
    พออิ่มกันได้ที่ ก็ถึงเวลาคิดเงิน แค่เรียกพนักงาน แล้วบอกว่า ไคเค โอเนไกชิมัส เพื่อเป็นการบอกว่า ขอคิดเงินด้วย
    นอกจากนี้ ก็ยังมีคำว่า เชคคุ โอเนไกชิมัส チェックお願いします ซึ่งก็มีความหมายเดียวกัน
    ส่วนเรื่องใครจ่ายเงินนั้น ก็คิดกันให้เสร็จสรรพเรียบร้อยก่อนล่ะ ในบางที ก็มีกรณีที่มีคนไม่ดื่มแอลกอฮอล์ สมัยนี้ก็มีแอพลิเคชั่นที่เอาไว้ใช้คำนวณรายจ่ายแยกกันด้วยแล้วนะ

เห็นไหมว่า ภาษาญี่ปุ่นในร้านอิซากายะ ไม่ยากเลย ถ้าได้ลองมาเที่ยวญี่ปุ่น ก็ลองฝึกคำพวกนี้ไว้ใช้พูดดูนะ คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

ทสึยุ เครื่องปรุงอาหารเส้นของญี่ปุ่น

วัฒนธรรมการรับประทานเส้นของคนญี่ปุ่นมีมานานแสนนาน ทั้งโซบะ อุด้ง ฮิยามุงิ โซเมน ซึ่งทสึยุคือซอสครอบจักรวาลที่ใช้ทานหรือปรุงเส้นเหล่านั้นนั่นเองค่ะ เคยกินหมี่เย็นจุ่มซอสใช่ไหม นั่นคือหนึ่งในวิธีใช้ล้านแปดของทสึยุค่ะ

มารู้จัก”ทสึยุ”กัน
ทสึยุ (つゆ) คือหนึ่งในเครื่องปรุงอาหารสำคัญของญี่ปุ่น มีส่วนผสมของโชยุ มิริน และดะชิ(น้ำสต็อกสาหร่ายคอมบุหรือปลาโอแห้ง) มักใช้เป็นซอสกินกับอาหารเส้นๆของญี่ปุ่นอย่าง โซบะ อุด้ง ฮิยามุงิ และโซเมน
ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีทสึยุนั้น คนญี่ปุ่นกินโซบะหรืออุด้งกับน้ำจิ้มจากมิโสะ แต่ด้วยวิธีการทำที่ยุ่งยาก จึงเริ่มใช้โชยุเป็นส่วนผสมแทน จนเกิดเป็น เมนทสึยุ ที่ใช้จุ่มกับเส้นมาจนทุกวันนี้

jumbo jili

นอกจากนี้ ทสึยุก็ยังมีหลากหลายประเภท ไม่ใช่แค่เมนทสึยุที่ไว้จุ่มกับเส้นหมี่ แต่ยังมีทสึยุที่ใช้ปรุงอาหารได้หลากหลายอีกด้วย เนื่องจากทสึยุมีส่วนผสมของโชยุ มิริน และดะชิ ซึ่งเป็นเครื่องปรุงหลักของอาหารญี่ปุ่น จึงสามารถเข้ากับอาหารญี่ปุ่นหลายชนิด ใช้เพียงขวดนี้ไม่ว่าจะปรุงเมนูไหนก็อร่อยค่ะ เช่นโอเด้ง ผัดผัก สลัดญี่ปุ่น ผักตุ๋น เทริยากิ หม้อไฟ และอื่นๆ

ทสึยุเริ่มผลิตขายเป็นสินค้าจริงจังราวปี 1952 แต่ในปัจจุบันหากนับรวมทสึยุทุกชนิด (ทั้งแบบใช้จุ่มกินกับเส้นและแบบใช้ปรุงอาหาร) ทสึยุนั้นขายดียิ่งกว่าโชยุเสียอีก แม้คนต่างชาติอย่างเราจะเข้าใจว่าโชยุคือเครื่องปรุงที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น แต่สำหรับคนญี่ปุ่นทสึยุนั้นขายดีแซงโชยุไปแล้ว

ทสึยุสำหรับจุ่มกับหมี่เย็น เครื่องปรุงที่ขายดีมากในฤดูร้อน
พอถึงหน้าร้อนหรือช่วงเดือนมิถุนาถึงสิงหาของญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นจะนิยมกินเมนูเย็นๆเพื่อดับร้อนค่ะ อย่างเช่นหมี่เย็นจุ่มกับซอส ซึ่งซอสที่ว่าก็คือทสึยุนั่นเองค่ะ มีขายทั้งแบบพร้อมทานและแบบเข้มข้นที่ต้องผสมกับน้ำเปล่าก่อนกิน

สล็อต

ชนิดของเส้นหมี่ที่นิยมทำเป็นหมี่เย็นในหน้าร้อนก็คือ ฮิยามูงิ และ โซเมน ทั้ง 2 นี้ทำมาจากแป้งสาลีเหมือนกัน ต่างที่ขนาดเส้น เส้นโซเมนเล็กสุด ประมาณเส้นขนมจีนของไทยค่ะ

ประเภทหมี่เย็นญี่ปุ่น
เส้นหมี่ญี่ปุ่นตามซุปเปอร์มาร์เก็ตมีขายทั้งแบบแห้งและแบบต้มแล้วพร้อมรับประทาน คนที่นี่นิยมซื้อแบบแห้งมาต้มเองมากกว่า เพราะราคาถูกและได้ปริมาณเยอะ ทำก็ไม่ยากด้วยค่ะ เมื่อต้มเส้นสุกแล้ว นำมาล้างน้ำเย็นหลายๆน้ำจนหมดแป้งนวล เส้นโซบะและอุด้ง เสิร์ฟโดยวางบนกระจาดหรือตะแกรงไม้ไผ่ พร้อมถ้วยทสึยุ เรียกว่า ซารุโซบะ และ ซารุอุด้ง ส่วนเส้นฮิยามูงิและโซเมน เสิร์ฟโดยแช่น้ำเย็นจัดพร้อมถ้วยทสึยุ ไม่ก็จับปั้นเป็นคำๆ จัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมทสึยุเย็นจัดค่ะ

สล็อตออนไลน์

นางะชิโซเมน หมี่เย็นไหลบนรางน้ำ
สำหรับเส้นหมี่เย็นโซเมน มีวิธีกินอีกแบบเรียกว่า นางะชิโซเมน คือการปล่อยเส้นเป็นคำๆใส่รางที่รองน้ำให้ไหลมาจากต้นราง คนกินก็ใช้ตะเกียบคีบเส้นจากรางมาจุ่มเมนทสึยุกิน โดยรางที่ใช้ทำมาจากไม้ไผ่ผ่าครึ่ง ไม้ไผ่ยิ่งยาวยิ่งทานสนุก ทานพร้อมกันได้หลายคน

แต่ปัจจุบันไม้ไผ่ในเมืองนั้นหายาก บ้านใครไม่กว้างพอก็ทำกินยากด้วยค่ะ จึงมีเครื่องนางาชิโซเมงขาย ตอบโจทย์ความสะดวกสบายแบบญี่ปุ่นค่ะ สำหรับราคานะคะ มีหลายราคาค่ะ ราคากลางๆประมาณ 4,000 เยน (1,150 บาท)

jumboslot

อาหารประเภทเส้นของญี่ปุ่น
คะเคะทสึยุ (かけつゆ) แปลว่า น้ำราด เส้นหมี่บวกกับน้ำราดก็คือก๋วยเตี๋ยวน้ำนั่นเองค่ะ
ทสึเคะทสึยุ (つけつゆ) แปลว่า น้ำจิ้ม สำหรับจุ่มเส้นกินคำต่อคำ หรือก็คือหมี่จุ่มนั่นเองค่ะ

ซึ่งทั้งสองชนิดนี้ใช้เมนทสึยุผสมกับน้ำเปล่าเหมือนกันค่ะ ต่างกันแค่ปริมาณ น้ำราดจะผสมน้ำเยอะกว่า ส่วนซอสจิ้มจะใส่น้ำน้อย เข้มข้นกว่า สำหรับอัตราส่วนสามารถดูได้จากป้ายผลิตภัณฑ์นั้นๆ

ตัวอย่างอาหารเส้นประเภทคะเคะทสึยุ (ก๋วยเตี๋ยวน้ำ) ก็อย่างเช่น เช่น คาโมะโซบะ (โซบะต้มใส่เนื้อเป็ด), คิทสึเนะอุด้ง (อุด้งต้มใส่เต้าหู้ทอด)
ตัวอย่างอาหารเส้นประเภททสึเคะทสึยุ (บะหมี่จุ่ม) ก็อย่างเช่น ซารุโซบะ (เส้นโซบุเปล่าจิ้มทสึยุ), นิคุทสึเคะอุด้ง (เส้นอุด้งจิ้มทสึยุผสมเนื้อหมู)

slot

ฮอนทสึยุ คือ
ฮอนทสึยุ (本つゆ) คำว่า ฮอน (本) แปลว่า แท้ จึงทำให้หลายคนเข้าใจว่านี่คือทสึยุแท้ ต่างจากทสึยุทั่วไป แท้จริงแล้ว”ฮอนทสึยุ” เป็นแค่ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตตั้งขึ้น ซึ่งเป็น”ทสึยุ”เหมือนกันค่ะ ไว้ทานกับเส้นต่างๆ และสามารถนำมาปรุงอาหารชนิดอื่นได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อใด ฉลากภาษาญี่ปุ่นชื่อไหนๆก็เหมือนกันค่ะ ทั้งส่วนผสมหลักและวิธีรับประทาน จะต่างก็แค่ความเข้มข้นค่ะ

ทสึยุ กับ ชิโร่ดะชิ รสชาติเหมือนกัน
ทสึยุ (つゆ) กับ ชิโร่ดะชิ (白だし) หากได้ลองชิมเครื่องปรุงทั้ง 2 ชนิดนี้ จะรู้ว่ารสชาติแทบไม่ต่างกัน ส่วนผสมก็ใกล้เคียงกัน หลายคนอาจสงสัยว่ามันใช้แทนกันได้ไหม คำตอบคือขึ้นอยู่กับอาหารที่ต้องการปรุงค่ะ เพราะ ชิโร่ดะชิ มีสีอ่อน รสเข้มข้นมาก นิยมใช้ปรุงน้ำซุป ทำไข่ตุ๋นไข่ม้วน และอาหารหลายๆอย่างคล้ายทสึยุแต่ไม่ใช้จุ่มเส้นกินค่ะ ถ้ากินกับเส้นแบบสดๆเราใช้ทสึยุเท่านั้นค่ะ

เมื่อรู้จักทสึยุแล้ว อยากปรุงอยากกินอาหารญี่ปุ่นชนิดใดก็เลือกซื้อได้ถูกไม่มีลังเลค่ะ ถ้าจะทำผัดทอดหรืออาหารญี่ปุ่นทั่วไปที่ต้องปรุงรส ก็ต้องซื้อสาเก โชยุ มิริน 3 ขวด แต่ถ้าจะทำอุด้ง โซบะ บะหมี่เย็นจุ่ม ก็ซื้อแค่ทสึยุขวดเดียวพอ อย่าลืมลองไปเดินดูซุเปอร์แถวบ้านนะคะ คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก