เหรียญ Defi ที่มีสินทรัพย์ที่ถูกล็อคเกินระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ถูกแฮก นักลงทุนแตกตื่น

เหรียญ Defi ที่มีสินทรัพย์ที่ถูกล็อคเกินระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ถูกแฮก นักลงทุนแตกตื่น

jumbo jili

ดูเหมือนว่าโปรโตคอลการทำ yield farming ชื่อดังอย่าง “Harvest Finance” นั้นจะกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของแฮกเกอร์ไปซะแล้ว
ในขณะนี้ทีมงานของ Harvest Finance กำลังอัปเดตเรื่องราวที่เกิดขึ้นบน Twitter ของพวกเขา ซึ่งดูเหมือนว่าจะมี ‘การโจมตี’ เกิดขึ้นผ่านทาง Curve y pool โดยสิ่งนี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าของเหรียญ Stablecoins ใน pool ให้สูงเกินกว่าความเป็นจริง

สล็อต

ทีมงานเริ่มสังเกตเห็นว่า มีการฝากและถอนทรัพย์สินเป็นจำนวนมากออกจากโปรโตคอล โดยการโจมตีในครั้งนี้ดูมีลักษณะที่คล้าย ๆ กับการเก็งกำไร
เพื่อปกป้องผู้ใช้งาน Harvest Finance ตัดสินใจโอนเงินทั้งหมดออกจาก y pool และ BTC Curve ไปเก็บไว้ vault และกล่าวเสริมด้วยว่าเหรียญ stablecoin และ BTC ทั้งหมดจะปลอดภัย ซึ่งในขณะที่เขียนบทความนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีเงินบางส่วนหายไปหรือไม่
Harvest Finance นั้นเป็นอีกหนึ่งโปรเจค DeFi ที่มีมูลค่าเงินทุนที่ถูกล็อคไว้ในโปรโตคอลมากที่สุด และเช่นเดียวกับโปรโตคอล Defi ตัวอื่น ๆ Harvest Finance มีโทเค็นกำกับดูแลเป็นของตัวเองที่มีชื่อว่า Farm token โดยจะแจกจ่ายเป็นรางวัลสำหรับผู้ให้บริการสภาพคล่อง (LP)
ทีมนักพัฒนาระบุว่า สัญญา Smart contract ของ Harvest Finance นั้นได้รับการตรวจสอบโดย Haechi Labs และ PeckShield แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการโจมตีที่เกิดล่าสุดเป็นผลมาจากข้อบกพร่องในสัญญา Smart contract ด้วยหรือไม่
อ้างอิงข้อมูลจาก DeFi Pulse , Harvest Finance เป็นหนึ่งในโปรเจค Defi ที่มีมูลค่าเงินที่ถูกล็อคในโปรโตคอลมากที่สุด 5 อันดับแรก (เกินระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ ) แต่อย่างไรก็ตามได้ตัวเลขดังกล่าวเริ่มลดลงแล้ว เมื่อข่าวการแฮกเริ่มแพร่สะพัดออกไป
ภายหลังจากที่เราได้เห็นกระแสการบูมของเหรียญคริปโตและ Bitcoin ในไทยอย่างมากในปีนี้ ส่งผลทำให้เราได้เห็นการยอมรับเหรียญคริปโตอย่างกว้างขวางมากในตลาด จนกระทั่งล่าสุดนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทยต้องออกมาประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว
โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์หลักของทางแบงก์ชาตินั้น พวกเขาเผยว่า
“นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ติดตามการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และเห็นการเชิญชวนให้นำสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทต่าง ๆ เช่น Bitcoin Ether มาใช้เป็นสื่อในการชำระค่าสินค้าและบริการมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง ธปท. ได้เคยแจ้งย้ำถึงสถานะของสินทรัพย์ดิจิทัลว่าไม่ถือเป็นเงินตราตามกฎหมาย ดังนั้น การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ในรูปแบบดังกล่าว จึงมีลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยน (barter trade) ระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลกับสินค้าและบริการที่ผู้ให้และผู้รับตกลงยอมรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องระหว่างกัน
ในการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางการชำระค่าสินค้าและบริการ ผู้ใช้หรือผู้รับสินทรัพย์ดิจิทัล อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งยังมีความเสี่ยงจากการสูญเสียมูลค่าหากถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ และการถูกใช้เป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน ธปท. จึงยังคงไม่สนับสนุนการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางการชำระค่าสินค้าและบริการ และเห็นว่าสินทรัพยฺ์ดิจิทัลบางประเภทเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ผู้ลงทุนต้องเข้าใจความเสี่ยง ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานกำกับหลายประเทศ อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) อังกฤษ สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และมาเลเซีย
อย่างไรก็ดี ธปท. จะติดตามพัฒนาการของการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางการชำระค่าสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง หากเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ธปท. จะประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดูแลไม่ให้เกิดความเสี่ยงในวงกว้างจนส่งผลกระทบต่อสาธารณชน ระบบเศรษฐกิจ และเสถียรภาพของระบบการเงินของประเทศ
ทั้งนี้ ธปท. เห็นความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและเปิดกว้างในการนำไปใช้ต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินในการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และจะดูแลให้ประชาชนได้รับประโยชน์เต็มที่จากการพัฒนานวัตกรรม ขณะนี้ ธปท. อยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (Central Bank Digital Currency: CBDC) รวมทั้งมีแนวนโยบายกำกับดูแลการให้บริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท  Stablecoin  ที่มีเงินบาทหนุนหลังและ Stablecoin ประเภทอื่น ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางในการชำระค่าสินค้าและบริการในรูปแบบดิจิทัลที่น่าเชื่อถือให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ ซึ่ง ธปท. จะรับฟังข้อคิดเห็นจากสาธารณชนและผู้เกี่ยวข้อง และแจ้งความคืบหน้าของพัฒนาการดังกล่าวเป็นระยะต่อไป”
John Bollinger นักเทรดรุ่นเก๋าผู้มากประสบการณ์ และเป็นผู้คิดค้นอินดิเคเตอร์ “Bollinger Bands” ได้ทวีตข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของเขาว่า เขาได้ค้นพบรูปแบบการซื้อขายที่ผิดปกติ และตั้งคำถามว่านี่อาจจะเป็น “รูปแบบใหม่” ของตลาดคริปโตหรือไม่

สล็อตออนไลน์

บิทคอยน์ยังคงเคลื่อนที่อยู่ในขอบเขตเดิมในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยังไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ระดับ 36,000 ดอลลาร์ได้
อย่างไรก็ตามเหรียญ DeFi จำนวนมากอย่าง Aave, Compound และ Synthetix มีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap
ขณะที่นักวิเคราะห์ของ J.P. Morgan กล่าวว่าการครอบงำตลาดของบิทคอยน์ที่กลับมามากถึง 50% จะเป็นผลดีต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวม ตามรายงานจาก U.Today
โดยในปัจจุบันขณะที่เขียนข่าวอยู่นี้ บิทคอยน์มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 32,635 ดอลลาร์ ลดลงจากระดับ ATH เมื่อเดือนเมษายนกว่า 49%
ดูเหมือนว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะได้เห็นราคา Bitcoin ที่ผันผวนขึ้นและลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลายคนเริ่มเบื่อหน่ายและเดินออกจากตลาดไป และวันนี้ราคาของ BTC ได้ร่วงลงมาถึงจุดต่ำในรอบ 6 วันที่ระดับต่ำกว่า 33,000 ดอลลาร์ ส่วนสถานการณ์ของเหรียญ altcoin ย่ำแย่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยราคาของ ETH ได้ร่วงลงไปที่ $2,200 และ BNB ต่ำกว่า $316 มูลค่าตลาดรวมลดลง 1 แสนล้านดอลลาร์ในหนึ่งวัน
Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 วัน
เมื่อวานนี้ตลาด Bitcoin ดูเหมือนว่าจะทำให้หลาย ๆ คนเริ่มใจชื้นมาได้บ้าง เมื่อราคาของมันเพิ่มขึ้นสูงกว่า 35,000 ดอลลาร์ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่มันไม่สามารถรักษาโมเมนตัมนี้เอาไว้ได้
และหลังจากนั้นไม่นาน แรงเทขายก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นจนกดให้ราคา Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $35,000 ซึ่งจุดนี้ถือเป็นแนวรับสำคัญที่เพิ่งเปลี่ยนจากแนวต้านในช่วงเมื่อวาน
การร่วงลงของราคาในครั้งนี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดโดยรวมของ BTC ลดลงต่ำกว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้ง ในขณะที่ค่า dominance นั้นอยู่ต่ำกว่า 45%

jumboslot

ตลาด Alts เป็นสีแดง
ในขณะเดียวกันตลาดเหรียญ Altcoin นั้นดูเหมือนว่าจะเจอสถานการณ์ที่ย่ำแย่ไม่ต่างจาก Bitcoin โดยสภาพของเหรียญส่วนใหญ่ในตลาดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมานั้นก็กลายเป็นสีแดงด้วย
Ethereum สูญเสียมูลค่าอีก 8% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และลดลงเหลือ $2,197 ก่อนหน้านี้ ส่วนของ BNB นั้นคล้ายคลึงกันและร่วงลงต่ำกว่า 315 ดอลลาร์ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานนี้ราคาของ Binance Coin ได้พุ่งขึ้นสูงเหนือ $330
ส่วนเหรียญ Altcoin ชั้นนำตัวหนึ่งก็ได้เห็นมูลค่าที่ลดลงอย่างมากเช่นกันโดย Cardano (-5.5%), Dogecoin (-8.7%), Ripple (-7.24%), Polkadot (-7.07%), Bitcoin Cash (-7.69%), Uniswap (-11%), Litecoin (-7.77%), และ Solona (-2.3%)
ส่วนเหรียญ altcoin ที่มีมูลค่าตลาดขนาดกลางและเล็กนั้นก็เจอสภาพตลาดหมีเช่นเดียวกัน อาทิเช่น Fantom (-9.77%) Waves (-6%) ICP (-10%) THETA (-10%) KSM (-10%) , และอื่น ๆ
โดยรวมแล้ว มูลค่าตลาดรวมของสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดหายไปมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ในหนึ่งวัน และขณะนี้มันอยู่ต่ำกว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว
วันนี้สำนักงานแห่งชาติของอิสราเอลได้ออกคำสั่งยึดที่อยู่กระเป๋าเงิน Crypto จำนวน 84 Address ซึ่งเชื่อว่าอาจเป็นเจ้าของโดยกลุ่มก่อการร้ายฮามาส

slot

ที่อยู่กระเป๋าเงินดังกล่าวได้รับเงินจำนวน 7.7 ล้านดอลลาร์ในสกุลเงินดิจิทัล โดยบริษัทวิเคราะห์ บล็อกเชน Elliptic เปิดเผยว่า หนึ่งในสกุลเงินคริปโตเหล่านี้มีเหรียญ Dogecoin คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 40,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็น “เหรียญมีม” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมูลค่าเงินที่เยอะที่สุดดูเหมือนว่าจะอยู่ในสกุลเงิน USDT โดยมีมูลค่ากว่า 4.1 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Bitcoin 3.3 ล้านดอลลาร์ Elliptic กล่าวระบุ

เหรียญ Ethereum มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์เตรียมถูกปล่อยเข้ามาในตลาด DeFi ในเร็ว ๆ นี้

เหรียญ Ethereum มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์เตรียมถูกปล่อยเข้ามาในตลาด DeFi ในเร็ว ๆ นี้

jumbo jili

ดูเหมือนว่าในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้จะเป็นวันที่สัญญาการทำ yield farming ของ Uniswap นั้นสิ้นสุดลง
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โทเค็นการกำกับดูแลของ Uniswap ได้เปิดตัวการทำ yield farming เป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับผลตอบแทนเป็นเหรียญ UNI ได้โดยการฝากสภาพคล่องไว้ในแพลตฟอร์ม

สล็อต

Uniswap กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการขุดสภาพคล่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีจำนวนสินทรัพย์คริปโตที่ถูกล็อคอยู่ในแพลตฟอร์มเป็นมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์จากนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 พันล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่สัปดาห์
แต่ทว่าเมื่อสัญญาการทำ yield farming สิ้นสุดลง เม็ดเงินมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในเหรียญคริปโตที่ถูกล็อคเอาไว้ จะหลั่งไหลกลับเข้าสู่ตลาด Defi อีกครั้ง และนักลงทุนอาจพากันย้ายไปแพลตฟอร์มอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
สัญญาการทำ yield farming หมดอายุ
ตามที่นาย Darryl Wang นักวิเคราะห์ชั้นนำของกองทุน DeFiance Capital และ อดีตนายธนาคารของ JPMorgan กล่าว ETH มูลค่าประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์และเหรียญ Stablecoin จำนวนมหาศาลใน Wrapped Bitcoin จะถูกปลดล็อคออกจากการ Staking ของ Uniswap ในไม่ช้า
สัญญาการทำฟาร์มเหรียญ UNI จะสิ้นสุดลงเว้นแต่โปรเจคจะขยายโปรแกรมออกไปในไม่ช้า
และนั่นทำให้นักลงทุนต่างเกิดคำถามว่าเงินทุนเหล่านั้นจะไปอยู่ที่ไหน ? อย่างไรก็ตาม Wang ตั้งข้อสังเกตว่า เม็ดเงินส่วนใหญ่นี้จะพากัน “ออกจากแพลตฟอร์ม Uniswap เพื่อค้นหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยเขาคาดว่า 50% ของทั้งหมด หรือประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ในเหรียญ ETH และอีกประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ในเหรียญ Stablecoin และ Wrapped Bitcoin จะพากันมุ่งหน้าไปยังแพลตฟอร์มอื่น ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
โดยเขากล่าวว่า มันมีทางเลือกอื่นอีกมากมายให้ผู้ถือครองได้ทำการตัดสินใจ รวมถึงการ Staking ในแอปพลิเคชัน DeFi ชั้นนำ อย่าง SushiSwap หรือ Alpha Homora หรือแม้แต่ใน ETH 2.0 เพื่อเข้าร่วมเป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรมของเครือข่ายในระยะยาว
อย่างไรก็ตามในบางมุมมองของเขา เขาเชื่อว่าเหรียญที่เพิ่งปลดล็อคใหม่นี้บางส่วนจะถูกนำมาเทขายในตลาด อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าในวันที่เหรียญ UNI เปิดตัว yield farming ครั้งแรกราคาของเหรียญเพิ่มขึ้นราว ๆ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็น ซึ่ง Wang อธิบายว่านี่เป็นผลพลอยได้จากการทำฟาร์มผลผลิต :
“ชาวนาส่วนใหญ่ฝากเหรียญ ETH เพื่อรับผลตอบเป็นเหรียญ UNI และเมื่อโปรแกรมสิ้นสุดลง มีแนวโน้มว่าชาวนาเหล่านี้จะลดปริมาณการถือครองเหรียญ ETH ของพวกเขา”
การคาดการณ์นี้มาพร้อมกับราคาของเหรียญ Altcoin ที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในตลาด โดยนาย Wang แนะนำว่าการเทขายเหรียญ Ethereum ครั้งนี้จะทำให้เรามีโอกาสเข้าซื้อเหรียญ Altcoin ในราคาที่ถูกลงอีกครั้ง
“เราได้เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต เหรียญ Stablecoins กำลังนั่งรออยู่ข้างสนามเพื่อรอวันที่จะได้เข้าซื้อเหรียญ Altcoins ในราคาที่ถูกลงอีกครั้ง ท่ามกลางความคาดหวังว่า คลื่นลูกที่สองของ DeFi จะหวนกลับคืนมา”
ในระหว่างการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมกับ Brian Sullivan จาก CNBC นาย Scott Minerd หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Guggenheim Partners Global กล่าวว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะเป็นเจ้าของ Bitcoin ในขณะนี้
นอกจากนี้เขายังคงยืนกรานจุดยืนของเขาที่เชื่อว่าราคา Bitcoin นั้นจะร่วงลงไปแตะ 10,000 ดอลลาร์ได้ เนื่องจากเขายังคงมองว่าขาลงของตลาด Crypto นั้นยังไม่จบลง

สล็อตออนไลน์

ลองดูว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ผมเชื่อจริงๆ ว่านี่เป็นขาลงของมัน และขาลงนั้นหมายถึงการที่ราคาจะลดลง 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ คาดว่ามันน่าจะอยู่ระหว่าง 10,000 ถึง 15,000 ดอลลาร์”
Minerd ชี้ให้เห็นว่าขาขึ้นแบบพาราโบลิคในตลาดนั้นไม่สามารถที่จะรักษาโมเมนตัมของมันไว้ได้
ในขณะที่ใครๆ ก็คิดว่าการปรับฐานตามปกติจะไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ แต่นาย Minerd เชื่อว่ามันจะร่วงลงไปเยอะกว่านั้นมาก พร้อมอ้างอิงถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา
เขาแนะนำให้นักเก็งกำไรตั้งเป้าราคาที่ต่ำกว่า
“หากคุณเป็นนักเก็งกำไร ให้คาดเดาว่ามันกำลังลดลง”
ไม่เปลี่ยนใจ
ก่อนหน้านี้นาย Minerd ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าระดับราคาที่ $10,000 นั้นถือเป็น “จุดต่ำสุด” ของ Bitcoin
ความคิดเห็นของเขาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ราคาอง BTC ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่ 28,600 ดอลลาร์ แต่ก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
แม้ว่า Bitcoin จะยังคงยืนอยู่เหนือ 30,000 ดอลลาร์ แต่ Minerd ยังคงมีมุมมองที่เป็นลบต่อมันตอนนี้ เนื่องจากเขามองว่ามันเป็นการยากที่ตลาดจะสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้จากการปรับฐานดังกล่าวนี้
ปัจจุบัน Bitcoin ยังคงถูกซื้อขายที่ 33,479 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงมาเกือบ 49% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ผู้ร่างกฎหมายในประเทศปารากวัยได้ออกมาเผยว่าพวกเขากำลังจะคลอดกฎหมายเกี่ยวกับ Bitcoin ในสัปดาห์หน้านี้
นาย Carlitos Rejala ที่ก่อนหน้านี้เคยออกมาทวีตโปรโมท Bitcoin เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้ออกมากล่าวว่าเขากำลังทำงานร่วมกับวุฒิสมาชิก Fernando Silva Facetti เพื่อเปิดตัวกฎหมายในวันที่ 14 กรกฎาคม
การประกาศที่ผ่านมาของ Rejala ทำให้ผู้คนออกมาคาดเดาว่าเขาจะผลักดันให้ปารากวัยเดินตามรอยเท้าของเอลซัลวาดอร์ ซึ่งก็คือการทำให้ Bitcoin มีสถานะถูกกฎหมายนั่นเอง
เราต้องการให้หน่วยงานกำกับดูแลและธนาคารมีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้ชาวปารากวัยหรือชาวต่างชาติสามารถทำธุรกรรมกับทรัพย์สินเหล่านี้ได้อย่างถูกกฎหมาย เพราะเรารู้ว่ามีธุรกรรมที่ผิดกฎหมายอยู่ที่นี่และในประเทศอื่นๆ” เขากล่าวกับทางสถานีเมื่อปลายเดือนที่แล้ว “เราต้องการเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับคริปโต”
สำหรับคำถามในการใช้แนวทางที่คล้ายกันในเอลซัลวาดอร์นั้น นาย Rejala อ้างว่า: “มันร่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลและแตกต่างจากของเอลซัลวาดอร์เพราะพวกเขาถือว่าเป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในปารากวัยเราจะทำแบบนั้นไม่ได้”
Gabor Gurbacs ผู้อำนวยการฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck ได้แสดงความคิดเห็นบนทวีตล่าสุดของ Elon Musk ซึ่งเขามองว่า DOGE จะเหนือกว่าคริปโตเคอเรนซีที่ใหญ่ที่สุดสองสกุลทั้ง BTC และ ETH เนื่องจากความเร็วของชั้นฐานที่ช้าในการทำธุรกรรม

jumboslot

Gurbacs ได้เตือนชุมชนว่า เขามีความเห็นที่แตกต่างกับเหรียญ Doge ที่อาจจะไม่สามารถทำธุรกรรมได้เร็วกว่า Bitcoin และ Ethereum
นอกจากนี้ Samson Mow ซึ่งเป็น CSO จาก Blockstream แสดงความคิดเห็นที่คล้ายกันกับเขาอีกด้วย
DOGE ถูกขุดรวมกับ Litecoin นี่คือสิ่งที่หมายถึงอะไร?
ทั้ง Gurbacs และ Mow ได้เตือนซีอีโอของบริษัท Tesla ว่าเหรียญ meme ที่เขาโปรดปรานและตั้งใจที่จะทำให้ดีกว่า Bitcoin และ Ethereum นั้นมีปัญหาสำคัญ หลังจากการอัปเกรดครั้งใหญ่
ย้อนกลับไปในเดือนกันยายนปี 2014 เหรียญ Dogecoin เปลี่ยนไปใช้โปรโตคอลฉันทามติแบบ Proof-of-Work โดยใช้อัลกอริธึม Scrypt และยังถูกขุดร่วมกับเหรียญ Litecoin
นักพัฒนาของ DOGE จำเป็นต้องดำเนินการ hard fork เพื่อช่วยไม่ให้เหรียญมี hashrate ที่ลดลง รวมถึงโอกาสที่จะเกิดการโจมตี 51% ขั้นตอนนี้เกิดจากการที่รางวัลการขุด DOGE ลดลงอย่างรวดเร็วในขณะนั้น
นอกจากนี้ Dogecoin ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยการ hard fork แยกออกมาจาก Litecoin ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากมาในช่วงแรก ซึ่งทาง Charlie Lee ผู้สร้างเหรียญ LTC เป็นผู้แนะนำให้รวมการขุดกับ LTC เพื่อช่วย DOGE ไว้ในตอนนั้น หลังจากนั้น hashrate ของ DOGE ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,500 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
การขุดเหรียญรวมกันสามารถทำได้สำหรับบล็อกเชนหลัก ซึ่งก็คือ Litecoin และบล็อกเชนย่อย อย่าง Dogecoin หากผู้พัฒนา DOGE ตัดสินใจที่จะทำการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน เกี่ยวกับความเร็วของการทำธุรกรรมและรางวัลของผู้ ขุด พวกเขาจะต้องทำการ hard fork ก่อน เพื่อหลีกหนีจากการรวมการขุดกับ LTC ไม่เช่นนั้นจะทำให้มีความเร็วการทำธุรกรรมที่ต่ำ

slot

Ethereum มุ่งหน้าสู่ Proof-of-Stake อย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2020 Ethereum เริ่มเข้าใกล้จุดเปลี่ยนที่คาดการณ์ไว้มานาน โดยการเปลี่ยนแปลงไปสู่ ETH 2.0 และอัลกอริธึม Proof-of-Stake (PoS) แทน Proof-of-Work (PoW)
ในวันที่ 1 ธันวาคม เฟสศูนย์ของ ETH 2.0 ได้เปิดตัวและเหล่า validators ได้เริ่มล็อก 32 ETH ขั้นต่ำไว้ในสัญญาการฝากเงิน จนถึงตอนนี้มีจำนวน ETH ที่ถูกล็อคมากกว่า 6 ล้านเหรียญ

5 ทางเลือกการฟาร์ม DeFi เพื่อรับ Passive Income ที่น่าสนใจในปี 2021

5 ทางเลือกการฟาร์ม DeFi เพื่อรับ Passive Income ที่น่าสนใจในปี 2021

jumbo jili

การ Yield Farming ได้เป็นกระแสขึ้นในช่วงต้นปี 2020 และที่โดดเด่นที่สุดจะอยู่ในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาทำให้ราคาของ Ethereum พุ่งขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าปัจจุบันกระแสจะเบาบางลงไปบ้าง แต่ยังคงมีเหรียญจำนวนมากที่ถูกฝากอยู่ในระบบ DeFi ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการทำ Yield Farming อยู่บนระบบดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ซึ่งกลุ่มที่น่าจับตามองได้แก่

สล็อต

Warp.Finance
Warp.Finance จะให้ผลตอบแทนจากการฝากเหรียญ LP tokens ของ Uniswap เป็นหน่วยเงินกู้ Stablecoin แล้วจึงค่อยนำหน่วยเงินกู้นี้ไปทำการลงทุน Yield Farming ของเจ้าอื่น จนท้ายที่สุดเมื่อสามารถจ่ายหน่วยเงินกู้ Stablecoin คืนได้จนครบแล้วจึงจะได้ผลตอบแทนเป็น LP Tokens โดยข้อดีของ Warp คือขณะที่กำลังทำการนำหน่วยเงินไปลงทุนใน Protocol อื่น ๆ ยังสามารถรับค่าธรรมเนียม 0.3% จาก Uniswap ได้อีกด้วย ปัจจุบัน Warp.Finance มีมูลค่าเหรียญที่ฝากอยู่ในระบบ 16.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
Badger DAO
Badger.finance มีเป้าหมายในการเพิ่ม Bitcoin ที่มีอยู่ในระบบของ Ethereum ซึ่งแม้ระบบจะพึ่งเปิดตัวได้ไม่ถึงเดือนแต่ก็มีปริมาณเหรียญมูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 11,000 BTC ล็อคอยู่ภายใน Badger Protocol ซึ่งผู้ที่นำเหรียญ BTC มาฝากไว้จะได้เหรียญ Badger เป็นผลตอบแทน โดยปัจจุบันราคาของเหรียญ Badger อยู่ที่ประมาณ $12
ในเฟสถัดไปของ Badger Protocol จะได้มีการเพิ่มเหรียญ SETT ซึ่งจะให้ผลตอบแทนสำหรับผู้ที่ทำการฝากเหรียญอยู่ใน Badger Protocol นี้อีกด้วย
KeeperDAO
KeeperDAO ทำหน้าที่เป็นสภาพคล่องทางการเงินสำหรับการยืมแบบ On-chain หรือสำหรับ Protocol ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเทียม โดยคนที่นำเหรียญมาฝากเป็หน่วย ETH, WETH, USDC, renBTC หรือ DAI จะได้รับเหรียญ ROOK เป็นรางวัลในอัตรา APY ที่ประมาณ 17-25% ซึ่งผลตอบแทนที่ได้นั้นนับว่าสูงมากและจนถึงปัจจุบันก็ยังคงไม่พบปัญหาใด ๆ กับ Protocol นี้
Frax.Finance
ในขณะที่ Protocol อื่น ๆ นั้นได้เปิดให้ใช้งานกันแล้ว แต่ Frax นั้นยังไม่ได้เปิดให้บริการ นับเป็นโอกาสที่ดีหากต้องการเข้ามาลงทุนตั้งแต่ตอนที่ทำการเปิดตัวใหม่ ๆ ซึ่ง Frax จะทำหน้าที่เป็นรูปแบบหนึ่งของ Stablecoin ซึ่งอยู่ในระดับเดียว ESD และ DSD
ซึ่งรายละเอียดเบื้องต้นได้กล่าวไว้ว่าจะมีลักษณะในการลงทุนแบบหุ้นกู้ที่ผู้ลงทุนจะสามารถมาซื้อสกุลเงิน FXS ไปได้ โดยคาดการณ์กันว่าจะมีรายละเอียดประกาศออกมาเพิ่มเติมในช่วงต้นปี 2021
SushiSwap
SushiSwap เป็นหนึ่งในฟาร์มที่ถูกพูดถึงมากที่สุดประจำปี 2020 ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่กับ Uniswap โดยหลังจากที่ทำการรวมตัวกับ Yearn.Finance ก็ได้เปิดตัวหลายผลิตภัณฑ์ออกมาไม่ว่าจะเป็น BentoBox หรือเหรียญ SUSHI
โดยเหรียญ SUSHI นั้นเป็นผลตอบแทนที่ได้จากการนำสกุลเงินไปฝากไว้กับทาง SushiSwap ซึ่งในเดือนที่ผ่านมาราคาของ SUSHI ได้พุ่งขึ้นสูงถึง 183% โดยปี 2021 ได้คาดการณ์กันว่าอาจจะสามารถแซง UniSwap ไปได้อีกด้วย
เป็นที่รู้กันดีว่านักลงทุน Bitcoin ส่วนใหญ่นั้นมักจะชอบมองโลกในแง่ดี และมองตลาดว่าเป็นขาขึ้นอยู่บ่อย ๆ แม้ในช่วงการปรับฐานของราคาที่ลงมา 50% ในปัจจุบัน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมองโลกในแง่ดี เหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนมองโลกในแง่ดีอย่างไม่รู้จบและเชื่อมั่นในข้อดีที่ไม่สิ้นสุด อาจเป็นเพราะจำนวน BTC ที่มีจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ และการลดลงของการเกิดใหม่ของอุปทานทุก ๆ 4 ปี

สล็อตออนไลน์

อย่างไรก็ตาม แม้แต่โมเดลยอดนิยมอย่าง stock-to-flow (S2F) จากนักวิเคราะห์ Plan B ก็ยังไม่สามารถทำนายได้ว่าตลาดขาขึ้นในปัจจุบันนั้นจบลงหรือยัง ซึ่งนักเทรดส่วนใหญ่นั้นมักจะเชื่อโมเดลเหล่านี้ด้วยใจที่มีความไม่เป็นกลาง และลงเอยด้วยการขาดทุนตอนตลาดขาลงมาถึง
ราคา Bitcoin นั้นมักจะได้รับผลกระทบจากหลาย ๆ อย่างรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินอื่น ๆ อย่างเช่นดอลลาร์, ยูโร และเงินหยวน รวมถึงอัตราดอกเบี้ย, ราคาอสังหาฯ, และสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ หรือแม้แต่การบูมของเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ความคาดหวังในเรื่องของเงินเฟ้อ และอืน ๆ อีกมาก
ตัวขับเคลื่อนราคาปัจจุบันของ Bitcoin
ไม่ว่าโมเดลทำนายราคาเหล่านั้นจะทำนายราคามากน้อยขนาดไหน แต่การเคลื่อนไหวของราคานั้นเกิดขึ้นจากฝีมือของผู้ซื้อขายในตลาด ณ เวลานั้น ๆ และมักจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่เราคาดหวัง ข้อมูลจาก CryptoQuant แสดงให้เห็นว่ามีเพียง 2.5 ล้าน Bitcoin ที่ถูกฝากไว้บนเว็บเทรดคริปโตในปัจจุบัน หากเทียบกับ 10.7 ล้านที่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาตามข้อมูลของ ‘HODL wave’ บ่งบอกว่าผู้ถือเหรียญในระยะยาวนั้นไม่ได้สนใจกับราคาเท่าไร
เนื่องจากความแตกต่างระหว่างมูลค่าและราคามีความชัดเจนมากขึ้น สิ่งนี้จึงทำให้ง่ายต่อการเข้าใจว่าทำไมนักลงทุนบางรายจึงคาดหวังว่าเป้าหมายของราคา Bitcoin นั้นอาจไปถึง $100,000 หรือสูงกว่าในช่วงปลายปี 2564 อย่างไรก็ตามเพื่อจะวิเคราะห์มันได้อย่างละเอียดนั้น เราจะต้องลองมาดูคำสั่ง call (ซื้อ) ในตลาด Bitcoin ออปชันเสียก่อน
แม้ว่าตัวเลือก call จะมีมากกว่า put ในตอนนี้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับสินทรัพย์เกือบทุกประเภทที่มีวันหมดอายุในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ตัวเลือก call ที่มีจุด strike ของราคาที่ $50,000 ควรเป็นตัวเลือกที่มีมากกว่าจุดราคาที่ $200,000 เนื่องจากความแตกต่างของราคา
ในขณะนี้ตัวเลือก call ของตลาด Bitcoin Options ที่ราคา 50,000 ดอลลาร์ในวันที่ 31 ธันวาคม มีมูลค่า 4,350 ดอลลาร์ ในขณะเดียวกัน ตัวเลือกที่ราคา $200,000 นั้นอยู่ที่ $415 ซึ่งต่ำกว่าประมาณสิบเท่า

jumboslot

นักเทรดยังคงซื้อ Call option ที่ 100,000 ดอลลาร์
โดยอ้างอิงจากโมเดลของ Black & Scholes นั้น ปัจจุบันราคาของ call options สำหรับตัวเลือก BTC ที่ราคา 100,000 ดอลลาร์นั้นอยู่ที่ $1,185 และมีความเป็นไปได้ทางคณิตศาสตร์ที่ 13% โดยจะหมดอายุลงในวันที่ 31 ธันวาคม และหากราคาวิ่งไปแค่ 99,999 ดอลลาร์จะไม่ถือเป็นการเพิ่มขึ้นของราคาที่สำเร็จอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าผู้ค้ามืออาชีพยังคงประเมินตัวเลือก 100,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี ตอนนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความผันผวนของ Bitcoin เปิดช่องให้แปลกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่ายังมีเวลาอีกครึ่งปีข้างหน้า
โดยสรุปก็คือนักลงทุนนั้นกำลังซื้อ call options ที่ราคาสูงกว่า 100,000 ดอลลาร์กันอยู่ในตอนนี้ บ่งบอกว่ายังมีคนที่เชื่อว่าตอนปลายปีนี้ราคาของ Bitcoin จะไปถึงระดับดังกล่าวได้นั่นเอง
แต่ในขณะเดียวกัน หากราคาไม่ไปถึงระดับดังกล่าวก็จะทำให้พวกเขาขาดทุนกัน
สถานีพลังงาน Mechanicville ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำอายุเก่าแก่กว่า 100 ปีที่ตั้งอยู่ในนิวยอร์ก ได้นำพลังงานบางส่วนที่ผลิตได้มาเพื่อขุด Bitcoin แล้ว
นาย Jim Besha ซีอีโอของ Albany Engineering Corp. กล่าวว่า โรงไฟฟ้านี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1897 และกำลังใช้พลังงานไฟฟ้าที่สร้างได้เพื่อมาขุด Bitcoin เนื่องจากว่าสามารถสร้างกำไรได้มากกว่า หากเทียบกับการนำพลังงานเหลือใช้ดังกล่าวไปขาย อ้างอิงจากรายงานของ Timesunion.com
ข่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ การขุด Bitcoin กำลังถูกโจมตีจากผู้คนหลายฝ่ายในแง่ที่มันใช้พลังงานสกปรกเพื่อขุด โดยเฉพาะนาย Elon Musk ที่เคยออกมาประกาศให้ Tesla เลิกรับ BTC เป็นช่องทางในการชำระเงินเนื่องจากปัญหาดังกล่าว

slot

อย่างไรก็ตาม ตาม Besha เผยว่าเขาไม่ได้รู้สึกได้รับผลกระทบจากการโจมตีดังกล่าวเท่าไรนัก เนื่องจากว่าโรงงานไฟฟ้าของเขานั้นใช้พลังงานสะอาดอยู่แล้ว
“มันเป็น [ประเภทของการขุด bitcoin] ที่ดีที่สุด เพราะเราใช้พลังงานหมุนเวียน เราแค่ทดลองกับมัน และเราก็ซื้อเซิร์ฟเวอร์มือ 2 มาใช้งาน” Besha กล่าว

เหรียญ DeFi ตัวหนึ่งมีราคาพุ่งกว่า 1,000% หลังถูกเปิดตัวใน Binance ได้ไม่นาน

เหรียญ DeFi ตัวหนึ่งมีราคาพุ่งกว่า 1,000% หลังถูกเปิดตัวใน Binance ได้ไม่นาน

jumbo jili

เหรียญ 1inch ราคาเพิ่มขึ้นจาก $0.2 ไป $2.60 ภายในชั่วโมงเดียวหลังจาก เว็ปเทรดอันดับหนึ่งอย่าง Binance เปิดให้บริการในการซื้อขาย และยังไม่พอมีเทรดเดอร์รายหนึ่งได้รับ เหรียญ 1inch ซึ่งมีมูลค่ากว่า 27 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเกือบๆ 900 ล้านบาทแบบฟรีๆ ยิ่งกว่าถูกหวยซะอีก

สล็อต

ชาวนาสาย Yield farming และคนรัก DeFi หลายๆคนคงมีความสุขกับเทศกาลช่วงคริสมาสตร์เป็นอย่างมากจากเหรียญ 1inch เหรียญ Crypto ตัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่กี่ชั่วโมงราคาได้พุ่งทะยานเหนือเหรียญตัวอื่นๆใน Top 100
1Inch เป็น Decentralized exchange ที่รวมสภาพคล่องจาก exchange ที่อื่นๆ โดยการใช้ Smart contract เพื่อที่จะกระจาย 1 transaction ไปยัง Decontralized exchange ที่อื่นๆ
1Inch ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี 2019 และได้เงินทุนจาก Binance Labs, Galaxy Digital, Greenfield One, Libertus Capital, Dragonfly Capital, FTX, IOSG, LAUNCHub Ventures และ Divergnece Ventures.
และยังไม่พอ ก่อนช่วงคริสมาสต์นี้ 1Inch ก้ได้เรียกความสนใจจากเทรดเดอร์และนักลงทุนอีกหลายคนเลยแหละ เหตุผลก็คือราคาเหรียญ 1Inch ได้พุ่งขึ้นกว่า 1000% หลังจากลิสต์บน Biannce
ราคา 1Inch พุ่งอย่างรุนแรงในเวลาแค่ 1 ชม.
ในช่วงคริสมาสต์ Binance ได้เซอร์ไพรส์ชุมชนคริปโตโดยการประกาศลิสต์เหรียญ 1Inch โดย Tweet ดังกล่าวได้รับการกดถูกใจมากกว่า 700 likesภายในไม่กี่ชั่วโมงและได้กระจายไปทั่ว Twitter ใน Crypto Twitter
ตอนที่มีการเปิดให้ซื้อขายเหรียญในช่วงแรก ราคาของเหรียญดังกล่าวพุ่งขึ้นกว่า 1200% จาก $0.2 ไป $2.60 และปริมาณการซื้อขายขึ้นไปสูงกว่า 106 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการเพิ่งขึ้นมากกว่า 1000% นี้ก็เป็นเรื่องฮือฮาอย่างไม่ต้องสงสัยสำหรับชาว DeFi ในช่วงคริสมาสต์นี้
แม้แต่ Cz แห่ง CEO แห่ง Binance เองก็เซอร์ไพรส์เช่นกันโดยได้ออกมาโพสต์ผ่าน Twitter ว่า
“ มันยาวกว่า 1 นิ้วเลยนะนั่น “
หลังจากการพุ่งของราคาในครั้งนี้ เหรียญดังกล่าวก็ได้ลงมาพักตัวที่ระดับต่ำกว่า $2.2 ก่อนที่จะขึ้นไปที่ระดับ $2.9 หลังจากนั้นราคาก็ได้ร่วงลงมาอีกอย่างรวดเร็วไปที่ระดับ $1.8 และดูเหมือนว่าจะมีความเสถียรของราคาอยู่ที่ระดับนี้ โดยราคาได้วิ่งอยู่ที่ระดับ $1.8 ถึง $2.5
Merry Christmas : ในแบบของ DeFi
1Inch Exchange ได้ทำการ airdrop เหรียญให้กับเทรดเดอร์ผู้มาใช้บริการแพลตฟอร์มก่อนวันที 15 กันยายน
การ airdrop ในครั้งนี้ได้แจกจ่ายไปสู่ผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มที่ทำการซื้อชายมากกว่า 4 ครั้ง หรือซื้อขายในปรมาณที่มากกว่า 20 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ โดยได้ทำการแจกจ่ายไปยัง 55200 กระเป๋า
และยังมีเทรดเดอร์คนหนึ่งที่ได้รับบเหรียญ 1Inch ไปประมาณ 9,749,686,003 Token โดยมีมูลค่าราวๆ 27 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณเกือบๆ 900 ล้านบาทที่ราคา $2.8 ต่อ 1Inch

สล็อตออนไลน์

โดย Address ที่ได้รับเหรียญ 1Inch เป็นจำนวนดังกล่าวคือ 0xa0f75491720835b36edC92D06DDc468D201e9b73 เป็นของเทรดเดอร์คนหนึ่งที่มีการทำธรรมกรรมบนโลก DeFi อย่างต่อเนื่องอย่างเช่น Uniswa, Sushiswap, และก็ exhange อื่นๆ ที่มีพวก NFTs.
มีเหรียญคริปโตเกิดใหม่ 2 ตัวที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และราคาของมันก็ได้เพิ่มขึ้นกว่า 300% จากในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ท่ามกลางการ sideway ของตลาด Bitcoin และอื่น ๆ
โดยตัวแรกที่กำลังมาแรงนั้นก็คือเหรียญ Axie Infinity (AXS) ซึ่งเป็นเหรียญแนวเกมการ trade และต่อสู้กัน
เกมดังกล่าวอนุญาตให้ผู้เล่นรวบรวม, เพาะพันธุ์, เลี้ยง, และแลกเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “Axies” โดยราคาของมันได้เพิ่มขึ้นจาก $4.10 ในวันที่ 10 มิถุนายน เป็นระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 19.63 ดอลลาร์ในวันที่ 10 กรกฎาคม ตามข้อมูลของ CoinGecko การเคลื่อนไหวนี้แสดงถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 378% ในเวลาเพียง 30 วัน
การเพิ่มขึ้นของราคาเหรียญ Axie Infinity ส่งผลทำให้เกมดังกล่าวขึ้นแท่นไปอยู่อนดับบน ๆ ของลิสต์ Decentralized Apps (DApps) ไปโดยปริยาย โดยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา เกมดังกล่าวสร้างรายได้ 33.40 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นเกือบสามเท่าของรายได้ของเว็บกระดานเทรดแบบ decentralized อย่าง PancakeSwap (CAKE) ตามรายงานของ Token Terminal แพลตฟอร์มการวิเคราะห์บล็อคเชน
ส่วน Altcoin ตัวที่โดดเด่นอีกตัวนั้นก็คือ Constellation (DAG) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สที่อนุญาตให้ผู้ใช้สร้างบล็อคเชน, สินทรัพย์คริปโตและ DApps โดยราคาของ DAG พุ่งสูงขึ้นกว่า 352% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา จาก $0.042 ในวันที่ 10 มิถุนายน สู่ระดับสูงสุดตลอดกาลที่ $0.19 ในวันที่ 10 กรกฎาคม ตามข้อมูลของ CoinGecko

jumboslot

สิ่งที่กระตุ้นการเติบโตของ DAG คือการเปิดตัวเว็บเทรดแบบ decentralized และ AMM ที่ชื่อว่า Lattice Exchange ซึ่งมันทำงานอยู่บนเครือข่าย Hypergraph ของ Constellation โปรเจคดังกล่าวได้เพิ่มรายชื่อพันธมิตรในระบบขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรวมถึงยักษ์ใหญ่อย่างเช่น Amazon Web Services (AWS), Chainlink และเว็บเทรดอย่าง KuCoin
ในขณะที่ทั้ง AXS และ DAG มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในเดือนที่ผ่านมา แต่ตลาด crypto โดยรวมนั้นยังคงมีความผันผวน
ราคาของ Bitcoin นี้ดูเหมือนว่าจะยังคงนิ่งสงัดในวันหยุดนี้ ที่ระดับ 33,000-34,000 ดอลลาร์ ในขณะที่เหรียญ Altcoin อื่น ๆ ในตลาดนั้นก็ดูมีลักษณะที่ใกล้เคียงกันเช่นเดียวกัน
ราคา Bitcoin ยังคงแน่นิ่งอยู่ที่ $33,000 ดอลลาร์
ราคา Bitcoin ได้มีการทดสอบราคาที่ $35,000 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ล้มเหลวในการฝ่าด่านแนวต้านที่สำคัญไปได้ จนทำให้มันต้องถูกเทขายและร่วงลงมาอีกในไม่กี่วันถัดมา โดยราคานั้นได้ร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 32,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นานเราก็ได้เห็นการกลับตัวของราคาขึ้นเล็กน้อยหลังจากนั้นไม่นาน โดยได้พุ่งขึ้นไปเหนือ 34,000 ดอลลาร์เมื่อวานนี้
หลังจากที่ราคาได้วิ่งกลับขึ้นมาที่ระดับหลายร้อยดอลลาร์ไปแล้ว ราคานั้นก็ไม่สามารถที่จะยืนอยู่เหนือ 34,000 ดอลลาร์ได้ และตอนนี้มันก็ได้ร่วงลงไปอยู่ที่ระดับ 34,400 ดอลลาร์แล้ว
โดยในขณะที่รายงานข่าวอยู่นี้ ราคา bitcoin ได้ฟื้นตัวและยืนที่ประมาณ 33,435 ดอลลาร์ อ้างอิงจากคู่เทรด BTCUSD จาก TradingView

slot

อย่างไรก็ตาม โวลุมการซื้อขายนั้นยังคงต่ำอยู่ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่าสิ่งนี้อาจเกิดจากการปลดล็อคหุ้น Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) ของทาง Grayscale ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ และจะเป็นการปลดล็อคที่ใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้

สภาพคล่องบนเว็บเทรด DeFi อย่าง Uniswap พุ่งถึง 9 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางปัญหาค่าธรรมเนียม ETH แพง

สภาพคล่องบนเว็บเทรด DeFi อย่าง Uniswap พุ่งถึง 9 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางปัญหาค่าธรรมเนียม ETH แพง

jumbo jili

ในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล Uniswap ประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงินร่วงลงอย่างรุนแรงหลังจากที่กระแส Yield Farming เริ่มเบาบางลง เนื่องจากการเลือกที่จะไม่ต่ออายุนโยบายการส่งเสริม Yield Farming แต่ที่น่าแปลกใจคือ ปัจจุบันสภาพคล่องทางการเงินบนแพลตฟอร์มนี้ได้ฟื้นตัวกลับมาแม้ pools สำหรับ yield farm ยังคงขาดแคลนก็ตาม

สล็อต

โดยในวันนี้ผู้ก่อตั้ง Uniswap นาย Hayden Adams ได้กล่าวว่า มูลค่าสภาพคล่องได้ฟื้นตัวกลับมาที่ 3 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ อีกครั้ง โดยได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา จากเม็ดเงินการแห่ซื้ออย่างมหาศาล ทำให้ทางแพลตฟอร์ม Uniswap ได้รับค่าธรรมเนียมสูงถึง 14.1 ล้านเหรียญ ในระยะเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ปัจจุบัน Uniswap ได้รับค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายเป็น 0.3% ของมูลค่าการซื้อขายเหรียญที่มาจาก Yield Farm ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายของเหรียญจากการ Yield Farm ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมานั้นมีมูลค่าประมาณ 750 ล้านเหรียญ
สำนักข่าว DeFi Pulse ยังได้รายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ปัจจุบันมูลค่าของเหรียญที่ถูกล็อคอยู่ใน Yield Farm มีอยู่ประมาณ 2.65 พันล้านเหรียญ ซึ่งตรงกับข้อมูลของทาง Uniswap ที่กล่าวว่าปริมาณเหรียญที่ถูกล็อคใน yield farming นั้นได้เพิ่มขึ้นถึง 7.6% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ปริมาณเหรียญ ETH ในระบบนั้นกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลของ BitInfoCharts เผยว่าตลาด DeFi เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งพร้อม กับราคา ETH ที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ท่ามกลางสภาวะค่าธรรมเนียม Ethereum (Ethereum Gas) ที่ยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมามีการซื้อขายเกิดขึ้นจำนวนมากส่งผลให้ค่าธรรมเนียมในการทำธุรรกรมพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง โดยเฉลี่ยสูงถึง $16 ต่อคำสั่งซื้อ จากปกติที่ค่าธรรมเนียมเฉลี่ยอยู่ประมาณ $9 ต่อคำสั่งซื้อเท่านั้น
ปัจจุบันราคาของ UniSwap นั้นค่อนข้างคงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ $6.24 จากข้อมูลของ CoinGecko ซึ่งนับว่าเป็นราคาดีดตัวสูงขึ้นถึง 50% เมื่อเทียบกับในอาทิตย์ที่ผ่านมา
ด้วยการปลดล็อกหุ้น Bitcoin ครั้งใหญ่ที่สุดของ Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) ซึ่งมีกำหนดจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนนี้ นักวิเคราะห์และนักเทรดจำนวนมากจึงเริ่มกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาของ Bitcoin และตลาด crypto โดยรวม
อย่างไรก็ตามบริษัทด้านการลงทุนคริปโต QCP Capital เชื่อว่าการปลดล็อคหุ้น Bitcoin ของ Grayscale นั้นจะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อความสมดุลของตลาด
การปลดล็อก GBTC จะส่งผลต่อราคาของ Bitcoin หรือไม่
หุ้น GBTC ที่ถูกล็อคไว้ส่วนใหญ่มีกำหนดจะปลดล็อคในช่วงประมาณปลายเดือนนี้ ในวันที่ 18 กรกฎาคม นั่นหมายความว่านักลงทุนของ Graysclae จะได้รับหุ้นของบริษัทที่ลงทุนด้วย Bitcoin จำนวน 16,240 BTC หรือคิดเป็นมูลค่าราว ๆ 550 ล้านดอลลาร์ เมื่อหกเดือนก่อนคืน
เมื่อปลดล็อคแล้ว นักลงทุนมีทางเลือกที่จะเลิกเทขายหุ้นของตนในราคาตลาด ณ ปัจจุบันหรือถือไว้และขายในภายหลัง หากพวกเขาเลือกที่จะขาย ก็อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อราคาของ Bitcoin และราคาหุ้นของ GBTC ได้
นักวิเคราะห์หลายรายรวมทั้ง JP Morgan ได้คาดการณ์ว่า นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะเทขายหุ้นของตนหุ้น โดยพิจารณาถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงของนักลงทุนที่มีต่อ Bitcoin รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับเรื่องการใช้พลังงานของ Elon Musk และปราบปรามเหมืองขุดคริปโตในประเทศจีน

สล็อตออนไลน์

การปลดล็อก GBTC จะไม่มี “ผลกระทบที่สำคัญ” ต่อ Bitcoin
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของ QCP Capital กล่าวในรายงานฉบับล่าสุดว่า การปลดล็อคครั้งใหญ่ที่สุดจะมีผลกระทบต่อตลาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แม้ว่านี่จะเป็นการปลดล็อคหุ้น GBTC ครั้งใหญ่ที่สุดของปีนี้ แต่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกของ Grayscale โดยนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตในรายงานของตนว่า “หุ้น GBTC ของสถาบันรายใหญ่ส่วนใหญ่ได้รับการปลดล็อคไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะชะลอการเทขายในช่วงที่ตลาดมีการปรับฐาน”
“การปลดล็อคที่กำลังจะเกิดขึ้นมีให้ไว้สำหรับสถาบันที่ลงทุนกับหุ้น GBTC โดยตรงเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว และกลุ่มนี้ประกอบด้วย Position ใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 1/2564” นักวิเคราะห์ของ QCP กล่าวเสริม
หุ้นของ GBTC นั้นเริ่มต้นการซื้อขายมาด้วยราคาที่ลดลงเมื่อเทียบกับราคาสปอต หลังมีการปลดล็อคครั้งล่าสุดในช่วงไตรมาสที่ 1 ซึ่งเป็นการบังคับให้ผู้ถือรายใหญ่ต้องชะลอการขายออกไป และบางทีอาจจะเป็นการรอให้ GBTC เริ่มมีซื้อขายที่ ระดับพรีเมียมอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้นักวิเคราะห์ของ QCP จึงไม่รู้สึกกังวลว่าการปลดล็อคที่กำลังจะ เกิดขึ้นนี้จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาของ Bitcoin
ราคาของ BTC นั้นดูเหมือนว่าจะมีการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเช้ามืดของวันนี้ หลังจากที่เมื่อวานนี้มันได้เกิดการ sideway จนทำให้หลาย ๆ คนต้องรู้สึกเบื่อไปตาม ๆ กัน
กราฟ BTCUSD จาก TradingView เผยให้เห็นว่าราคาของ BTC นั้นได้พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันนี้ที่ 34,360 ดอลลาร์ ก่อนที่จะร่วงลงมาอยู่ที่ 34,187 ดอลลาร์ในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้
อย่างไรก็ตาม โวลุมการซื้อขายนั้นยังคงต่ำอยู่ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่าสิ่งนี้อาจเกิดจากการปลดล็อคหุ้น Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) ของทาง Grayscale ที่จะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ และจะเป็นการปลดล็อคที่ใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าในสัปดาห์นี้ราคาของ BTC และตลาดคริปโตจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่หากลองดูจากสถิติของที่ผ่านมานั้น ราคามักจะมีการฟื้นตัวในช่วงกลางเดือนจนถึงปลายเดือน และเดือนกรกฎาคมนี้เราอาจจะได้เห็นการซ้ำรอยของประวัติศาสตร์อีกครั้ง
แต่กระนั้น ปัจจัยสำคัญอย่างเช่นการปลดล็อค GBTC ที่กำลังจะมีขึ้นในอีกไม่นานนี้อาจจะสร้างความผันผวนให้กับราคาในตลาดได้อย่างมาก ดังนั้นนักเทรดจึงต้องควรจับตาดู และระวังให้ดี

jumboslot

นาย Jorg Molt ชายชาวเยอรมันที่อ้างว่าเป็นคนคิดค้น Bitcoin และสร้างธุรกิจที่ชื่อว่า “Satoshi School” ถูกจับกุมแล้ว อ้างอิงจาก Bild
ชายวัย 48 ปีรายนี้ถูกจับโดยตำรวจบาวาเรียที่สนามบินแฟรงก์เฟิร์ต เพียงไม่กี่นาทีก่อนจะขึ้นเครื่องเพื่อหลบหนีไปยังอเมริกาใต้
หลังจากการจับกุม อพาร์ตเมนต์ Karlsruhe ของ Molt ก็ถูกตำรวจเข้าค้นและพวกเขาก็กพบหลักฐานการกระทำผิด
นอกจากนี้ตำรวจยังได้ทำการสอบสวนหญิงวัย 54 ปีคนหนึ่ง ที่เคยเป็นผู้ติดตามของนาย Molt
Molt ถูกตั้งข้อหาว่าฉ้อโกงผู้คนจำนวน 50 คน มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 1.8 ล้านยูโร ด้วยโครงการ “Bitcoin Pension” ของเขา
ซึ่งเทคนิคที่เขาใช้ก็คือการใช้ social ของเขาที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากหลอกล่อคนให้เข้ามาติดกับเขา
โดยสรุปก็คือ เขาได้ชักชวนให้คนใช้เงิน 60 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนทั้งหมดเพื่อซื้อเครื่องขุด Bitcoin และนำไปวางไว้ที่สวีเดนเพื่อขุด และสร้างผลตอบแทน ส่วนที่เหลืออีก 40 เปอร์เซ็นต์ของเงินจะเก็บไว้ในบัญชีที่ปลอดภัย และนาย Molt อ้างว่าเงินที่ถูกฝากไว้ในบัญชีนี้สามารถที่จะถูกถอนออกมาได้ตลอดเวลา
ภายหลัง “Bitcoin Pension” ปิดตัวลงในปี 2020 หลังจากที่สมาชิกในชุมชนจำนวนมากเริ่มออกมาเปิดโปงว่ามันเป็นบริษัทหลอกลวง
ภายหลังจากการสอบสวนนั้น ทางตำรวจก็ค้นพบว่านาย Molt ไม่เคยคิดที่จะนำเงินที่ได้มาลงทุนในธุรกิจการขุดแบบที่เขาเคยกล่าวอ้างเลย
Satoshi ตัวปลอม
ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนเคยรายงานไปแล้วเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนปี 2019 ว่านาย Molt ถูกเปิดโปงเป็นครั้งแรก เมื่อตอนที่เขาไปงาน Wolrd Crypto Con ในลาส เวกัส โดยในตอนนั้นเขาเที่ยวบอกทุกคนในงานว่าเขาเป็น Satoshi Nakamoto แต่ก็ถูกนักทำรายการคนหนึ่งออกมาถ่ายวีดีประจาน จนเกือบมีการชกต่อยกัน

slot

นอกจากนี้นาย Molt ยังอ้างว่าเขาถือ Bitcoin จำนวน 250,000 BTC อยู่ในบัญชีอีกด้วย
Youtuber ชื่อดัง Andreas Antonopoulos ปฏิเสธว่าเขาไม่เคยรู้จัก Molt มาก่อน หลังจากที่หลาย ๆ คนเริ่มออกมาเปิดโปงมิจฉาชีพรายนี้
ในขณะเดียวกัน บางคนก็ขุดวิดีโอของอดีตภรรยาของ Molt ที่เคยออกมาแฉว่านาย Molt นั้นไม่มีแม้แต่เครื่องคอมพิวเตอร์เลยสักเครื่องตอนที่ whitepaper ของ Bitcoin ถูกตีพิมพ์ออกมา

8 เหรียญ DeFi ในไทยที่คุณสามารถใช้เงินบาทซื้อได้แบบง่าย ๆ

8 เหรียญ DeFi ในไทยที่คุณสามารถใช้เงินบาทซื้อได้แบบง่าย ๆ

jumbo jili

Bitazza เป็น​ผู้ประกอบการ​ที่ได้รับใบอนุญาต​ประกอบธุรกิจ​นายหน้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Broker Licenses)​​ ที่ถือทั้งใบอนุญาตซื้อขายเหรียญ Cryptocurrency และ​ Digital Token จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งระบบของแพลตฟอร์มซื้อขายของ Bitazza ที่มีสภาพคล่องสูงจะสามารถส่งคำสั่งซื้อขายไปยังแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตทั้งในไทย และต่างประเทศทำให้นักลงทุนสามารถทำการซื้อขายบนแพลตฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว

สล็อต

ล่าสุดทาง Bitazza ได้เพิ่ม 8 เหรียญ DeFi ที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคตให้นักลงทุนสามารถเข้าไปซื้อขายกันได้เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา และการซื้อขายเหรียญเหล่านี้จะไม่มีค่าธรรมเนียมในการซื้อขายจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้อีกด้วย
ซึ่งเดิมที Bitazza มีบริการซื้อขายเหรียญที่มีระบบและสภาพแวดล้อมในการลงทุนของตัวเองอยู่ก่อนหน้านี้แล้วด้วย เช่น เหรียญ Ethereum (ETH) และ Uniswap (UNI) เป็นต้น และการเปิดให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย 8 เหรียญนี้จะทำให้สามารถเข้าถึงตลาด DeFi ได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งผู้ลงทุนจะสามารถซื้อขายได้ด้วยสกุลเงินบาท หรือโอนเหรียญเหล่านี้เพื่อนำไปลงทุน Stake ในระบบ DeFi ได้อีกด้วย
นอกจากนี้เหรียญที่อยู่บนระบบ DeFi นั้นมักจะมีระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมในการลงทุนของตนเองซึ่ และอาจส่งผลให้อิทธิพลแนวโน้มราคาของ Bitcoin มีผลน้อยลงเมื่อเทียบสกุลเงินดิจิทัลทั่ว ๆ ไปได้ อีกทั้งเหรียญ DeFi ที่มีการวางแผนพัฒนาระบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องก็มักจะส่งผลให้ราคาสามารถพุ่งขึ้นได้อีกด้วย
โดย 8 เหรียญ DeFi ที่ทาง Bitazza นำมาเปิดให้สามารถซื้อขายกันได้นั้นประกอบไปด้วย
Sushiswap (SUSHI)
Sushiswap เป็นระบบ DeFi ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บน Ethereum ซึ่งเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถแลกเปลี่ยนเหรียญระหว่างสกุลต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนกลับเงิน Fiat ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว Roadmap ระบบที่กำลังพัฒนาอยู่ในปี 2021 ซึ่งได้เตรียมที่จะพัฒนาให้ระบบแลกเปลี่ยนเตรียมรองรับเหรียญที่อยู่บนระบบ DeFi ของ RUNE และ Moonbeam อีกด้วย
อีกทั้งการพัฒนา Protocol สำหรับให้ผู้ใช้งานเข้ามากู้ยืมเหรียญได้อย่าง BentoBox ก็ยังคืบหน้าไปได้อย่างไม่มีปัญหา และตามที่ Sushiswap ได้เคยประกาศตาม Roadmap ไว้ว่าเหรียญ SUSHI นี้จะมีการพัฒนาระบบต่าง ๆ ให้ใช้งานในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดยังได้ประกาศด้วยว่าระบบ Smart contract ภายใต้ชื่อ Miso ก็ใกล้เสร็จสิ้นแล้วอีกด้วย
ล่าสุดนั้นมีผู้ลงทุนนำเหรียญต่าง ๆ ไปล็อคไว้ในระบบใน Sushi ซึ่งมีมูลค่ารวม (Total Value Locked) ถึง 2.33 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ
ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมาราคาของเหรียญ SUSHI ก็ได้พุ่งขึ้นมาเกือบ 400% อีกด้วย โดยล่าสุดมีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ $13.10 เพิ่มขึ้นจากเดือนที่แล้วที่มีระดับราคาเพียง $2.73
ALPHA
ALPHA เป็น Utility Token ของ Alpha Finance Lab จากประเทศไทย ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่มีผลิตภัณฑ์ DeFi ที่หลากหลายรูปแบบในระบบนิเวศร่วมกัน ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับผลตอบแทนมากและลดความเสี่ยงผ่านผลิตภัณฑ์ Alpha Homora
ซึ่งทาง Alpha Finance Lab ได้วางแผนที่จะเปิดตัว Alpha Homora V2 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรองรับให้ผู้ใช้งานสามารถทำการ Yield Farm ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย โดยปัจจุบันมีมูลค่าของเหรียญที่ถูกนำมาล็อคอยู่ในระบบรวมถึง 685 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ
ล่าสุดราคา ALPHA ได้พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 7 วันที่ผ่านมา โดยรวมนั้นราคาได้พุ่งขึ้นมาเกือบ 100% จากระดับราคา $1.05 เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งปัจจุบันซื้อขายกันอยู่ที่ระดับ $1.88

สล็อตออนไลน์

AAVE

AAVE หรือที่ก่อนหน้านี้เคยใช้ชื่อว่า LEND นั้นถือเป็นตัวโปรโตคอลสำหรับให้บริการด้านสภาพคล่องของตลาดแบบ decentralized โดยที่ไม่ได้เป็นผู้เก็บเหรียญ ซึ่งผู้ใช้งานนั้นจะสามารถปล่อยกู้หรือกู้ยืมเหรียญคริปโตได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีบุคคลที่ 3 แต่อย่างใด
แนวคิดของมันก็คือผู้ใช้งานนั้นสามารถที่จะนำเอาเหรียญคริปโตบางชนิดมา stake ไว้เพื่อแลกกับสินทรัพย์ของ Aave โดยเหรียญที่ถูกนำมา stake นั้นจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ Pool ที่ผู้กู้สามารถเข้าไปใช้งานได้โดยใช้สินทรพย์คริปโตตัวอื่น ๆ เป็นตัวค้ำประกัน
และมีผู้ใช้งานนำเหรียญไปลงทุนอยู่ในระบบเป็นมูลค่ารวมถึง 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมี Total Value Locked (TVL) เป็นอันดับ 2 ของ DeFi ทั้งหมดอ้างอิงจาก defipulse.com
ล่าสุด AAVE ยังคงมีแนวโน้มราคาที่จะยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับราคา Bitcoin ที่ sideway ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ $290
CRV (Curve Dao Token)
CRV เป็นเหรียญกำกับดูแลที่อยู่เบื้องหลังโปรโตคอลของ Curve ซึ่งเป็นเว็บเทรดแบบกระจายอำนาจที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนเหรียญคริปโตได้โดยไม่ต้องพึ่งคนกลางใด ๆ และยังมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากอีกด้วย
อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักจากการที่เป็นผู้สร้างสภาพคล่องซื้อขายอัตโนมัติ Automated Market Maker (AMM) ให้กับ Stablecoins อย่างเช่น USDT, USDC และ Dai เพื่อให้ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกที่สุด นอกจากนี้ผู้ลงทุนยังสามารถนำ Stablecoins มาฝากไว้ในระบบเพื่อทำการ Yield Farm ผ่าน Smart Contract กันได้อีกด้วย ซึ่งล่าสุดมีมูลค่าเหรียญที่ถูกนำมาลงทุนอยู่ในระบบรวม 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
นอกจากนี้ ราคาของ CRV Token นั้นยังได้พุ่งขึ้นกว่า 300% ภายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาจากระดับราคา $0.60 ที่ล่าสุดอยู่ในระดับราคา $2.40

jumboslot

Maker (MKR)
MKR เป็น Token ที่ใช้ร่วมกับระบบ MakerDAO ซึ่งเป็นระบบที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานมูลค่าของเหรียญ Stablecoin DAI ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ที่ถือ Token สามารถโหวตลงคะแนนในการตัดสินใจต่าง ๆ เช่น การเพิ่มหรือลดค่าธรรมเนียมเพื่อช่วยให้ราคามีเสถียรภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ข้อมูลจาก DeFi Pulse ยังระบุด้วยว่ามีมูลค่าของเหรียญที่ถูกล็อคไว้ (Total Value Locked) บนระบบของ MKR มากที่สุดเมื่อเทียบกับ DeFi ตัวอื่น ๆ โดยปัจจุบันมีมูลค่าของเหรียญที่ถูกล็อคไว้สูงถึง 4.5 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.35 แสนล้านบาท
อีกทั้งราคายังได้ปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อเทียบจากราคาเมื่อเดือนธันวาคมที่มีการซื้อขายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับประมาณ $550 ก่อนจะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงและทำ All-Time High ที่ระดับราคา $1,900 เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา โดยล่าสุดได้มีการซื้อขายกันอยู่ที่ระดับราคาประมาณ $1,430
Balancer (BAL)
BAL เป็น Token ที่ถูกสร้างบน Ethereum Blockchain และถูกใช้ขับเคลื่อนโปรเจกต์ Balancer ซึ่งเป็น Automated Market Maker (AMM) ที่ให้ผู้ใช้งานสร้างหรือเพิ่มสภาพคล่องเพื่อการเทรดและสามารถได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับได้ตามชอบ
โดยโปรเจกต์ Balancer จะสามารถสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มจำนวนสินทรัพย์ดิจิทัลใน Liquidity Pool ได้มากกว่าสองสินทรัพย์ จึงทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Index Fund ที่มีการจัดพอร์ตให้นักลงทุนแบบอัตโนมัติ โดยผู้ฝากเงินจะได้รับค่าธรรมเนียมจากคนที่มาเทรดกับกองทุนนี้ ซึ่งต่างจากการกองทุนทั่วไปที่นักลงทุนต้องจ่ายเงินผู้บริหารกองทุน
ปัจจุบันมีผู้ฝากเหรียญเพื่อทำการลงทุนใน DeFi ดังกล่าวเป็นมูลค่ารวมถึง 881 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา BAL มีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ $13 และจากแนวโน้มราคาขาขึ้นตลอดเดือนที่ผ่านมาทำให้ล่าสุดมีการซื้อขายกันอยู่ที่ระดับราคาประมาณ $28.3
Wrapped Nexus Mutual (wNXM)
Nexus Mutual เป็นโปรโตคอลประกันภัยแบบกระจายศูนย์บน Ethereum โดยคุ้มครอง Smart Contract ที่อยู่บนบล็อกเชน Ethereum​ ในปัจจุบั​น​ Nexus Mutual ให้การคุ้มครองโปรโตคอล DeFi หลักๆ ทั้งหลาย

slot

ผู้ถือ Token​ WrappedNXM (wNXM) จะได้รับสิทธิ์ในโปรโตคอล ทำให้สามารถซื้อความคุ้มครอง หรือเข้าร่วมประเมิน​การเคลม​ ประเมิน​ความเสี่ยง​​และควบคุมโปรโตคอลในรูปแบบต่าง ๆ ได้ ล่าสุดนั้นมีผู้ใ้ช้งานฝากเหรียญอยู่ในระบบรวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาราคาของ wNXM ได้พุ่งขึ้นกว่า 150% จากราคาซื้อขายกันที่ระดับประมาณ $16 เมื่อปลายเดือนธันวาคม โดยล่าสุดได้ทำราคาสูงสุดในช่วง 1 เดือนอยู่ที่ระดับ $50 เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาและปัจจุบันมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ $40

ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตกล่าวราคา DeFi ตัวนี้อาจพุ่งทะยานได้มากกว่า 100 เท่า

ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตกล่าวราคา DeFi ตัวนี้อาจพุ่งทะยานได้มากกว่า 100 เท่า

jumbo jili

ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักวิเคราะห์คริปโตนาย Ben Armstrong ได้พูดถึงโปรเจกต์ DeFi ที่เขาคาดว่าจะสามารถเป็นดาวรุ่งแห่ง Altcoin ได้
ซึ่งโปรเจกต์ดังกล่าวมีชื่อว่า APY.Finance เป็น protocol ที่จะช่วยในการทำ Yield Farm ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับ DeFi Protocol ชั้นนำต่าง ๆ ได้ เช่น Uniswap, SushiSwap, AAVE, Compound, YFI, Synthetic และ dYdX

สล็อต

โปรเจกต์ดังกล่าวยังมีความสามารถอื่น ๆ อีกด้วย โดยจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำการ Yield Farming ได้สะดวกมากยิ่งขึ้นโดยสามารถฝากเหรียญไว้ในโปรเจกต์ดังกล่าวเพื่อเลี่ยงค่า ETH Gas ได้อีกด้วย
อีกทั้งยังสามารถช่วยบริหารความเสี่ยงในการทำ Yield Farm ได้โดยมีการจัดคะแนนของแต่ละ Protocol ไว้ให้ในพอร์ทการลงทุน และโปรเจกต์ยังมีความเป็น Decentralized โดยชุมชนซึ่งจะมีการเปิดโหวตเพื่อหาทิศทางการพัฒนาอยู่อย่างสม่ำเสมออีกด้วย
นาย Armstrong ยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับคริปโตตัวดังกล่าวผ่านช่อง Youtube ของเขาด้วยว่า
“ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาของ DeFi หลาย ๆ ตัวได้พุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ อย่าง AAVE ที่ราคาพุ่งขึ้นกว่า 260 เท่าในขณะที่ Synthetix พุ่งขึ้น 400 เท่าในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีด้วยซ้ำ และผมเชื่อว่าราคาของโปรเจกต์นี้จะสามารถสร้างแนวโน้มราคารูปแบบเดียวกันขึ้นมาได้”
“ซึ่งผมได้พบโปรเจกต์นี้เมื่อไม่กี่วันก่อนโดยมันจะสามารถเติมเต็มสิ่งที่ Yearn.Finance และ AAVE ขาดหายไปได้ อีกทั้งยังเปิดประตูสู่การ Yield Farm ให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายอีกด้วย”
โดยวิดีโอของเขาได้เปิดให้เข้าชมได้เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยในวันดังกล่าว APY.Finance มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $0.90 ซึ่งในปัจจุบันราคา APY ได้พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ $4.77 หรือกล่าวได้ว่าราคาได้พุ่งขึ้นเป็น 5 เท่าแล้ว
จากผลสำรวจใหม่ของบริษัทวิจัยตลาด Opinium ที่สำรวจพลเมืองอังกฤษจำนวน 1,000 คนที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 29 ปี ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายนถึง 25 มิถุนายน พบว่านักลงทุนรุ่นใหม่ชาวอังกฤษกำลังรับความเสี่ยงทางการเงินจำนวนมาก จากการลงทุนในบิทคอยน์ (BTC) และ Dogecoin (DOGE)
ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่าบิทคอยน์เป็นคริปโตเคอร์เรนซีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดย 20% ของผู้ตอบแบบสอบถามเปิดเผยว่าพวกเขาได้เคยซื้อเหรียญบิทคอยน์
อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจพบว่านักลงทุนรุ่นใหม่กำลังรับความเสี่ยงที่มากขึ้นสำหรับการลงทุนในบิทคอยน์ โดยครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามหันไปใช้หนี้ในการลงทุน ซึ่ง 23% ใช้บัตรเครดิต, 17% ใช้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา, และ 16% ใช้ประโยชน์จากเงินกู้ประเภทอื่น
ขณะที่นักลงทุนที่ซื้อ Dogecoin คริปโตเคอร์เรนซียอดนิยมได้เปิดเผยว่า 27% ของพวกเขาใช้บัตรเครดิตในการลงทุน, 17% ใช้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา, และ 12% อ้างถึงเงินกู้ประเภทอื่นสำหรับการลงทุนใน DOGE
นอกจากนี้จากการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเข้าสู่กระแสหลักในฐานะตัวเลือกสำหรับการลงทุน ของนักลงทุนรุ่นใหม่ในอังกฤษ
จากการสำรวจพบว่า 45% ของผู้ตอบแบบสอบถามเปิดเผยว่าการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีเป็นการลงทุนครั้งแรกของเขา ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสองเท่าของจำนวนผู้ที่ลงทุนในกองทุนซึ่งคิดเป็น 23% ขณะที่มีเพียง 18% ที่ลงทุนในตลาดหุ้น และ 13% นำเงินของพวกเขาไปลงทุนในกองทุนทรัสต์
นาย Hisham Chaudhary ที่ปรึกษาด้านการขายจาก Leicestershire ประเทศอังกฤษถูกพบว่ามีความผิดฐานโอน Bitcoin ให้กับกลุ่มก่อการร้าย IS
ตามรายงานจาก BBC News เมื่อเร็ว ๆ คณะลูกขุนที่ Birmingham Crown Court พบว่านาย Hisham มีความผิดฐานอาศัยอยู่ในเมือง Oadby, Leicestershire และใช้ Bitcoin ในการระดมทุนให้กับกลุ่มก่อการร้าย IS

สล็อตออนไลน์

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า นาย Hisham สามารถระดมเงินทุนได้หลายพันปอนด์และแปลงเงินไปเป็น BTC ในช่วงเวลาต่อมา ก่อนที่จะโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปให้ผู้สนับสนุน IS จากค่ายกักกันในซีเรีย
Hisham ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยอ้างว่าการกระทำของเขามี “วัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรม” อย่างไรก็ตามอัยการศาลได้เล่นวิดีโอ “jihad” ซึ่งเป็นคลิปหลักฐานเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทำสงครามในหมู่ผู้ก่อการร้าย ที่เขาได้แชร์บนโลกอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านั้น
นอกจากนี้ในเดือนพฤศจิกายน 2019 เจ้าหน้าที่ตำรวจอังกฤษยังพบอุปกรณ์ในบ้านของเขาที่มีบันทึกการโฆษณาชวนเชื่อของ IS อีกด้วย
เจ้าหน้าที่ศาลพบว่า Hisham ได้กระทำความผิดทั้งหมด 7 ข้อหาภายใต้พระราชบัญญัติการก่อการร้าย โดย 4 ข้อหาสำหรับการเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่อของผู้ก่อการร้าย, 2 ข้อหาสำหรับการให้แหล่งเงินทุนสนับสนุนการก่อการร้าย และอีก 1 ข้อหาสำหรับการเป็นสมาชิกขององค์กรที่ถูกสั่งห้าม ซึ่งคดีของ Chaudhary จะถูกตัดสินในวันที่ 3 กันยายน
เมื่อเร็ว ๆ นี้นักวิเคราะห์ Bitcoin ชื่อดังนาย Will Clemente ได้ออกมากล่าวบนทวีตว่า เหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกนั้นพร้อมแล้วสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาครั้งใหญ่
“ดัชนีความผันผวนของ Bitcoin ชี้ให้เห็นแล้วว่า การเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของ Bitcoin ใกล้ที่จะเกิดขึ้นแล้ว” เขากล่าวบนทวีตล่าสุด
Will ได้บอกกับผู้ติดตามบนทวีตกว่า 136,000 คนของเขาว่า ตอนนี้เขากำลังจับตาดูตัวชี้วัดตัวหนึ่งที่บ่งชี้ว่า Bitcoin กำลังจะหนีออกจากช่วงราคาระหว่าง 30,000 ดอลลาร์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
“ผมยังคงจับตาดูการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ Bitcoin นับตั้งแต่ที่ราคาได้ที่ปรับฐานลงจากระดับ $65,000 ด้วยตัวชี้วัดที่แสดงให้เห็นถึงช่วงการสะสมที่แข็งแกร่ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นการบีบตัวให้เกิดการเปลี่ยนเทรนด์ของแนวโน้มราคาในเร็ว ๆ นี้”
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Will ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนรายย่อยกำลังเริ่มแห่เก็บสะสม Bitcoin กันอย่างคับคั่งแถว ๆ ราคา 30,000
“เราได้เห็นการเข้าซื้ออย่างหนักหน่วงของนักลงทุนรายย่อยมาเป็นเวลานานหลายสัปดาห์แล้ว และในสัปดาห์นี้เราก็ได้เห็นวาฬหน้าใหม่เพิ่มขึ้นบนบล็อคเชนถึง 17 ตัวด้วยกัน และนั่นเป็นการถือครอง Bitcoin ของวาฬที่เพิ่มขึ้นกว่า 65,429 BTC”
นอกจากนี้ Will ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า การเติบโตของผู้ใช้ Bitcoin นั้นยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตรงกันข้ามกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ หลังจากที่ราคา Bitcoin ได้พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่

jumboslot

ชาวสวีเดนที่มีชื่อว่า Roger Nils-Jonas Karlsson ได้รับสารภาพว่าได้ทำการชักชวนคนกว่า 3,575 คน ให้เข้าร่วมโครงการบิทคอยน์ที่เป็นแชร์ลูกโซ่ ซึ่งจากการสอบสวนเขาได้ยักยอกเงินไปเป็นจำนวนกว่า 16 ล้านดอลลาร์ และจะต้องถูกจำคุกในเรือนจำกลางเป็นเวลากว่า 15 ปี
กระทรวงยุติธรรม (DOJ) ได้เปิดเผยว่านาย Roger Nils-Jonas Karlsson อายุ 47 ปี ได้หลอกให้คนกว่า 3,500 คน ทำการลงทุนในโครงการแชร์ลูกโซ่บิทคอยน์และสินทรัพยร์ดิจิทัลอื่น ๆ ในระหว่างปี 2012-2019
เมื่อ 9 ปีที่แล้ว Karlsson และบริษัท Eastern Metal Securities (EMS) ของเขาได้เริ่มล่อลวงผู้คน โดยสัญญาว่าจะให้ค่าตอบแทนการลงทุนต่อหุ้น 100 ดอลลาร์ เป็นทองคำกว่า 1.15 กิโลกรัม หรือมูลค่าประมาณ 45,000 ดอลลาร์ในขณะนั้น
นอกจากนี้ Karlsson ยังได้ให้งบการเงินปลอมกับเหยื่อ พร้อมกับรับรองว่าเงินของพวกเขาปลอดภัย ซึ่งเงินส่วนใหญ่นั้นเป็นเงินในรูปแบบคริปโตเคอร์เรนซี
แผนการดังกล่าวได้ดำเนินไปจนกระทั่ง Karlsson ถูกจับกุมตัวที่ประเทศไทยในปี 2019 และถูกส่งตัวกลับไปยังสหรัฐฯ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าเขาใช้เงินที่หลอกลวงมาทั้งหมดไปกับการใช้จ่ายส่วนตัว เช่น การซื้อรีสอร์ทในประเทศไทย, คอนโดหรู และแม้แต่ม้าแข่ง
“การสอบสวนคดีฉ้อโกงของ Roger Karlsson ได้เผยให้เห็นถึงแผนการชั่วร้ายที่กินเวลานานกว่าทศวรรษ ซึ่ง Karlsson ได้เพ่งเล็งไปยังเหยื่อหลายพันคนรวมถึงผู้อาวุโสที่มีความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อขโมยทรัพย์สินของพวกเขา และทั้งหมดนั้นทำไปเพียงเพราะการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือยทั้งคอนโดหรูและวันหยุดพักผ่อนในต่างประเทศ”
โทษจำคุกของ Karlsson อาจจะยาวนานกว่านี้ แต่เนื่องจากเขาได้ยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา นั่นทำให้เขาได้รับการลดหย่อนโทษเหลือจำคุกเพียง 15 ปี นอกจากนี้ทางการสหรัฐฯ ยังได้สั่งยึดรีสอร์ทในไทยรวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ของเขา และเขาต้องคืนเงินที่เขาขโมยมาเป็นมูลค่ากว่า 16 ล้านดอลลาร์ให้กับเหยื่อ

slot

Woori Financial Group หนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของเกาหลีใต้ กำลังเตรียมเปิดตัวให้บริการดูแลรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto Custody) ด้วยการร่วมมือกับเว็บเทรดชั้นนำในประเทศ
ตามรายงานเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ธนาคารได้ร่วมมือกับ Coinplug ซึ่งบริษัทเว็บเทรดคริปโตท้องถิ่น เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่มีชื่อว่า D-Custody ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการได้เร็วที่สุดภายในเดือนนี้

โปรเจค DeFi ตัวหนึ่งบน Binance Smart Chain ฉ้อโกงเงินนักลงทุน สูญกว่า 970 ล้านบาท

โปรเจค DeFi ตัวหนึ่งบน Binance Smart Chain ฉ้อโกงเงินนักลงทุน สูญกว่า 970 ล้านบาท

jumbo jili

ในวันนี้ที่ 4 มีนาคม ปี 2021 หนึ่งใน scam ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทั้งหมดของ DeFi คือ Meerkat Finance (MKAT) ซึ่งได้สูญเสียเหรียญที่มีเสถียรภาพอย่าง Binance Coin ( BNB) และ Binance USD (BUSD) ไปกว่า 32 ล้านดอลลาร์ นี่คือสิ่งที่เรารู้จนถึงตอนนี้

สล็อต

DeFi ตัวหนึ่งบน BSC ฉ้อโกงเงินไปกว่า 32 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้ชุมชนคริปโตของจีนรายงานว่า Meerkat Finance (MKAT) ซึ่งเป็นโปรโตคอล “yield farming” บน Binance Smart Chain ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำการหลอกลวงโดยใช้กลโกง DeFi อย่าง scam ทีมงานได้ประกาศผ่านช่องทาง Telegram ว่าโครงสร้างพื้นฐานของ Meerkat Finance ถูกโจมตีและเงินทั้งหมดถูกขโมยไป
ตัวแทนทีมได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เราทุกคนต่างรู้สึก “หมดหวัง” จากการโจมตีดังกล่าว แต่นักลงทุนไม่ได้รู้สึกดีขึ้น จากการประเมินคร่าวๆครั้งแรกของนักข่าวชาวจีนอย่าง Colin Wu ได้สูญเสีย Binance USD (BUSD) ไปเกือบ 14 ล้านเหรียญสหรัฐและเหรียญ Binance (BNB) อีก 73,635 เหรียญ
ในช่วงเวลาดังกล่าวราคาของ Binance Coin (BNB) กำลังพยายามยืนเหนือ 240 ดอลลาร์ ดังนั้นมูลค่าทั้งหมดที่ถูกนักต้มตุ๋นปล้นไปจึงมากกว่า 32 ล้านดอลลาร์ นั่นทำให้ “ฉ้อโกง” ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Binance Smart Chain และอาจเป็นการ scam DeFi ที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง
ดูเหมือนว่าฝ่ายการเงินของ Meerkat จะรับผิดชอบกลโกง scam ใน DeFi ครั้งนี้ ล่าสุดเว็บไซต์โครงการอย่างเป็นทางการได้ถูกปิดลงและสำเนาจะถูกลบออกจาก Wayback Machine, Google Cache และอื่น ๆ นอกจากนี้โครงการได้ปิดช่องทางโซเชียลมีเดียทั้งหมดอีกด้วย
Meerkat Finance (MKAT) คืออะไร?
Meerkat Finance (MKAT) เป็นส่วนหนึ่งของโปรโตคอล Binance Smart Chain DeFi นั่นคือ Alpaca Finance (ALPACA) ซึ่งให้บริการ “yield farming” ใน pool MKAT-BNB การ staking และเครื่องมืออื่น ๆ สำหรับการทำรายได้แบบ passive income
ตามเวอร์ชันแคชบัญชี Twitter ของ Meerkat Finance (MKAT) ได้มีการเปิดตัว mainnet เมื่อวานนี้ในวันที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 19.00 น. (UTC).
นักลงทุนที่ถูกหลอกลวงได้เปิดตัวช่อง Telegram เพื่อประสานความพยายามในการรับเงินลงทุนกลับคืนมา เหยื่อคนดังกล่าวกำลังวางแผนที่จะติดต่อกับ Changpeng Zhao ซีอีโอของ Binance และขอความคุ้มครองจากเขา โดยทีมสนับสนุนลูกค้าของ Binance Chain ได้เริ่มการตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว
ในช่วงไม่นานมานี้ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยขึ้นอีกครั้งกับวงการสกุลเงินคริปโต โดยได้มีกลุ่มนักเจาะระบบในชื่อ Lazarus จากประเทศเกาหลีเหนือได้ทำการหลวกลวงและเจาะระบบขโมยเหรียญคริปโตครั้งใหม่ในชื่อ APpleJeus Sequel ซึ่งเป็นเสมือนโครงการต่อยอดจากการดำเนินการเดิมในช่วงปี 2018 ในชื่อ APpleJeus นั่นเอง
การดำเนินการเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโตภายในประเทศเกาหลีเหนือนั้นยังไม่เป็นที่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองต่างๆ โดยทางประเทศดังกล่าวได้แสดงถึงความสนใจในวงการคริปโตมากขึ้น สังเกตได้จากการที่ทางรัฐบาลของประเทศได้มีการเรียกให้ผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกันอย่างนาย Virgil Griffith จากประเทศสิงคโปร์เดินทางไปยังประเทศเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับสกุลเงินคริปโต

สล็อตออนไลน์

ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวของกลุ่มนักเจาะระบบได้ถูกเปิดโปงผ่านการแจ้งเตือนโดยทีมนักวิจัยทางด้านความปลอดภัยของบริษัทด้านซอฟแวร์รักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์อย่าง Kaspersky ซึ่งได้ออกมากล่าวถึงรูปแบบการดำเนินการในครั้งใหม่นี้ ซึ่งเปลี่ยนเปลี่ยนไปจากที่เกิดขึ้นในปี 2018 ดังต่อไปนี้
การดำเนินการส่วนแรกของทางโครงการ APpleJeus Sequel นั้นคือการที่ทางโครงการได้ดำเนินการหลอกลวงเหล่านักลงทุนโดยอาศัยการจัดตั้งบริษัทซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตหรือ Exchange ปลอมขึ้นมา โดยบริษัทดังกล่าวจะมีหน้าเว็บไซต์เฉพาะซึ่งจะมีลิ้งมากมายที่นำไปสู่กลุ่มลับบนแอพลิเคชั่นอย่าง Telegram เพื่อทำการหลอกลวงแบบต่างๆต่อไป
อีกส่วนหนึ่งของโครงการดังกล่าวคือการทำการเจาะระบบโดยอาศัยการฝังมัลแวร์ (Malware) ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านแอพลิเคชั่นอย่าง Telegram โดยกรณีดังกล่าวนั้นจะส่งผลกระทบกับผู้ใช้ Microsoft Windows เท่านั้นซึ่งกลุ่มนักเจาะระบบดังกล่าวนั้นใช้งานชุดรหัสอย่าง UnionCryptoTrader ในการดำเนินการบนพื้นที่ความจำสำหรับการประมวลผลหรือแรมของคอมพิวเตอร์เท่านั้นแทนที่การใช้พื้นที่หน่วยความจำหลักหรือ Hard Disk Drive เพื่อเป็นการหลักเลี่ยงการถูกตรวจสอบซึ่งเป็นการพัฒนาเทคนิคการเจาะระบบจากในครั้งก่อนๆ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเหล่าคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบจากเหล่าโปรแกรมดังกล่าวนั้นคือการที่เหล่านักเจาะระบบนั้นสามารถเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ซึ่งติดไวรัสเหล่านี้จากระยะไกลผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถที่จะถ่ายโอนสกุลเงินคริปโตที่อยู่ภายในคอมพิวเตอร์ได้นั่นเอง โดยแม้ว่าตัวเลขล่าสุดของความเสียหายนั้นจะยังไม่สามารถถูกระบุได้ก็ตาม แต่ความเสียหายดังกล่าวก็ได้เกิดขึ้นแล้วกับหลายประเทศเช่น สหราชอาณาจักร, ประเทศโปแลนด์, ประเทศรัสเซีย และประเทศจีน เป็นต้น
นอกจากนี้แล้วการดำเนินการของโครงการดังกล่าวนั้นยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและเหล่าบริษัทซึ่งมีการดำเนินการเกี่ยวข้องกับสกุลเงินคริปโต โดยการดำเนินการที่เกี่ยวของกับ Telegram นั้นยังเป็นเพียงหนึ่งในการดำเนินการต่างๆ ของโครงการเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ยังคงปรากฎความพยายามอย่างต่อเนื่องของกลุ่ม Lazarus นี้ในการเพิ่มเติมการโจมตีแก่ระบบปฏิบัติการอย่าง MacOS หรือการพัฒนารูปแบบการโจมตีและการหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
จากรายงานข่าว The Japan Times ในวันศุกร์ที่ผ่านมาในเมือง Utsunomiya ผู้เยาว์ถูกจับข้อหาขโมยคริปโตเคอร์เรนซีเหรียญ Monacoin มูลค่ากว่า 15 ล้านเยน (134,340 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นจะถือว่าบุคคลใดเป็นผู้เยาว์อยู่จนกว่าจะอายุ 20 ปี โดยคดีความดังกล่าวนี้จะถือเป็นคดีแรกในประเทศที่เกี่ยวข้องกับการแฮ็คเหรียญคริปโตที่มีการไต่สวนในประเทศ
ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน ปี 2018 ผู้เยาว์ดังกล่าวได้ทำการแฮ็กวอลเล็ท Monappy โดยอาศัยช่องโหว่จากทางเว็บไซต์โอนเงินเข้าบัญชีของตนเองทำให้ผู้ใช้งานของทางเว็บไซต์กว่า 7,700 รายได้รับความเสียหายและสูญเสียเงิน
เขาทำการโอนเหรียญที่ขโมยมาไปยังบัญชีคริปโตเคอร์เรนซีของอีกแพลตฟอร์มหนึ่งเพื่อทำการแลกเหรียญ Monacoin เป็นเหรียญคริปโตอื่น ๆ โดยเงินที่ได้มาจากรายงานเผยว่าเขาได้นำไปซื้อสมาร์ทโฟน เจ้าหน้าที่ตำรวจของญี่ปุ่นได้กล่าวว่าผู้เยาว์สารภาพการกระทำความผิด โดยผู้เยาว์ได้ออกมาเผยว่า : ผมรู้สึกว่าผมได้ค้นพบวิธีการบางอย่างที่ไม่มีใครเคยค้นพบมาก่อนและผมก็ลงมือทำมันเหมือนกับผมเล่นวีดีโอเกม”
เว็บไซต์ของ Monappy ได้ปิดการให้บริการนับตั้งแต่มีการแฮ็กเกิดขึ้นโดยทางเว็บไซต์ได้ขึ้นประกาศว่า “ระงับการให้บริการชั่วคราวเนื่องจากการโจมตีจากภายนอก”

jumboslot

ในเดือนพ.ย. ทาง Monappy ได้โพสต์ความคืบหน้าบน Medium blog มีใจความว่า “ทางเว็บไซต์ได้แก้ไขข้อบกพร่องเป็นที่เรียบร้อย” และกำลังทำการตรวจสอบด้านความปลอดภัยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเปิดให้บริการอีกครั้ง
ประเทศญี่ปุ่นมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการขโมยคริปโตเคอร์เรนซีไปหลายพันล้านดอลลาร์แล้วภายในปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการละเมิดด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ เช่น Coincheck ( 533 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) Mt. Gox (350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ Zaif (60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และอื่น ๆ
กรณีของ Mt. Gox ที่ปิดตัวลง อดีตผู้บริหารของบริษัทหลุดพ้นข้อหายักยอกและละเมิดด้านความไว้เนื้อเชื่อใจแต่มีความผิดข้อหาบิดเบือนเปลี่ยนแปลงข้อมูลการซื้อขายแลกเปลี่ยนของบริษัทตนและนาย Karpeles ถูกตัดสินคุมประพฤติเป็นเวลาสองปีหกเดือน
ด้วยมูลค่าของ bitcoin ที่พุ่งขึ้นสูงเกือบแตะ 20,000 ดอลลาร์ ต่อเหรียญ รวมถึงมูลค่าตลาดรวมของ cryptocurrency ทั้งหมดที่เพิ่งจะเกิน 600,000,000 ดอลลาร์ ทำให้อาชญากรพุ่งเป้าไปที่ผู้เล่นในตลาดนี้รวมไปถึงเว็บผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน cryptocurrency ที่เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ
นาย Bryce Boland หรือ CTO ของบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำอย่าง FireEye เปิดเผยในงาน ZDNet ว่า มีผู้ที่เป็นเหยื่อของ ransomware ถูกข่มขู่ให้จ่ายด้วย cryptocurrency บ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ Google Report ยังได้รายงานว่า ransomeware ทั้ง 34 ตัวนี้สามารถทำรายได้กว่า 25,000,000 ดอลลาร์ในช่วง 2 ปีนี้ แสดงให้เห็นถึงผลกำไรที่ดีของธุรกิจเหล่านี้อย่างมาก
นาย Boland กล่าวว่า
พวกเราได้เห็นการข่มขู่ รีดไถธุรกิจต่าง ๆ จำนวนมาก และส่วนใหญ่อาชญากรก็ใช้ cryptocurrency โดยเฉพาะ bitcoin เป็นช่องทางในการรับเงินอีกด้วย ลูกค้าของเราจำนวนมากประสบปัญหาในเรื่องความปลอดภัยของเหรียญ และยังต้องซื้อ bitcoin เพื่อจ่ายให้แก่อาชญากรอีก”
นาย Boland ยังกล่าวอีกว่าการที่ราคาของเหรียญบางตัวพุ่งขึ้นสูงนั้นทำให้คนรู้สึกว่าควรจะซื้อเหรียญเก็บสะสมเอาไว้บ้าง และผู้เล่นหน้าใหม่ที่เพิ่งจะซื้อ cryptocurrencies นั้นต่างก็คิดเพียงแต่จะเก็งกำไรกันเท่านั้น โดยไม่ได้คาดคิดและระวังเลยว่าเงินของพวกเขานั้นถูกขโมยได้ง่ายมากแค่ไหน

slot

การเข้ารหัสไม่สามารถแก้ความอ่อนแอของมนุษย์ได้
นาย Boland ชี้ว่า การเข้ารหัสนั้นจะช่วยแก้ทุกปัญหาก็ต่อเมื่อมันสมบูรณ์และไม่มีข้อผิดพลาดเท่านั้น อาชญากรหันมาใช้ cryptocurrencies เพื่อลดความเสี่ยงที่จะโดนจับ แต่พวกเขาก็ยังเป็นเพียงมนุษย์ที่พุ่งเป้าจะเล่นงานกับมนุษย์ด้วยกันเอง
“ถึงแม้คุณจะคิดว่าคุณมี password ที่แข็งแกร่ง รวมถึงใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวในการเข้าเวปเทรด cryptocurrencies คุณก็ยังสามารถตกเป็นเหยื่อได้อยู่ดี”

นักพัฒนา DeFi ชื่อดัง Meerkat Finance กล่าว การฉ้อโกงเงินผู้ใช้เป็นแค่การทดสอบ และจะคืนเงินให้

นักพัฒนา DeFi ชื่อดัง Meerkat Finance กล่าว การฉ้อโกงเงินผู้ใช้เป็นแค่การทดสอบ และจะคืนเงินให้

jumbo jili

ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการโจมตีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ DeFi
ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานเกี่ยวกับ โปรเจค DeFi ตัวหนึ่งบน Binance Smart Chain ฉ้อโกงเงินนักลงทุน สูญกว่า 970 ล้านบาท

สล็อต

เมื่อเวลา 5.30 น. UTC ของวันนี้ นักพัฒนา Meerkat Finance ผู้ใช้นามแฝงว่า “Jamboo” ได้โพสต์ข้อความสั้น ๆ ใน Telegram ที่สร้างขึ้นใหม่ของ “ Meerkatrefunds” โดยกล่าวว่า การโจมตี ดังกล่าวเป็นเพียงการ “ทดลอง” เพื่อทดสอบความโลภและ “ความเป็นส่วนตัว” ของผู้ใช้ และทีมงานกำลังเตรียมคืนเงินให้เหยื่อทั้งหมด
Jamboo ได้แสดงหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงกับ Meerkat โดยทำการส่งธุรกรรมเล็ก ๆ จาก deployer ของ Meerkat โดยแสดงให้เห็นว่า พวกเขาสามารถเข้าถึงสัญญาของผู้ใช้งาน ได้ ซึ่งธุรกรรมได้รับการประมวลผลบนเครือข่าย Binance Smart Chain ประมาณยี่สิบนาทีหลังจากโพสต์ Telegram ของ Jamboo
Meerkat เป็นโครงการ yield farming บน Binance Smart Chain การโจมตี Meerka ครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 4 มีนาคม ส่งผลให้สูญเสีย BNB ไปกว่า 73,000 เหรียญและ BUSD มากถึง 14 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นเงินของผู้ใช้ทั้งหมด 31 ล้านดอลลาห์
สมาชิกของชุมชนเรียกการฉ้อโกงครั้งนี้ว่า “rugpull” ซึ่งเป็นคำเรียกขานเมื่อคนวงในหรือสมาชิกของทีมพัฒนาที่หาประโยชน์จากสัญญาโดยใช้สิทธิ์พิเศษ เนื่องจากสัญญา deployer ของ Meerkat ได้รับการอัปเดต เพื่ออนุญาตให้ห้องเก็บของ ถูกระบายออกก่อนการโจมตีไม่นาน
บางคนคิดว่าการฉ้อโกง ครั้งนี้อาจเป็นการทดสอบของ Binance Smart Chain ในการกระจายอำนาจ โดย BSC ดำเนินการโดยเครือข่ายของโหนด validator 21 โหนด ซึ่งส่วนใหญ่คิดว่ามีความเกี่ยวข้องกับหรือเรียกใช้โดยตรงโดย Binance
ในทำนองเดียวกันการ exploit ทำให้ผู้โจมตีตกอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก: Binance ควบคุมการเปิด – ปิดเครื่องไปยัง BSC ซึ่งหมายความว่าเงินที่ถูกขโมยไปจะถูกล็อคไว้บน chain และไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเป็นผลกำไร
ตอนนี้ความสนใจหันไปหานักพัฒนา Meerkat และแรงจูงใจของพวกเขา โดยข้อความของ Jamboo เผยแพร่เกี่ยวกับสิ่งที่กระตุ้นให้มีการขโมยเงิน 31 ล้านดอลลาร์จากผู้ใช้งาน ซึ่งทาง Jamboo เขียนว่าทีม “ได้เชิญบุคคลที่สาม (แฮ็กเกอร์) ให้โจมตีช่องโหว่ผ่านสัญญายืนยันพร็อกซี” และจะมีรายงานฉบับเต็มเกี่ยวกับ exploit ดังกล่าว
จากข้อมูลของ Jamboo กล่าวว่า การโจรกรรมครั้งนี้เป็นการแสดงให้เห็นถึงความโลภที่แพร่กระจายไปทั่วระบบ DeFi
DeFi เป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องมากมาย และสิ่งเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้จากความโลภของมนุษย์
ในวันนี้ที่ 4 มีนาคม ปี 2021 หนึ่งใน scam ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทั้งหมดของ DeFi คือ Meerkat Finance (MKAT) ซึ่งได้สูญเสียเหรียญที่มีเสถียรภาพอย่าง Binance Coin ( BNB) และ Binance USD (BUSD) ไปกว่า 32 ล้านดอลลาร์ นี่คือสิ่งที่เรารู้จนถึงตอนนี้
DeFi ตัวหนึ่งบน BSC ฉ้อโกงเงินไปกว่า 32 ล้านดอลลาร์

สล็อตออนไลน์

ก่อนหน้านี้ชุมชนคริปโตของจีนรายงานว่า Meerkat Finance (MKAT) ซึ่งเป็นโปรโตคอล “yield farming” บน Binance Smart Chain ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำการหลอกลวงโดยใช้กลโกง DeFi อย่าง scam ทีมงานได้ประกาศผ่านช่องทาง Telegram ว่าโครงสร้างพื้นฐานของ Meerkat Finance ถูกโจมตีและเงินทั้งหมดถูกขโมยไป
ตัวแทนทีมได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เราทุกคนต่างรู้สึก “หมดหวัง” จากการโจมตีดังกล่าว แต่นักลงทุนไม่ได้รู้สึกดีขึ้น จากการประเมินคร่าวๆครั้งแรกของนักข่าวชาวจีนอย่าง Colin Wu ได้สูญเสีย Binance USD (BUSD) ไปเกือบ 14 ล้านเหรียญสหรัฐและเหรียญ Binance (BNB) อีก 73,635 เหรียญ
ในช่วงเวลาดังกล่าวราคาของ Binance Coin (BNB) กำลังพยายามยืนเหนือ 240 ดอลลาร์ ดังนั้นมูลค่าทั้งหมดที่ถูกนักต้มตุ๋นปล้นไปจึงมากกว่า 32 ล้านดอลลาร์ นั่นทำให้ “ฉ้อโกง” ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Binance Smart Chain และอาจเป็นการ scam DeFi ที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง
ดูเหมือนว่าฝ่ายการเงินของ Meerkat จะรับผิดชอบกลโกง scam ใน DeFi ครั้งนี้ ล่าสุดเว็บไซต์โครงการอย่างเป็นทางการได้ถูกปิดลงและสำเนาจะถูกลบออกจาก Wayback Machine, Google Cache และอื่น ๆ นอกจากนี้โครงการได้ปิดช่องทางโซเชียลมีเดียทั้งหมดอีกด้วย

jumboslot

Meerkat Finance (MKAT) คืออะไร?
Meerkat Finance (MKAT) เป็นส่วนหนึ่งของโปรโตคอล Binance Smart Chain DeFi นั่นคือ Alpaca Finance (ALPACA) ซึ่งให้บริการ “yield farming” ใน pool MKAT-BNB การ staking และเครื่องมืออื่น ๆ สำหรับการทำรายได้แบบ passive income
ตามเวอร์ชันแคชบัญชี Twitter ของ Meerkat Finance (MKAT) ได้มีการเปิดตัว mainnet เมื่อวานนี้ในวันที่ 3 มีนาคม 2564 เวลา 19.00 น. (UTC).
นักลงทุนที่ถูกหลอกลวงได้เปิดตัวช่อง Telegram เพื่อประสานความพยายามในการรับเงินลงทุนกลับคืนมา เหยื่อคนดังกล่าวกำลังวางแผนที่จะติดต่อกับ Changpeng Zhao ซีอีโอของ Binance และขอความคุ้มครองจากเขา โดยทีมสนับสนุนลูกค้าของ Binance Chain ได้เริ่มการตรวจสอบด้วยตนเองแล้ว
องค์การสหประชาชาติ (U.N) คาดการณ์ว่า เงินคริปโตกว่า 316 ล้านดอลลาห์ถูกแฮกเกอร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือขโมยไปเมื่อปีที่แล้ว
ผู้เชี่ยวชาญขององค์การสหประชาชาติระบุว่ามีการแฮ็ก Cryptocurrency มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนโครงการอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือในปี 2020
รายงานที่ส่งไปยังสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อวันจันทร์กล่าวว่า อาชญากรที่มีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือได้โจมตีสถาบันการเงินและการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในปีที่แล้ว
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี 2019 ถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2020 ได้มีการขโมยสินทรัพย์ crypto ไปประมาณ 316.4 ล้านดอลลาร์จากรายงานของ AP
พวกเขาระบุว่าการแฮ็คเพียงครั้งเดียวเมื่อเดือนกันยายนปี 2020 สามารถขโมยสกุลเงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 281 ล้านดอลลาร์ไปได้
นั่นอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับการโดนแฮ็กของแพลตฟอร์มซื้อขายอย่าง KuCoin ซึ่งรายงานโดย CoinDesk ในเดือนเดียวกัน
รายงานที่ส่งไปยังสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อวันจันทร์กล่าวว่า อาชญากรที่มีความเกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือได้โจมตีสถาบันการเงินและการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในปีที่แล้ว
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี 2019 ถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2020 ได้มีการขโมยสินทรัพย์ crypto ไปประมาณ 316.4 ล้านดอลลาร์จากรายงานของ AP
พวกเขาระบุว่าการแฮ็คเพียงครั้งเดียวเมื่อเดือนกันยายนปี 2020 สามารถขโมยสกุลเงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 281 ล้านดอลลาร์ไปได้
นั่นอาจมีความเกี่ยวเนื่องกับการโดนแฮ็กของแพลตฟอร์มซื้อขายอย่าง KuCoin ซึ่งรายงานโดย CoinDesk ในเดือนเดียวกัน
รายงานจากทางสื่ออย่าง Window Latest นั้นได้ออกมาชี้ถึงช่องโหว่ทางด้านความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์ 10 โดยช่องโหว่ดังกล่าวนั้นมีที่มาจากโปรแกรมทางด้านความปลอดภัยของทาง Microsoft เองในชื่อ Windows Defender รุ่น 4.18.2003
ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมากจาการทำงานของโปรแกรมดังกล่าวซึ่งบกพร่องในการตรวจสอบและค้นหาไฟล์ทั้งหมดได้ โดยพบว่าได้การหยุดการดำเนินการหรือข้ามการตรวจสอบบางไฟล์ไป หรือที่เป็นไปได้คือการที่โปรแกรมดังกล่าวได้รายงานการดำเนินการไม่ครบถ้วนนั่นเอง

slot

อย่างไรก็ตามความบกพร่องดังกล่าวนั้นกลับไม่เกิดขึ้นหากได้มีการดำเนินการโดยไม่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังเกิดขึ้นแค่ในระบบปฏิบัติการวินโดว์ในรุ่นที่ 10 เท่านั้นอีกด้วย ซึ่งทั้งนี้ทางบริษัท Microsoft นั้นก็ยังไม่ได้มีการออกการอัพเดทออกมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวแต่อย่างใด

โครงการ DeFi ตัวหนึ่งฉ้อโกงนักลงทุนด้วยวิธี Rugpull สูญเงินกว่า 60 ล้านบาท

โครงการ DeFi ตัวหนึ่งฉ้อโกงนักลงทุนด้วยวิธี Rugpull สูญเงินกว่า 60 ล้านบาท

jumbo jili

โครงการ DeFi อย่าง TurtleDex ได้เกิดการ Rugpull โดยมีการถอนเหรียญ BNB กว่า 9,000 เหรียญออกจาก liquidity pool ที่ระดมทุนในช่วง pre-sale เมื่อห้าวันก่อน ซึ่งเทียบเท่ากับ 2.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเงินดังกล่าวได้ถูกแปลงเป็น ETH และโอนไปยังกระเป๋าเงินหลายใบที่โฮสต์โดย Binance

สล็อต

โครงการ DeFi อื่น ๆ บนเครือข่าย Binance ก็ถูก Rugpull เช่นกัน
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม TurtleDex ได้ระดมทุน 9,000 BNB สำหรับ liquidity pool โดยจะให้ผลตอบแทนสูงสำหรับนักลงทุนคริปโตและให้ผลตอบแทนแก่ผู้ที่ทำ yield-farming โดยใช้โทเค็น TTDX
ผู้ใช้ Twitter นามว่า DeFi Stalker ได้แพร่กระจายข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยบอกว่า liquidity pool ของ Turtle บน ApeSwap และ PancakeSwap ได้ถูกสูบเงินไปด้วย
โดยเงินดังกล่าวได้ถูกแลกเปลี่ยนเป็น ETH และโอนไปยังกระเป๋าเงินเก้าใบบน Binance นอกจากนี้เขาเสริมว่า เว็บไซต์ของโปรเจ็คถูกออฟไลน์และช่อง Telegram ก็ไม่ทำงาน
Colin Wu นักข่าวด้านคริปโตได้ทวีตว่า ชุมชนขอให้ Binance ทำการอายัดกระเป๋าเงินเหล่านั้น นอกจากนี้สมาชิกในชุมชนบางคนเรียกร้องให้ทีม TurtleDex ดำเนินการบางอย่างอีกด้วย
ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา PopcornSwap ซึ่งเป็นโครงการ DeFi ซึ่งตั้งอยู่บน BSC ได้ถูก Rugpull โดยขโมยเงินผู้ใช้มูลค่ากว่า 2,000,000 ดอลลาร์จาก liquidity pool
rugpull มันคืออะไรกันแน่?
rugpull เป็นการหลอกลวง scam ประเภทหนึ่งที่ใช้ประโยชน์หรือแฮ็กขโมยคริปโตจาก liquidity pool ของผู้ที่ทำ staking และ yield-farming สูญเสียเงิน
คำนี้อธิบายถึงสถานการณ์เมื่อมีคนดึงพรมจากใต้เท้าของผู้อื่น ทำให้ล้มลง ซึ่งคำว่า “pull” เป็นการเล่นคำหมายถึง “liquidity pool” นั่นเอง
จากเหตุการณ์ rugpull ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง นักลงทุนอาจจะต้องทำการค้นคว้าข้อมูลก่อนที่จะลงทุนในโปรเจ็คใด ๆ เนื่องจากขณะนี้มีโปรเจ็คหลอกลวงจำนวนมากบนเครือข่าย BSC
ก่อนหน้านี้ Janet Yellen รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้ออกมาเตือนเกี่ยวกับ Bitcoin ว่าอาจมีการนำไปใช้ในอาชญากรรม
อย่างไรก็ตาม Michael Morrell ได้ตีพิมพ์บทความอิสระที่ได้รับมอบหมายจาก Crypto Council for Innovation ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ที่ตั้งขึ้นใหม่ โดยได้มีการศึกษาอย่างกว้างขวางและ Morell ได้ข้อสรุปที่สำคัญสองประการได้แก่
ข้อสรุปกว้าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ bitcoin ในการเงินที่ผิดกฎหมายนั้นเป็นการพูดเกินจริง
การวิเคราะห์ บล็อกเชน เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับอาชญากรรมและการรวบรวมข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพสูง
แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด ในระหว่างการพูดคุยกับ Forbes ก่อนเอกสารจะถูกเผยแพร่ Morell ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า สิ่งนี้อาจส่งผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างรุนแรงสำหรับสหรัฐฯกับจีน นอกจากนี้สหรัฐอาจสิ้นเปลืองพลังงานและทรัพยากรในการไล่ล่าวายร้าย แทนที่ใช้ประโยชน์จากบล็อกเชนและฟินเทคโดยทั่วไป เพื่อสร้างฐานทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของประเทศ โดยเขากล่าวเพิ่มเติมว่า “เราต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่า ภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ Bitcoin อย่างผิดกฎหมายไม่ได้ฉุดรั้งเราไว้ จากการผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีของประเทศที่จะทำให้เราก้าวทันประเทศจีน”
หลักฐานที่ชัดเจน
ตอนที่เขาเริ่มการศึกษานี้ Morell ไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ข้อสรุปเหล่านี้ออกมา ซึ่งเขากล่าวว่า หนึ่งในสมมติฐานหลักของเขาคือ บุคคลสำคัญอย่าง Janet Yellen รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และ Christine Lagarde ประธานธนาคารกลางยุโรป น่าจะเป็นบุคคลที่มีข้อมูลมากที่สุดในโลก และมุมมองของพวกเขามีพื้นฐานมาจากข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามในการวิเคราะห์ของเขาเผยว่า “ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซี่ไม่ได้เต็มไปด้วยกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ความเป็นจริงแล้วอาจมีกิจกรรมที่ผิดกฎหมายในระบบนิเวศของ Bitcoin น้อยกว่าที่มีอยู่ในระบบธนาคารแบบดั้งเดิมด้วยซ้ำ”

สล็อตออนไลน์

แล้วเขาค้นพบอะไร? กล่าวโดยสรุปคือ เปอร์เซ็นต์ของการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายใน คริปโตนั้นน้อยที่สุด ซึ่งรายงานหนึ่งจาก Chainalysis เผยว่าน้อยกว่า 1% ด้วยซ้ำ และลดลง สำหรับบริบทเพิ่มเติม โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า การประมาณการกิจกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายที่ดำเนินการผ่านคนกลางแบบดั้งเดิมอยู่ระหว่าง 2-4 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ทั่วโลก
การค้นพบนี้อาจไม่ได้ทำให้ผู้อ่านที่ติดตามอุตสาหกรรมนี้มานานรู้สึกประหลาดใจ และเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มาก่อน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เคยได้รับการโต้กลับโดยตรงเช่นนี้
หากอินเทอร์เน็ตเขียนด้วยหมึก บล็อกเชนจะเขียนด้วยหิน
บางทีสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าสำหรับ Morell คือ วิธีที่บริษัทวิเคราะห์ต่าง ๆ เช่น Chainalysis, CipherTrace และ Elliptic สามารถใช้เครื่องมือทางนิติวิทยาศาสตร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อค้นหาตัวแสดงและกิจกรรมที่ผิดกฎหมายในบล็อกเชนได้ โดยเขาเผยว่า “รู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก กับการที่พวกเขาพบกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ซึ่งนี่เป็นงานข่าวกรองที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว”
นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นว่า การวิเคราะห์นี้ใช้ได้ผลในหลายระดับ เนื่องจากสามารถใช้เพื่อติดตามการกระทำของตัวแสดงที่เป็นที่รู้จัก รวมทั้งระบุบุคคลที่ไม่รู้จักก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ
แม้จะมีการต่อต้านเรื่องเหล่านี้ แต่ Morell ก็ยังคงแสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า เราต้องตระหนักถึงผลกระทบด้านความมั่นคงแห่งชาติของเทคโนโลยีใด ๆ อยู่เสมอ ซึ่งรวมถึงคริปโตด้วย สมมุติฐานของเขาอันต่อไปคือ เหรียญแบบส่วนตัว (private coins) เช่น monero สามารถปิดบังข้อมูลที่ระบุตัวตน เช่น ที่อยู่กระเป๋าสตางค์และจำนวนธุรกรรม เขาได้เห็นตัวแสดงที่ผิดกฎหมายเคลื่อนไหวไปในทิศทางนั้น เพื่อตอบสนองต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงของรัฐบาล
นอกจากนี้เขาถูกถามเกี่ยวกับ วิธีที่ชุมชนข่าวกรองและผู้บังคับใช้กฎหมายควรเข้าสู่แอปพลิเคชันที่ไม่ใช่ทางการเงิน ที่สามารถสร้างขึ้นจากบล็อกเชน เช่น การส่งข้อความ การแชร์ไฟล์ หรือโปรแกรมเครือข่ายสังคม แม้ว่าคำถามนี้จะอยู่นอกเหนือขอบเขตของรายงานนี้ แต่เขาก็เสนอคำตอบที่ละเอียดอ่อน ซึ่งเน้นถึงความสมดุลระหว่างการปกป้องพลเรือน โดยไม่ละเมิดสิทธิบางประการ เช่น ความเป็นส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขากล่าวว่า “เป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องรักษาความเป็นส่วนตัว และสิทธิเสรีภาพของชาวอเมริกัน ผมเชื่อว่าแม้บางครั้งมันจะยาก แต่ก็เป็นไปได้เสมอที่จะทำทั้งสองอย่าง”
มองทุกอย่างในภาพรวม
แต่ทั้งหมดที่กล่าวมา Morell แสดงให้เห็นว่า เนื่องจากการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายในคริปโต ค่อนข้างต่ำ แต่ควรใช้ความระมัดระวังเพื่อให้แน่ใจว่า งานด้านนิติวิทยาศาสตร์ การบังคับใช้กฎหมายและหน่วยข่าวกรอง ไม่ได้ลบล้างความจำเป็นที่สหรัฐฯจะต้องก้าวตามจีนในเรื่องนี้ สู่นวัตกรรมทางการเงิน ในความเป็นจริงเขากลัวว่า สหรัฐฯซึ่งกำลังก้าวไปอย่างรวดเร็ว เกี่ยวกับการพัฒนาดอลลาร์ดิจิทัลจะชะลอตัวลงไปอีก หากมีความกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับปัญหานี้
แน่นอนว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการระหว่างนี้ถึงตอนนั้น เช่น ยังไม่มีความชัดเจนว่าสกุลเงินดิจิทัลอธิปไตยจะทำงานบนบล็อกเชนหรือไม่ โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่มีการกระจายอำนาจเช่น Bitcoin, Ethereum เป็นต้น ดูเหมือนว่ามันอาจจะต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้นอย่างน้อยก็สำหรับการเปิดตัวเบื้องต้น

jumboslot

กล่าวได้ว่าแรงดึงดูดที่เกิดขึ้นจากโลกาภิวัตน์ เอื้อให้เกิดการกระจายอำนาจ โดยที่ไม่มีใครควบคุมอินเทอร์เน็ตจริงๆ ดังนั้นประเด็นของ Morrell จึงคุ้มค่าที่จะศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
จากแถลงการณ์ล่าสุดของ Brad Garlinghouse ซีอีโอของบริษัท Ripple เผยว่า ได้มีการบรรลุข้อตกลงกับ YouTube ซึ่งเขาจะไม่ฟ้องร้องแพลตฟอร์มดังกล่าวที่ล้มเหลวในการหยุด scam แจกของรางวัล XRP ซึ่งเป็นการหลอกลวงผู้ใช้งาน
ผูกมิตรแทนที่จะสร้างศัตรู
นาย Garlinghouse ได้ประกาศว่า บริษัทได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ YouTube ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มโฮสติ้งวิดีโอชั้นนำระดับโลก โดยเขาจะไม่ฟ้อง Youtubeในข้อหา อนุญาติให้มีการ “แจกของรางวัลเป็นเหรียญ XRP” โดย scam ดังกล่าวเป็นการต้มตุ๋นผู้ใช้งาน
โดยปกติแล้วการแจกของรางวัลเหล่านี้จะต้องเป็นในนามของ Ripple Inc. หรือ Mr.Garlinghouse เอง ซึ่งนักต้มตุ๋นเองได้ใช้บัญชี YouTube และเปลี่ยนชื่อเป็น “Ripple” เพื่อหลอกล่อนักลงทุนให้หลงกล
นอกจากนี้ทางบริษัท Ripple และ YouTube จะร่วมมือกันในการป้องกัน ตรวจสอบ และกำจัดกลโกงเหล่านี้ ซึ่งทางซีอีโออย่าง Garlinghouse เน้นว่า นี่เป็นผลมาจากความก้าวหน้าในความทำความเข้าใจแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงบทบาทในส่วนดิจิทัลได้
จากกรณีนี้ทำให้แพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ เริ่มรู้ว่ามีการหลอกลวง scam ในคริปโตที่เกิดขึ้น และตระหนักถึงความจำเป็นในการแก้ปัญหาดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามรายละเอียดที่แน่นอนของข้อตกลงยังคงเป็นความลับ

slot

มีการต้มตุ๋นเงินกว่าหลายล้านดอลลาร์
นาย Garlinghouse ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เครื่องมือของ XRP มีประโยชน์ในการกำจัดกิจกรรมมัลแวร์ และติดตามเงินทุนได้ โดยเครื่องมือของทีม XRPlorer เป็นเครื่องมือทางนิติวิทยาศาสตร์ XRP ซึ่งดำเนินการในการกำจัดกิจกรรมที่น่าสงสัยในบัญชี XRP Ledge
อย่างไรก็ตามหากปราศจากความร่วมมือของแพลตฟอร์มต่าง ๆ การปฏิบัติเหล่านี้ยังคงเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ไม่มีประสิทธิภาพ
จากรายงานของ U.Today ก่อนหน้านี้กล่าวว่า scam ใน XRP ยังคงเป็นแนวทางสำหรับอาชญากรในการทำกำไร โดยนักวิเคราะห์ของ XRP Forensics คำนวณว่า แคมเปญเดียวสามารถสร้างกำไรให้กับอาชญากรได้มากกว่า 60,000 ดอลลาห์ในทุก 24 ชั่วโมง