สนุกไปกับการเที่ยวโอกินาว่า 5 สไตล์ในฤดูร้อน

โอกินาว่าถึอเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของทุกคนในช่วงฤดูร้อน ที่ใครๆ ก็อยากเดินทางมาสัมผัสกับความสวยงามของท้องทะเลสีคราม โดยวันนี้เราจะแนะนำการท่องเที่ยวโอกินาว่าใน 5 รูปแบบที่มีทั้งการสนุกกับกิจกรรมทางน้ำ การเช่ารถขับ การชิมอาหารท้องถิ่นสแสนอร่อย การศึกษาวัฒนธรรมริวกิว และปิดท้ายด้วยการเรียนรู้เรื่องราวในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

  1. เพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำหลากหลายรูปแบบ
    เป้าหมายอนดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางไปโอกินาว่าคงเป็นการเดินทางไปสัมผัสกับความสวยงามของท้องทะเลและชายหาดของโอกินาว่า และสนุกกับกิจกรรมทางน้ำหลากหลายรูปแบบ

jumbo jili

ตั้งแต่เล่นน้ำบริเวณชายหาด ซึ่งโอกินาว่านั้นมีหาดสวยๆ อยู่หลายแห่งไม่ว่าจะเป็นหาดมันซะ (Manza Beach) หนึ่งในหาดยอดฮิตของโอกินาว่า หาดเอเมรัลด์ (Emerald Beach) ที่ตั้งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชุระอุมิ (Okinawa Churaumi Aquarium) และหาดมูนบีช (Moon Beach) ที่มีเอกลักษณ์ตรงรูปทรงของหาดที่โค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว ซึ่งชายหาดทุกแห่งมีจุดเด่นตรงที่มีหาดทรายสวย น้ำทะเลใส และยังมีกิจกรรมสนุกแบบอื่นๆ ให้เลือกทำอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำแบบสน็อกเกิ้ล เล่นพาราเซลลิ่ง หรือเจ๊ทสกี

โอกินาว่ายังเป็นสวรรค์ของคนรักการดำน้ำ โดยมีจุดดำน้ำอยู่เป็นจำนวนมาก และในแต่ละฤดูกาลก็จะได้สัมผัสกับความสวยงามของโลกใต้น้ำที่แตกต่างกันไป เช่นจุดดำน้ำบริเวณแหลมมาเอดะ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดบนเกาะหลักของโอกินาว่า มีทั้งถ้ำสีน้ำเงิน หน้าผาใต้น้ำ ฝูงปลาหลากหลายชนิด และแนวปะการัง และยังมีโอกาสได้พบกับเต่าทะเลอีกด้วย และยังมีจุดดำน้ำอีกแห่งที่ถือเป็นไฮไลท์ของโอกินาว่า นั่นคือจุดดำน้ำบนเกาะโยนากุนิ (Yonaguni Island) ซึ่งจะได้พบกับซากอารยธรรมลึกลับใต้ทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีคำตอบว่าซากอาคารเหล่านี้มีความเป็นมาอย่างไร แล้วใครเป็นผู้สร้าง

สล็อต

  1. เช่าบเที่ยวรอบเกาะ
    แม้ว่าเกาะโอกินาว่าจะดูเหมือนมีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม ทั้งรถโมโนเรลในตัวเมืองนาฮา และรถบัสที่วิ่งไปยังจุดต่างๆ รอบเกาะ แต่รอบรถบัสเองก็มีค่อนข้างน้อย และยังมีเวลาให้บริการที่จำกัด ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนนิยมเช่ารถขับเพื่อท่องเที่ยวโอกินาว่าอย่างสะดวกสบาย โดยนอกจากจะมีข้อดีตรงที่สามารถแวะเที่ยวสถานที่ต่างๆ ได้ตามที่ตัวเองต้องการแล้ว ถนนสายต่างๆ บนเกาะโอกินาว่ายังมีบรรยากาศที่น่าประทับใจจากการขับรถกินลม และชมความสวยงามของวิวท้องทะเลระหว่างทาง

ตัวอย่างของเส้นทางสวยๆ ที่ไม่ควรพลาดเมื่อเช่ารถขับที่โอกินาว่า เช่นทางหลวงหมายเลข 58 ซึ่งเป็นเส้นทางขับรถจากบริเวณตอนกลางของเกาะไปจนถึงตอนเหนือสุดของเกาะ และเป็นถนนหลักที่วิ่งเลียบชา สำรวจยทะเลแทบจะตลอดเส้นทาง จึงมีโอกาสได้สัมผัสกับบรรยากาศสวยๆ ตลอดเวลา หรือบริเวณสะพานโคริ (Kouri Bridge) ที่เชื่อมระหว่างเกาะโคริ (Kori Island) กับเกาะโอกินาว่า ซึ่งเป็นสะพานที่ทอดยาวกลางท้องทะเลสีเขียวมรกตตัดกับฟ้าสีครามที่มอบบรรยากาศสุดประทับใจ

สล็อตออนไลน์

  1. ชิมอาหารท้องถิ่นสไตล์โอกินาว่า
    นอกจากท้องทะเลและชายหาดแล้ว โอกินาว่ายังมีจุดเด่นเรื่องวัฒนธรรมอาหารการกินที่มีเอกลักษณ์ และไม่เหมือนกับที่ไหนๆ ในญี่ปุ่น โดยเมนูส่วนใหญ่จะได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน เนื่องจากประวัติศาสตร์ในอดีตของโอกินาว่านั้นมีการติดต่อค้าขายกับจีนอยู่ตลอดเวลา โดยหนึ่งในเมนูขึ้นชื่อที่พบเห็นได้ทั่วไปก็คือราฟุเท (Rafutei) หรือหมูตุ๋นสไตล์โอกินาว่า ซึ่งทำจากหมูสามชั้นชิ้นใหญ่ นำไปตุ๋นกับเหล้า โชยุ และน้ำตาลทรายแดง จนเนื้อนุ่ม เปื่อยถึงขนาดที่ใช้ตะเกียบฉีกเนื้อได้ และสามารถทานคู่กับข้าวสวย และยังเอาไปประกอบเมนูอื่นได้อีกหลากหลายเมนู รวมไปถึงโอเด้งสไตล์โอกินาว่าเองก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

อีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือโซกิโซบะ (Soki Soba) ซึ่งคำว่า โซกิ (Soki) เป็นภาษาท้องถิ่นที่หมายถึงซี่โครงหมู ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเมนูนี้ และนำมารวมกับบะหมี่น้ำหรือโซบะ (Soba) สไตล์โอกินาว่า โดยจุดเด่นคือน้ำซุปที่ใส และหน้าตารวมๆ ของเมนูนี้ที่อาจจะดูเรียบง่ายและธรรมดา แต่มีรสชาติที่ซับซ้อน และร้านแต่ละร้านก็มีสูตรที่แตกต่างกันไป หากยังไม่จุใจ ก็ยังมีโกยะ ชัมปุรุ (Goya Champuru) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูที่หาทานได้แทบทุกร้านในโอกินาว่า โดยความหมายทั่วไปแล้วเมนูนี้จะหมายถึงการนำวัตถุดิบต่างๆ มาผัดรวมกัน แต่สูตรที่พบเห็นทั่วไปจะเป็นการนำมะระ ไข่ เนื้อหมู และเต้าหู้มาผัดรวมกัน

jumboslot

  1. สัมผัสวัฒนธรรมริวกิว
    โอกินาว่าถือเป็นพื้นที่ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่แพ้ที่อื่นๆ ในประเทศญี่ปุ่น จากการเป็นอาณาจักรริวกิวอันยิ่งใหญ่ในอดีต ซึ่งส่งผลให้มีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ และหลายอย่างก็ยังคงหลงเหลือให้สัมผัสมาจนถึงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างปราสาทชูริ (Shuri Castle) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองในอดีต และมีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมริวกิวได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมหรือสัมผัสกับรูปแบบวัฒนธรรมริวกิวอย่างใกล้ชิดผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่นที่หมู่บ้านเครื่องแก้วริวกิว (Ryukyu Glass Village) ซึ่งนำเสนอศิลปะเป่าแก้วอันเป็นเอกลักษณ์ของโอกินาว่าที่มีต้นกำเนิดตั้งแต่ค.ศ.1600 เมื่อจีนส่งเครื่องแก้วเข้ามาพร้อมสินค้าอื่นๆ และยังมีเวิร์คช้อปให้ร่วมทำเครื่องแก้วได้ด้วยตัวเอง และยังมีโอกินาวะเวิลด์ (Okinawa World) สวนสนุกที่ตกแต่งและเน้นถึงเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมริวกิว ซึ่งมีทั้งหมู่บ้านโบราณแบบจำลอง การแสดงท้องถิ่น และเรื่องราวของวัฒนธรรมริวกิวแทบทุกมุม

slot

  1. เรียนรู้ประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
    โอกินาว่าเคยเป็นสมรภูมิรบแห่งสุดท้ายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งไม่ไกลจากประเทศใกล้เคียงอย่างไต้หวันหรือฟิลิปปินส์ ทำให้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ จนนำมาสู่การที่กองทัพอเมริกาต้องยกพลขึ้นบกที่นี่ โดยสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญบนเกาะโอกินาว่าที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้เรื่องราวอันโหดร้ายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็คือสวนแห่งสันติภาพ (Peace Memorials Park)

ภายในสวนยังมีสถานที่ย่อยอีกมากมายที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ฮิเมะยุริ (Himeyuri Monument / Himeyuri Peace Museum) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงกลุ่มนักเรียนหญิงที่ถูกเกณฑ์ให้มาทำงานพยาบาลให้กับเหล่าทหาร และต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า และอดีตกองบัญชาการกองทัพใต้ดิน (Former Navy Underground Headquarters) ซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้ดินลึกกว่า 300 ซึ่งเคยใช้เป็นกองบัญชาการของทหารญี่ปุ่นในการต่อสู้กับอเมริกา โดยในวันที่ถูกทหารอเมริกาล้อมเอาไว้ ทหารญี่ปุ่นกว่า 4,000 นายที่อยู่ในอุโมงค์แห่งนี้ก็ได้พร้อมใจกับปลิดชีวิตตัวเองลง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความพยายามของชาวโอกินาว่าในการย้ำเตือนถึงความโหดร้ายของสงคราม เพื่อไม่ให้เราทุกคนสร้างสงครามเช่นนี้ขึ้นมาอีก มีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย

รู้จักกับคิทแคทญี่ปุ่น

คิทแคทมีขายอยู่ทั่วโลก แต่ในประเทศญี่ปุ่นคิทแคทนั้นโดดเด่นเป็นพิเศษด้วยรสชาติที่ไม่เหมือนใครมากกว่า300แบบ การตลาดแบบแปลกๆ ทั้งคิทแคทรุ่นเฉพาะจังหวัด และคิทแคทเครื่องราง! เรามารู้จักกับคิทแคทของญี่ปุ่นกันเถอะ!

  1. จนถึงปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีคิทแคทมากกว่า 300 แบบ!!
    ตั้งแต่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดตัวคิทแคทในปีค.ศ. 1973 ญี่ปุ่นไม่ได้มียอดขายที่ดีกว่าประเทศอื่นเท่าใดนัก แต่ในปัจจุบันญี่ปุ่นมียอดขายคิทแคทอยู่ที่อันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงประเทศต้นตำหรับอย่างอังกฤษเท่านั้น! คุณรู้มั้ยว่าที่ญี่ปุ่นมีคิทแคทกี่แบบ? คำตอบคือ มากกว่า 300!

jumbo jili

  1. ญี่ปุ่นมีร้านขายคิทแคทโดยเฉพาะด้วยนะ!
    “คิทแคท” เป็นแบรนด์ที่โด่งดังและมีวางขายในหลายพื้นที่และประเทศต่างๆกว่าร้อยแห่งทั่วโลก อย่างไรก็ตามที่ห้างในประเทศญี่ปุ่น ได้ริเริ่มร้าน “KIT KAT Chocolatory” ขึ้นเป็นแห่งแรกของโลก ที่ร้านแห่งนี้มีสินค้าเฉพาะที่ไม่มีขายที่อื่น รวมถึงคิทแคทรุ่นพรีเมี่ยมต่างๆ โดยมี ทาคากิ ยาสุมาซะ ผู้มีดีกรีเป็นถึงโอนเนอร์เชฟของร้าน “Le Patissier Takagi” ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนา “คิทแคท” ตั้งแต่ปีค.ศ. 2003 เป็นต้นมา และยังเป็นผู้ดูแลการพัฒนาสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งค้นพบเสน่ห์แบบใหม่ของ “คิทแคท” เป็นผู้ดูแลร้าน “KIT KAT Chocolatory” แห่งนี้
  2. คิทแคทญี่ปุ่นมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆตลอดเวลา
    เพื่อตอบสนองกับความต้องการของลูกค้าต่างชาติ คิทแคทได้พัฒนารสชาติใหม่ คือ รสสาเก หรือ เหล้าญี่ปุ่นนั่นเอง โดยจะเริ่มวางขายตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
    นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของบริษัทเนสท์เล่ ในการนำรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของช็อกโกแลตกับสาเกมาผสมผสานเข้าด้วยกัน โดยให้ทั้งพนักงานและชาวต่างชาติทดลองชิมเพื่อนำไปพัฒนาจนสามารถผลิตคิทแคทที่มีรสชาติดีที่สุดออกมาได้

สล็อต

นอกจากนี้ ในช่วง 3 กุมภาพันธ์ ถึง 9 พฤษภาคม เป็นเวลาสามเดือน จะมีการเปิดกิ๊ฟท์ช็อปที่ร้าน Shisui Premium Outlets บริเวณชานเมืองใกล้สนามบินนาริตะ ในจังหวัดชิบะ
น่าลองแวะไปดูสักครั้งใช่มั้ยล่ะ?

  1. คิทแคทญี่ปุ่นมีรุ่นที่ขายเฉพาะแต่ละจังหวัด
    ในแต่ละท้องที่ของญี่ปุ่นจะมีสินค้าของขึ้นชื่อของเมืองที่เรียกว่า “คิทแคทประจำท้องถิ่น” ซึ่งคุณจะสามารถหาซื้อคิทแคทรุ่นนั้นๆได้ที่ร้านขายของฝากของท้องถิ่นนั้นๆเท่านั้น เหมาะสำหรับซื้อไปเป็นของฝากให้เพื่อน ครอบครัว เป็นที่ชื่นชอบมากในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยรสชาติของคิทแคทจะเป็นรสของของขึ้นชื่อเมืองนั้นๆ และยังถูกออกแบบแพ็คเกจให้มีภาพวิวทิวทัศน์หรือเอกลักษณ์ ของท้องถิ่นดังกล่าว สวยงาม น่ารัก เหมาะสำหรับซื้อเป็นของฝากและของที่ระลึก

สล็อตออนไลน์

อาทิเช่น ที่ชินชู เป็น รสแอปเปิ้ลชินชู ที่เลี้ยงใต้ท้องฟ้าใสกระจ่างและน้ำบริสุทธิ์ ส่วนที่ชิซึโอกะเป็นรสวาซาบิ ของขึ้นชื่อเมืองอิซึ
และที่เกียวโต เนสท์เล่ได้ร่วมมือกับร้านอุจิมัทฉะเก่าแก่ “Itohkyuemon” ออกรสชาติ “มัทฉะ” “โฮจิฉะ” และอื่นๆที่สามารถหาได้ที่เกียวโตเท่านั้น เรียกได้ว่ามีแต่รสชาติแปลกใหม่ น่าสนใจ ไม่ควรพลาด

  1. คิทแคทญี่ปุ่นมีที่ต้องเอาไปย่างก่อนกินด้วยนะ
    ที่ญี่ปุ่นนั้นมีคิทแคทที่เพียงเอาเข้าไปอบในเตาอบ ออกมาก็จะได้คิทแคทรสชาติใหม่กลิ่นหอมละมุนที่ชื่อว่า “ยากิคิทแคท” หรือ คิทแคทย่างนั่นเอง เมื่อเอาเข้าเตาอบ ความนุ่มช็อกโกแลตและสัมผัสกรุบกรอบจะเด่นขิ้น ไม่ว่าจะอบน้อยหรืออบนานก็จะได้สัมผัสกับรสชาติแบบใหม่ของคิทแคทที่ไม่เคยลื้มลองมาก่อน

jumboslot

  1. คุณสามารถทำคิทแคทออริจินัลแบบของคุณได้ที่ญี่ปุ่น
    ตั้งแต่ญี่ปุ่นวางขายคิทแคทในปีค.ศ. 1973 เป็นต้นมา คิทแคทก็ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง จนมีบริการที่เรียกว่า Chocollabo KIT KAT ที่ให้คุณนำภาพออริจินัลของคุณเองมาปรินท์ลงแพ็คเกจของคิทแคทได้ แถมยังสามารถส่งข้อความให้คนที่คุณรักได้อีกด้วย

ถ้ามีคิทแคทออริจินัลเป็นของตัวเองคงแฮปปี้ไม่น้อยเลยทีเดียว มีโอกาสอย่าลืมลองทำ “Chocollabo KIT KAT” ดูนะ

  1. ที่ญี่ปุ่นคิทแคทได้รับความนิยมในฐานะเครื่องรางสำหรับสอบเข้า
    ในภาษาญี่ปุ่นคำว่าคิทแคท อ่านออกเสียงคล้ายๆกับคำว่า คิตโตะ คัทสึ ซึ่งแปลว่า ชนะแน่นอน! และด้วยเหตุนี้เอง มันจึงกลายเป็นที่นิยมขึ้นมาในบริเวณคิวชู และข่าวลือก็แพร่สะพัดไปในหมู่นักเรียนเตรียมสอบทั่วญี่ปุ่นในปี 2002

slot

ในปัจจุบัน มีนักเรียนเตรียมสอบที่พกคิทแคทไปยังสนามสอบ และผู้ที่คอยให้กำลังใจนักเรียนเตรียมสอบอย่างครอบครัวและเพื่อน ก็ยังสามารถซื้อให้เป็นของขวัญ เพื่อให้กำลังใจอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ไม่เพียงแค่เรื่องสอบ แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัก เรื่องกีฬา คิทแคทยังถูกใช้เป็นสิ่งค้ำจุนจิตใจ รวมถึงการให้กำลังใจและการขอบคุณ การส่งมอบความรู้สึกให้คนสำคัญ นับได้ว่าเป็นเครื่องมือในการสื่อความในใจที่คนญี่ปุ่นคุ้นเคยมานาน หลากหลายรูปแบบในญี่ปุ่น

5 เรื่องแปลกของคริสต์มาสสไตล์ญี่ปุ่น

พูดถึงคริสต์มาส ในยุโรปหรืออเมริกา เราจะเห็นว่าเป็นวันที่ทุกคนกลับบ้านไปหาครอบครัวและคนรัก และเลี้ยงฉลองกัน พ่อแม่ก็แอบปลอมเป็นซานต้า เตรียมให้ของขวัญคริสต์มาสให้ลูกๆ แต่ที่ญี่ปุ่น จะบอกให้ว่าพวกเขามีธรรมเนียมปฏิบัติที่มีเอกลักษณ์ ดัดแปลงให้เป็นสไตล์ญี่ปุ่นได้ไม่เหมือนใครในโลก

  1. บรรยากาศของคริสต์มาสญี่ปุ่นเริ่มหลังจากวันฮัลโลวีนทันที
    สังเกตุดีๆ จะเห็นว่า หลายๆ ห้างร้านในประเทศญี่ปุ่น พอหมดวันที่ 31 ตุลาคม รุ่งขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน พวกเหล่าฟักทองและค้างคาวต่างๆ ที่ถูกประดับประดาอยู่จะถูกถอดออก และถูกเปลี่ยนเป็นต้น

jumbo jili

คริสต์มาส คลอกับเพลงคริสต์มาส แทนกันทันที และจะอยู่ไปจนถึงคืนวันที่ 25 ธันวาคม ก่อนจะถูกปลดออกและเปลี่ยนเป็นของประดับของวันปีใหม่ขึ้นแทนในวันรุ่งขึ้น
ก็คิดว่าบ้านเราไวแล้วนะ ที่ญี่ปุ่นไวกว่า เรียกว่ามีเทศกาลติดๆ กันไม่เว้นช่วงให้พักกันเลยทีเดียว

  1. คนญี่ปุ่นฉลองวันคริสต์มาสอีฟ มากว่าวันคริสต์มาส
    วันคริสต์มาสอีฟนั้น หนุ่มสาวญี่ปุ่นหลายๆ คนคงจะหาข้ออ้างลางานหรือไม่ทำ OT กันจ้าละหวั่น เพราะวันนั้นเป็นวันที่คู่รักจะไปเดทกัน เรียกว่าเป็นวันวาเลนไทน์ที่ 2 ของปีเลย ร้านอาหารไปจนถึงห้องในโรงแรมถูกจองเต็มกันหมดล่วงหน้าไปหลายเดือน บางที่ที่มีชื่อเสียงก็เต็มล่วงหน้ากันเป็นปีเลยแหละ

สล็อต

  1. ที่ญี่ปุ่น ซานตาคลอสไม่ได้เข้ามาทางปล่องไฟ
    เพราะว่าบ้านเรือนในประเทศญี่ปุ่นไม่มีปล่องไฟยังไงล่ะ แล้วพ่อกับแม่ชาวญี่ปุ่นจะตอบลูกๆ ว่าอย่างไรถ้าลูกๆ ถามว่า แล้วซานตาคลอสจะเข้ามาทางไหน ไม่ต้องห่วง แน่นอนว่า ซานตาคลอสญี่ปุ่นมีกุญแจวิเศษ สามารถไขประตูได้ทุกบ้าน และเข้ามาทางประตูหน้าเลยไงล่ะ (ทั้งนี้ บ้านเราก็ไม่มีปล่องไฟเหมือนกัน ซึ่งพ่อๆ แม่ๆ คนไทยก็มักจะตอบลูกๆ ว่า ซานตาคลอสบ้านเราเข้ามาทางหน้าต่างได้)
  2. คนญี่ปุ่นกินไก่ KFC ในวันคริสต์มาส
    จริงๆ ก็คงจะกินกันเป็นปกติแล้ว แต่ว่าวันนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ทุกบ้านจะต้องซื้อไก่ KFC กิน เพราะว่าวันนี้เป็นวันคริสต์มาสยังไงล่ะ ! ฟังดูอาจจะงงๆ เพราะจริงๆ แล้วในหลายประเทศกินไก่งวงกันต่างหาก

สล็อตออนไลน์

ไม่ใช่ KFC แต่ว่ากันว่าการเริ่มกิน KFC ในญี่ปุ่นนั้นมาสาเหตุที่ว่าจากไก่งวงหายากในญี่ปุ่น ชาวต่างชาติจึงต้องซื้อ KFC แก้ขัดไปก่อน ประกอบกับแผนการตลาดของ KFC เองทำให้เผยแพร่การกินไก่ทอดนั้นกระจายออกไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นธรรมเนียมไปนั่นเอง ป้ายผ้าในภาพบอกว่ามีโปรโมชั่นพิเศษในการจองไก่วันคริสต์มาสของ KFC จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนเท่านั้น! (จองไก่ KFC กันล่วงหน้าเป็นเดือนแบบนี้ ไม่เคยพบเคยเห็นที่บ้านเราเลย)

  1. คนญี่ปุ่นกินเค้กวันคริสต์มาส
    ใช่ เค้ก ในวันคริสต์มาสอีฟ หรือวันที่ 24 ธันวาคมทุกคนจะนิยมกินคริสต์มาสเค้กโดยเฉพาะเค้กที่มีสตรอเบอร์รี่ประดับ โดยรวมจะเป็นสีขาว-แดงเหมือนธงชาติ จะบอกว่าที่บ้านเราก็อาจจะกินเค้กกันบ้างสนุกๆ

jumboslot

แต่ไม่เป็นหนักขนาดนี้แน่นอน เพราะที่ญี่ปุ่นนี่คือ “เค้ก” นั้นแทบจะเป็นศูนย์กลางของเทศกาลคริสต์มาสเลยทีเดียว เรื่องนี้เป็นเรื่องพิลึกกึกกือมากในสายตาคนต่างชาติโดยเฉพาะชาวคริสต์จนมีการถกเถียงกันไปทั่ว วัฒนธรรมการกินเค้กคริสต์มาสของญี่ปุ่นนี้ จริงๆ แล้วเป็นเพราะเป็นแผนการของบริษัทเค้กญี่ปุ่น Fujiya ที่ออกมาทำการตลาดชักชวนให้คนกินเค้กวันคริสต์มาสเพื่อเพิ่มยอดขายตั้งแต่ปี 1922 และก็ได้ผลจริงๆ ด้วย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ในวันคริสต์มาสนี้เค้กขายดีแบบถล่มทลายเลย

slot

นอกจากนี้ยังมีคำเปรียบเปรยของคนญี่ปุ่นที่นิยมพูดกันว่า คนที่ยังไม่มีแฟน ก็เหมือนคริสต์มาสเค้ก เพราะว่าหลังจากวันที่ 24 แล้วมันจะขายไม่ออก ฉะนั้น อายุ 24 ปีเป็นช่วงโค้งสุดท้าย เพราะเลยจากนี้ไปแล้วจะขายยาก! เปรียบเปรยได้น่ากลัวจริง คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

นักพากย์ในญี่ปุ่น อาชีพที่มากกว่าการพากย์เสียง

รู้จักอาชีพยอดนิยมของญี่ปุ่น นักพากย์ (Seiyuu) นั้นมีมากกว่าพากย์เสียง กว่าจะมาเป็นนักพากย์ที่ประสบความสำเร็จได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นหนึ่งในอาชีพในฝันอันดับต้นๆของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ทำได้แค่ฝันจริงๆ แต่ถ้าเป็ฯเราจะทำได้มั้ยนะ ต้องลองอ่านดู
เรื่องราวเกี่ยวกับอาชีพนักพากย์ในประเทศญี่ปุ่น หรือที่เรียกตามภาษาญี่ปุ่นว่า เซยู (Seiyuu) หมายถึง ผู้ที่ให้เสียงในผลงานต่างๆ เช่น ทีวีอนิเมะ ภาพยนตร์อนิเมะ เกม เป็นต้น

นักพากย์คืออะไร?
นักพากย์ในญี่ปุ่นหรือ เซยู เรียกอีกอย่างว่า CV ย่อมากจาก Character Voice หมายถึงผู้ทำหน้าที่พากย์เสียงที่เป็นเจ้าของคาแรกเตอร์นั้น ซึ่งนอกจากจะให้เสียงแล้วยังต้องทำเหมือนเป็นนักแสดงอยู่ด้วย เพื่อให้เข้าถึงคาแรกเตอร์อย่างสมจริง และเสียงในอารมณ์ ความรู้สึกต่างๆ ก็ต้องออกมาตามคาแรกเตอร์ด้วย

jumbo jili

ที่ประเทศญี่ปุ่น วงการอนิเมชั่นเรียกได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับความนิยมมาก ในแต่ละปีก็มีการผลิตทีวีอนิเมะ ภาพยนตร์อนิเมะ รวมทั้งเกมอนิเมะนับร้อยเรื่อง ดังนั้นสายงานอาชีพนักพากย์จึงมีจำนวนมากไม่แพ้คนทำงานวงการบันเทิงด้านอื่นเลยทีเดียว

อีกทั้งทางญี่ปุ่นเองก็ให้การสนับสนุนงานนักพากย์เป็นอย่างดีและในปัจจุบันก็มีโรงเรียนฝึกสอนผู้เป็นนักพากย์ขึ้นมากมายกว่าร้อยแห่งทั่วประเทศ เช่นโรงเรียนนักพากย์ Nihon Narration Engi Kenkyujo ที่ผลิตนักพากย์มีชื่อเสียงออกมามากมาย เช่น ซาโอริ ฮายามิ (Saori Hayami) นักพากย์และนักร้องที่มีผลงานเป็นที่รู้จักในบทบาทของ โชโกะ นิชิมิยะ จากภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง รักไร้เสียง (A Silent Voice) และนาโอะ โทยามา (Nao Touyama) นักพากย์และนักร้องสาวอีกคนที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์กับผลงานที่หลายคนจำได้ดีในบทบาทของ จิโตเกะ คิริซากิ จากทวีอนิเมะเรื่อง รักลวงป่วนใจ (Nisekoi)

กว่าจะได้เป็นนักพากย์
ก่อนจะได้เป็นนักพากย์มืออาชีพก็ต้องผ่านการคัดสรรคุณภาพอย่างเข้มงวด มีนักพากย์หลายคนที่ให้สัมภาษณ์ว่าตัดสินใจเข้าโรงเรียนนักพากย์เพราะชื่นชอบในอนิเมะและมุ่งมั่นที่จะก้าวไปเป็นนักพากย์ตามความฝัน ซึ่งบางคนก็ผ่านการออดิชั่นพร้อมรับทุนการศึกษาและมีผลงานเดบิวท์ตั้งแต่อายุยังน้อย สำหรับการเรียนในโรงเรียนนักพากย์นั้นก็มีทั้งเรื่องของการใช้เสียง การแสดงออกด้านแอคติ้ง ท่าทางต่างๆ การฝึกร้องเพลง หรือยาวไปจนถึงกระบวนการผลิตอนิเมะ เพราะที่ญี่ปุ่นนักพากย์ก็คืองานแสดงประเภทหนึ่งไม่แตกต่างจากเหล่านักแสดงหรือนักร้อง

สล็อต

แต่เส้นทางสู่การเป็นนักพากย์นั้นก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องผ่านการเรียนโรงเรียนนักพากย์มาก่อนเสมอไป เพราะในวงการนักพากย์ญี่ปุ่นก็มีหลายคนที่เริ่มต้นเส้นทางด้วยการเป็นนักร้องหรือนักแสดงมาก่อน แต่มาประสบความสำเร็จกับสายงานนักพากย์มากกว่าจึงเลือกสายงานนี้เป็นงานหลัก เช่น มาโมรุ มิยาโนะ (Mamoru Miyano) นักพากย์ชายผู้มีความสามารถล้นเหลือ ซึ่งมีผลงานทั้งในฐานะนักร้อง J-Pop นักแสดงและงานพากย์ที่สร้างชื่อเสียงมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือบทบาทของ ยางามิ ไลท์ จากเรื่อง Death Note

ผลงานเปิดตัวหรือ เดบิวท์ (Debut) ในฐานะนักพากย์
ผลงานเปิดตัวเรื่องแรกหรือเดบิวท์มีความสำคัญมากสำหรับก้าวแรกในฐานะนักพากย์หน้าใหม่ ซึ่งโรงเรียนนักพากย์ส่วนใหญ่จะมีคอนเนคชั่นก็สตูดิโอผู้สร้างอนิเมะ เอเจนซี่ต่างๆ อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมีการออดิชั่นนักพากย์หน้าใหม่ ก็จะได้รับโอกาสในการมาร่วมการออดิชั่น และถือเป็นโอกาสของหน้าใหม่ที่จะเปิดตัวสู่สาธารณะชนด้วย นักพากย์บางคนได้เดบิวท์ตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น 19-20 ปี ก็ถือว่าเริ่มต้นได้เร็ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จ หรือมีชื่อเสียงตั้งแต่งานแรก บางคนกว่าจะเริ่มประสบความสำเร็จ ได้รับความนิยมจนมีผลงานต่อเนื่องก็ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างสูงเลยทีเดียว

และต้องยอมรับว่าบางครั้งการที่จะเปิดตัวในฐานะนักพากย์ได้สำเร็จตามความคาดหวังของแต่ละคนนั้น นั้นเรื่องของดวง ก็เป็นส่วนหนึ่งเพราะนักพากย์ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่างานพากย์อนิเมะเรื่องแรกของตัวเองจะมีกระแสโด่งดังและได้ผลตอบรับที่ดีหรือไม่ ถ้าผลออกมาเป็นเชิงบวก อนิเมะได้รับความนิยมโอกาสต่างๆทั้งหลายก็จะเข้ามาในชีวิตที่จะต่อยอดงานอื่นได้ เช่น งานร้องเพลงประกอบอนิเมะ รวมทั้งงานพากย์เรื่องต่อๆไป และได้ฐานแฟนคลับซึ่งในยุคนี้มีความสำคัญไม่น้อยเลย เพราะในความเป็นจริงก็คือมีแฟนอนิเมะจำนวนมากที่นักพากย์มีผลต่อการเลือกชมอนิเมะ นั่นหมายความว่าถ้านักพากย์มีฐานแฟนคลับเยอะ โอกาสที่จะได้รับงานพากย์เป็นตัวหลักหรือ Main Character ก็มีมากขึ้นตามไปด้วย

สล็อตออนไลน์

งานและรายได้ของนักพากย์
ถ้าสรุปสั้นๆ เว็บไซต์รวมข้อมูลเงินเดือนของญี่ปุ่นได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า เงินเดือนของนักพากย์เฉลี่ยอยู่ที่ 210,000 - 290,000 เยน ต่อเดือน (ไม่ต่างจากคนทำงานออฟฟิศทั่วไปเลย)
สำหรับวันเวลาทำงานนั้นไม่มีการกำหนดไว้ แต่ปรกติจะเริ่มกันตั้งแต่ 10 โมงเช้าไม่ต่างจากงานทั่วไปนัก หรือบางทีเริ่มสตาร์ทงานกันตอน 4 – 6 โมงเย็น ตามสไตล์กองถ่ายเลยก็มี แถมงานที่ต้องทำช่วงดึกก็มีประปรายเหมือนกัน (โดยเฉพาะงาน live สดทางวิทยุ) ถือกันว่างานรอบดึกกับนักพากย์มักจะมาควบคู่กัน

และแม้นักพากย์จะเป็นอาชีพคล้ายฟรีแลนซ์ ไม่ได้ทำงานทุกวัน แต่ถ้ามีงานทำทุกวันก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะเป็นเครื่องบ่งบอกถึงความนิยมของตัวเอง นักพากย์ที่ขายดี ในหนึ่งวันต้องวิ่งรอกไปสตูดิโอหลายๆแห่ง ในขณะที่คนขายไม่ออก ทั้งปีไม่มีงานเลยก็มี

และอย่างที่ได้กล่าวถึงไปแล้วว่านักพากย์ในญี่ปุ่นไม่ได้ทำแค่พากย์เสียงอย่างเดียว โดยเฉพาะนักพากย์หญิงถ้าหน้าตาดี มีความสามารถ ร้องเล่นเต้นได้ ก็จะมีงานอีเวนท์อื่นๆตามมาอีกมากมาย (โดยส่วนใหญ่เกี่ยวกับอนิเมะ) ตลอดจนงานถ่ายแบบนิตยสาร ออกรายการทีวี รายการวิทยุ เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา ออกอัลบั้มหรือซิงเกิ้ลเป็นของตัวเองในฐานะศิลปินนักร้อง ได้จัดคอนเสิร์ตของตัวเอง บางคนก็อาจจะมีงานแสดงละครโทรทัศน์หรือละครเวทีด้วย

jumboslot

ในการผลิตอนิเมะญี่ปุ่นสักเรื่องหนึ่งนั้น ส่วนที่ได้รับเงินตอบแทนมากที่สุดก็คือส่วนของนักพากย์ ที่นักพากย์ระดับสูงๆ ได้พากย์เรื่องหนึ่งก็มีรายได้แบบใช้ชีวิตอยู่ได้ทั้งปีเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม รายได้ของนักพากย์ในญี่ปุ่นทุกวันนี้ ส่วนใหญ่มาจากการเซ็นสัญญากับเอเจนซี่หรือต้นสังกัด

สำหรับเรื่องตัวเลขรายได้นั้น ทางต้นสังกัดหลายๆแห่งก็มักจะไม่เปิดเผย แต่ถ้าเป็นเงินค่าสัญญารายปีหรือเงินรายได้รวมจากบริษัทผู้สร้างอนิเมะจ่ายให้ เรียกว่าเป็นเงินโบนัสตามส่วนแบ่ง ก็มีทั้งนักพากย์ที่ได้รับค่าตอบแทนตรงนี้เยอะถึงหลักหลายสิบล้านเยนต่อปี แล้วก็มีนักพากย์ที่ได้แค่ประมาณหลักแสนเยนต่อปีก็มี (น้อยกว่าเงินเดือนคนทั่วไปอีก)

ตัวอย่างรายได้
นักพากย์ในญี่ปุ่นนั้นก็มีการเเบ่งระดับ (Rank) เช่นกัน โดยแบ่งจาก A ถึง F ตามความสามารถเเละความนิยมเป็นหลัก อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่กำหนดรายได้ของนักพากย์โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าถ้าได้พากย์เป็นคาแรกเตอร์หลักแล้วจะมีรายได้มากขึ้น โดย นักพากย์ในกลุ่ม Rank A จะได้รับค่าตอบแทนอยู่ที่ 45,000 เยน /ตอน ซึ่งใน 1 ตอน มีความยาวประมาณ 25 นาที สมมติว่าเป็นนักพากย์ Rank A กับงานพากย์ทีวีอนิเมะ 1 เรื่อง ที่ส่วนใหญ่มีประมาณ 13 ตอน ก็จะได้รับค่าตอบแทน 585,000 เยน (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 169,000 บาท)

ดังนั้นเมื่อรายได้ขึ้นอยู่กับ Rank นักพากย์ก็ต้องพัฒนาความสามารถตัวเอง ไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ด้วยการรับงานมากขึ้น เพื่อการสร้างความนิยมให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานร้องเพลงหรือออกอีเวนท์ต่างๆ ไม่ต่างจากอาชีพสายนักร้องนักแสดงอื่นๆ

slot

บทสรุป
จะเห็นได้ว่าสายงานนักพากย์ในญี่ปุ่นนั้น มีบทบาทไม่ต่างจากไอดอลหรือดารานักร้องบ้านเรา ถ้าอนิเมะเรื่องไหนดังมาก นักพากย์ก็จะได้ออกอีเวนท์ใหญ่ๆ ได้แสดงคอนเสิร์ตท่ามกลางผู้ชมนับหมื่น (ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในแวดวงอนิเมะที่ประเทศญี่ปุ่น)

นักพากย์บางคนที่โด่งดังมากๆ ถึงขนาดจัดคอนเสิร์ตในสถานที่สำหรับจัดคอนเสิร์ตระดับประเทศ ตัวอย่างเช่น อนิเมะ K-On! กับ Live Concert: Come With Me ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2011 ที่ไซตามะ ซุปเปอร์อารีน่า (Saitama Super Arena) งานนี้มีผู้ชมคอนเสิร์ตกว่า 35,000 คน เทียบเท่ากับคอนเสิร์ตของนักร้องดังเลยทีเดียว

ในทางตรงกันข้ามทุกวันนี้ก็มีนักพากย์หน้าใหม่จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่พบความสำเร็จในอาชีพเพราะการแข่งขันที่สูงมาก ว่ากันว่ามีนักพากย์ในอัตราส่วนมากถึง 80% ที่ต้องไปหางานอื่นๆทำควบคู่กับงานพากย์เพื่อหารายได้เสริม หรือไม่ก็เปลี่ยนสายอาชีพไปเลยก็มี

สรุปแล้ว งานนักพากย์หรือ เซยู ในประเทศญี่ปุ่นก็คืองานแบบ All Function ในวงการบันเทิง ที่เป็นความใฝ่ฝันของหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อย แต่การที่จะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เรียกว่าถ้ามีใจรักจริงๆก็ต้องงัดความสามารถทุกอย่างในตัวที่มีออกมาใช้ รวมทั้งรูปร่างหน้าตา พรสวรรค์ และจังหวะชีวิตด้วย มาเรียนรู็เรื่องวัตธนธรรมของญี่ปุ่นกัน

7 เกาะศิลปะน่าไปในระแวก Seto Inland Sea

เริ่มต้นจากงานเทศกาลศิลปะ Setouchi International Art Festival ที่จัดขึ้นทุกๆ 3 ปี โดยเป็นการนำงานศิลปะไปวางไว้ตามเกาะต่างๆ ในเขตทะเล Seto Inland Sea ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เกาะที่เคยเงียบเหงาก็คึกคักไปด้วยผู้คน งานศิลปะก็เพิ่มมากขึ้นทุกปีๆ โดยรวมศิลปินดังสุดๆ ของทั้งญี่ปุ่นและต่างประเทศเอาไว้ครบครัน เรียกว่าใครยังไม่เคยไป ต้องไปให้ได้สักครั้งนะ

jumbo jili

  1. Shodoshima
    เกาะใหญ่ที่ขึ่นชื่อเรื่องผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับมะกอก เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะของ Seto Inland Sea แค่ดูงานศิลปะให้ทั่วเกาะก็ต้องใช้วลาทั้งวันเลย
  2. Inujima
    Inujima อาจจะเดินทางไปยากหน่อยเพราะมีเรือวิ่งน้อย แต่งานแสดงภายในเกาะขอบอกว่าคุ้มค่าแก่การไปดูมากๆ โดยงานศิลปะชิ้นหลักนั้นจะจัดอยู่ในเหมืองทองแดงเก่า และงานเล็กๆจะกระจายอยู่รอบๆ เกาะ

สล็อต

  1. Megijima
    เกาะ Megijima เป็นเกาะที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นเรื่อง Momotaro มีงานเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วเกาะ และมีบ้านเรือนชาวประมงให้เดินเยี่ยมชมด้วย
  2. Ogijima
    อีกหนึ่งเกาะชาวประมงที่มีเสน่ห์ นอกจากอาคารใหญ่เก๋ไก๋นี้แล้ว ก็ยังมีงานศิลปะเล็กๆ ซ่อนอยู่ตามหมู่บ้านของชาวประมงด้วย

สล็อตออนไลน์

  1. Teshima
    เกาะนี้ขอแนะนำให้มา Teshima Museum เป็นแห่งแรกเลย จากนั้นค่อยๆ ตระเวณไปดูงานศิลปะให้ทั่วเกาะ ตามด้วยนั่งจิบกาแฟในร้านกาแฟตามจุดต่างๆ จะขึ้นรถบัสหรือจะเช่าจักรยานขี่เที่ยวก็ได้ มีเนินเขาสูงมองเห็นวิวได้ทั่วเกาะอีกด้วย
  2. Naoshima
    งานศิลปะกว่า 20 ชิ้นวางกระจายอยู่ทั่วเกาะ ต้องใช้เวลาเที่ยวทั้งวันเลย นอกจากนี้ภายในเกาะยังเต็มไปด้วยพิพิทธภัณฑ์มากมาย ทั้ง Chichu Museum, Benesse Art House, Lee Ufan Museum และ Art House Project สามารถเดินทางได้สะดวก และมีโรงแรมภายในเกาะด้วย สัญลักษณ์ที่ใครๆก็ต้องไปถ่ายรูปคือประติมากรรมฟักทองของศิลปิน Kusama Yayoi ศึกษาความรู้ไว้เผื่อมีโอกาศได้ใช้

jumboslot

เทศกาลโอบ้งคืออะไร?
เทศกาลโอบ้งจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน ในวันที่ 13-16 สิงหาคมของทุกปี เป็นเทศกาลที่ชาวญี่ปุ่นจะกลับบ้านเกิดเพื่อไปไหว้บรรพบุรุษ
เชื่อกันว่าในช่วงเวลานี้วิญญาณจะได้รับอนุญาติให้กลับมายังโลกได้ชั่วคราว

โอบ้งเป็นหนึ่งในเทศกาลของญี่ปุ่นที่มีความสำคัญพอๆกับปีใหม่ บริษัทส่วนมากจะปิดทำการในช่วงนี้ และแม้ว่าเทศกาลโอบ้งจะเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นทั่วประเทศ แต่ก็มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค

slot

บางคนจะจุดไฟ “มุคาเอฮิ” ไฟต้อนรับหน้าประตูบ้าน เพื่อนำทางให้วิญญาณของบรรพบุรุษเดินทางมา โดยไม่หลงทาง และในวันสุดท้ายก็จะมีการจุด “โอคุริบิ” เพื่อส่งดวงวิญญาณกลับ บางที่ก็มีการนำโคมไปลอยในแม่น้ำ และสำหรับบางพื้นที่จะใช้ตะเกียบที่หักได้หรือไม้ขีดไฟมาเสียบเข้ากับแตงกวาหรือมะเขือม่วง ทำเป็นรูปทรงม้า และวัว เพื่อให้บรรพบุรุษขึ่กลับไปยังอีกโลกหนึ่ง

8 วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเจอแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ค่อนข้างปลอดภัยจากโจรขโมยและอุบัติเหตุต่างๆ แต่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยมาทดแทน และคนญี่ปุ่นก็ชินกับแผ่นดินไหวมากๆ ถ้าเกิดแผ่นดินไหวแรงๆ ขึ้นมาตอนที่พวกเราอยู่ที่ญี่ปุ่น สิ่งแรกที่ต้องมีเลยคือสติ หลังจากนั้นให้ดูคนรอบๆ ข้าง ก่อนจะปฏิบัติตามคนรอบข้าง เรามาดูกันว่าควรทำอย่างไรในแต่ละสถานการณ์

  1. ป้องกันตนเอง
    เวลารู้สึกว่าแผ่นดินไหวแรง ให้หาที่หลบโดยระวังไม่ให้อะไรตกใส่หัว จะหลบใต้โต๊ะ หรือจะเอาผ้าห่มคลุมหัวเอาไว้และพยายามหนีไปอยู่ตรงกลางๆ ห้อง และอยู่ห่างจากของที่จะหล่นได้อย่างตู้หรือของแตกได้อย่างโคมไฟหรือกระจกหน้าต่าง

jumbo jili

  1. ปิดแก้ส
    ถ้าทำครัวหรือเปิดแก๊สอยู่ให้รีบปิดแก๊สและดึงปลั๊กเครื่องไฟฟ้าออกให้หมด ภัยที่มักจะเกิดพร้อมๆ แผ่นดินไหวก็คือไฟไหม้นี่แหละ แต่ถ้าเกิดไหวแรงมาก ให้ปกป้องร่างกายของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก แล้วค่อยดับไฟเมื่อสงบลง
  2. หนีออกข้างนอกอย่างระมัดระวัง
    ถ้าจะหนีออกข้างนอกให้ระวังรอบๆ ตัวโดยเฉพาะของที่จะหล่นลงมาจากข้างบน และห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด ถ้าอยู่ในตึกคอนกรีต ให้เปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งเอาไว้เพื่อเปิดทางหนี เพราะถ้าไหวต่อเนื่องแรงมากๆ อาจจะทำให้โครงสร้างอาคารบิดเบี้ยวจนประตูหรือหน้าต่างอาจจะติดและเปิดไม่ได้

สล็อต

  1. ปกป้องเด็กๆ
    สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการปกป้องเด็กๆ เช่นการอุ้มหรือใช้เบาะหรือผ้าห่มคลุมหัวให้ เพราะเด็กไม่รู้เรื่องและไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ นอกจากนี้เด็กอาจจะเกิดความกลัวจนวิ่งไปมาและเกิดอันตรายได้ ฉะนั้นให้กอดเด็กเอาไว้เพื่อความปลอดภัย
  2. ถ้าอยู่นอกอาคาร

สล็อตออนไลน์

ถ้าอยู่นอกอาหาร ให้วิ่งไปหาที่โล่ง พยายามอยู่ห่างจากกำแพงสูง สะพาน ถนนแคบๆ เนิน และอิฐก่อ เพื่อป้องกันของตกจากด้านบน หรือกำแพงถล่มลงมาทับ กระจกบนตึกอาจจะแตกและหล่นลงมาได้ ควรใช้กระเป๋าหรือของใกล้ตัวปกป้องหัวเอาไว้เพื่อความปลอดภัย

  1. ถ้าขับรถอยู่
    ถ้าขับรถอยู่ให้หยุดรถ และกำพวงมาลัยให้แน่น ระวังไม่เหยียบคันเร่งไปชนคันหน้า หลังจากนั้นให้พยายามขับรถเลี่ยงสี่แยกและจอดรถไว้ที่ด้านซ้ายของถนน พอแผ่นดินหยุดไหวแล้ว ก่อนจะออกจากรถให้ระ

jumboslot

วังรอบๆ ตัว ก่อน ปิดกระจกหน้าต่าง ทิ้งกุญแจเอาไว้อย่างนั้น และเอาเอกสารประกันภัยและของมีค่าติดตัวไปด้วย

  1. ถ้าอยู่ในตึก
    ถ้าอยู่ในอาคารสูง สิ่งแรกเลยคือต้องสงบสติอารมณ์ และรอจนกว่าแผ่นดินจะไหวเบาลง แล้วค่อยเคลื่อนย้าย ถ้าอยู่ในโรงหนัง ให้ก้มลงไปหลบระหว่างเก้าอี้ และถ้าอยู่ในห้าง ให้ระวังตู้โชว์คว่ำหรือกระจกแตก และปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงาน ถ้าอยู่ในลิฟท์ ให้ออกในชั้นที่ใกล้ทีุ่ด และถ้าติดอยู่ในนั้นก็ให้กดปุ่มแจ้งให้คนข้างนอกทราบ และรอความช่วยเหลืออย่างมีสติ

slot

8.ถ้าอยู่ในรถไฟ
ถ้าอยู่ในรถไฟ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานในสถานี อย่าตื่นตระหนก และอย่าพยายามจะออกจากรถไฟเพราะว่าอันตรายมาก ถึงไฟจะดับก็จะมีไฟฉุกเฉิน ฉะนั้นไม่ต้องกลัว ให้จับราวจับให้แน่น และรอเสียงประกาศ ถ้าอยู่ที่สถานี ให้สงบสติอารมณ์และรอฟังเสียงประกาศจากพนักงานเช่นกัน ถึงจะฟังไม่ออกแต่ก็ให้ปฏิบัติตามคนรอบข้าง อย่าแตกตื่น ดินแดนที่แผ่นดินไหวบ่อยที่สุด

สารพัดหน้าซูชิยอดนิยม

ครั้งนี้จะมาบอกเล่าชื่อหน้าซูชิในภาษาญี่ปุ่นกันสักหน่อย พร้อมกับรายละเอียดวัตถุดิบที่ใช้ในเมนู เผื่อวันนึงคุณเข้าร้านซูชิไปสั่งอาหารแล้วพบว่าเมนูญี่ปุ่นนั้นไม่มีรูปให้ดูนั้นจะได้นำบทความนี้ไปปรับใช้เนอะ

海栗(うに:Uni)= ซูชิหน้าไข่หอยเม่น
เจ้าอุนิหรือไข่หอยเม่นนี้หน้าตาบนซูชิจะมีสีเหลืองตุ่น เนื้อของไข่หอยเม่นมีลักษณะเป็นเม็ดกลมเล็กมากๆ เรียงชิดติดกัน เนื้อค่อนข้างนิ่มมาก มีรสคาวเล็กน้อยและมีรสชาติที่เฉพาะตัวซึ่งหากใครได้ลองแล้วถ้าไม่เกิดอาการหลงรักรสชาติไปเลยก็อาจจะไม่ชอบไปเลย แต่ถือเป็นหนึ่งในหน้าซูชิยอดฮิตที่คนไทยชอบหาทานที่ญี่ปุ่น เพราะราคานำเข้าในไทยนั้นแสนแพงแถมเป็นวัตถุดิบที่ต้องทานกันสดๆอีกด้วย ซึ่งรสชาติของเขามีผลมากพอที่ทำให้คอเมนูซูชิควักตังค์จ่ายในราคาอันสูง ในร้านขายซูชิราคาประหยัดมักจะไม่มีขายด้วย

jumbo jili

เกร็ดเล็กน้อยที่อยากบอกนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่วัตถุดิบที่นำไข่ที่เป็นผลผลิตจากหอยเม่นเหมือนไข่ปลามาโปะบนข้าวแบบที่เราเข้าใจนะ แต่นั่นคืออวัยวะสืบพันธ์ของหอยเม่น คือถุงน้ำเชื้อหรือรังไข่นั่นเอง (นิยมกินทั้งสองเพศ แต่ถ้าดูดีๆจะเห็นว่าสีต่างกันเล็กน้อย) รู้อย่างนี้แล้วอย่าเพิ่งบูลลี่น้องนะ เพราะแท้จริงแล้วรสชาติของเขาอร่อยมาก

いくら (Ikura) = ซูชิหน้าไข่ปลาแซลม่อน
ไข่ปลาแซลม่อนเป็นหน้าซูชิที่แอบมีลูกเล่นในรสสัมผัส โดยลักษณะหน้านี้จะเป็นไข่ปลาลูกค่อนข้างใหญ่สีส้มใสมันวาวง เมื่อกัดชิมไปที่หน้าของซูชินี้รสที่ได้จะออกคาวธรรมชาติสักหน่อย เค็ม แถมมีความมันของตัวไข่ปลาที่เหมือนบับเบิ้ลนี้อีก ซึ่งถ้าวัตถุดิบยังสดอยู่กัดเข้าไปตัวไข่ก็จะแตกโพละได้ง่ายไม่เด้งหนี พร้อมรสชาติดังกล่าวก็จะทะลักออกมาด้วย ราคาเมนูนี้ในไทยมีหลายเกรดตามคุณภาพของวัตถุดิบเลย

สล็อต

鉄火巻 (てっかまき:Tekkamaki)= ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาทูน่า
ข้าวห่อสาหร่ายไส้ปลาทูน่าหรือเทกกะมากิ เป็นซูชิที่ถือกำเนิดมานานตั้งแต่สมัยเอโดะ ภายในเป็นเนื้อปลาทูน่าแดงสดห่อด้วยข้าวญี่ปุ่นปรุงรสน้ำส้มสายชูแล้วห่อซูชิด้วยสาหร่ายทะเลขนาดพอดีคำ รสชาติออกหวานอร่อยสดจากทะเล หาซื้อได้ง่ายทั้งในไทยและญี่ปุ่นราคาไม่แพงอีกด้วย

飛び子 (とびこ : Tobiko) = ไข่ปลาบิน
มาถึงวัตถุดิบหน้าซูชิที่คนไทยคุ้นเคยกันบ้างสำหรับซูชิหน้าไข่ปลาบิน หรือชื่อเล่นที่คนไทยตั้งให้เรียกว่า “ซูชิหน้าไข่กุ้ง” ซึ่งที่จริงแล้วไม่ได้ทำมาจากไข่กุ้งแต่อย่างใด เจ้าไข่ปลาบินนี้จะมีลักษณะเป็นไข่ปลากลมใสเม็ดเล็กเรียงแน่นบนหน้าซูชิเมื่อกัดชิมเข้าไปจะมีความกรุบเล็กน้อย ไข่ปลาบินจะถูกนำมาย้อมเป็นสีต่างๆ ได้แก่ สีส้ม สีแดง สีเขียว และสีดำโดยใช้สีจากธรรมชาติ นอกจากนี้หน้าไข่ปลาบินแบบออริจินัลดังกล่าวแล้วก็พบได้ในหน้าซูชิแบบฟิวชั่นผสมผสานกับวัตถุดิบอื่นได้อีก เช่น ชีส มายองเนส(มาโย) วากาเมะ และยังนิยมใช้กับซูชิฟิวชั่นยอดนิยมอย่างแคลิฟอร์เนียมากิด้วย

สล็อตออนไลน์

穴子寿司 (あなごすし :Anago Sushi)= ซูชิหน้าปลาไหลทะเลย่าง/ซูชิหน้าปลาไหลอะนาโกะย่าง
ปลาไหลทะเลย่างทาซอสกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย จัดวางเนื้อปลาเป็นแนวยาวบนข้าวซูชิ เป็นเมนูที่หน้าตาคล้ายกับปลาไหลน้ำจืดญี่ปุ่น (อุนางิ) ราวกับพี่น้องที่พลัดพราก แต่เนื้อของปลาไหลชนิดนี้มีสีขาวสวยสัมผัสนุ่มกว่าอุนางิเล็กน้อย ถือเป็นเมนูหน้าตาที่คุ้นเคยแต่รสชาติแปลกใหม่ที่ควรไปลองทานกัน ร้านซูชิในไทยที่จะมีเมนูซูชิอะนาโกะโดยส่วนใหญ่จะเป็นร้านราคาเมนูกลางกระทั่งสูง (แต่ถูกกว่าอุนางิ) เพราะต้องคงคุณภาพความสดของปลาไหลชนิดนี้ถึงจะหวานอร่อยนั่นเอง

炙りホタテ寿司 (あぶりホタテすし:Aburi Hotate sushi) = ซูชิหน้าหอยเชลล์ย่าง
หอยเชลล์สดๆของญี่ปุ่นถูกวางบนซูชิพร้อมกับการเสริฟโดยลนไฟบนเนื้อหอยเชลล์หอมๆ ซึ่งแต่ละร้านจะมีไอเดียในสร้างสรรค์เมนูก่อนรนไฟหรือรมควันต่างกันอาทิ ใส่เนยสด ใส่ชีส ย่างซอสเมนไทโกะ เป็นต้น โดยมีรสชาติของหอยเชลล์ที่หวานหอมเนื้อละมุน เป็นเมนูที่นิยมทานทั้งในไทยและญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าจะราคาสูงแค่ไหนเหล่าคอซูชิก็พร้อมสู้ราคา
แน่นอนว่าแบบไม่ย่างก็มีเช่นกัน

jumboslot

鮪 (まぐろ:Maguro) = ซูชิหน้าทูน่า/ซูชิหน้าปลามากุโร่
มากุโร่คือคำเรียกรวมๆของหน้าปลาทูน่าดิบสีแดงสุดคลาสสิค และจะมีชื่อเรียกแต่ละส่วนที่นำมาทำแตกต่างกัน อาทิ ส่วนท้องหรือโอโทโระ (大トロ:Otoro) ที่จะมีมันแทรกพอสมควรทำให้มีสีแดงอ่อนๆ ส่วนเนื้อแดงหรือจูโทโระ (中トロ:Chutoro) ที่มีไขมันปานกลาง และส่วนเนื้อแดงเข้มหรืออาคามิ (赤身:Akami) ที่มีไขมันน้อยเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ เป็นต้น

太巻き寿司 (ふとまきすし:Futomaki sushi) = ฟูโตมากิซูชิ
ฟูโตมากิซูชิ เป็นคำเรียกรวมๆข้าวปั้นซูชิที่ม้วนด้วยสาหร่ายแผ่นซึ่งมีขนาดใหญ่และหนาเหมือนชื่อของเขา (ฟูโต แปลว่าอ้วน) ภายในประกอบด้วยไส้ผักและเนื้อสัตว์ครบทั้ง 2 ชนิดรวมหลายอย่างในโรลเดียวกัน อาทิ แตงกวา เห็ด ผักดอง แครอท ไข่หวาน ไข่ปลาบิน โอโทโร่ เป็นต้น ถือกำเนิดว่าตั้งแต่สมัยเอโดะแล้วเป็นของดีพื้นเมืองของจังหวัดชิบะอีกด้วย เป็นที่รู้จักในฐานะเมนูซูชิที่อิ่มจนจุกราคาย่อมเยาว์

slot

くるまえび (Kuruma Ebi) = ซูชิกุ้งลายเสือ
กุ้งลายเอต้มสุกชิ้นโตถูกผ่าเอาส่วนกลางตัวออกแล้วจัดวางบนข้าวปั้นรสชาติหวานเนื้อแน่นกำลังดีถือเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมเช่นกัน ยิ่งทานคู่กับวาซาบิและโชยุจะเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น บางร้านอาจใช้คำว่าเอบิซูชิแบบปกติโดยไม่บอกชนิดของกุ้งที่นำมาเป็นวัตถุดิบ เหมาะสำหรับใครที่อยากทานซูชิกุ้งชิ้นใหญ่เต็มคำ ราคาต่อคำในไทยอาจแพงคำละหลักร้อยแต่ถ้าไปทานที่ญี่ปุ่นก็หาร้านราคาสบายกระเป๋าได้ไม่ยาก คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก

6 มารยาทน่ารู้ในการดื่มกับคนญี่ปุ่น

คนไทยเราบางทีก็อาจจะสบายๆ เพราะการไปดื่มหรือไปปาร์ตี้ถือว่าเป็นการผ่อนคลายอีกอย่างหนึ่ง แต่คนญี่ปุ่นเวลาไปดื่มที่ร้านกินดื่ม บางทีก็ไปในฐานะงาน บางทีก็ไปเพื่อรู้จักลูกค้าหรือเพื่อนร่วมงานใหม่ๆ คนญี่ปุ่นจึงต้องมีมารยาทในวงเหล้า และมีกฏเล็กๆ น้อยๆ ในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ถ้ารู้และปฏิบัติตามได้ จะช่วยให้การเข้าสังคมเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น

jumbo jili

  1. เบียร์
    เบียร์เป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของญี่ปุ่นเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ เวลาไปกินดื่มตามร้านกับเพื่อนฝูงหรือคนในที่ทำงาน คนญี่ปุ่นนิยมสั่งเบียร์เป็นอย่างแรกของการดื่ม โดยจะสั่งขวดใหญ่ แล้วรินใส่ในแก้วเล็กๆ แชร์กันหลายๆ คน
  2. การรินเบียร์
    ที่ญี่ปุ่น การที่ผู้หญิงรินเครื่องดื่มถือว่าเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่ง เหมือนกับที่ผู้ชายเปิดประตูให้ผู้หญิง อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นรุ่นน้อง จะต้องรินเบียร์หรือเหล้าสาเกให้รุ่นพี่หรือหัวหน้า โดยไม่เกี่ยงว่ารุ่นพี่หรือหัวหน้าของคุณจะเป็นเพศใดก็ตาม คุณก็ต้องรินเบียร์ หากมาในฐานะนักธุรกิจก็จะต้องรินให้ลูกค้า ส่วนในงานปาร์ตี้ ทุกคนก็จะรินให้เจ้าของงาน เป็นต้น

สล็อต

  1. เวลามีคนรินเครื่องดื่มให้
    เวลามีคนรินเครื่องดื่มให้ เราจะต้องประคองแก้วให้เอียงในองศาที่รินง่าย ด้วยสองมือ เหมือนเป็นการเกรงใจนิดๆ นอกจากนี้ ปกติแล้วจะต้องรินกลับให้ด้วย ฉะนั้นเวลาอยากจะเติมเครื่องดื่มของตัวเอง ให้เติมให้คนอื่นก่อน แล้วคนนั้นจะเติมกลับให้เรา เป็นมารยาทของญี่ปุ่น

สล็อตออนไลน์

  1. วิธีรินเครื่องดื่ม
    วิธีรินเครื่องดื่มแบบญี่ปุนก็มีแพทเทิร์นอยู่ คือให้ถือขวดด้วยสองมือ และรอเจ้าของแก้วถือแก้วขึ้นมาก่อน หรือถ้าหากเขาไม่ถือ (บางทีอาจจะไม่ทันสังเกต) สามารถรินให้เลยได้ ที่ญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องรินตามลำดับอายุหรืออายุงาน แต่คนที่อายุน้อยที่สุดหรือเป็นเด็กใหม่ต้องเป็นคนริน โดยให้วนรินตามเส้นทางที่สะดวกได้เลย

jumboslot

  1. คัมไป!
    ตอนได้รับเครื่องดื่มแล้วอย่างพึ่งจิบหรือดื่มเลย ให้รอเครื่องดื่มของคนอื่นๆ มาให้คนทุกคนก่อน จากนั้นก็ คัมไป! ชนแก้วกันก่อนที่จะกิน คัมไปแปลตรงตัวได้ว่า หมดแก้ว แต่ไม่ต้องกินหมดก็ได้
  2. มารยาทเหล่านี้จริงจังแค่ไหน?
    โดยปกติแล้วถ้าเเพื่อป็นการดื่มการติดต่อธุรกิจ มารยาทเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นต้องปฏิบัติตามมากๆ แต่ถ้ากินกันในหมู่เพื่อนๆ ส่วนใหญ่กฏเหล่านี้จะใช้กันแค่แก้วแรกแก้วเดียว หลังจากทุกอย่างเริ่มเบลอแล้วก็ดู

slot

เหมือนว่าความเฮฮาจะเข้ามาแทนที่และกฏเหล่านี้ก็ไหลออกนอกหน้าต่างไป

การปฏิบัติตามกฏเหล่านี้ในวงเหล้าถือเป็นรสนิยมที่ดีอย่างหนึ่ง ถ้าคนได้มีโอกาสไปดื่มกับคนญี่ปุ่นแล้วปฏิบัติตามได้ก็จะเจ๋งมากๆ ในสายตาคนญี่ปุ่นเลยล่ะ คนญี่ปุ๋นจะทำตามวัตนธธรรมของเขาแบบเค่งคัดเสมอ

ดูบอลที่ญี่ปุ่นกับ 5 ทีมดังใน J-League

ถ้าพูดถึงกีฬาลูกหนังระดับโลก ก็ต้องนึกถึงลีกฟุตบอลอังกฤษ สเปน อิตาลี แต่ถ้าขยับมาพูดถึงฟุตบอลฝั่งเอเชียใครๆก็ต้องยกให้ J-League เป็นลีกอันดับหนึ่ง เพราะเป็นลีกเอเชียที่มีแฟนบอลทั้งชาวไทยและทั่วโลก วันนี้เราเลยรวมทีมดังในดวงใจในลีคแดนปลาดิบมาให้ทุกคนได้รู้จักกันแบบจัดเต็ม

1.ทีม Kawasaki Frontale
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งแชมป์ของตารางเจลีค 2 ปีซ้อน กับทีมตัวแทนจากเมืองคาวาซากิที่ไมไกลตากโตเกียว (จังหวัด Kanagawa) คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ เรียกได้ว่าแรงสุดฉุดไม่อยู่จริงๆ (ขอเชียร์ออกนอกหน้าเพราะเป็นทีมในดวงใจของคนเขียนเอง)

jumbo jili

ทีมนี้มีสีประจำสโมสรคือฟ้าและดำ ซึ่งเป็นสีเดียวกับสโมสร Gremio ทีมดังในลีคบราซิล เนื่องจากทั้งสองทีมเป็นพันธมิตรกันมาตั้งแต่ปี 1997 จึงไม่ต้องแปลกใจว่าลวดลายการฟาดแข้งจะแซ่บและไวไม่ต่างจากบอลบราซิล แถมยังมีนักเตะดาวเด่นอย่าง กองกลาง Kengo Nakamura และกองหน้า Yu Kobayashi ที่คว้ารางวัลผู้เล่นอันทรงคุณค่าในปี 2016และ 2017 มาอยู่ในทีมด้วย

ที่มาของชื่อทีม Frontale เป็นภาษาอิตาลี แปลว่า “ข้างหน้า” ซึ่งสื่อถึงจิตวิญญาณของนักบุกเบิกที่พร้อมจะท้าทายและก้าวไปข้างหน้าเสมอ และยังสื่อถึงการพร้อมสู้ศึกอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมตั้งแต่เริ่มต้นอีกด้วย สโมสรนี้ถือปรัชญา “ส่งเสริมวัฒนธรรมกีฬาและสร้างคุณประโยชน์ให้แก่สังคมท้องถิ่น” มีการทำกิจกรรมด้านกีฬาเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในท้องถิ่นไปพร้อมกับการมุ่งมั่นฝึกอบรมเยาวชนด้านกีฬาด้วย Kawasaki Frontale มีสนามกีฬา Kawasaki Todoroki Stadium เป็นสนามทีมเหย้า

เหย้า : สนามกีฬา Kawasaki Todoroki Stadium
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ JR สาย Nambu ลงที่สถานี Musashi-Nakahara เดินอีก 15 นาที หรือนั่งรถไฟสาย Yokosuka มาลงที่สถานี JR Musashi Kosugi ทางออกฝั่งทิศเหนือ แล้วนั่งรถบัสที่ชานชาลาหมายเลข 2 ไปลงที่หน้าสนามกีฬาได้เลย (มีเฉพาะในวันที่มีการแข่งขัน)

สล็อต

2.ทีม Kashima Antlers
ถ้าจะพูดถึงหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงและโลดแล่นอยู่ในเจลีคมาอย่างยาวนาน ก็คงจะต้องนึกถึงทีม Kashima Antlers (คาชิม่า แอนท์เลอร์ส) ทีมประจำถิ่นของจังหวัดอิบารากิที่มีคนไทยอยู่เยอะมาก มีโลโก้เป็น “กวางเขาเหล็ก”

สิ่งที่ทำให้ทีมนี้โด่งดังมาตลอดก็คือตั้งเเต่เริ่มก่อตั้งเจลีคขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 1993 Kashima Antlersก็เป็นทีมที่ไม่เคยตกชั้นลงไปยังลีครองเลยเเม้เเต่ครั้งเดียว แถมด้วยสถิติที่ลงเล่น 24 ฤดูกาลสามารถคว้าเเชมป์เจลีคไปถึง 8 ครั้งทีเดียว แม้เจลีคปีนี้ Kashima Antlers จะตกลงไปอยู่อันดับ 3 ของตาราง แต่ก็ถือว่ายังไม่ทิ้งฟอร์มเดิมไปเท่าไร และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นทีมที่มีแนวรับชั้นเยี่ยมและมีแนวรุกที่ดุดันสุดๆเพราะมีดาวดังอย่าง Azuto Uchida, Ken Shoji, Yuto Misao เป็นต้น

ทีมนี้ก่อกำเนิดขึ้นมาในฐานะทีมฟุตบอลของบริษัท Sumitomo ในปี 1947 โดยเคยมีฐานอยู่ที่เมืองOsaka แล้วต่อมาได้ย้ายมาที่เมืองKashima ในจังหวัดอิบารากิ จนได้ลงเล่นบนลีคสูงสุดของญี่ปุ่นมาโดยตลอด

ส่วนสนามเหย้าของทีมนี้ก็คือ Kashima Soccer Stadium อันเป็นสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ในลำดับต้นๆของญี่ปุ่น เพราะสามารถจุแฟนบอลได้ในคราวเดียวถึง 40,728 ที่นั่ง วันไหนที่มีแข่งจะมีแฟนๆโดยเฉพาะชาว Ibaraki ไปรวมตัวกันที่นี่เพื่อเชียร์ทีมในดวงใจกันอย่างเนืองแน่น พร้อมมีรถบัสรับส่งให้ลงที่หน้าสนามกีฬาเลย นอกจากไปเชียร์บอลแล้วที่ Kashima Soccer Stadium ยังมีอะไรๆให้ดู ให้เล่น อีกเพียบ ทั้งจุดชมวิว, โรงยิม, ร้านอาหาร เป็นต้น

สล็อตออนไลน์

สนามเหย้า: Kashima Soccer Stadium
วิธีการเดินทาง: ขึ้นรถบัส High-speed จากสถานี Tokyo ฝั่งทางออก Yaesu ที่ชานชลาหมายเลข 1 แล้วลงที่สถานี Kashima Soccer Stadium หรือ นั่งรถไฟ JR ที่สถานี Mito ไปลงที่สถานี JR Kashima Soccer Stadium

  1. ทีม Gamba Osaka
    มาถึงทีมดังฝั่งคันไซ netmba Osaka (กัมบะ โอซาก้า) แม้ในตารางล่าสุดสโมสรแห่งนี้จะรั้งอันดับ 8 หลังจากที่เคยร่วงไปเล่นลีครองมาสักพัก จริงๆแล้วสโมสรนี้เคยมีชื่อเสียงและทำผลงานได้ดีมากๆในอดีต จากการคว้าชัยชนะในเจลีคครั้งแรกในปี 2005 นอกจากนี้ ยังสามารถคว้าแชมป์ AFC champion league ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2008 ก่อนจะฟอร์มตกถึงขั้นต้องลงไปเล่นในดิวิชั่น 2 ในปี 2012 และค่อยๆฟื้นคืนตารางหลักมาอีกครั้ง ซึ่งเหล่าแฟนๆก็พยายามลุ้นให้คืนฟอร์มโดยเร็วกันล้นหลาม สโมสรแห่งนี้ยังเคยเป็นทีมเก่าที่ วิทยา เลาหกุล, นที ทองสุขแก้ว, รณชัย สยมชัย อดีตนักเตะทีมชาติไทยเคยไปค้าแข้งด้วยมาแล้ว

ทีม Gamba อยู่ที่เมือง Suita จังหวัดโอซาก้า มีฉายาประจำทีมว่า”เจ้าเวหา” ปัจจุบันมีบริษัท Panasonic เป็นเจ้าของทีม คำว่า Gamba ในภาษาญี่ปุ่นสามารถแปลว่า “พยายามทำให้ดีที่สุด” ก็ได้ โดยมาจากคำว่า Gambare แต่จริงๆชื่อของทีมมาจากภาษาอิตาลีคำว่า Gamba ที่แปลว่า “ขา”

สโมสรแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1980 ในชื่อ สโมสรฟุตบอล Matsushita ในจังหวัดนารา ภายหลังเปลี่ยนชื่อมาเป็น Gamba Osaka เมื่อย้ายมาอยู่ที่จังหวัดโอซาก้าในปี 1991 และได้เข้าร่วมเจลีคในปี 1992 ส่วนสนามเหย้าของทีมนี้ก็คือที่ Suita City Football Stadium ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ Gamba Osaka ชื่อ Blu STORIA ภายในสนามให้ได้เข้าชมฟรีด้วย

jumboslot

สนามเหย้า : Suita City Football Stadium
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟ monorail สาย Hankyu Kyoto จากสถานี Minami Ibaraki ไปลงที่สถานี Banpaku-kinen-koen แล้วเดินต่อประมาณ 15 นาที หรือ นั่งรถไฟสาย JR kyoto ลงที่สถานี JR Ibaraki แล้วนั่งรถบัสไปลงที่ Expo’70 Commemorative Stadium เดินต่ออีก 10 นาที

  1. ทีม Hokkaido Consadole Sapporo
    วินาทีนี้สำหรับแฟนบอลชาวไทย จะไม่พูดถึงทีมนี้ไม่ได้ Hokkaido Consadole Sapporo ในฐานะต้นสังกัดใหม่ของ “ชนาคุง” ชื่อเล่นใหม่ของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ไปเล่นเป็นกองกลางและนำพาสโมสรที่เคยอยู่ท้ายๆของตารางก้าวกระโดดโลดแล่นจนวิ่งแซงขึ้นมาครองตำแหน่งอันดับ 4 ของตารางได้อย่างสวยงาม ที่นี่เป็นสโมสรที่อยู่ในเมืองซัปโปโรบนเกาะฮอกไกโด มีสนามเหย้าคือ Sapporo Dome ที่เป็นสนามไซส์ยักษ์ระดับแนวหน้าของภูมิภาคนี้ นอกจากจะใช้เป็นรังเหย้าของสโมสรแห่งนี้แล้ว ยังถูกใช้สำหรับเป็นสนามเบสบอลของทีม Hokkaido Nippon Ham Fighters ด้วย

ความหมายของชื่อทีมนั้น เกิดจากการผสมคำว่า consado บวกกับคำว่า ole ที่เป็นเสียงร้องแสดงความยินดีในภาษาสเปน ส่วนคำว่า consado นั้นเป็นผวนมาจากคำว่า dosanko ชื่อม้าสายพันธุ์ท้องถิ่นของฮอกไกโด และคำนี้ยังเป็นชื่อเล่นที่ใช้เรียกชาวฮอกไกโดอีกด้วย

สโมสรฟุตบอลอาชีพทีมนี้ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.1996 และเป็นทีมแรก ที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นชาวเมืองซึ่งสามารถร่วมลงทุนด้วยในนาม “บริษัท ฮอกไกโด ฟุตบอลคลับ จำกัด (HFC)” เพื่อเป็นการสร้างคุณค่าอีกหนึ่งอย่างให้กับท้องถิ่น โดยชาวเมืองผู้ถือหุ้นจะได้ออกความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจการและสร้างนักกีฬาอาชีพจากท้องถิ่นใน Hokkaido ได้อย่างอย่างเต็มที่ เป็นสโมสรที่ถือได้ว่าเป็นของชาวเมืองอย่างแท้จริง จึงทำให้สโมสรแห่งนี้เติบโตอย่างมีรากฐานมั่นคงและได้รับการสนับสนุนจากชาวเมืองอย่างล้นหลาม

slot

สนามเหย้า : Sapporo Dome
วิธีการเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Toho จากสถานี Sapporo Subway ไปลงที่สถานี Fukuzumi แล้วเดินต่อไปที่สนามประมาณ 10 นาที หรือสามารถขึ้นรถ Shuttle bus จากสถานี JR Sapporo ไปลงที่สนามได้เลย (เฉพาะวันที่มีการแข่งขัน)

5.ทีม Sanfrecce Hiroshima
Sanfrecce Hiroshima สโมสรอดีตแชมป์เจลีคสามสมัย ปัจจุบันมีนักเตะชาวไทยอย่าง ”เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ไปค้าแข้งเป็นกองหน้าอยู่ในทีม โดยทีมมีถิ่นฐานอยู่ที่เมืองฮิโรชิม่า ส่วนชื่อนั้นมาจากการผสมคำว่า San ซึ่งหมายถึงเลข 3 ในภาษาญี่ปุ่นกับ คำว่า frecce ซึ่งแปลว่าลูกศรหรือลูกธนูในภาษาอิตาลี โดยชื่อทีม Sanfrecce มาจากตำนานเรื่องเล่าธนู 3 ดอก ที่โมริ โมโตนาริ ขุนพลสมัยโบราณผู้เรืองอำนาจในแถบฮิโรชิม่าช่วงศตวรรษที่ 16 เคยสอนลูกชายทั้งสามว่าการหักธนูดอกเดียวอาจทำได้ง่ายแต่เมื่อนำธนูมารวมกันถึง 3 ดอกจะแข็งแกร่งจนหักไม่ไหว เพื่อสื่อว่าสามัคคีคือพลังนั่นเอง และเรื่องเล่านี้ก็ปรากฏอยู่ในโลโก้ของสโมสร

สโมสรแห่งนี้เริ่มต้นมาจากการเป็นทีมของบริษัทมาสด้า ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น Sanfrecce Hiroshima ในปี 1992 และมาประสบความสำเร็จในช่วงหลังคือการคว้าแชมป์เจลีคได้ 3 สมัยในปี 2012, 2013 และ 2015 นอกจากนี้ทีมนี้ยังเคยคว้าแชมป์ Japanese Super Cupได้ 3 สมัยในปี 2008, 2013 และ 2014 ฉะนั้น แฟนๆจะไม่เคยผิดหวังในเกมการเล่นของสโมสรนี้ที่ดุเด็ดเผ็ดมันด้วยเกมรุกที่เร็วและชัดเจน
กีฬาก็เป็นอีกรูปแบบที่นิยมกันเป็นอย่างมาก

รู้จักเนื้อปลาทูน่า (มากุโร่) แต่ละส่วน

เนื้อแต่ละส่วนของทูน่ามีชื่อเฉพาะของมันทั้ง มากุโร่ โอโทโร่ ชูโทโร่ อากามิ รู้มั้ยว่าแต่ละอันคือส่วนไหน แล้วส่วนไหนแพง ส่วนไหนถูก ส่วนไหนอร่อย เรามาทำความรู้จักส่วนต่างๆของปลาทูน่ากันเถอะ

หากใครที่ชื่นชอบซูชิ รับรองได้ว่าจะต้องเคยทานซูชิ “โอโทโร่” “ชูโทโร่” “มากุโร่” ทั้งหมดนั้นคือเนื้อปลาทูน่า หรือ “มากุโระ” นั่นแหละ แต่รู้หรือไม่ว่าชื่อเรียกส่วนต่างๆมันแตกต่างกันยังไง แล้วมีรสชาติต่างกันยังไง ไปดูกันเลย

jumbo jili

เนื้อแดง ‘อากามิ’ พระเอกของมากุโร่
เนื้อแดง นั้นก็คือเนื้อที่อยู่บริเวณส่วนกลางด้านข้างของตัวปลา จุดเด่นคือเนื้อสีแดงสด ไม่มีแถบไขมันสีขาวเหมือนชูโทโร่ โอโทโร่ และใสเหมือนมองทะลุได้ จริงๆมีชื่อเรียกว่า “อากามิ” แต่ส่วนใหญ่ในร้านซูชิเองก็ไม่ค่อยเรียกชื่อนี้ จะเรียกมากุโร่เฉยๆ

อาคามินั้นเป็นเนื้อทีมีรสสัมผัสแน่น เนื่องจากมีไขมันแทรกอยู่น้อย ให้แคลอรี่ต่ำแต่มีโปรตีนสูงจึงดีต่อสุขภาพ เมื่อเทียบกับโอโทโร่ และ ชูโทโร่ แล้ว เนื้อแดงอาคามินั้นรับประทานได้คล่องกว่า ด้วยสัมผัสและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ที่ให้ความรู้สึกเต็มอิ่ม ไม่มีมันติดในปากหลังทานเสร็จ

สล็อต

เนื้อมันส่วนกลาง ‘ชูโทโร่’ เนื้อส่วนยอดนิยมของมากุโร่ ติดมันเล็กน้อย
ชูโทโร่ นั้นแปลว่า เนื้อติดมันปานกลาง อยู่บริเวณส่วนท้องและส่วนหลังของตัวปลาที่ไม่รวมส่วนอื่นๆ เช่น โอโทโร่หรือเนื้อแดงอาคามิ จุดเด่นของชูโทโร่คือ มีไขมันแทรกในปริมาณที่พอเหมาะ ซึ่งไขมันที่สามารถละลายได้ในปากและความกลมกล่อมของรสชาติของเนื้อแดงอาคามินั้นเป็นความอร่อยที่ลงตัว สามารถทานชูโทโร่ได้ทั้งแบบซูชิ ทานดิบๆ หรือทานแบบย่าง ซึ่งชูโทโร่นั้นเป็นส่วนที่นิยมทานกันเป็นอย่างมากเพราะมีมันกำลังดี

สล็อตออนไลน์

เนื้อมันส่วนท้อง ‘โอโทโร่’ เนื้อส่วนที่ติดมันเยอะที่สุดและแพงที่สุดของทูน่า
โอโทโร่ แปลว่าเนื้อที่ติดมันเยอะ เยอะกว่าชูโทโร่แน่นอน นี่เป็นเนื้อบริเวณท้องที่มีไขมันแทรกอยู่มากที่สุด จึงให้รสสัมผัสที่เนียนนุ่มติดมัน จุดเด่นของโอโทโร่นั้นเป็นที่ทราบกันดีว่า หากรับประทานเข้าไปแล้วจะให้ความรู้สึกราวกับว่าเนื้อนั้นสามารถละลายได้ในปาก และมีรสชาติที่หวานละมุนละไม โอโทโร่นั้นเป็นเนื้อส่วนที่มีราคาแพงมากที่สุด เมื่อนำมาทำเป็นซูชิจึงถูกจัดให้เป็นซูชิสุดหรู

เนื้อส่วนแก้ม ‘โฮโฮนิขุ’ ส่วนอร่อยของปลาทูน่า

jumboslot

ในปลาทูน่า 1 ตัวนั้นจะมี โฮโฮนิขุ เนื้อส่วนแก้มเพียง 2 ชิ้นเท่านั้นจึงจัดว่าเป็นส่วนที่หายาก โฮโฮนิขุมีเส้นใยทางอาหารสูง ไม่ว่าจะนำไปทอดหรือทำสเต๊กโดยใช้ความร้อน ก็จะได้เป็นเนื้อที่มีความนุ่มเช่นเดียวกันกับเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ สัมผัสก็คล้ายๆกับเนื้อหัวปลาหรือส่วนที่ติดกระดูกนะ

เนื้อส่วนคาง ‘คามะโทโร่’ ส่วนที่อร่อยกว่าที่คิดของปลามากุโร่
เนื้อติดมันส่วนคาง คามะโทโร่ นั้น เป็นเนื้อบริเวณด้านหลังของเหงือก เช่นเดียวกับ โฮโฮนิขุ โดยเนื้อส่วนคามะโทโร่นั้นจะมีเพียง 2 ชิ้นเท่านั้นในปลาทูน่า 1 ตัว จึงเป็นเนื้ออีกส่วนหนึ่งที่หาได้ยาก ในเนื้อส่วนคางโดยเฉพาะคามะโทโร่นั้นเป็นส่วนที่มีไขมันแทรกอยู่ คนญี่ปุ่นบางกลุ่มนิยมรับประทานเนื้อส่วนนี้ เพราะนอกจากจะไม่มีไขมันในปริมาณที่มากเกินไปแล้ว ยังรับประทานได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับโอโทโร่

slot

เนื้อมันติดกระดูก ‘นาคะโอจิ’ มากุโร่บดแสนอร่อย
นาคะโอจิ เป็นชื่อเรียกเนื้อส่วนที่ติดกระดูก และเนื้อส่วนที่เหลือบริเวณกระดูกส่วนกลางของตัวปลาทูน่า เป็นเศษเนื้อที่ชอบนำไปบดกัน มีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากไขมันที่แทรกอยู่ และยังนิยมนำไปทำ เนกิโทโร่ (เนื้อมากุโร่โรยต้นหอม) อีกด้วย คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก