5 อันดับเมืองยอดนิยมในการไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น

ใครที่ชอบและสนใจในประเทศญี่ปุ่นสุดๆ และอยากจะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น จงเตรียมตัวเตรียมใจพร้อม หากทุกอย่างพร้อมแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปลงเอยที่ไหน ก็ญี่ปุ่นมีตั้ง 47 จังหวัด แถมทุกจังหวัดก็มีข้อดีไม่แพ้กัน ถ้าคิดยังไงก็คิดไม่ตก ลองไปดูเมืองท็อปฮิตที่คนต่างชาตินิยมไปเรียนต่อกัน จะได้รู้ว่าที่ไหนมีอะไรดี มีอะไรฮิต

jumbo jili

  1. Tokyo
    Tokyo เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น เป็นที่ที่มี Harajuku แหล่งกำเนิดวัฒนธรรมย่อยของญี่ปุ่น และเป็นแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเหล่าวัยรุ่นญี่ปุ่นที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็หลงใหล มีย่านธุกิจชั้นนำหลายแห่ง เป็นที่ที่เหมาะมากสำหรับคนที่สนใจเรียนต่อทางด้านวัฒนธรรมสมัยใหม่ แฟชั่น งานออกแบบ และเทคโนโลยี เพราะว่ามีของใหม่อัพเดทจากทั่วโลกมาให้ดูเสมอๆ แต่ Tokyo ก็ไม่ได้มีแค่เมืองอย่างเดียว แต่ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถศึกษาวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่นได้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้า วัด หรือสวนสวยที่เต็มไปด้วยดอกไม้และธรรมชาติก็มีอยู่ครบ

สล็อต

  1. Kyoto
    ในขณะที่หลายๆ คนเลือก Tokyo เพื่อแสวงหาความโมเดิร์นและความทันสมัยสไตล์เมืองใหญ่ หลายๆ คนก็เลือก Kyoto เมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมเก่าแก่ของญี่ปุ่น เมืองที่เต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้างดงาม ถนนหนทางเก่าแก่ สวนงดงามและเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ เหมาะสำหรับคนที่สนใจและอยากจะศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่น หรือคนที่สนใจศึกษาในสาขาอื่นแต่อยากจะสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบเข้มข้นไปด้วย ขอแนะนำ Kyoto เลย

สล็อตออนไลน์

  1. Osaka
    Osaka ไม่ได้เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอย่าง Kyoto และไม่ได้เป็นเมืองหลวงจัดๆ แบบ Tokyo แต่ก็สามารถพูดได้ว่าอยู่ระหว่างกลางของทั้งสองแห่ง คือมีความเจริญแบบ Tokyo อยู่แต่ก็อยู่ใกล้กับ Kyoto มากๆ แบบสามารถเดินทางไปได้ในเวลาแค่ 30 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้จุดเด่นของ Osaka คืออาหารอร่อยและหลากหลาย สามารถเดินทางไป Kobe แหล่งขนมหวานขึ้นชื่อของญี่ปุ่น และ Chinatown สุดอร่อยที่อยู่ใกล้ๆ กันได้ไม่ยาก นอกจากนี้ก็มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำสวยงามอลังการที่ชื่อ Kaiyukan อยู่ Osaka จึงเหมาะกับคนที่ต้องการความหลากหลายในการใช้ชีวิต และเหมาะกับคนที่ชอบท่องเที่ยวเปิดโลกไปด้วยเรียนไปด้วยมากๆ

jumboslot

  1. Hiroshima
    Hiroshima เป็นอีกเมืองเก่าที่มีเสน่ห์และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น เหมาะสำหรับคนที่อยากศึกษาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแบบเข้มข้น ในสภาพอากาศที่ไม่ทรมานคนไทยอย่างเราๆ มากเท่าเมืองทางเหนือที่หนาวจัดในฤดูหนาว Hiroshima มีทะเลและศาลเจ้างดงาม มีเสา Torii สวยงามกลางน้ำที่เราเคยได้เห็นกันบ่อยๆ ตามสื่อต่างๆ จนแทบจะเรียกว่าเป็นอีกสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว เหมาะกับคนที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์และชอบบรรยากาศแบบปลดปล่อยของทะเลกว้างของเมืองทางใต้
  2. Sapporo
    Sapporo เมืองทางเหนือของญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น และเป็นเมืองที่มีของกินคุณภาพดีรสชาติอร่อยมากที่สุดของญี่ปุ่นเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่ชอบความหนาวเย็น เพราะ

slot

ภูมิอากาศส่วนใหญ่ใน Sapporo จะเป็นค่อนไปทางหนาว แต่ในเมืองก็ยังสลับไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ เป็นที่ที่เหมาะกับคนที่สนใจวัฒนธรรมแบบเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนที่ไหนในญี่ปุ่น รวมทั้งเหมาะกับคนที่สนใจธรรมชาติสวยงาม และชอบความหนาวเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ และนอกจากนี้ก็ยังมีเทศกาลต่างๆ น่าสนใจที่เด่นที่สุดก็คงจะเป็นเทศกาลน้ำแข็งที่มีการจัดแสดงผลงานแกะสลักน้ำแข็งและผลงานประติมากรรมหิมะทุกปี

เราอาจจะมีเรื่องต้องศึกษาอีกมากมายก่อนจะตัดสินใจไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น แต่อย่างน้อยเราก็คงจะได้รู้คร่าวๆ แล้วว่าแต่ละเมืองมีลักษณะพิเศษอย่างไร เผื่อจะเป็นการช่วยตัดสินใจเลือกเมืองที่จะไปเรียนต่อได้
รู้ไว้อาจมีโอกาศไปศึกษาชีวิตคนญี่ปุ่น

9 เทคนิคพิชิตรถไฟแน่น

ใครที่เคยขึ่นรถไฟที่ญี่ปุ่นจะรู้ว่า รถไฟในช่วงเวลาเร่งด่วนนั้นแน่นหนาไปด้วยผู้คนขนาดไหน และหากคุณต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นเป็นเวลานาน การเลี่ยงรถไฟในช่วงเวลาเร่งด่วนนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม ..เราได้รวบรวมสุดยอดเทคนิค 9 กระบวนท่าสำหรับการเอาชีวิตรอดในรถไฟญี่ปุ่นมาไว้แล้วที่นี่! สตรอง!!

  1. เคล็ดวิชา ‘ปีนเขา’
    ในชั่วโมงเร่งด่วน รถไฟญี่ปุ่นจะแน่นขนัดอัดไปด้วยคนและคน อย่าว่าแต่จะได้นั่งหรือเปล่าเลย แค่จะหาเสาหรือขอบเกาะเพื่อพยุงตัวยังแทบเป็นเรื่องอิมพอสสิเบิ้ล ในสถานการณ์เช่นนี้เราขอแนะนำเคล็ดวิชา ‘ปีนเขา’ เช่นเดียวกับกีฬาที่ชื่อนี้ คุณจะต้องขยับแขนหาพื้นผิวที่สามารถ ‘เกาะ’ หรือ ‘จับ’ ให้ได้ และพื้นผิวที่คุณควานเจอจะขรุขระ คับแคบ หรือลื่นปรี๊ดแค่ไหน คุณก็จะต้องรวบรวมพลังลมปราณเกร็งมือเพื่อจับให้อยู่ให้ได้ มิฉะนั้นการเดินทางบนรถไฟของคุณอาจจะเริ่มไม่สวย

jumbo jili

  1. เคล็ดวิชา ‘นิ้วอรหันต์’
    เพียงนิ้วเดียว สามารถพลิกคุณจากผู้แพ้ให้กลายเป็นผู้ชนะได้ทันที

สถานการณ์ที่เหมาะสำหรับการใช้เคล็ดวิชานี้คือตรงประตูรถไฟ โดยก่อนอื่นให้คุณเหยียบย่างเข้าไปในพื้นผิวของพื้นรถไฟ เมื่อทำได้แล้วจงหันหน้าออกไทางชานชาลา ชูหนึ่งนิ้วขึ้นฟ้า และใช้นิ้วดั่งกล่าวยันขอบประตูด้านบน เพื่อเพิ่มความเสถียรและมั่นคงให้แก่คุณ สำหรับคนที่สูง สามารถยันที่เพดานได้เลย ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็น ‘เสา’ ที่ค้ำระหว่างพื้นและเพดานรถไฟ มีความมั่นคงแม้ตอนรถไฟเหวี่ยง

  1. เคล็ดวิชาพิฆาตสาว ‘คาเบะด้ง’
    ไม่น่าเชื่อว่าท่าไม้ตายของเหล่าพระเอกหนังญี่ปุ่น ‘คาเบะด้ง’ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริงในรถไฟชั่วโมงเร่งด่วนนี่เอง

สล็อต

ในบางครั้งที่รถไฟเหวี่ยงหรือขยับแรงๆ ผู้คนพากันล้มระเนระนาด และจะเกิดอะไรขึ้นหากคนสองคนที่หันหน้าเข้าหากันล้มใส่กันแบบตรงๆ องศาเป๊ะๆล่ะ? คุณคงได้เอาร่างกายบริเวณใบหน้าไปสกินชิพกับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายของอีกฝ่ายแน่นอน และมันก็คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร…. แต่ปัญหานี้จะหมดไป! หากคุณใช้วิชา ‘คาเบะด้ง’ โดยในวินาทีที่คุณกำลังจะล้มไปทางอีกฝ่าย ขอให้คุณยื่นแขนข้างใดข้างหนึ่งไปดันกับผนังดัง ”ตึง!” ก็สำเร็จ ผ่านพ้นวิกฤติไปได้อย่างสวยงาม อย่างไรก็ตามเคล็ดลับของวิชานี้อยู่ตรงที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องไม่มองหน้ากันตรงๆ หากอยากหลีกเลี่ยงโมเมนท์สุดแสนโรแมนติกแบบในหนัง แต่ถ้าอีกฝ่ายหน้าตาดีก็อีกเรื่องหนึ่ง….

  1. ปรมาจารย์ ไมเคิล แจ็กสัน
    หากคุณเรียนรู้สเต็ป และท่วงท่าการแด๊นซ์ของราชาเพลงป็อปอย่าง ไมเคิล แจ็กสัน ไว้ละก็ นี่เป็นโอกาสที่จะนำมาใช้แล้ว

สล็อตออนไลน์

แน่นอนว่ารถไฟในชั่วโมงเร่งด่วนนั้น มีช่องว่างให้เราเบียดตัวเข้าไปน้อยมาก แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือพื้นที่วางเท้ากลับน้อยยิ่งกว่า และในสถานการณ์เยี่ยงนี้เอง ปลุกพลังไมเคิล แจ็กสันของคุณขึ้นมา โดยการเขย่งบนปลายเท้า และใช้สเต็ปเทพในการก้าวสอดแทรกเข้าไปในพื้นที่อันจำกัด เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

  1. เคล็ดวิชา ‘พริ้วไหวตามกระแสน้ำ’
    twitter.com
    เทคนิคก่อนหน้านี้ทั้ง 4 อันเป็นเทคนิคการแสวงหาที่ยินและการทำตัวเองให้บาลานซ์เพื่อมีชีวิตรอดในการนั่งรถไฟต่อไป แต่เทคนิคนี้แตกต่างจากเทคนิคก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง โดยท่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้แรงในการแข็งขืนฝืนธรรมชาติ แค่เพียงปล่อยร่างกายให้พริ้วไหวไปตามแรงเหวี่ยงของรถไฟ คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นมนุษย์ มนุษยชาติที่จะอยู่รอดไปถึงจุดหมายด้วยกัน
  2. เคล็ดวิชา ‘ต้นคอพิฆาตเวลา’
    ความทรมานในการรอรถไฟไปให้ถึงจุดหมายในคลื่นมนุษย์ เป็นความเศร้าอย่างหนึ่งในชึวิต ยิ่งในบางครั้งที่ความแออัดทำให้คุณไม่สามารถแม้จะยกสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเล่นได้ ยิ่งเป็นความเศร้าอย่างที่สุด หากเศร้าแล้วจะไปทำงานอย่างมีสติ หรือไปเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานได้อย่างไร …และเนื่องด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงมีผู้คิดค้นเคล็ดวิชา ‘ต้นคอพิฆาตเวลา’ เพื่อมาต่อกรกับช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้

jumboslot

วิธีการง่ายมาก มองต้นคอของคนที่อยู่ใกล้ที่สุด และค้นหาว่าคนๆนั้นมองไปทางไหน หันไปทางทิศนั้นและมองต้นคอของคนที่อยู่ทางทิศดังกล่าว ทำกระบวนการนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ ก็จะช่วยให้คุณฆ่าเวลาได้เป็นอย่างดี

  1. พิธีนัดดูตัว ‘โอมิไอ’
    เกิดขึ้นเมื่อคุณกำลังจะก้าวออกจากรถไฟ แต่ประตูเจ้ากรรมดันปิดพอดีทำให้คุณต้องพลิกตัวกลับมาประจัญหน้ากับคนข้างหลังอย่างเสียมิได้ ในช่วงห้าวินาทีอันยาวนานก่อนที่ประตูจะเปิดอีกรอบนี้เอง ที่คุณต้องงัดวิชา’โอมิไอ’ หรือพิธีดูตัว ขึ้นมา เรียนรู้วิธีการมองหน้าอีกฝ่ายไม่ให้รู้สึกเก้อเขิน รวมถึงไม่ทำให้บรรยากาศพาไหนต่อไหนด้วย
  2. เคล็ดวิชา ‘เป๊ะทุกองศา’
    หากคุณสามารถจับห่วงด้านบนเพดานได้ คุณจะสามารถใช้เคล็ดวิชานี้ได้ เนื่องจากพื้นที่แนวระนาบมีอยู่น้อยนิด ทำให้เราต้องใช้พื้นที่ในอากาศให้คุ้มค่าด้วยการใช้มือข้างที่จับห่วงถือหนังสือพิมพ์หรือมือถือ โยกคอไปข้างหลังเพื่ออ่าน หรือเล่นเกมก็ตาม เคล็ดวิชานี้มีประโยชน์อย่างมากเมื่อคุณอยู่ในตู้โดยสารที่แน่นจนไม่มีแม้แต่ที่จะให้แขนอยู่

slot

  1. การโจมตีที่ดีที่สุดคือการป้องกัน
    เคล็ดวิชาสุดท้ายนี่เป็นพรสวรรค์ที่ทุกคนมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด นั่นก็คือการป้องกันตัวเองด้วยสัญชาตญาณนั่นเอง เมื่อผู้คนทะลักเข้ามาในรถไฟ ต่างคนต่างก่อพื้นที่ของตัวเอง ทำให้เกิดเป็นกำแพงสองฝั่ง คือฝั่งที่หันหน้าออกไปทางประตูด้านซ้ายและฝั่งที่หันหน้าออกไปทางประตูด้านขวา อย่างไรก็ตามเมื่อถึงสถานีถัดไป ผู้คนที่ขึ้นมาใหม่จะพยายามสอดแทรกตัวเข้าไปตรงกลาง และสร้างพื้นที่ของตัวเองขึ้นมาใหม่ ระหว่างกำแพงทั้งสองฝั่ง ในขณะนั้นเอง ผู้ที่เป็น ‘กำแพง’ จะเกร็งหลังให้แข็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว เพื่อไม่ให้ผู้มาใหม่เข้ารุกล้ำ หรือทะลุเข้ามายังพื้นที่ของตัวเอง คนญี่ปุ่นชอบการท่องเที่ยวและการกินมาก