กินอาหารญี่ปุ่นตามฤดูกาล ภาคฤดูหนาว

อาหารประจำฤดูกาลทั้ง 4 ของชาวญี่ปุ่น คือวัฒนธรรมการกินอย่างหนึ่งที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากสภาพอากาศและบรรยากาศที่แตกต่างกันชัดเจนในแต่ละฤดู เมนูอาหารจึงมีความแตกต่างกันไปด้วย

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นและอาหารประจำฤดูหนาว
การมีอาหารที่แตกต่างกันอย่างมากในสี่ฤดูเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะอีกอย่างของชาวญี่ปุ่น ซึ่งในสี่ฤดูกาลที่แตกต่างชาวญี่ปุ่นก็จะทำอะไรที่แตกต่างกันพอสมควร อย่างกิจกรรมเฉพาะของฤดูทั้งสี่ก็แตกต่างกันไป เช่นมีงานเทศกาลดอกไม้ไฟในฤดูร้อน เทศกาลหิมะในฤดูหนาว และแน่นอนว่าเรื่องของอาหารก็ด้วย เช่นคากิโกริ (Kakigori) หรือน้ำแข็งใส จะได้รับความนิยมในฤดูร้อน และ ขนมซากุระโมจิ (Sakura Mochi) ขนมหวานที่ได้รับความนิยม ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วจะทำขายฤดูอื่นก็ได้ (เพราะหลายเจ้าก็ไม่ได้ใช้ดอกซากุระจริงๆเป็นส่วนผสม) แต่ส่วนใหญ่ก็จะพร้อมใจกันวางขายเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิ เหล่านี้เป็นต้น

jumbo jili

ฤดูหนาวของญี่ปุ่นจะอยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาที่อากาศหนาวเย็นมากที่สุด เรื่องของอาหารการกินก็จะมีเมนูที่นิยมรับประทานเฉพาะในช่วงฤดูนี้เพื่อเป็นการคลายความหนาวและทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น และหากจะพูดถึงอาหารประจำฤดูหนาวของญี่ปุ่น ที่นิยมกันมากก็คือนาเบะ (Nabe) หรือหม้อไฟ ซึ่งแต่ละภูมิภาคจนถึงระดับท้องถิ่น ก็จะมีเมนูนาเบะแบบพิเศษที่หารับประทานได้เฉพาะพื้นที่นั้นๆด้วย เช่นอิชิคารินาเบะของเกาะฮอกไกโด ที่มีความพิเศษคือการใส่นมและเนยลงไปในหม้อนาเบะด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนของวัตถุดิบที่นำไปประกอบอาหารในช่วงฤดูหนาวก็จะมีของที่ผลิตได้มากในฤดู เช่นปลาบุริ (Buri) ปลาอังโคะ (Ankou) หอยนางรม (Kaki) ผักประเภทหัวไชเท้า ผักกาดขาว ด้านผลไม้ก็จะเป็น แอปเปิ้ล ส้ม สตรอเบอรรี่
สำหรับเมนูอาหารยอดนิยมในฤดูหนาวของชาวญี่ปุ่น 5 ชนิด ที่เปรียบเสมือนรสชาติแห่งฤดูหนาวที่อยากจะแนะนำในก็มีดังต่อไปนี้

สล็อต

  1. นาเบะ (Nabe)
    นาเบะ หรือแปลง่ายๆคือ หม้อไฟแบบญี่ปุ่น เป็นเมนูอาหารประจำฤดูหนาวที่รับประทานกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากความร้อนของน้ำซุปในหม้อไฟนอกจากมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายได้ด้วย และไม่มีสูตรตายตัว

โดยทั่วไปแล้วในหม้อนาเบะจะประกอบด้วย ผักกาดขาว หัวไชเท้า แครอท ต้นหอม เต้าหู้ เห็ด เนื้อสัตว์ต่างๆ ซึ่งความน่าสนใจของเมนูนาเบะนี้คือ นาเบะจะมีสูตรท้องถิ่นของพื้นที่นั้นๆ ที่แตกต่างกันออกไปอย่างมากมายแล้วแต่พื้นที่ ของแปลกๆที่น่าสนใจก็อย่างเช่น นาเบะปลาอังโคะ (หรือปลาตกเบ็ด) ที่ใช้ปลาตกเบ็ดที่จับได้มากในอิบารากิเป็นวัตถุดิบหลัก และแน่นอนว่าเป็นนาเบะชื่อดังของจังหวัดอิบารากิ หรือฮากาตะโมทสึนาเบะ เมนูท้องถิ่นของจังหวัดฟุกุโอกะ ที่มีวัตถุดิบหลักเป็นเครื่องในวัวและไม่ค่อยใส่เนื้อส่วนอื่น เป็นต้น

สล็อตออนไลน์

  1. โอเด้ง (Oden)
    โอเด้ง เป็นอาหารญี่ปุ่นที่หลายๆ คน น่าจะเคยได้ยินและเคยรับประทานกันมาแล้ว โอเด้งได้รับความนิยมและเหมาะกับการรับประทานในฤดูหนาวมากเช่นกัน เพราะหารับประทานง่าย ตามร้านสะดวกซื้อก็มีขาย แถมราคาไม่แพง เมื่อถึงฤดูหนาวก็รับประทานเพื่อคลายหนาวได้เป็นอย่างดี ในโอเด้งจะประกอบด้วยน้ำซุปจากโชยุและวัตถุดิบหลากหลายชนิด เช่นไข่ต้ม หัวไชเท้า ชิกุวะ ส่วนผสมที่ทำจากบุก ทั้งแบบเป็นชิ้นและเป็นเส้น เต้าหู้ทอด ลูกชิ้นทำจากเนื้อสัตว์เสียบไม้

ในแง่ของความสะดวก โอเด้งถือว่าหาซื้อไม่ยาก นอกจากจะมีขายตามร้านสะดวกซื้อแล้ว หากไปเที่ยวงานเทศกาลฤดูหนาวที่จัดขึ้นก็มักจะพบเจอแผงลอยขายโอเด้งให้ได้เลือกชิมกันด้วย

  1. โมจิต้มถั่วแดง (Zenzai)
    เซ็นไซเป็นขนมหวานญี่ปุ่นที่ถือว่าเป็นรสชาติของฤดูหนาว และมีการรับประทานกันอย่างแพร่หลาย ลักษณะเป็นขนมหวานทำมาจากแป้งโมจิสดๆ (หรืออาจจะนำไปย่างก่อน) แล้วนำมาต้มกับซุปจากถั่วแดงและน้ำตาลทรายที่เคี่ยวมาอย่างเข้มข้น ได้ออกมาเป็นโมจิต้มถั่วแดงที่มีรสชาติเหนียวนุ่ม หวาน อร่อย เหมาะกับการรับประทานร้อนๆในช่วงที่อากาศหนาว อีกทั้งโมจิยังเป็นอาหารมงคลตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นด้วย ทำให้เมนูขนมหวานนี้ได้รับความนิยมรับประทานกันมากเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

jumboslot

  1. อาหารชุดประจำเทศกาลปีใหม่ โอเซจิ (Osechi)
    ในฤดูหนาวที่ญี่ปุ่นคือช่วงที่ตรงกับเทศกาลสำคัญนั่นก็คือเทศกาลปีใหม่ และมีวัฒนธรรมประเพณีตามความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับอาหารในเทศกาลนี้ ที่เรียกว่า อาหารชุดประจำเทศกาลปีใหม่ หรือโอเซจิ (Osechi) โดยแต่ละครอบครัวก็จะเตรียมอาหารเป็นสำรับไว้เพื่อรับประทานในวันที่ 1-3 มกราคม
    ในสำรับอาหารชุดโอเซชิ โดยทั่วไปแล้วจะประกอบด้วยเมนูอาหารที่เป็นมงคล มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ทั้งอาหารคาวและหวานเช่น

โซบะข้ามปี (Toshikoshi Soba) เส้นโซบะสื่อถึงอายุที่ยืนยาว
โอโซนิหรือซุปใส่โมจิ (Ozoni) ซุปที่กินกันในช่งปีใหม่มาแต่อดีต
ข้าวต้มสมุนไพร 7 ชนิด (Nanakusagayu) เพื่อความเป็นมงคล
คุริคินตน (Kurikinton) ของหวานทำจากเกาลัดกวน ที่ว่ากันว่ามีรูปร่างคล้ายก้อนทอง เป็นต้น

slot

  1. นิคุมัง (Nikuman)
    นิคุมัง ก็คือซาลาเปาญี่ปุ่นนั่นเอง เป็นอาหารว่างที่เหมาะกับการรับประทานร้อนๆในฤดูหนาว ที่หารับประทานได้ทั่วไป ซึ่งเมนูนี้ก็ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารจีน แต่สิ่งที่แตกต่างจากซาลาเปาทั่วไปของนิคุมังก็คือส่วนที่เป็นไส้ โดยนิคุมัง จะทำจากส่วนผสมของเนื้อหมูบด หัวหอมใหญ่ หรือเห็ดหอมกับหน่อไม้ และต่อมาในยุคหลังๆก็มีการพัฒนาไส้ที่หลากหลายมากขึ้น เช่นเนื้อวัว, รสบาร์บีคิว, รสพิซซ่า รวมไปถึงไส้ที่เป็นรสหวานอย่างช็อคโกแลตหรือถั่วแดง นิยมทานคู่กับชาร้อนๆ เทศกาลการกินอาหาร

การคลอดลูกที่ญี่ปุ่น

“การคลอดลูก” เรื่องน่ารู้สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ญี่ปุ่น หรือแต่งงานมีครอบครัวที่ญี่ปุ่นค่ะ ใครที่มีแฟนแต่งงานอยู่ญี่ปุ่นน่ารู้เอาไว้นะ หรือผู้สนใจที่อยากรู้ระบบของโรงพยาบาลญี่ปุ่นก็ห้ามพลาดค่ะ

บทความนี้คือภาค 2 “การคลอดลูกที่ญี่ปุ่น” เป็นภาคต่อจาก “การตั้งครรภ์ที่ญี่ปุ่น” ค่ะ ใครที่ยังไม่ได้อ่านภาคแรกสามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่ค่ะ
1 วันก่อนผ่าคลอด
บทความนี้จะเล่าถึงเรื่องการผ่าคลอดนะคะ
เมื่อถึงวันและเวลานัดสองสามีภรรยาก็ขับรถไปยังโรงพยาบาลพร้อมเอกสารและสิ่งของที่เตรียมไว้ เมื่อมาถึงทางพยาบาลจะให้ลงทะเบียนและพาไปยังห้องพัก หลังจากนั้นจะพาไปชมรอบ ๆ วอร์ด เช่น ห้องอาบน้ำรวม จุดเติมน้ำร้อนหรือเอาน้ำแข็ง ที่ทิ้งขยะประเภทต่าง ๆ (มีที่ทิ้งแพมเพิสแยก) และจบด้วยการอธิบายตารางกิจกรรมในแต่ละวันตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในโรงพยาบาล

jumbo jili

ห้องพักรวม
ปรกติที่ญี่ปุ่นห้องพักผู้ป่วย 1 ห้องจะมีทั้งหมด 4 เตียง และถูกแบ่งกั้นพื้นที่ด้วยผ้าม่านที่เลื่อนเปิดปิดได้ เตียงที่สามารถปรับระดับโดยใช้รีโมท มีปลั๊กไฟให้ใช้ฟรี ทีวีและตู้เย็นเล็ก (ต้องซื้อการ์ดมาเสียบและนับตามเวลาใช้งานจริง)

ในวอร์ดมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพรียบพร้อม อย่างห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ไดร์เป่าผม หม้อต้มน้ำร้อน 24 ชม. น้ำแข็ง อ่างล้างจาน ไมโครเวฟ แต่ทุกอย่างต้องใช้ร่วมกัน หมายถึงในห้องพักจะไม่มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำ จะต้องออกมาใช้ด้านนอก ส่วนห้องอาบน้ำจะต้องไปเอาบัตรเวลาที่จะอาบ เมื่อถึงเวลาก็ติดบัตรไว้ที่ประตูและห้ามล็อคประตูเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถเข้าไปช่วยได้

เตรียมตัวก่อนคลอด
เมื่อจัดของเรียบร้อย ก็รอทานอาหารเย็นที่ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ให้ หลังจากนั้นก็จะต้องงดน้ำงดอาหารตามเวลาที่แพทย์กำหนด พักผ่อนให้มากเพื่อเตรียมตัวในวันถัดไป

สล็อต

วันผ่าคลอด
ก่อนการผ่าคลอดจะมีการตรวจร่างกาย พยาบาลมาช่วยโกนขนเฉพาะจุด และเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมเข้าห้องผ่าตัด เมื่อถึงเวลา หมอและพยาบาลก็จะพาเราขึ้นเตียงเพื่อไปยังห้องผ่าตัด คุณพ่อหรือญาติจะถูกแยกให้ไปอยู่ในห้องรอ ส่วนว่าที่คุณแม่จะถูกย้ายไปอยู่บนเตียงผ่าตัดพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามร่างกาย ฉีดยาชาที่กระดูกสันหลัง รอจนยาชาออกฤทธิ์ เมื่อพร้อมหมอก็เริ่มทำการผ่าตัด

หลังจากที่คุณหมอสับ ๆ เฉาะ ๆ บิดท้องเราไปมา เบบี๋ก็จะออกมาอุแว้ ๆ พยาบาลจะให้เราได้ดูหน้าค่าตาสักนิด ก่อนนำไปทำความสะอาด เช็คความผิดปรกติต่าง ๆ ของร่างกาย ก่อนนำไปให้พ่อหรือญาติได้ถ่ายรูปไว้แชร์บนโซเชี่ยลมีเดีย และย้ายทารกไปอยู่ที่ห้องดูแลเด็กชั้นเดียวกับห้องพักค่ะ

คุณหมอก็ทำแผลให้เราจนเสร็จเรียบร้อย ย้ายเราไปยังเตียงคนไข้ และเข็นกลับไปยังห้องพักสำหรับฟื้นตัว ซึ่งเป็นห้องเดี่ยวและมีห้องน้ำในตัวเป็นเวลา 2 วัน (พยาบาลจะย้ายของและสัมภาระเรามาไว้ที่ห้องเตรียมไว้ให้เรียบร้อย)

สล็อตออนไลน์

หลังผ่าคลอด
วันที่ผ่าตัดจะไม่ได้ทานอะไรทั้งวันแม้กระทั่งน้ำเปล่า เพราะจะได้รับน้ำและสารอาหารผ่านทางน้ำเกลือแทน นอนพะงาบ ๆ ไปใจก็อยากกอดลูก แต่ทำไม่ได้เพราะยาชายังไม่หมดฤทธิ์ และวันนี้หมอไม่อนุญาตให้ลุกหรือเคลื่อนไหวเพราะจะทำให้แผลฉีกขาดได้ ส่วนปัสสาวะจะถูกสวนท่อก่อนที่จะได้รับการผ่าตัด พยาบาลจะเข้ามาถ่ายน้ำไปทิ้งเป็นระยะ ๆ รวมถึงเปลี่ยนถุงน้ำเกลือและเช็คร่างกาย จะมีการติดตั้งที่บีบรัดขาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้นอย่าหวังว่าจะได้พัก หมอและพยาบาลจะประโคมทุกอย่างเข้ามา เช่นสายสะดือ การ์ดรูปภาพลูกพร้อมวันที่และเวลา น้ำหนักแรกคลอด และของที่ระลึกทั้งหลายรวมถึงการขอถ่ายรูปหมอผ่าตัดคู่กับลูกด้วย (อันนี้รีเควสเองเพราะหมอหล่อ)
1 วันหลังคลอด
หลังจากนอนเป็นผักอยู่ 1 วันเต็ม หมอก็จะเข้ามาตรวจดูอาการและบอกให้เราพยายามขยับขาเพราะอาจจะเกิดพังผืดที่แผลถ้าไม่มีการขยับร่างกาย และสามารถลุกขึ้นนั่งได้ วันนี้ดื่มน้ำเปล่าได้อย่างเดียว ยังไม่สามารถทานอะไรได้ ส่วนลูกพยาบาลจะเข็นมาให้เชยชมเป็นครั้ง ๆ ไป ส่วนแผลติดกันกระแทกไว้อย่างดี ไม่ต้องทำอะไรกับแผลเลยตั้งแต่หลังคลอดจนหายดี ชอบมาก ณ จุดนี้ (เพราะขี้เกียจมากกก)

jumboslot

2 วันหลังคลอด
วันนี้ดีใจมากเพราะจะเริ่มได้ทานอาหารแล้วเย้! เริ่มจากข้าวเช้าเป็นน้ำต้มข้าว (เอิ่ม…ควรจะดีใจมั้ยเนี่ย?) มื้อเที่ยงก็เป็นข้าวต้มน้ำ (ก็ยังมีแต่ข้าวกับน้ำ) ส่วนมื้อเย็นเป็นข้าวต้มแบบจริง ๆ ซะที (ยังดีมีเศษเนื้อมาให้) และวันนี้ก็อาบน้ำได้แล้วหลังจากหมักหมมมา 3 วัน อาจจะเจ็บแผลแต่ต้องพยายามเดินตามที่หมอสั่ง พยาบาลจะพาไปให้นมลูกที่ห้องรวม เมื่อให้นมลูกเสร็จจะพาลูกเรากลับไปดูแลให้เหมือนเดิม
3 วันหลังคลอด
วันนี้เป็นวันที่พยาบาลคืนลูกให้เรา คือเริ่มให้ดูแลลูกด้วยตนเอง ที่วอร์ดจะมีห้องสำหรับให้นม คุณแม่ทุกคนเวลาให้นมจะต้องมาให้ที่ห้องนี้เพื่อพยาบาลจะช่วยดูตลอด 24 ชั่วโมง จะช่วยเช็คว่าลูกดูดนมถูกวิธีมั้ย? ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเหมาะ นมแม่ตันหรือไม่มีน้ำนมพยาบาลก็จะคอยช่วยเหลือตลอด ทำให้อุ่นใจมาก แต่พอเอามาอยู่ด้วยก็ร้องแบบนอนสต๊อปจนอยากเอาไปคืนพยาบาลจริง ๆ (^ u ^” )
วันออกจากโรงพยาบาล
คุณแม่ที่ผ่าคลอดจะต้องอยู่ในโรงพยาบาล 10 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่แข็งแรงพอที่จะดูแลตนเองและลูกน้อยได้ วันที่ออกจากโรงพยาบาลก็มีการตรวจร่างกายครั้งสุดท้าย จัดเก็บข้าวของ รวมถึงการชำระเงินส่วนเกินที่หักจากเงินช่วยเหลือของรัฐบาล ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะแยกเป็น 2 ส่วน คือของแม่และของเด็ก ของเด็กสามารถใช้บัตรสุขภาพหักลดหย่อนได้ แต่ต้องไปแจ้งเกิดและทำบัตรของลูกให้เรียบร้อย ดังนั้นค่าใช้จ่ายส่วนนี้โรงพยาบาลจะยืดหยุ่นให้สามารถจ่ายเงินล่าช้าหรือย้อนหลังได้

slot

2 วันหลังจากออกโรงพยาบาล
หมอจะนัดตรวจสุขภาพทารกหลังจากออกจากโรงพยาบาล 2 วัน จะมีการตรวจร่างกายทารก ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง และหยอดยา รวมไปถึงการพูดคุยกับหมอเพื่อแนะนำวิธีการเลี้ยงดูทารก เช่นเรื่องของนม การดูแลสภาพร่างกาย และอื่น ๆ
1 เดือนหลังจากคลอด
สุดท้ายนี้ เมื่อทารกครบ 1 เดือนจะมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพประจำอำเภอ (保健センター) อำนวยความสะดวกตรวจสุขภาพทารกถึงบ้าน พูดคุยกับคุณแม่เพื่อสอบถามสุขภาพกายและใจว่าพร้อมดูแลลูกน้อยหรือไม่ หรือถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเลี้ยงดูสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ได้
ความน่ารักเกี่ยวกับประเทศนี้คือ เมื่อเจ้าหน้าที่โทรมานัดแนะเวลาที่จะมาตรวจ ทำให้ทราบว่ามารดา (เดี้ยนเอง) เป็นชาวต่างชาติ ทางเจ้าหน้าที่ถึงกับขออนุญาตนำล่ามคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาไทยได้มาด้วย ที่จริงส่วนตัวสามารถสื่อสารกับสามีเป็นภาษาอังกฤษได้ไม่อยากรบกวนเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าไม่เป็นไร ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพราะอยากพูดคุยเกี่ยวกับความเป็นอยู่โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านสามี

เมื่อถึงวันนัดก็พบกับเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่มาตรวจพัฒนาการของลูก และล่ามผู้ชายคุณอันโด ผู้ที่เคยสอนภาษาญี่ปุ่นที่กรุงเทพฯ เมื่อ 20 ปีก่อน พร้อมเอกสารเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนที่เขียนด้วยลายมือภาษาไทย พร้อมทั้งให้ชื่อที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของผู้หญิงไทยที่อยู่ละแวกใกล้บ้าน ถ้ามีอะไรสงสัยก็ลองติดต่อหรือสอบถามได้ เป็นความประทับใจที่ทำให้เห็นถึงความตั้งใจในการทำงานจริง ๆ ค่ะ การคลอดลูกของคนญี่ปุ่นถือเป็นความเชื่อทำตามกันมาตลอด

รู้รอบเรื่องซูโม่

ถ้าพูดถึงกีฬาญี่ปุ่นละก็ ภาพของนักซูโม่ลอยมาแน่นอน เพราะด้วยรูปร่างอันสูงใหญ่ นุ่งผ้าน้อยชิ้นพร้อมทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้หลายคนจดจำกีฬาญี่ปุ่นชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี มาค้นหาความน่าสนใจและเสน่ห์ของกีฬาซูโม่กับป้าเมโกะแล้วจะรู้ว่าซูโม่เป็นมากกว่ากีฬาของชาติญี่ปุ่นเสียอีก~

ประวัติซูโม่
ซูโม่มีประวัติยาวนานกว่า 1,500 ปี ถือเป็นกีฬาที่ฝังรากลึกเข้าไปในวัฒนธรรมญี่ปุ่น แต่เดิมซูโม่ไม่ได้เป็นกีฬาเอาไว้ชมกันอย่างเดียว แต่ยังเอาไว้แสดงประกอบพิธีกรรมหน้าเทพเจ้าตามความเชื่อของชินโต เพื่อแสดงความเคารพเทพเจ้าและเพื่อขอพรให้พืชผลออกดีในฤดูเก็บเกี่ยวอีกด้วย จนถึงสมัยเอโดะ ในสมัยนั้นได้เริ่มมีการจัดการแข่งซูโม่ขึ้นเพื่อหาเงินบริจาคสร้างศาลเจ้าหรือวัด คนธรรมดาก็เลยมีโอกาสได้ชมซูโม่ และนักกีฬาซูโม่มืออาชีพก็ได้ถือกำเนิดขึ้น จนพัฒนามาเป็นกีฬาซูโม่ที่เราเห็นอย่างทุกวันนี้

jumbo jili

กว่าจะได้เป็นนักซูโม่
การจะได้เป็นนักซูโม่นั้นไม่ง่าย เพราะต้องผ่านการฝึกฝนหลายขั้นตอน เพราะการเป็นนักซูโม่ได้นั้นถือว่ามีเกียรติและซูโม่ยังถูกยกย่องให้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการดำรงชีวิตตามแบบแผนญี่ปุ่นดั้งเดิม ดังนั้นนักซูโม่จึงต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะการฝึกซ้อม การกิน และวิธีการดำรงชีวิต

ก่อนจะมาเป็นซูโม่มืออาชีพต้องสมัครเข้าโรงเรียนฝึกหรือที่เรียกว่า ‘เฮยะ’ เสียก่อนเพราะซูโม่ต้องมีสังกัดอยู่ ถ้าเปรียบแบบบ้านเราคือต้องเป็นศิษย์ในค่ายมวย แต่ละค่ายอาจมีกฎเกณฑ์รับสมัครต่างกัน แต่ส่วนมากจะรับสมัครอายุไม่เกิน 23-25 ปี ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 165-167 เซนติเมตร น้ำหนัก 65-67 กิโลกรัมขึ้นไป (ค่อยไปขุนน้ำหนักทีหลังได้) และเป็นเพศชายเท่านั้น นอกจากการฝึกทักษะการปล้ำมวยแล้วพวกเขายังต้องเข้าห้องเรียนวิชาการเป็นเวลา 6 เดือน เช่นการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ซูโม่ การเขียนพู่กัน หรือสังคมศาสตร์ก็ต้องเรียนเหมือนกัน

สล็อต

โดยตารางชีวิตของซูโม่ฝึกหัดนั้นเข้มงวดไม่เบา เพราะถูกกำหนดไว้หมดแล้วโดยเริ่มตั้งแต่ตื่นนอน 6 โมงเช้า / 6 โมงครึ่งฝึกซ้อม / 11 โมงเช้าอาบน้ำ / เที่ยงทานอาหารกลางวัน / บ่ายสองนอนหรือพักผ่อนตามอัธยาศัย / 4 โมงเย็น ทำความสะอาดและฝึกซ้อม / 6 โมงเย็น ทานอาหารเย็น /สามทุ่มครึ่ง เข้านอน (เฮยะจะปิดประตู ปิดไฟหมด เป็นการบังคับให้นอน) เป็นต้น

กว่าจะประสบความสำเร็จเป็นแถวหน้าในวงการนั้นไม่ง่าย ใช้ทั้งเวลาและความอดทนไม่น้อย ลำดับขั้นของซูโม่มีทั้งหมด 6 ขั้น จะได้เลื่อนขั้นหรือถูกลดขั้นไปลำดับไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับผลงานว่าแพ้หรือชนะมากเท่าไร โดยขั้นต่ำสุด คือ Jonokuchi ซึ่งถือว่าเป็นขั้นแรกสุดและลำบากสุดก็ว่าได้ เพราะไหนจะต้องฝึกซ้อมแล้วยังต้องช่วยงานในเฮยะ เช่นทำความสะอาด หุงอาหาร และปรนนิบัติรุ่นพี่ (ป้าว่าอารมณ์เป็นรุ่นน้องต้องโดนรับน้องนิดนึง) ไล่ไปจนถึงขั้นสูงที่เรียกว่า Makuuchi โดยตำแหน่งแชมเปี้ยนที่เรียกว่า Yokozuna เป็นตำแหน่งสูงสุดที่นักซูโม่ทุกคนใฝ่ฝัน~

สล็อตออนไลน์

บอกเลยว่าถ้าผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงและชนะติดต่อกันจนได้เลื่อนขั้นมาถึงตำแหน่ง Yokozuna ก็สบายแล้วเพราะรายได้นี่ไม่ธรรมดา โดยจะได้ค่าเบี้ยเลี้ยง (แม้ไม่ใช่ฤดูกาลแข่งขั้น) เดือนละ 2.8 ล้านเยนต่อเดือน (ย้ำว่าต่อเดือน) ถือว่าเยอะมาก เพราะแม้แต่อาชีพหมอญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์ทำงานโรงพยาบาลทั่วไป 3-4 ปีก็ยังแทบไม่ถึงล้านเยนต่อเดือน และเงินนี้ยังไม่รวมค่าสปอนเซอร์ ค่าออกทีวี (กรณีดังเป็นเซเลบริตี้) ฯลฯ ป้าไม่แปลกใจเลยว่านักซูโม่ดังๆของญี่ปุ่นมีแฟน/ภรรยาสวยๆระดับดาราหรือนางแบบแถวหน้าก็ไม่น้อย

กติกาการเล่นซูโม่
กติกาการเล่นจริงๆแล้วแสนง่ายดาย ฝ่ายไหนจับอีกฝ่ายออกจากเชือกวงกลมหรือที่เรียกว่าโดเฮียว (ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.55 เมตร) ได้ก็ถือว่าชนะ ไม่มีอะไรซับซ้อน ตัดสินแพ้ชนะได้ง่ายๆเลยในไม่กี่นาที แต่แตกต่างกับมวยหรือกีฬายกน้ำหนักที่ว่าจะไม่มีการแบ่งประเภทของนักแข่งตามน้ำหนักใดๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมซูโม่ยิ่งตัวใหญ่ยิ่งดี เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจอคู่ต่อสู้ตัวใหญ่แค่ไหน (ส่วนใหญ่ที่ป้าเห็นก็จะน้ำหนักประมาณ 140 กว่ากิโล)

jumboslot

ใครที่เคยดูการแข่งซูโม่คงเคยเห็นว่านักกีฬาซูมีการทำพิธีกรรมและท่าทางต่างๆก่อนเริ่มเล่น โดยนักซูโม่จะโปรยเกลือลงบนสังเวียนเพื่อความบริสุทธิ์ และจะยกขากระทืบเท้าทั้งสองข้างนั้นเพื่อเป็นการไล่ภูติผีปีศาจ เวทีซูโม่และกีฬาซูโม่นั้นถือเป็นของศักดิ์สิทธิตามความเชื่อศาสนาชินโด ตามประเพณีแล้วผู้หญิงห้ามก้าวเข้าไปโดยเด็ดขาด ปี 2018 ที่ญี่ปุ่นออกข่าวกันครึกโครมเนื่องจากนายกเทศมนตรีเกิดหมดสติขณะพูดเปิดงานบนเวทีแข่งซูโม่แล้ว พยาบาลซึ่งเป็นผู้หญิงจึงรีบรุกไปช่วยแต่กลับมีประกาศออกไมค์ว่าให้นางพยาบาลออกไปจากสนามแข่งโดยด่วน เหตุการณ์นี้เรียกเสียงวิพากวิจารณ์กันใหญ่เพราะศตวรรษที่ 21 แล้ว และเกิดเหตุฉุกเฉินขนาดนี้ยังจะยึดประเพณีนี้อีกหรือ…

อาหารซูโม่
กว่าจะขุนน้ำหนักเด็กหนุ่มผอมแห้งให้อ้วนท้วนได้ขนาดนั้น เรื่องกินถือเป็นเรื่องใหญ่และต้องมีวินัยไม่น้อย โดยทุกวันต้องกินให้ได้ประมาณ 20,000 แคลอรี (คนปกติกินประมาณ 2,500 แคลอรี มากกว่าเกือบ 10 เท่าเลยทีเดียว) ที่น่าสนใจคือวิธีการกินเพราะซูโม่ที่เห็นตัวใหญ่ๆนั้นเขาไม่กินอาหารเช้ากันนะ เมื่อตื่นเช้ามาก็จะฝึกซ้อมอย่างหนักให้หิวจนสามารถกินได้เยอะๆในมื้อกลางวัน

slot

อาหารหลักของซูโม่คือ ‘Chanko-Nabe’ หรือหม้อไฟที่หลักๆแล้วประกอบด้วยเนื้อ ปลา ผัก เต้าหู้ เน้นโปรตีนเป็นสำคัญ เสริมด้วยข้าวสวยที่จะทานกันเป็นสิบชามหรือบางครั้งก็จะตบท้ายด้วยการเทเส้นอุด้งลงในน้ำซุปที่เหลืออีก และปิดท้ายด้วยเบียร์ เอาให้อิ่มหนำสำราญ ส่วนอาหารเย็นก็ยืนพื้นด้วยเมนูนี้เช่นกัน เมื่อท้องตึงแล้วก็ได้เวลานอนและต้องนอนตอนอิ่มเท่านั้นเพื่อจะได้ลดการเผาผลาญพลังงาน ดังนั้นจากตารางชีวิตประจำวันจะสังเกตได้ว่าซูโม่จะนอนหลังกินอาหารเที่ยงอิ่มๆเกือบสี่ชั่วโมงเลยทีเดียว (เอาเป็นว่าใครจะไดเอทกรุณาทำตรงกันข้ามกับการกินนี้~)

ใครอยากลิ้มลองว่าอาหารซูโม่เป็นอย่างไรให้ไปที่ย่าน Ryogoku ที่โตเกียวได้เลย ซึ่งย่านนี้ถือเป็นย่านซูโม่จึงมีร้านอาหารที่ขาย Chanko-Nabe เยอะมาก หลายร้านเขาก็ปรับให้คนธรรมดาอย่างเราๆทานได้ ปริมาณไม่ได้มโหฬารอย่างนักซูโม่เขา นอกจากนี้มาทานอาหารในย่านนี้อาจได้เห็นซูโม่ตัวเป็นๆเดินผ่านไปมาหรือนั่งอยู่ในร้านอาหารข้างๆเราก็เป็นได้นะ ญี่ปุ่นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่งดงาม

10 สัตว์ประหลาดในตำนานของญี่ปุ่น

สัตว์ประหลาดของญี่ปุ่นหลายตัวนั้นไม่ได้มีพิษภัย เพียงแค่บำเพ็ญเพียรหรือมีอายุมากจนมีรูปร่างเปลี่ยนไปเท่านั้น ส่วนมาก็จะขึ้นสวรค์ไปทั้งยังงั้น ไม่ได้ก่อกวนมนุษย์ถ้ามนุษย์ไม่ไปหาเรื่องก่อน แต่ในจำนวนนั้น แน่นอนว่ามีตัวโหดๆ ที่รับรองได้ว่าคุณจะต้องไม่อยากยุ่งด้วย ไม่อยากจะเจอ และไม่อยากแม้จะบังเอิญเห็นด้วยซ้ำ เพราะบางตัวแต่เห็นก็ซวยได้ง่ายๆ แล้ว

jumbo jili

  1. Kamaitachi
    Kamaitachi มาจากคำว่า Kama ที่แปลว่า เคียว และ Itachi ที่แปลว่าพังพอน โดยปกติ Kamaitachi จะอยู่ด้วยกันสามตัวพี่น้อง ที่คอยป่วนวิ่งเอาเคียวใส่ฟันขาคน โดยตัวแรกจะขัดขาให้คนล้มก่อน แล้วตัวที่สองจะใช้เคียวฟันขา และตัวที่สามจะคอยเย็บแผล ทั้งหมดนี้เกิดในพริบตาเดียวเท่านั้น ขนาดที่แค่กระพริบตาทีเดียว ขาก็หายไปแล้ว!
  2. Joro-Gumo
    Joro-gumo คือปิศาจแมงมุมสาวที่ปกติเป็นสาวงาม แต่สามารถแปลงกายเป็นแมงมุมยักษ์ได้ บางครั้งก็จะมีท่อนบนเป็นสาวงามและท่อนล่างมีขายุ่บยั่บเหมือนแมงมุม คอยหลอกหนุ่มๆ ให้เข้าใกล้ก่อนจะพันด้วยใยแมงมุม พ่นพิษใส่ และกินจนไม่เหลือ บางทีก็จะปรากฏกายเป็นสาวงามอุ้มเด็ก เรียกให้หนุ่มๆ ที่เดินผ่านมาให้ช่วยอุ้ม ก่อนจะเห็นว่าจริงๆ แล้วเด็กคือไข่แมงมุมมากมาย

สล็อต

  1. Katakirauwa
    ปิศาจลูกหมู ฟังชื่อดูน่ารักแต่ระวังให้ดีเพราะเจ้าลูกหมูตัวนี้จะมีลักษณะเด่นดังนี้
    1) มีหูเดียว
    2) ไม่มีเงา
    3) ถ้าคุณปล่อยให้มันวิ่งลอดระหว่างขาของคุณได้ มันจะขโมยวิญญาณของคุณไป
  2. Tsuchigumo
    เราคงจะรู้จักสัตว์ประหลาดที่เป็นลูกผสมระหว่างสัตว์ต่างๆ ในเทพนิยายกรีกอย่าง Manticore ที่มีตัวเป็นสิงโต มีปีกค้างคาว และมีหัวเป็นคนกันเป็นอย่างดี ญี่ปุ่นก็มีสัตว์ประหลาดแบบนั้นเช่นกัน อย่าง Tsuchigumo ที่มีร่างกายเป็นเสือ มีแขนขาของแมงมุม และมีหน้าของปิศาจ คอยจับนักเดินทางกิน โดยในตำนานของญี่ปุ่น เมื่อมีคนปราบมันได้ แรากฏว่ามีโครงกระดูกของมนุษย์ร่วงออกมาจากร่างกายมันถึง 1,990 ชิ้นเลยทีเดียว

สล็อตออนไลน์

  1. Isonade
    ให้ลองนึกภาพฉลามที่มีครีบแหลมเรียงกันยังกะที่ขูดชีส (แต่เอาไว้ขูดเนื้อคุณแทน) เจ้าตัวนั้นคือ Isonade ฉลามยักษ์ผู้ดุร้ายแห่งท้องทะเล ที่จะใช้ทั้งฟันแหลมคมลากคุณลงท้องทะเล ก่อนจะใช้ครีบในการบดคุณเป็นชิ้นๆ
  2. Bake-Kujira
    การได้เจอปลาวาฬที่มีชีวิตอยู่แบบตัวเป็นๆ นั้นจัดว่าโชคดีมากๆ แต่ยามใดที่ปลาวาฬถูกสังหาร มันจะกลับมาในร่างของผีปลาวาฬ หรือ Bake-Kujira ในคราบของโครงกระดูกเคลื่อนไหว ที่จะนำหายนะมาให้ผู้พบเห็น ไม่ว่าจะเป็นสารพัดความโชคร้ายอย่างไฟไหม้ แผ่นดินไหว คลื่นลมทะเลคลั่ง และโรคระบาดสารพัด

jumboslot

  1. Bakeneko
    ปิศาจแมวมีหลากหลายประเภทมาก Bakeneko เป็นหนึ่งในนั้น Bake (อ่านว่า บาเก) แปลว่าแปลงร่าง ส่วน neko แปลว่าแมว นั่นก็หมายถึงปิศาจแมวแปลงร่างนั่นเอง โดยมากจะเป็นแมวที่มีอายุยืน อยู่จนแก่พอจนกลายเป็นปิศาจ และยิ่งแก่ก็ยิ่งมีพลังมาก และสามารถขยายร่างได้ใหญ่มากตามกัน มักจะนำหายนะมาให้เจ้าของ และยังสามารถกินเจ้าของได้ด้วย บางทีก็จะเรียกลูกไฟขนาดยักษ์มาก่อให้เกิดไฟไหม้รอบบริเวณ
  2. Akkorokamui
    หลายๆ ประเทศมักจะมีสัตว์ปริศนาลึกลับที่ไม่ทราบว่าจริงๆ แล้วเป็นแค่ตำนานหรือมีอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประหลาดแห่งทะเลสาปล็อคเนส หรือตัวบิ๊กฟุต ญี่ปุ่นก็มีอยู่เหมือนกัน เจ้าตัวนั้นมักจะปรากฏกายเป็นปลาหมึกยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่า 110 เมตร มันคือ Akkorokamui ในช่วงศตวรรษที่ 1900 เคยมีคนเคลมว่าได้เจอเจ้า Akkorokamui ในขณะที่กำลังล่าหาปลาอยู่ ได้ถูกโจมตีโดยปลาหมึกยักษ์ แต่ยังโชคดีที่ลำตัวสีแดงสดมันทำให้เราเห็นมันได้ง่ายแต่ไกล ฉะนั้นระวังตัวให้ดีถ้าเห็นอะไรแดงๆ ใหญ่อยู่ใต้น้ำให้กลับเรือหนีทันที!

slot

  1. Nine Tailed Kyuubi
    Nine Tailed Kyuubi หรือจิ้งจอกเก้าหางนั้นคือหมาจิ้งจอกที่มีอิทธิฤทธิ์ ยิ่งหางเยอะก็ยิ่งแปลว่ามีฤทธิ์เดชมาก ว่ากันว่าถ้าจิ้งจอกอายุเกิน 100 ปีก็จะงอกหางเพิ่มอีก 1 หาง ฉะนั้นจิ้งจอกเก้าหางนั้นต้องบำเพ็ญเพียรและมีอายุยาวนานมากกว่า 900 ปี และเมื่อนั้น ขนของมันจะเปลี่ยนสีเป็นสีทองอมขาวอร่ามสวยงาม มันจะสามารถเห็นและได้ยินทุกอย่างจากทุกที่ในโลก และเมื่ออายุครบ 1,000 ปีเมื่อไหร่ ขนจะกลายเป็นสีทองทั้งตัว และกลายร่างเป็น Tenko หรือจิ้งจอกสวรรค์ที่มีอิทธิฤทธิ์สูงสุด ก่อนจะเดินทางไปอาศัยอยู่ในสวรรค์
  2. Yamata-no-Orochi
    ไม่มีสัตว์ประหลาดตัวไหนที่จะน่าสะพรึงกลัวไปกว่า Yamata-no-Orochi แล้ว Yamata-no-Orochi เป็นมังกรที่มีหัวถึง 8 หัว และมีหาง 8 หาง และลำตัวยาวขนาดสามารถคร่อมยอดเขาได้ถึง 8 ลูก มีอิทธฤทธิ์ร้ายแรง โดยมันจะมากินเด็กสาวในหมู่บ้านริมน้ำปีละคนทุกปีๆ ก่อนจะถูกกำราบลงในที่สุดด้วยชายที่ชื่อ Susanoo โดยวิธีเรียบง่ายมากคือ สร้างกระท่อมที่มีประตู 8 ประตู แต่ละประตูก็จะใส่เหล้าชั้นดีเอาไว้แล้วหลอกให้ Yamata-no-Orochi เข้ามากินก่อนที่จะเมา และถูกสับเป็นชิ้นๆ ไปญี่ปุ่นต้องทำตามประเพณีของเขา

衆道 (ชูโด)พิธีแห่งการเป็นชายเหนือชาย

เพศทางเลือกก็ดี รสนิยมทางเพศที่ไม่ใช่ชายกับหญิงทั่วไปก็ดี ทั้งหมดไม่ได้เพิ่งเริ่มเร็วๆนี้ แต่มีมายาวนาน และในหลายที่ก็แพร่หลายจนถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ บางที่ บางวัฒนธรรมก็ถือว่าเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว
และแน่นอนว่าประเทศญี่ปุ่นเองก็มีเช่นกัน แถมยังเป็นความภาคภูมิใจในหมู่ซามูไรอีกด้วย ซึ่งชื่ออย่างเป็นทางการของพิธีก็คือ 衆道 ชูโด

จุดเริ่มต้นของพิธี ชูโด (衆道) เริ่มต้นมาจาก การเล่นสวาทผิดแปลกที่เรียกว่านันโชคุหรือดันโชคุ (男色) แปลว่าความรักของชายที่มีต่อชายด้วยกัน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ว่ากันว่าได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีนในช่วงราชวงศ์ถัง (1161-1450)

jumbo jili

ในบางตำรากล่าวถึงที่มาที่ไปของนันโชคุว่า ในอดีตเมื่อหญิงสาวมีประจำเดือนจะทำให้ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายได้ เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่สกปรก จึงทำให้เหล่าผู้ชายที่ยังมีความต้องการเริ่มหันมามองซึ่งกันและกันมากขึ้น และเป้าหมายที่ถูกหมายตามากที่สุดก็คือกลุ่มเด็กชายรุ่นๆ หรือวัยกำลังโตที่เป็นบ่าวหรือคนรับใช้

ด้วยความปรารถนาที่มากเกินกว่าจะเก็บไว้
การมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับผู้ชายด้วยกันก็เริ่มมากขึ้น จนในที่สุด นันโชคุ หรือการเล่นสวาทที่ผิดแปลก ก็กลายเป็นเรื่องที่ปกติในยุคนั้น และมันก็ได้พัฒนาจนกลายเป็นคำสอนหรือพิธีกรรมเกี่ยวกับความรักอันทรงเกียรติอย่างหนึ่งของเหล่าซามูไร

สล็อต

เมื่อการเล่นสวาทที่ผิดแปลกหรือนันโชคุเริ่มรู้จักอย่างแพร่หลาย คำสอนเกี่ยวกับการกระทำดั่งกล่าวหรือคำบอกเล่าปากต่อปาก ทำให้นันโชคุค่อยๆพัฒนาไปเป็นประเพณีหรือพิธีกรรมอันทรงเกียรติของเหล่าซามูไร และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของชูโดนั่นเอง

วิถีของชูโดไม่มีอะไรซับซ้อน เพียงแค่ซามูไรผู้แกร่งกล้าวิชาหมายตาหรือตกลงใจที่จะรักและเอ็นดูซามูไรรุ่นน้องที่ไร้ประสบการณ์ และเมื่อได้เลือกแล้ว สายสัมพันธ์นั้นจะไม่มีวันสะบั้นลงเด็ดขาด วิถีนี้เปรียบได้ดัง “ดอกไม้” แห่งจิตวิญญาณของซามูไร

สล็อตออนไลน์

เหตุผลที่ใช้รองรับความรักหรือสายสัมพันธ์นี้ เกิดจากความเชื่อที่ว่า หากยิ่งผูกพันธ์กันลึกซึ้งมากเพียงใดก็จะยิ่งก่อให้เกิดพลังที่ฮึกเหิมและใจสู้ที่จะปกป้องกันและกัน และเยียวยาดูแลกันและกันในยามที่ต้องลำบากหรือโศกเศร้าเป็นต้น เพราะในสมัยที่มีสงครามหรือศัตรูรุกราน เหล่าชายหนุ่มมักจะต้องออกไปตามค่ายหรือออกไปสู้รบ ต้องปล่อยให้ภรรยาหรือหญิงสาวอันเป็นที่รักรออยู่ในที่ๆปลอดภัยหรือที่ๆห่างไกล

ทำให้ในบางคราความคะนึงหาหรือความรักที่มีก็ไม่สามารถเติมเต็มได้ จึงจำต้องหันมามองคนข้างกายและยึดมั่นแต่กับสิ่งนั้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
พิธีชูโดมีความคล้ายคลึงกับประเพณีของกรีกโบราณ ที่ชายหนุ่มจะมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็กผู้ชายหรือวัยรุ่นชายและเหตุผลจูงใจก็จะมีความคล้ายคลึงกันในเรื่อง “ความรัก”

jumboslot

รักเพื่อให้เกิดความฮึกเหิม
รักเพื่อให้มีกำลังใจที่จะปกป้องและต่อสู้เพื่อสิ่งสำคัญ
รักเพื่อที่จะไม่ทอดทิ้งกันในสภาวะคับขัน
และรักเพื่อที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังสงครามหรือความวุ่นวายจบลง

ดังนั้นพิธีชูโดจึงนับว่าเป็นพิธีที่มีเกียรติทำให้จิตวิญญาณของการเป็นซามูไรนั้นสมบูรณ์แบบ และสามารถสืบทอดต่อไปได้จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง โดยไม่ใช่เพียงกลุ่มซามูไรที่นำมาปฎิบัติ เพราะแม้แต่เจ้าเมืองหรือชนชั้นสูงเองก็ใช้วิธีนี้กับทหารคนสนิทเพื่อให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ และเป็นคำมั่นสัญญาของความภักดีของทหารคนนั้นที่จะมีต่อนายคนเดียวไปชั่วชีวิต

slot

แต่ทว่าพิธีชูโดก็ได้สิ้นสุดลงเมื่ออารยธรรมทางตะวันตกได้เข้ามาสู่ประเทศญี่ปุ่น

พิธีนี้ได้หายไปพร้อมกับยุคการกวาดล้างซามูไรรวมถึงค่านิยมใหม่ที่เข้ามาแทนที่คือการเชยชมสตรีทั้งใบหน้า รูปร่างและเครื่องแต่งกายจนทำให้มาในปัจจุบันไม่มีใครได้รับรู้เลยว่าเคยมีวิถีของซามูไรแบบนี้อยู่จริงๆจนได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับภาพจิตรกรรมและบันทึกพงศาวดารต่างๆจึงทำให้ได้ทราบถึงเรื่องราวนี้

ว่าความรักที่เกิดขึ้นกับเพศเดียวกันหรือรักร่วมเพศนั้นเป็นเรื่องที่มีมายาวนานและเปิดรับกันมาตั้งแต่อดีตไม่ใช่พึ่งเริ่มมีอย่างที่ผู้คนมากมายเข้าใจกัน ถือเป็นวัตธนธรรมกันสืบมา

ปีใหม่ในแบบฉบับของญี่ปุ่น

ชมพระอาทิตย์แรกของปี
การชมพระอาทิตย์ขึ้นในวันแรกของปีใหม่ สถานที่ที่นิยมกันก็จะเป็นภูเขา ทะเล หรือตึกสูงที่เห็นวิวได้ชัดเจน โดยมีความเชื่อว่า ได้ชมพระอาทิตย์แรกของปีก็เหมือนได้รับพลังศักดิ์สิทธิ์ในการดำรงชีวิต เรียกว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีและนำความสุขมาให้ตลอดปี ในช่วงเทศกาลขึ้นปีใหม่สถานที่ต่างๆที่ได้รับความนิยมในการเดินทางไปชมแสงแรกของปีก็จะเปิดเป็นกรณีพิเศษในคืนวันที่ 31 ธันวาคม ตลอดทั้งคืนถึงเช้าวันที่ 1 มกราคม

สถานที่ยอดนิยมในการไปชมพระอาทิตย์ขึ้นวันแรกของปีใหม่ก็มีอยู่ทั่วทุกจังหวัด เช่น ชายฝั่งทะเลกับวิวหินคู่รัก (Bungo Futamigaura) ในจังหวัดโออิตะ, ทะเลสาบทั้ง 5 รอบภูเขาไฟฟูจิในจังหวัดยามานาชิ, บนจุดชมวิวภูเขาทาคาโอะของโตเกียว เป็นต้น

jumbo jili

และเมื่อวันที่ 1 มกราคมมาถึง หลังจากชมแสงแรกของพระอาทิตย์แล้ว ประเพณีที่นิยมกันมากอีกอย่างของชาวญี่ปุ่นก็คือชวนกันไปวัดหรือศาลเจ้าเพื่อสวดมนต์ ขอพรปีใหม่ ทำบุญและอธิษฐานเพื่อความเป็นมงคลแก่ตัวเอง โดยผู้หญิงก็นิยมแต่งชุดกิโมโนไปวัดหรือศาลเจ้าในวันนี้ด้วย

ฮัทสึโมเดะ การขอพรปีใหม่ครั้งแรกของปี ที่วัดหรือศาลเจ้า (Hatsumode
วัดและศาลเจ้าที่ชาวญี่ปุ่นนิยมไปสักการะขอพรปีใหม่ในแต่ละภูมิภาคก็มีหลายแห่ง เช่น

สล็อต

ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Jinja) ในเกียวโต ซึ่งมีพิธีไฟศักดิ์สิทธิ์นั่นคือการแกว่งเชือกที่จุดไฟในช่วงเวลาที่ไปขอพรในคืนที่เข้าสู่ปีใหม่ ตามความเชื่อว่าเพื่อปัดเป่าโชคร้ายในปีที่ผ่านมาออกไป และขอให้โชคดีตลอดปีใหม่ที่กำลังมาถึง

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jingu) ในกรุงโตเกียวก็มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมาก ถือว่าเป็นศาลเจ้าอีกแห่งที่มีผู้คนเดินทางไปไหว้ขอพรมากที่สุดในช่วงปีใหม่ของทุกปี

ศาลเจ้าดาไซฟุ (Dazaifu Tenmangu) ในจังหวัดฟุกุโอกะ ก็เป็นศาลเจ้าที่เชื่อกันว่าถ้ามาขอพรปีใหม่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้จะทำให้ประสบความสำเร็จเรื่องการเรียน

สล็อตออนไลน์

วิธีการสักการะขอพรที่ศาลเจ้าหรือวัดในวันปีใหม่ตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นจะมี 6 ขั้นตอน ดังนี้

1.โยนเหรียญลงในกล่องถวายเงิน เพื่ออัญเชิญเทพเจ้าให้มารับการสักการะ ส่วนใหญ่นิยมใช้เหรียญ 5 เยน

2.สั่นกระดิ่งที่แขวนอยู่ข้างหน้ากล่องถวายเงิน เป็นการอัญเชิญเทพเจ้าที่บนสวรรค์ให้ลงมายังโลกมนุษย์เพื่อรับการสักการะ

3.โค้งคำนับ 2 ครั้ง เป็นขั้นตอนการคำนับฟ้าดิน

jumboslot

4.พนมมือและอธิษฐาน

5.ปรบมือ 2 ครั้ง เพื่อแสดงความคารวะเทพเจ้าที่ได้มารับฟังสิ่งที่เราขอพร และอัญเชิญให้กลับไปสถิตย์ยังที่เดิม

6.โค้งคำนับ 1 ครั้ง เพื่อคารวะต่อศาลเจ้าอันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

“โอมิคุจิ” และ “โอมาโมริ” รับปีใหม่
ประเพณีปีใหม่ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดในญี่ปุ่น คงเป็นการเสี่ยงเซียมซีเพื่อรับใบทำนายที่วัดหรือศาลเจ้าหรือที่เรียกว่า “โอมิคุจิ” เพื่อทำนายว่าในปีนี้ดวงชะตาจะเป็นอย่างไร โดยมีรูป

slot

แบบดวงชะตาราวๆ หนึ่งร้อยรูปแบบ ซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการเงิน, สุขภาพ, ความรัก และอื่นๆ หากอ่านแล้วรู้สึกว่าคือโชคร้าย ตามธรรมเนียมก็จะต้องผูกใบเซียมซีนี้ไว้ในบริเวณวัดหรือศาลเจ้าเพื่อเป็นการทิ้งความโชคร้ายเอาไว้ที่นี่ ส่วนใครที่ได้โชคดีก็มักจะนำใบเซียมซีกลับไปด้วย

ส่วน “โอมาโอริ” ก็คือเครื่องรางที่มีความหมายเป็นสิริมงคลที่สามารถซื้อได้ในศาลเจ้าหรือวัดในวันปีใหม่ ตามจุดประสงค์ที่แต่ละคนต้องการ เช่น เครื่องรางเนื้อคู่, เครื่องรางส่งเสริมเรื่องการเงิน, สุขภาพ เป็นต้น โอมาโอริที่พบเห็นได้ทั่วไปจะมีลักษณะเป็นถุงไหมปักเล็กๆ สำหรับพกพาติดตัวนั่นเอง คนญี่ปุ๋นจะทำตามวัตนธธรรมของเขาแบบเค่งคัดเสมอ