โปรเจค Aave กลายเป็นตัวที่สองบน DeFi ที่สามารถแซงหน้า Maker ได้

โปรเจค Aave กลายเป็นตัวที่สองบน DeFi ที่สามารถแซงหน้า Maker ได้

jumbo jili

โปรโตคอลด้านการกู้ยืมบนแพลทฟอร์ม decentralized finance ( DeFi) ที่ชื่อว่า Aave ดูเหมือนว่าจะแตะอันดับหนึ่งในด้านจำนวนเม็ดเงินที่ถูกล็อคไว้ (TVL) แล้ว โดยแซงหน้าคู่แข่งอย่าง MakerDAO ไปเป็นที่เรียบร้อย

สล็อต

โดยค่า TVL ของ Aave นั้นได้พุ่งแตะ 1.45 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.56 หมื่นล้านบาท อ้างอิงจาก DeFi Pulse ในขณะเดียวกันค่า TVL ของ MakerDAO นั้นอยู่ที่ราว ๆ 1.44 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น
Aave นั้นถือเป็นโปรเจคที่สองที่สามารถเอาชนะ MakerDAO ได้ โดยเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน แพลทฟอร์ม Compound นั้นได้เอาชนะ DAI หรือผู้ออกเหรียญ stablecoin ไป โดยมีเม็ดเงินราว ๆ 500 ล้านดอลลาร์ที่ถูกล็อคไว้บนแพลทฟอร์มดังกล่าว หากเทียบกับของ MakerDAO ในตอนนั้นที่ 486 ล้านดอลลาร์
กระแสการทำ yield farming นั้นกำลังมีความบ้าคลั่งอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ค่า TVL เกือบทั้งหมดของ DeFi นั้นได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงไปแตะ 6.9 พันล้านดอลลาร์ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จำนวนของมันอยู่ที่แค่ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น โดยก่อนหน้านี้บริษัทด้านการวิเคราะห์ชื่อดัง Block Research ได้ออกมารายงานว่า TVL นั้นไม่ถือเป็นตัวชี้วัดสำหรับ DeFi ที่ดี แต่พวกเขาแน่นำให้ใช้ Open Finance Index ของ The Block ที่มีการนำเอาตัวแปรด้านอื่น ๆ อย่างเช่นโวลุมบนเว็บเทรดบนตลาดเทรดแบบ decentralized เข้ามาวิเคราะห์ด้วย ซึ่งจะทำให้เห็นภาพได้ง่ายมากขึ้น
การมาวิ่งอันดับหนึ่งของ Aave นั้นดูเหมือนว่าจะมีขึ้นหลังจากที่พวกเขาได้รับใบอนุญาต Electronic Money Institution (EMI) จากรัฐบาลอังกฤษ ทำให้ทาง Aave สามารถให้บริการด้านการออกเงินดิจิทัลทางเลิอกได้ และรวมถึงให้บริการด้านการจ่ายเงินได้อีกด้วยเช่นกัน
นาย Clem Chambers ซีอีโอของ ADVFN ได้เปลี่ยนมุมมองด้านราคาที่มีต่อ bitcoin จากเป็นกระทองจนสุดขั้ว มาตอนนี้กลายเป็นหมีจนสุดขั้ว โดยเขาเชื่อว่าราคาของเหรียญ BTC นั้นจะร่วงลงเหลือ $10,000 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรราคา BTC มีแนวโน้มที่จะทำซ้ำในประวัติศาสตร์
โดยอ้างอิงจากการให้สัมภาษณ์กับ Stansberry Research นั้นก่อนหน้านี้ในปี 2018 นาย Chambers คาดการณ์ว่าราคา Bitcoin จะวิ่งกลับไปที่ 20,000 ดอลลาร์ และเสริมว่าหาก “กลไกการตลาดของสินทรัพย์ยังคงเป็นไวรัล” ราคาอาจไปถึง 200,000 ดอลลาร์ หรือแม้แต่ 2 ล้านดอลลาร์ แต่สำหรับตอนนี้แนวคิดของเขาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว โดยเขากล่าวว่าตลาดนั้นกำลังเป็นขาลงอย่างมาก เริ่มตั้งแต่ตอนที่ราคา “วิ่งไปแตะจุดสูงสุด”
เขาเชื่อว่าราคาของ BTC นั้นจะร่วงไปหาระดับ 20,000 ดอลลาร์ก่อนในอนาคตอันใกล้ และมองว่ามันอาจร่วงลงไปแตะระดับ 10,000 ดอลลาร์ต่อหลังจากนั้น ซึ่งถือเป็นการร่วงที่รุนแรงอย่างมากหากเกิดขึ้นจริง
เขากล่าวว่าความเห็นส่วนตัวของเขานั้นมีมาจากการที่กราฟ bitcoin ทำ “รูปแบบเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า” โดยก่อนหน้านี้เขามองว่ารูปแบบการขึ้นของราคาในปี 2011, 2015, 2017 และในปี 2021 bitcoin ถือเป็นช่วงขาขึ้นของราคาที่เกิดหลังการ halving ซึ่งมัน “ขึ้นอย่างจรวด แล้วก็ลงมาอย่างก้อนหิน”
เมื่อมันตกลงมาเหมือนก้อนหิน เขากล่าวว่า มันอยู่ที่ “ประมาณสองเท่า” ของระดับต่ำสุดของขาลงก่อนหน้า โดยครั้งก่อนหน้านี้เขาได้ทำนายว่าจุดต่ำของราคาโดยเฉลี่ยนั้นอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าตอนนี้จะถึงจุดต่ำสุดที่ 10,000 ดอลลาร์

สล็อตออนไลน์

เขากล่าวว่าหากนักลงทุนสถาบันไม่เข้ามาในตลาดครั้งนี้ ราคาอาจจะทำจุดสูงสุดแค่ที่ 40,000 ดอลลาร์ และอาจจะไปไม่ถึง 60,000 ดอลลาร์ อย่างแน่นอน โดยเขากล่าวว่า
“ขั้นตอนการเป็นไปของมันตอนนี้เหมือนกันทุกประการ ผมเคยคาดการณ์การเพิ่มขึ้นของราคาเพราะจุดเริ่มต้นของการเพิ่มขึ้นครั้งที่แล้วเหมือนกับจุดเริ่มต้นของการเพิ่มขึ้นครั้งล่าสุด ผมพูดว่า ‘ดูสิ มันเป็นรูปแบบเดิมอีกแล้ว มันจะทะลุหลังคา’… เกือบจะเหมือนกับว่าคุณมีกราฟจากนักเดินทางผ่านห้วงเวลามาอยู่ตรงหน้าคุณ”
เขาคาดว่าขาลงของตลาดคริปโตนั้นกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อีกด้วย โดยเฉพาะราคา bitcoin อาจลดลงต่ำกว่าห้าหลักก่อนที่รายย่อยจะยอมจำนนและขายทิ้งไป ในขณะเดียวกัน Ethereum อาจลดลงเหลือ $800 ถึง $900 เป็นระยะเวลานานก่อนที่จะฟื้นตัว
นาย Chambers กล่าวว่าขาลงของ crypto นั้น “มาถึงแล้ว” และหากนักเทรดยังคงถือ position ยาว ๆ “มันก็ยิ่งแย่ลงและแย่ลงไปอีก” สำหรับเขา การลดลงของราคาเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เพราะเขานั้นจะสามารถค่อย ๆ ซื้อเก็บสะสมได้ไปจนกระทั่งถึงการ halving ครั้งถัดไป
เขาตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงขาขึ้นครั้งต่อไปนั้น ราคาของ BTC อาจพุ่งไปแตะ 90,000 ดอลลาร์ก็เป็นได้ แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไป
แม้ว่าธนาคารกลางของอินเดียจะยังคงมีท่าทีที่ไม่ชัดเจนต่อสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ดูเหมือนว่าล่าสุดรัฐบาลของประเทศนั้นเริ่มที่จะพิจารณาบังคับใช้กฎเกณฑ์ภาษีใหม่กับเว็บเทรดคริปโตในต่างประเทศแล้ว
โดยรายงานล่าสุดจาก economictimes.indiatimes ระบุว่า เว็บเทรดคริปโตในต่างประเทศอาจต้องเสียภาษีตามกฎเกณฑ์ใหม่ หากพวกเขาได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีลูกค้าที่ใช้บริการจากประเทศอินเดีย
แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีรายงานเว็บเทรดคริปโตที่เสียภาษีในอินเดีย แต่หากข้อเสนอดังกล่าวนี้มีผลบังคับใช้จริง พวกเขาอาจถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงที่ถึง 18%
ในขณะเดียวกันรายงานจากสำนักข่าว Reuters เขียนระบุว่า เว็บเทรดคริปโตในท้องถิ่นยังคงประสบปัญหาใหญ่ในการค้นหาสถาบันการเงินที่เต็มใจทำงานร่วมกับพวกเขา
เนื่องจากธนาคารกลางอินเดียนั้นยังคงปฏิบัติตามนโยบายที่เข้มงวดและมองอุตสาหกรรมนี้ในแง่ลบ แม้ว่าจะมีการยกเลิกคำสั่งห้ามที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
ในขณะที่รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาอยู่ว่า พวกเขาควรปฏิบัติตต่อสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลอย่างไร ธนาคารกลางก็ได้ออกมากล่าวยืนยันแล้วว่า สินทรัพย์เหล่านี้เป็นการเก็งกำไรและมีความเสี่ยงสูง ซึ่งล่าสุดทางผู้ว่าการธนาคารอินเดียกล่าวว่า เขาได้แจ้งความกังวลนี้ไปยังผู้ที่มีอำนาจแล้ว
ราคา Bitcoin ยังคงร่วงลดลงอย่างต่อเนื่องและไม่มีท่าทีที่จะฟื้นตัวกลับขึ้นมาแต่อย่างใด โดยราคา Bitcoin นั้นได้ร่วงลงจากระดับ 35,000 ดอลลาร์ภายในระยะเวลาแค่วันเดียว มาแตะระดับต่ำสุดที่ 32,700 ดอลลาร์ในวันนี้

jumboslot

กราฟจาก TradingView เผยให้เห็นว่าราคา BTCUSDT บนแพลตฟอร์ม Binance นั้นร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงเวลาประมาณ 7 โมงเช้าของวันนี้ โดยร่วงลงจาก 34,000 ดอลลาร์ลงมาอยู่ที่ 32,700 ดอลลาร์
การร่วงลงของราคาในครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นหลังจากตลาดคริปโตทำท่าทางเหมือนกำลังจะฟื้นตัว ท่ามกลางข่าวที่รายงานว่า พ่อมดการเงิน George Soros เริ่มก้าวเข้ามาเทรด Bitcoin
แต่ภายหลังจากนั้นไม่นาน กลุ่มชุมชนนักลงทุนชาวไทยบน Bitcoin Thai Club จำนวนหนึ่งก็ได้ออกมาแสดงอาการเครียดหลังจากที่ราคาร่วง โดยส่วนหนึ่งกล่าวว่า
แม้ว่าราคาของ Bitcoin ดูเหมือนว่าจะเริ่มกลับไปสู่แนวโน้มขาลงแล้ว แต่นักลงทุนก็ยังไม่ควรประมาท เนื่องจากว่าราคาของเหรียญดังกล่าวนั้นมีความผันผวนที่สูงมาก และมันเป็นการยากที่จะคาดเดาทิศทางต่อไปในอนาคต
โดยในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ ราคาของ Bitcoin นั้นอยู่ที่ 33,000 ดอลลาร์ อ้างอิงจาก Coinmarketcap และร่วงลงกว่า 1.6 % จากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สภาการขุดบิทคอยน์ เป็นองค์กรที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในอุตสาหกรรมการขุดบิทคอยน์ ซึ่งเริ่มมาจากการตอบสนองกับคำวิพากษ์วิจารณ์ของ Elon Musk เกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และได้ประกาศยกเลิกการรับชำระเงินด้วยบิทคอยน์ ซึ่ง Elon Musk ได้เปิดเผยว่าเขาจะกลับมารับชำระด้วยบิทคอยน์ใหม่ เมื่ออุตสาหกรรมการขุดใช้พลังงานสะอาดมากกว่า 50%
เมื่อเร็ว ๆ นี้สภาการขุดบิทคอยน์ได้มีการเปิดตัวรายงานบทสรุปเกี่ยวกับการขุดฉบับแรก โดยรายงานดังกล่าวอธิบายว่าอุตสาหกรรมมีการใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น 52.2% ระหว่างไตรมาสที่ 1 ถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2021 พร้อมกับเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายขึ้น 15% วัดเป็น PH/MW
นอกจากนี้ยังเผยว่า 67.6% ของพลังงานทั้งหมดที่สมาชิกสภาใช้ในการขุดบิทคอยน์มาจากแหล่งพลังงานที่ยั่งยืน ซึ่งรับประกันได้ว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าอุตสาหกรรมการขุดในประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศจีนที่ใช้พลังงานไฟฟ้าถ่านหิน
รายงานดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่าความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการขุดบิทคอยน์ กำลังเป็นเรื่องที่ถูกประเมินค่าหรือให้ความสำคัญมากเกินไป ตัวอย่างเช่น เครือข่ายทั้งหมดใช้พลังงานเพียง 0.007% ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้บนโลก และ 56% ของการขุดบิทคอยน์ทั่วโลกใช้พลังสะอาดที่ยั่งยืน
อย่างไรก็ตามมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของรายงานดังกล่าว เนื่องจากรายงานของสภาการขุดฉบับนี้ได้มากจากการรวบรวมข้อมูลจากแบบสำรวจ ด้วยคำถามสามข้อและใช้ข้อมูลเอกสารการวิจัยจากแหล่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่ทราบขนาดของกลุ่มตัวอย่าง รวมถึงขอบเขตความผิดพลาด

slot

Larry Cermak ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ The Block Cermak ยังได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับประเด็นการอพยพของนักขุดจีนในปัจจุบัน ว่ายังไม่มีใครรู้ว่าสัดส่วนการใช้พลังงานจะเป็นอย่างไรจนกว่าแรงขุดจากจีนจะอพยพเสร็จ
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้มีการเตือนว่าหากนักขุดชาวจีนอพยพไปยังประเทศที่มีการพึ่งพาพลังงานที่ก่อให้เกิดมลพิษ การอพยพดังกล่าวก็จะเป็นการส่งออกมลพิษโดยไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของอุตสาหกรรมจริง ๆ เลย

Multiplier Platform แพลตฟอร์ม Defi ฝากเงินกินดอกเบี้ยแถมได้เหรียญฟรี

Multiplier Platform แพลตฟอร์ม Defi ฝากเงินกินดอกเบี้ยแถมได้เหรียญฟรี

jumbo jili

ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อคได้รายงานไปแล้วเกี่ยวกับความคืบหน้าของ Multiplier ที่กำลังเตรียมเปิดตัวแพลทฟอร์ม Defi ตัวใหม่ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งล่าสุดนั้น Multiplier ก็ได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Defi อย่างเป็นทางการแล้วและมีหน้าตาที่เรียบง่าย น่าใช้งานเป็นอย่างมาก

สล็อต

Multiplier ได้เปิดตัวบริการแพลทฟอร์มด้านการกู้ยืมเหรียญคริปโตแบบ Centralized ไปเมื่อปีที่แล้ว และล่าสุดพวกเขาเพิ่งได้รับการตรวจสอบจากทางผู้รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่าง Certik แลได้เปิดตัวแพลตฟอร์ม Defi อย่างเป็นทางการ โดยหลังจากเปิดตัวแพลตฟอร์ม Defi ไปแล้ว ผู้ใช้แพลตฟอร์ม Cefi ของ Multiplier ก็จะยังคงสามารถใช้บริการได้เช่นเดิม ซึ่งในวันนี้ทางสยามบล็อคจะมารีวิวแพลตฟอร์ม Defi ตัวใหม่ของ Multiplier ให้เพื่อน ๆ ได้ทราบกันว่ามันทำงานอย่างไร
Multiplier Defi Platform
ในวันนี้ทาง Multiplier ได้อัพเดตหน้าตาเว็ปไซต์เป็นแบบใหม่ โดยมีส่วนของแพลตฟอร์ม Defi เพิ่มเข้ามา 2 ส่วนก็คือ Yield (การทำฟาร์มเพื่อรับผลตอบแทน) และ Governance (การกำกับดูแลโทเค็น) ที่กำลังเตรียมเพิ่มเข้ามาภายหลัง นอกจากนี้แล้วผู้ใช้ยังสามารถกลับแพลตฟอร์ม CeFi เดิม โดยกดไปที่มุมข้างบนได้อีกด้วย
เมื่อเราได้กดเข้ามาในส่วนของ Yield บนแพลตฟอร์มแล้ว ในหน้าต่างแรกที่เราจะเจอก็คือ การเชื่อมโยงกระเป๋า Wallet ของเราเข้ากับแพลตฟอร์ม Defi ของ Multiplier โดยแพลตฟอร์มจะรองรับ Wallet มากมากไม่ว่าจะเป็น Metamask , Coinbase Wallet , Wallet connect , Fortmatic , Protis ตามภาพ
โดยหลังจากที่เราได้เชื่อมต่อกับ Wallet เสร็จสิ้นแล้ว เราจะเข้ามาสู่หน้าต่าง MyContract หรือรายละเอียดสัญญาในการฝากสินทรัพย์เพื่อรับผลตอบแทนของเรา ซึ่งในขั้นตอนแรกให้เรากดไปที่ Create Contract มุมซ้ายบน
จากนั้นให้เราเลือกหลักประกัน (Collateral) กรอกจำนวนที่ต้องการฝาก และเลือกระยะเวลาในทำการสัญญา หลังจากขั้นตอนนี้ทางแพลตฟอร์มจะแจ้งรายละเอียดผลลัพธ์ต่าง ๆ อาทิเช่นผลตอบแทนจากเหรียญของแพลตฟอร์ม Multiplier (MXX) ที่เราจะได้รับ , วันที่ครบกำหนดสัญญา , ผลตอบแทน APY , ค่าธรรมเนียมในการ Burn เหรียญ
สำหรับหน้าต่างถัดไปจะเป็น Open Market ที่ทาง Multiplier จัดหามากับเราเอง โดยที่เราไม่ต้องกรอกรายละเอียดในการทำสัญญาเองให้เมื่อยและบอกรายละเอียดมาให้เสร็จสรรพ
สุดท้ายนี้หากใครที่ติดตามกระแสของ Defi มาโดยตลอด เราอาจจะได้เห็นแพลทฟอร์มมากมายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น Sushi swap, Balancer,YFI,Curve,Uniswap,Compound ซึ่งแพลทฟอร์มเหล่านี้เป็นแพลทฟอร์มที่สามารถทำ Yield Farming เพื่อรับผลตอบแทน และมันก็ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกของ Defi ซึ่ง Multiplier จะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์ม Defi น้องใหม่ไฟแรงที่เราไม่ควรมองข้าม
สรุป
โดยรวมแล้วแพลตฟอร์ม Defi ของ Multiplier เป็นแพลตฟอร์มการทำ Yield Farming ที่คล้ายกับแพลตฟอร์ม Defi ตัวอื่น ๆ ที่มีเหรียญ Governance Token มาเป็นแรงจูงใจให้กับผู้ใช้ แพลตฟอร์มนี้มีหน้าตาที่ค่อนข้างเรียบง่าย ด้วยโทนเทา-เขียว อ่านง่ายสบายตา มีรายละเอียดการสัญญาแบ่งไว้อย่างละเอียดชัดเจน เหมาะสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่อยากทดลองเข้ามาลงทุนในแพลตฟอร์ม Defi และสัญญา Smart Contract
ข้อดี :
หน้าตา UI เรียบง่ายเหมาะสำหรับ มือใหม่ ใช้งานง่าย
มีรายละเอียดสัญญาการทำ Yield Farming ระบุไว้ครบถ้วนชัดเจน
สามารถเชื่อมต่อ Wallet ได้หลากหลาย
สามารถเลือกกำหนดรายละเอียดในสัญญาได้เองหรือใช้สัญญาที่ทางแพลตฟอร์มจัดหามาให้
สำหรับใครที่ไม่อยากใช้แพลตฟอร์ม Defi หรือสัญญา Smart Contract ก็สามารถเปลี่ยนมาใช้แพลตฟอร์ม Cefi ได้ง่าย ๆ
ข้อเสีย
ไม่แตกต่างไปจากแพลตฟอร์ม Defi ตัวอื่น ๆ
มีมูลค่าสินทรัพย์ที่ถูกล็อคอยู่ในแพลตฟอร์มน้อย (เนื่องจากแพลตฟอร์ม Defi ของ Multiplier เป็นตัว Beta ดังนั้นเราต้องรอดูต่อไปว่าการเปิดตัว Mainnet จะเป็นอย่างไร)
มีค่าทำธรรมเนียมในการ Burn โทเค็น

สล็อตออนไลน์

ผลสำรวจจากสื่อ CNBC ที่ทำการเก็บกลุ่มตัวอย่างหัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุน 100 คนและผู้จัดการพอร์ตการลงทุน แสดงให้เห็นว่าส่วนใหญ่คิดว่าราคา Bitcoin ตอนสิ้นปีนี้จะต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์
ปี 2021 เริ่มต้นด้วยการวิ่งขึ้นของราคาอย่างไม่น่าเชื่อ โดยแม้ว่าสัญญาณในตลาดจะบ่งบอกว่ามัน overbought แล้ว แต่ราคาก็ยังพุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่องจนไปถึง 65,000 ดอลลาร์ภายในกลางเดือนเมษายน
ตั้งแต่นั้นมา ราคาก็เกิดการกลับตัว และตลาดนั้นก็ถูกถาโถมเข้ามาด้วยคลื่นของความ FUD ที่ทำให้ตลาดเกิดความกลัวและเทขายกันอย่างล้นหลาม
อย่างไรก็ตาม สื่อการเงินอย่าง Bloomberg นั้นดูเหมือนว่าจะมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป โดยพวกเขาคาดการณ์ว่าราคาของ BTC นั้นจะวิ่งไปแตะ 100,000 ดอลลาร์ได้ในปลายปีนี้
44% ของผู้จัดการการลงทุนมองว่า Bitcoin จะวิ่งต่ำกว่า $30k
การสำรวจรายไตรมาสของ CNBC กับผู้จัดการการลงทุนสถาบันราว ๆ 44% ของทั้งหมดเชื่อว่าราคานั้นจะวิ่งต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์
ในขณะที่ 25% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า Bitcoin จะแตะ 40,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปีนี้, อีก 25% เลือก $50,000 และอีก 6% คิดว่า BTC สามารถปิดได้ที่ $60,000
Andrew Sorkin ผู้ประกาศข่าวจาก Squawk Box กล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลสำรวจดังกล่าวว่าเขาเลือกจะเห็นด้วยกับผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ แต่ก็แค่ timeframe ในระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น พร้อมเสริมว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เขาคิดว่า Bitcoin จะมีราคาสูงกว่า 30,000 ดอลลาร์
“ภายในสิ้นปีนี้ บางทีผมอาจจะได้เป็นคนหัวเราะก่อนก็ได้ ผมมองว่าราคามันจะอยู่ข้างใต้ แต่หากคุณบอกว่าภายในอีก 10 ปี ผมมองว่าราคาจะอยู่เหนือจุดนี้”

jumboslot

ผู้ประกาศข่าว Joe Kernan นั้นมีมุมมองเป็นขาขึ้นที่ค่อนข้างจะระวังตัว โดยกล่าวว่าแม้ว่าราคาจะร่วงลงไปแตะ 30,000 สิ้นปีนี้ แต่ในระยะยาวนั้นราคามันจะช่วยคลายความกังวลของหลาย ๆ คนลงไปได้เลยทีเดียว
“30 หรือ 28 ถ้านั่นเป็นจุดต่ำสุดในระยะยาว นั่นจะช่วยบรรเทาความกลัวให้กับผู้คนเกี่ยวกับ crypto ได้มาก คุณว่าไหม”
Bloomberg คาดการณ์ราคา 100,000 ดอลลาร์
รายงาน Crypto Outlook ล่าสุดของ Bloomberg อ้างว่า Bitcoin จะสามารถแตะ 100,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2564
งานวิเคราะห์ของพวกเขานั้นถูกอ้างอิงจากโมเมนตัมของตลาดคริปโตเคอเรนซีโดยทั่วไป โดยคาดการณ์ว่ามันจะมีแนวโน้มสูงขึ้น และอาจไปสูงได้ถึง $100,000 มากกว่าที่จะจมลงไปต่ำกว่า $20,000
“Bitcoin มีแนวโน้มที่จะกลับมาแข็งค่าต่อแนวต้าน $100,000 มากกว่าที่จะอยู่ต่ำกว่า $20,000”
รายงานนี้ถูกเผยแพร่เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ราคา Bitcoin นั้นได้ลดลงถึง 14,000 หน่วย (หรือ -33%) ในวันเดียว
การออกมาทำนายราคาว่าจะไปถึงระดับ 6 หลักตอนช่วงต้นปีนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก
ในเดือนมกราคม JPMorgan ได้ตีพิมพ์บันทึกที่อ้างว่า Bitcoin สามารถขึ้นไปสูงถึง $100,000 ในปี 2021 อย่างไรก็ตาม พวกเขาเสริมว่าการพุ่งขึ้นของราคาดังกล่าว “จะพิสูจน์ได้ว่าไม่ยั่งยืน”
“ในขณะที่เราไม่สามารถแยกความเป็นไปได้ที่ความบ้าคลั่งของตลาดในปัจจุบันจะผลักดันราคา bitcoin ให้ไปสู่ระดับ $50k – $100k แต่เราเชื่อว่าระดับราคาดังกล่าวจะพิสูจน์ได้ว่าไม่ยั่งยืน”
การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแนวรับที่แข็งแกร่งที่ระดับ $29,000 แต่ด้วยภาวะกระทิงที่ไม่สามารถรักษาระดับแนวรับไว้ได้ ส่งผลทำให้อารมณ์ความตื่นเต้นของตลาดนั้นลดลง
แต่เมื่อเดือนกรกฎาคมนี้มาถึง ผู้คนต่างก็คาดหวังว่าเราอาจจะได้เห็นราคาที่เพิ่มมากขึ้นอีกก็เป็นได้ ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไป

slot

นักพัฒนา Bitcoin (BTC) นิรนามซึ่งใช้นามแฝง Cøbra ได้ปิดกั้นการเข้าถึง whitepaper ของ Bitcoin และระงับการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ Bitcoin Core สำหรับผู้คนในสหราชอาณาจักรบนเว็บ Bitcoin.org โดยเป็นที่ทราบดีว่าเว็บไซต์ดังกล่าวนั้นถือเป็นเว็บหลักของสกุลเงินดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลกอย่าง BTC เลยก็ว่าได้
โดยก่อนหน้านี้ทางศาลในลอนดอนได้ออกมาตัดสินให้ทาง Bitcoin.org ทำการปลด whitepaper ดังกล่าวลงจากเว็บเสีย โดยตัดสินให้นาย Craig Wright ผู้อ้างตัวเองว่าเป็น Satoshi Nakamoto หรือผู้สร้าง Bitcoin ได้ชนะคดีในรอบนี้ไป

ผู้เชี่ยวชาญเตือนนักลงทุน DeFi ระวังโปรเจคหลอกลวง หอบเงินหนี 600 ล้านบาท

ผู้เชี่ยวชาญเตือนนักลงทุน DeFi ระวังโปรเจคหลอกลวง หอบเงินหนี 600 ล้านบาท

jumbo jili

เมื่อไม่นานนี้ Yfdexf ซึ่งโปรโตคอลขุดพูลสภาพคล่องตัวใหม่ ได้หายไปจากตลาด หลังจากที่โปรเจคสามารถฉ้อโกงเงินจากนักลงทุนได้เป็นจำนวนกว่า 20 ล้านดอลลาร์ในกองทุนรวมที่ถูกล็อคอยู่ในโปรโตคอล

สล็อต

Yfdexf ได้จัดทำแคมเปญโฆษณาเพียงแค่สองวันเท่านั้นบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึง Twitter และ Telegram พร้อมกับการแจกของรางวัลสำหรับการรีทวีตและติดแฮชแท็กของผู้ที่มีส่วนร่วม
นักลงทุนจำนวนมากต่างรีบแห่เข้าไประดมทุนในโปรโตคอล yield farming ตัวใหม่ แม้จะมีคำเตือนหลายครั้งจากนักลงทุนและที่ปรึกษาทางการเงินว่ามันอาจจะเป็นการหลอกลวง
หลังจากที่ผู้ก่อตั้งโปรเจคหอบเงินหนีไป ทั้งเว็บไซต์ , บัญชี Medium , Twitter และ Telegram ที่ใช้ในการล่อลวงนักลงทุนก็ได้ถูกลบหายไปจนเกลี้ยงพร้อมกับคำสัญญาว่าจะแจกเงินรางวัลสำหรับการโปรโมทโฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดียให้กับผู้ที่มีส่วนร่วม
ที่ปรึกษาทางการเงินและนักเทรดชื่อดัง CryptoWhale ออกมาชี้ให้เห็นบน Twitter ว่า โปรโตตอล Yfdexf ได้แสดงให้เห็นถึงความโลภที่กำลังเข้าครอบงำตลาดคริปโตในปัจจุบัน
มันเป็นอีกวันที่มีการหลอกลวง DeFi เกิดขึ้น หลังจากที่มีการโปรโมตตัวเองบนทวิตเตอร์เป็นเวลาเพียงแค่ 2 วัน Yfdexf ก็สามารถได้ระดมทุนเงินไปได้เกือบ 20 ล้านดอลลาร์”
เหรียญ DeFi ส่วนใหญ่เป็น SCAM
ตามคำพูดของ CryptoWhale ที่ออกมากล่าวเตือนว่า นักลงทุนคริปโตควรระมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม DeFi เนื่องจากเหรียญโทเค็นส่วนใหญ่นั้นเป็น SCAM ทั้งหมด
“99.99% ของโทเค็น DeFi นั้นเป็น SCAM และหากคุณจะเดินในเส้นทางนี้ โปรดระวังตัวไว้ให้ดี”
เรื่องราวนี้เป็นกรณีที่เกือบจะคล้าย ๆ กับแพลตฟอร์มของ SushiSwap ที่ถูกมองว่าเป็น SCAM หลังจากที่ ‘Chef Nomi’ ผู้ก่อตั้งนิรนามได้เทขายเหรียญ Sushi ที่เขาได้รับมาจากกองทุนเพื่อการพัฒนา 10% ไปเป็น ETH
ราคาของโทเค็นได้ดิ่งลงอย่างรวดเร็วจนทำให้หลายคนออกมาเรียกว่าโปรเจคนี้ว่าเป็น Scam และผู้ก่อตั้งก็ได้หอบเงินหนีไปแล้ว อย่างไรก็ตามโปรเจค Sushiswap กลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังจากที่ Chef Nomi ได้โอนสิทธิ์การควบคุมทั้งหมดของ SushiSwap ไปให้กับนาย Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้งเว็ปเทรด FTX
ในเดือนเมษายนปี 2020 เหตุการณ์หลอกลวง 5 เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ DeFi ทั้งใหม่และเก่าจะประกอบไปด้วย Uniswap, Lendf.me, Curve, PegNet และ Hegic ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นผลพ่วงมาจากสัญญา Smart contract ที่ถูกแฮ็ก
นาง Cynthia Lummis วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันที่ชอบพูดจาตรงไปตรงมา ได้เชิญนักขุด Bitcoin ให้เข้าสู่รัฐไวโอมิงของเธอ
โดยอ้างอิงจากการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เธอได้แสดงความยินดีกับวงการการขุด Bitcoin ที่สามารถหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนได้เกิน 40% แล้ว ซึ่งหากเทียบกับการขุดในรูปแบบดั้งเดิมที่ใช้พลังงานสกปรกที่มีเพียง 12% เท่านั้น
สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการที่จีนได้ปราบปรามผู้ ขุด Bitcoin ด้วยการห้ามไม่ให้มีการขุดเหรียญ BTC ในจีนแผ่นดินใหญ่และจังหวัดอื่น ๆ ตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
นาง Cynthia ยกย่อง Bitcoin ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยอดเยี่ยมที่สนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมมากมายรอบตัวและควรนำมาใช้ เธอยังกล่าวถึงเอลซัลวาดอร์ที่ซึ่งผ่านกฎหมายเพื่อให้ Bitcoin กลายเป็นเงินที่ถูกกฎหมาย โดยอ้างว่าสิ่งนี้จะช่วยลดเวลาและค่าธรรมเนียมที่ใช้ในการส่งเงินให้ญาติในเอลซัลวาดอร์โดยคนของพวกเขาที่ทำงานในสหรัฐอเมริกา
เธอเข้าร่วมกับผู้ร่างกฎหมายที่สนับสนุนคริปโตคนอื่นๆ เช่น Greg Abbott ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส และนายกเทศมนตรีเมืองไมอามี ฟรานซิส ซัวเรซ ที่ได้ส่งเสริมแนวคิดในการขุดและชำระเงินโดยใช้ Bitcoin อย่างเปิดเผย นอกจากนี้เธอเชื่อว่าผลผลดีจากการขุดส่วนใหญ่มีมากกว่าความเสี่ยง และอาจเป็นวิธีแก้ปัญหาอันตรายและข้อเสียที่การขุดแบบดั้งเดิมมี
การเรียกร้องของเธอสอดคล้องกับข้อตกลงของประชาคมระหว่างประเทศสำหรับประเทศต่างๆ ที่จะยอมรับการใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนเพื่อควบคุมดัชนีภาวะโลกร้อนที่พุ่งสูงขึ้น
หลังจากการห้ามการขุดและการค้า Bitcoin ของจีน สหรัฐอเมริกาได้ประสบกับสิ่งที่เรียกว่า “การอพยพของเหมืองครั้งใหญ่” เนื่องจากนักขุดชาวจีนเริ่มอพยพธุรกิจเหมือง Bitcoin ของพวกเขาไปยังประเทศอื่น ๆ
นาย Brandon Arvanagh อดีตวิศวกรของ Gemini กล่าวว่าเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติจำนวนมากเริ่มยอมรับการทำเหมือง Bitcoin เขาเชื่อว่าการทำเหมือง crypto จะกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และยั่งยืนในสหรัฐอเมริกาในขณะนี้ ซึ่งนักขุดจำนวนมากที่ออกจากจีนเริ่มแห่ไปสหรัฐฯ แล้ว
“Bitcoin เปลี่ยนจากมือที่อ่อนแอไปสู่มือที่แข็งแกร่ง เช่นเดียวกัน เครือข่าย Bitcoin เปลี่ยนจากแฮชที่บอบบางไปจนถึงแฮชที่แข็งแกร่ง Hashrate กำลังออกจากจีนที่ไปยังเท็กซัส ซึ่งฟาร์มทำเหมืองได้รับการคุ้มครองโดยสิทธิและอาวุธของรัฐ ดีใจจริง!”

สล็อตออนไลน์

นาย Benjamin Cowen ผู้ก่อตั้งบริษัท BC Analytics ได้ออกมาเตือนผู้ติดตามผ่านทาง Twitter ของเขาว่า 56 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ใช้ในการขุด Bitcoin ตอนนี้เป็นพลังงานสะอาดแล้ว
โดยผู้ที่ออกมาชี้ให้เห็นถึงประเด็นดังกล่าวรายแรกก็คือนาย Michael Saylor หรือ CEO ของ MicroStrategy นั่นเอง
ตอนนี้นาย Cowen กำลังสงสัยว่า Elon Musk ตั้งใจที่จะกลับมาทำให้ Tesla รับชำระเงินด้วย BTC สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของตนอีกครั้งหรือไม่ พร้อมทวีตตั้งคำถามตามด้านล่าง
เมื่อต้นปีนี้ Musk ได้ผลักดันราคา Bitcoin ให้ร่วงลงอย่างมากโดยทวีตว่า Tesla ได้ระงับการรับ BTC เป็นการชำระเงินเนื่องจากปัญหาด้านการทำลายสิ่งแวดล้อมที่มาจากการขุด Bitcoin
ภายหลังนาย Musk ออกมากล่าวในภายหลังว่าบริษัทจะกลับมารับ Bitcoin อีกครั้งหาก 50% ของพลังงานที่ใช้เพื่อการขุด BTC นั้นมาจากแหล่งพลังงานสะอาด
กลุ่มผู้สนับสนุน Bitcoin ได้ออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ล่าสุดในอ่าวเม็กซิโก โดยเปรียบเทียบเหตุการณ์ดังกล่าวกับการทำเหมืองขุด BTC ว่าอย่างไหนทำลายสิ่งแวดล้อมมากกว่ากัน
โดยหนึ่งในนั้นก็คือนักวิเคราะห์ชื่อดัง Willy Woo, นักลงทุน Anthony Pompliano และ Dan Held จาก Kraken ก็เข้ามาผสมโรงด้วย
โดยแฟนพันธุ์แท้ Bitcoin คนหนึ่งที่มีผู้ติดตามกว่า 111,000 คนได้ติดแท็ก Elon Musk เพื่อท้าให้เขาออกมาพูดเรื่องแย่ ๆ ด้านการทำลายสิ่งแวดล้อมของ BTC อีก และเทียบกับเหตุการณ์ไฟใหม้ในมหาสมุทร
ไฟไหม้ในอ่าวเม็กซิโก
บริษัทน้ำมัน Pemex รายงานว่าเกิดเหตุไฟไหม้บนพื้นผิวอ่าวใกล้กับคาบสมุทร Yucatan ของเม็กซิโก ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเนื่องจากการรั่วไหลของท่อส่งใต้น้ำ แต่พวกเขาสามารถดับมันลงได้แล้วในตอนนี้
สื่อสังคมออนไลน์เรียกเหตุการณ์นี้ว่า “ตาเปลวเพลิง” เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุไฟไหม้มีรูปร่างเป็นวงกลม และต้องใช้เวลามากกว่าห้าชั่วโมงในการดับไฟอย่างสมบูรณ์

jumboslot

“Bitcoin แก้ไขปัญหานี้ได้นะ Elon Musk”
ผู้สนับสนุน Bitcoin บน Twitter ได้แชร์วิดีโอไวรัลของ “ดวงตาแห่งไฟ” โดยแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเผาไหม้ของ “เปโตรดอลลาร์” หรือคู่แข่งของ BTC ที่ชอบมากล่าวโทษผู้ ขุด Bitcoin ที่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม
ผู้สนับสนุน Bitcoin รายหนึ่งนามแฝงว่า @LilMoonLambo ได้แท็กนาย Elon Musk ในทวีตของเขา เพื่อท้าให้เขาโพสต์ทวีตอีกครั้งเกี่ยวกับความเสียหายที่ผู้ขุด Bitcoin มอบให้กับสิ่งแวดล้อม
นักขุด Bitcoin ใช้พลังงานหมุนเวียนมากกว่า 50%
เมื่อต้นปีนี้ Elon Musk ได้ออกมาประกาศระงับการยอมรับการชำระเงินด้วย Bitcoin กับบริษัท Tesla โดยกล่าวว่าจะไม่รับ BTC ไปจนกว่าผู้ขุด Bitcoin จะเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนแทน
นาย Musk กล่าวว่าอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ถูกนำมาใช้ขุด Bitcoin จะต้องเป็นพลังงานสีเขียว ภายหลังจากนั้นไม่นานประเทศจีนก็ได้ออกมาริเริ่มเทรนด์ดังกล่าวด้วยการห้ามกิจกรรมการขุด cryptocurrency ส่งผลทำให้นักขุดต้องหนีออกจากประเทศ และหลังจากนั้นแรงขุด BTC ก็ลดลงอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม จากการบรรยายสรุปของการประชุม Bitcoin Miner Council นั้น นาย Michal Saylor CEO ของ MicrioStrategy เผยเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า การขุด Bitcoin กว่า 50% นั้นทำโดยใช้แหล่งพลังงานหมุนเวียนแล้ว
ค่าความยากในการขุดเหรียญ Bitcoin (BTC) นั้นได้ทำสถิติลดลงสูงถึง 28% ในวันที่ 3 กรกฎาคม แต่มีโมเดลการวิเคราะห์ตัวหนึ่งที่คาดการณ์ว่าราคา BTC จะไม่ลงถึงจุดต่ำสุดจนกว่าจะเดือนตุลาคม
โดยอ้างอิงจากทวิตเตอร์ของผู้จัดการการลงทุน Timothy Peterson เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างราคา Bitcoin และอัตราแฮช โดยเขามองว่าการร่วงลงของราคา Bitcoin นั้นยังไม่สิ้นสุด

slot

เส้นทางที่ยาวไกลจนกว่า BTC จะลงสุด
ค่าความยากในการขุด Bitcoin ได้ลดลงประมาณ 27.94% ในวันเสาร์ที่เวลาบล็อกที่ 689,472 ซึ่งถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ตามที่มีรายงานก่อนหน้านี้ การลดลงดังกล่าวเป็นผลจากการย้ายออกของนักขุด Bitcoin ในประเทศจีนอย่างต่อเนื่องและสิ่งนี้ตามมาด้วยการสูญเสียอัตราแรงขุด
สำหรับนักขุดที่ยังขุดอยู่นั้น การลดลงของค่าความยากถือเป็นการเพิ่มผลกำไรระดับมหาศาล โดยตัวเลขของค่าความยากจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติตามจำนวนแรงขุดที่มีอยู่ในเครือข่าย ทำให้มันน่าดึงดูดยิ่งขึ้นสำหรับนักขุดที่มองเห็นโอกาส

โปรเจคคริปโตของผู้ก่อตั้งแอพในไทย StockRadars เปิดตัวแพลตฟอร์ม Defi ช่วยให้คุณมีกำไรแบบ PassiveIncome

โปรเจคคริปโตของผู้ก่อตั้งแอพในไทย StockRadars เปิดตัวแพลตฟอร์ม Defi ช่วยให้คุณมีกำไรแบบ PassiveIncome

jumbo jili

Carboneum แพลตฟอร์มโซเชียลเทรดของคนไทยที่ถูกก่อตั้งโดยเจ้าของแอปฯ StockRadars คุณ Max ธีระชาติ ก่อตระกูล ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปี 2019 โดยล่าสุดนั้นทาง Carbonerum กำลังเตรียมย้ายโครงการไปยัง C8 PLUS (C8P) เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้ามาส่วนร่วมกับระบบนิเวศของ Defi ที่กำลังเป็นที่นิยมได้ง่ายยิ่งขึ้น

สล็อต

C8 PLUS (C8P) คืออะไร ?
C8 PLUS เป็นเหรียญคริปโตที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงโลกของ Decentralized Finance (DeFi) ได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
อ้างอิงจากบล็อกโพสต์ของ carboneum ที่ระบุว่าตอนนี้แพลตฟอร์มกำลังอยู่ในขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านจาก centralized ไปเป็น Decentralized ซึ่งโทเค็น C8P จะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับระบบนิเวศ Defi ได้ง่ายมากขึ้น โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างแพลตฟอร์ม Centralized และ Decentralized
อย่างไรก็ตามปัญหาที่คนส่วนใหญ่จะต้องเผชิญก็คือ กระบวนการที่ยุ่งยากก่อนการเริ่มต้นลงทุนบน DeFi อาทิเช่นการยืนยันตัวตน (Know Your Customer หรือ KYC), แลกเหรียญสกุลเงินดิจิทัล เพื่อโอนเหรียญไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัล (E- wallet), แล้วโอนเข้าไปยังตลาดแลกเปลี่ยนของ UNISWAP รวมถึงมีค่าธรรมเนียมการฝากสินทรัพย์ที่สูงมากถึง ครั้งละ $20 – $60 หรือประมาณ 600 – 1,800 บาท
ดังนั้นเพื่อลดกระบวนการที่ยุ่งยากออกไปและให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึง Decentralized Exchange ได้ง่ายมากขึ้น ทางทีมงาน Carboneum ได้พัฒนาสร้างโปรเจคตัวใหม่ ที่มีชื่อว่า C8 PLUS the DeFi Farming token (C8P) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมไปสู่การลงทุนบน DeFi ที่จะสามารถเริ่มต้นลงทุนจากเงินเทรดขั้นต่ำเพียงแค่ 1 บาทเท่านั้น และหากคุณถือเหรียญ C8P เอาไว้ก็ยังสามารถจะได้รับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ Pool ใน UNISWAP และจะได้รับผลตอบแทนที่ได้จากส่วนแบ่งของค่าธรรมเนียมอีกด้วย
หากใครเข้าใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ C8P ได้ที่ Carbonuem.io, หรือผ่านช่องทาง telegram ของทีมงาน
Address เก็บเหรียญ Bitcoin ที่ถือ BTC ตั้งแต่ 100 ถึง 10,000 BTC นั้นดูเหมือนว่าจะมีการเริ่มสะสมเหรียญเข้ามาเพิ่มที่สูงถึง 60,000 BTC ซึ่งเป็นระดับสูงสุดแบบรายวันของปี 2021 นี้เลยก็ว่าได้ address เหล่านี้ถือเหรียญรวมกันอยู่ที่ราว ๆ 9.12 ล้าน BTC หลังจากที่ถ่อนหน้านี้พวกเขาถือ BTC รวมกันน้อยกว่า 100k เมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน
มหกรรมการช้อน BTC
การสะสม 60,000 BTC โดยเจ้ามือนั้นถูกค้นพบโดยนักวิเคราะห์ Bitcoin ชื่อดัง Willy Woo โดยเขาได้เปรียบการซื้อ Bitcoins เป็นเหมือนกับ ‘การกิน’ ดังที่เห็นในทวีตต่อไปนี้
การสะสม Bitcoin เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการลดลงของค่า Difficulty ครั้งใหญ่
การแห่สะสมเหรียญ Bitcoin จำนวน 60k BTC ของเจ้ามือนั้นดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีการปรับค่าความยากครั้งใหญ่สุดในเครือข่าย BTC เมื่อวานนี้ การปรับความยากที่มีมูลค่า -28% เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลจีนได้ออกมาประกาศแบนไม่ให้นักขุดคริปโตในประเทศสามารถทำธุรกิจได้อีกต่อไป และนักขุดนั้นก็ต้องชักปลั๊กและหนีไปประเทศอื่น
การสะสม Bitcoin เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการลดลงของค่า Difficulty ครั้งใหญ่
การแห่สะสมเหรียญ Bitcoin จำนวน 60k BTC ของเจ้ามือนั้นดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีการปรับค่าความยากครั้งใหญ่สุดในเครือข่าย BTC เมื่อวานนี้ การปรับความยากที่มีมูลค่า -28% เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลจีนได้ออกมาประกาศแบนไม่ให้นักขุดคริปโตในประเทศสามารถทำธุรกิจได้อีกต่อไป และนักขุดนั้นก็ต้องชักปลั๊กและหนีไปประเทศอื่น

สล็อตออนไลน์

แม้จะมี FUD ในระยะสั้นของการห้ามทำเหมืองคริปโตในประเทศจีน แต่ผู้ค้าและนักลงทุนจำนวนมากเชื่อว่านี่เป็นเหตุการณ์ดีที่จะกระจายเครือข่าย Bitcoin ไปทั่วโลกให้มีความเป็น decentralized มากยิ่งขึ้น โดยก่อนการแบนเกิดขึ้นนั้น ประเทศจีนได้กุมแรงขุดไว้สูงถึง 65% ถึง 75% ของทั้งหมดในเครือข่ายเลยทีเดียว
ภายหลังจากนั้นเจ้ามือก็ได้แห่กันเข้ามาซื้อสะสม BTC กันอย่างคับคั่ง และผลักดันให้ราคาของมันขึ้นไปอยู่เหนือ 35,000 ดอลลาร์แล้วในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้
Bitcoin วิ่งกลับมาระดับ 35,000 ดอลลาร์
ในแง่ของการเคลื่อนไหวของราคา ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาถือเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับ Bitcoin เนื่องจากราชาแห่ง Crypto ได้พุ่งขึ้นจากระดับต่ำสุดที่ 32,699 ดอลลาร์เป็น 35,727 ดอลลาร์ในพื้นที่ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นยังเกี่ยวข้องกับการสะสมของ Bitcoin มากขึ้นโดยวาฬดังกล่าว
นอกจากนี้ Bitcoin ได้เปลี่ยน $35,000 เป็นแนวรับและมีการซื้อขายเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21 วัน (สีแดง) ดังที่แสดงในกราฟด้านล่างนี้อีกด้วย ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าในอนาคตนั้นจะเป็นอย่างไร
ราคาของ BTC นั้นดูเหมือนว่าจะมีการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงบ่ายของวันนี้ หลังจากที่ไม่กี่วันก่อนนี้มันได้ร่วงลงไปแตะระดับที่ทำให้นักเทรดต้องไม่ปลื้มเท่าไรนัก
กราฟ BTCUSD จาก TradingView เผยให้เห็นว่าราคาของ BTC นั้นได้พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดในวันนี้ที่ 35,688 ดอลลาร์ ก่อนที่จะร่วงลงมาอยู่ที่ 35,543 ดอลลาร์ในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้
ไม่มีใครรู้แน่ชัดถึงสาเหตุการพุ่งขึ้นของราคา แต่คาดการณ์ว่าอาจจะเป็นผลมาจากกลไกของตลาดที่มีการซื้อขายเกิดขึ้นจริง และสถิติที่ผ่านมานั้นตลาดมักจะซบเซาในวันหยุด แต่เริ่มจะกระเตื้องในวันจันทร์นั่นเอง แต่วันอาทิตย์วันนี้ดูเหมือนว่าจะแตกต่างออกไป
เมื่อวานนี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าค่าความยากในการขุดเหรียญ Bitcoin (BTC) นั้นได้ทำสถิติลดลงสูงถึง 28% แต่มีโมเดลการวิเคราะห์ตัวหนึ่งที่คาดการณ์ว่าราคา BTC จะไม่ลงถึงจุดต่ำสุดจนกว่าจะเดือนตุลาคม
ค่า difficulty หรือค่าความยากในเครือข่าย Bitcoin นั้นจะเพิ่มขึ้นตามอัตรา hashrate หรือแรงขุดที่มีในเครือข่าย โดยมันจะถูกปรับขึ้นอัตโนมัติเมื่อมีแรงขุดเยอะเกินไป และปรับลงอัตโนมัติ เมื่อมีแรงขุดน้อยเกินไป เพื่อให้มี BTC เกิดใหม่ต่อบล็อกที่ 10 นาทีพอดีนั่นเอง

jumboslot

Will Clemente นักวิเคราะห์ชื่อดังได้ออกมากล่าวว่านักลงทุนรายย่อยกำลังแห่ซื้อ Bitcoin แต่ลำพังแค่พวกเขาไม่สามารถทำให้ตลาดกลายเป็นขาขึ้นได้
Clemente ได้ออกมาโต้แย้งแนวคิดที่บอกว่านักลงทุนรายย่อยนั้นเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ราคาร่วงลงมาถึง 50%
โดยเขาได้กล่าวว่าอันที่จริงแล้วนักลงทุนรายย่อยนั้นกำลังไล่ซื้อเก็บอย่างเอาเป็นเอาตาย ในขณะที่เจ้ามือรายใหญ่นั้นกำลังเทขาย
“ก่อนหน้านี้หลาย ๆ คนเชื่อว่ารายย่อยเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ราคา Bitcoin ร่วง
แต่อย่างไรก็ตาม ข้อมูลปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ามันไม่เป็นเช่นนั้น นักลงทุนรายย่อย (คนที่มี 0.001BTC ถึง 1BTC) นั้นได้กำลังแห่ซื้อเหรียญของพวกเขาเพิ่มอย่างจริงจัง”
Clemente กล่าวว่าหลักฐานนั้นกำลังบ่งชี้ว่านักลงทุนกระเป๋าหนานั้นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเทขาย BTC ในครั้งนี้
จริง ๆ แล้วดูเหมือนว่าการขายส่วนใหญ่มาจากวาฬ (บุคคลที่มีมากกว่า 1,000 BTC) เนื่องจากจำนวนวาฬบนเครือข่ายลดลงอย่างต่อเนื่อง”
Clemente เน้นย้ำถึงความสำคัญของผู้เล่นรายใหญ่ที่เข้ามาในพื้นที่ crypto
“แม้ว่าจะเป็นการดีที่อัตราการปรับตัวใช้เหรียญสูงขึ้น แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าเพียงแค่นักลงทุนรายย่อยฝ่ายเดียวนั้นไม่สามารถรักษา Bitcoin ให้เป็นสินทรัพย์ระดับมูลค่าล้านล้านดอลลาร์ได้ และผมสงสัยว่าภาวะตลาดขาขึ้นในครั้งนี้จะเกิดขึ้นต่อไปหรือไม่ พวกเราจะต้องรอดูว่าจะมีเจ้ามือรายใหม่เข้ามาในเครือข่ายเมื่อไร”
แม้จะอยู่ในช่วงขาลงของเดือนมิถุนายน แต่นาย Clemente ก็มองเห็นการกลับตัวของ Bitcoin โดยเขาได้แชร์กราฟจากนักวิเคราะห์ที่ชื่อว่า Willy Woo ที่แสดงให้เห็นว่าเจ้ามือกำลังเริ่มแห่ช้อนซื้อตอนราคาลงแล้ว
“ในความเห็นของผม แผนภูมินี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการแสดงภาพสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีมือที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นในตลาดเรื่อย ๆ จากการที่ราคาลดลงเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังรอรับการเทขายจากมือที่อ่อนแออยู่ ตอนนี้สิ่งที่เราต้องทำก็คือแค่รอให้ช่วงการสะสมตัวเสร็จสมบูรณ์ และให้คนเทขายเริ่มหมดไปจากตลาด”
หากอาวุธ, อาวุธชีวภาพ, ภาพลามกอนาจาร, และยาผิดกฎหมายยังไม่เพียงพอ ตลาดบน Darknet ได้เริ่มลงขายวัคซีนโควิด-19 เถื่อนที่ถูกขโมยมา และใบรับรองวัคซีนปลอมในแค็ตตาล็อกของพวกเขาแล้ว โดยลูกค้าที่เลือกใช้วิธีการฉีดวัคซีนที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ก็ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงเช่นกัน อ้างอิงจากรายงานของบริษัทด้านการสืบสวน Coinform
รายงานเผยว่าเหล่าอาชญากรกำลังขายวัคซีนโควิด-19 ที่ขโมยมาลงในตลาดมืดเพื่อแลกกับ Bitcoin โดยกลุ่มคนเหล่านี้ใช้ address รับเหรียญที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ให้บริการผิดกฎหมายรายอื่น ๆ บน darknet อีกด้วย อาทิเช่น mixer (บริการปกปิดเส้นทางทำธุรกรรมคริปโต), บัตรเครดิตที่ถูกขโมยมา, ผู้ค้ายา และการหลอกลวงอื่น ๆ เกี่ยวกับ Bitcoin นอกจากนี้ทาง Coinform ยังระบุบุคคลเหล่านี้ว่าเป็นกลุ่มฉ้อโกงกลุ่มเดียวกันอีกด้วย

slot

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ภาคสาธารณสุขต้องตกเป็นหมายโดยนักต้มตุ๋นด้านคริปโต ในช่วงปลายปีที่แล้ว มีโรงพยาบาลหลายสิบแห่งในสหรัฐฯ ถูกโจมตีโดยแรนซัมแวร์ และระบบดิจิทัลของพวกเขาถูกล็อคไว้ เส้นทางเดียวในการกู้คืนคือการจ่ายเงินในรูปของสกุลเงินดิจิตอลคืน
นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งจากรายการกิจกรรมที่ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrencies ทั่วโลก ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากรัฐบาลนั้นจะพยายามหาทางออกกฎหมายออกมาเพื่อควบคุมและกำกับการใช้งานเหรียญเหล่านี้ โดยหยิบยกข้อนี้มาเป็นข้ออ้าง
เมื่อต้นปีนี้นาง Janet Yellen รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกใสแสดงความเห็นกับ cryptocurrency ว่า

Bitcoin มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ถูกสร้างเป็นโทเค็นสำหรับแพลตฟอร์ม Defi

Bitcoin มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ถูกสร้างเป็นโทเค็นสำหรับแพลตฟอร์ม Defi

jumbo jili

Bitcoin มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ถูกสร้างโทเค็นขึ้นมาใหม่บนเครือข่ายของ Ethereum ( ETH ) เพื่อให้สามารถเข้าถึงโปรโตคอลทางการเงินแบบกระจายอำนาจ ( DeFi ) และสามารถเทียบได้กับมูลค่าโดยรวมที่ถูกล็อค (TVL) อยู่บนแพลตฟอร์ม DeFi ภายในเวลาน้อยกว่า 4 เดือน

สล็อต

จากข้อมูลของ DeFi Pulse ประมาณ 98,300 BTC หรือมูลค่าราว ๆ 1.05 พันล้านดอลลาร์ถูกสร้างโทเค็นโดยใช้โปรโตคอลตัวอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เครือข่าย Lightning Network ของ Blockstream หรือคิดเป็นมากกว่า 12% ของมูลค่าโดยรวมในภาค DeFi ที่มีมูลค่าทั้งหมดอยู่ที่ 8.57 พันล้านดอลลาร์
ความสำเร็จดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้นของโปรโตคอลที่ใช้ ETH Base เพื่อสร้างผลตอบแทนแบบ Passive Income ให้กับกลุ่มผู้ซื้อ Bitcoin โดยภาค DeFi ทั้งหมดมีมูลค่าโดยรวมอยู่ที่ 1.05 พันล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน เป็นที่น่าสังเกตว่า 47.5 ล้านดอลลาร์หรือ 4.7% ของสินทรัพย์อยู่ที่ถูกล็อคอยู่ใน Defi เป็น Bitcoin ซึ่งนั่นหมายความว่าส่วนแบ่งตลาดของ BTC ในภาค DeFi เพิ่มขึ้นกว่า 150% ในช่วงเวลาประมาณสามเดือนครึ่ง
ในทางกลับกันเครือข่าย Lightning Network ได้รับ Bitcoin เพียงแค่ 1,100 BTC หรือคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 11.5 ล้านดอลลาร์เท่านั้น นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2018
ในเดือนมิถุนายน BTC ส่วนใหญ่ในภาค DeFi อยู่ในรูปแบบของ Wrapped Bitcoin (WBTC) อย่างไรก็ตามการเปิดตัว Ren ที่กระจายอำนาจมากขึ้นของ Virtual Machine (VM) และ RenBTC ในปีนี้ได้กระตุ้นการขยายตัวของ Bitcoin ในภาค ​​DeFi ให้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โปรโตคอล Bitcoin tokenization จะอนุญาตให้ผู้ใช้ล็อค Bitcoin และสร้างโทเค็น ERC-20 ที่มูลค่าทัดเทียมกันขึ้นมา จากนั้นโทเค็นดังกล่าวก็จะสามารถโต้ตอบกับสัญญา Smart contract บนเครือข่าย Ethereum ได้อย่างง่ายดาย
ในขณะที่ WBTC ยังคงเป็นโปรโตคอลโทเค็นที่ครองตำแหน่งอันดับสูงสุดโดยมี BTC ที่ถูกล็อคอยู่ทั้งหมด 56,800 Bitcoin หรือคิดเป็นมูลค่าราว ๆ 605.5 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2018
ในช่วง 30 วันที่ผ่านมาโปรโตคอลทั้งสองนั้นมีจำนวน Bitcoin ที่ถูกล็อคเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า แต่ถึงกระนั้น WBTC ยังคงมี BTC ในปริมาณที่มากกว่า RenBTC ด้วยจำนวน WBTC ที่เพิ่มขึ้นจาก 28,360 BTC ไปเป็น 56,850 BTC ในขณะที่ RenBTC เพิ่มขึ้นจาก 10,000 BTC เป็น 21,510 เท่านั้น
ในช่วงตลอด 90 วันที่ผ่านมาทั้งสองโครงการได้เห็นการเติบโตมากกว่า 850% โดยในวันที่ 19 มิถุนายน WBTC มีโทเค็นเพียง 5,839 BTC และ Ren มีโทเค็นเพียง 155 BTC เท่านั้น

สล็อตออนไลน์

Curve Finance เป็นโปรโตคอลทำ yield farming อันดับต้น ๆ ที่มีโทเค็น BTC ที่ถูกล็อคอยู่ในแพลตฟอร์มสูงถึง 27,600 Bitcoins หรือคิดเป็นมูลค่าราว ๆ 295 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Aave 17,800 BTC (190.5 ล้านดอลลาร์) และ Balancer 9,500 BTC (101.6 ล้านดอลลาร์) โดยรวมแล้วโปรโตคอลทั้งสามมี Bitcoin ที่ถูกล็อคในแพลตฟอร์มมากกว่าครึ่งหนึ่งของโทเค็นที่ถูกสร้างขึ้นทั้งหมด
Coinbase ได้มีการเปิดสำนักงานใหม่ในเมือง Hyderabad ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีในประเทศอินเดีย โดย Coinbase วางแผนที่จะมีการว่าจ้างงานจากทั่วประเทศจากทางไกล
“เราจะมีทีมสำหรับการทำงานสำคัญ ๆ ใน Coinbase เช่น โครงสร้างพื้นฐาน, คลาวด์, แพลตฟอร์ม, การชำระเงิน, คริปโต, บล็อกเชน, วิศวกรรมข้อมูล, การเรียนรู้กลไก, การเติบโต และวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ เป็นต้น”
“โดยทีมเหล่านี้จะนำโดยผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมในท้องถิ่น” Pankaj Gupta รองประธานฝ่ายวิศวกรรมและหัวหน้าไซต์ในอินเดียกล่าว
นอกจากนี้ Coinbase ยังมีแผนที่จัดตั้งสาขาในเมืองสำคัญ ๆ เพิ่มขึ้นอีก เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมแบบผสมผสานและยืดหยุ่น โดยการเข้าซื้อกิจการของสตาร์ทอัพเพิ่มเติม
“เรามีแผนการที่มีความทะเยอทะยานสำหรับศูนย์กลางนี้ในอนาคตอันใกล้ เราต้องการที่จะว่าจ้างวิศวกรระดับโลกจำนวนหลายร้อยคนในระยะเวลาอันใกล้นี้” Gupta กล่าว
การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้นี่เป็นการขยายตัวครั้งใหญ่ที่สุด Coinbase นับตั้งแต่ก่อตั้งสำนักงานยุโรปในลอนดอน ซึ่งปัจจุบันได้มีการย้ายสำนักงานไปที่ประเทศ Ireland
ดูเหมือนว่า Coinbase จะเลือกประเทศอินเดียเป็นฐานในทวีปเอเชีย โดยประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีการยอมรับคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในปีนี้
แม้ว่าสถานการณ์ด้านกฎระเบียบและการกำกับดูแลคริปโตเคอร์เรนซีต่าง ๆ ในประเทศอินเดียจะยังไม่มีความชัดเจน แต่ก็มีข้อเสนอแนะว่าประเทศอินเดียอาจจะนำกรอบการทำงานของยุโรปและอเมริกาไปใช้ เพื่อประกาศยอมรับให้คริปโตเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง โดยนั่นจะเป็นไฟเขียวให้กับอุตสาหกรรมคริปโต และบริษัทคริปโตที่มีการสำรวจหาประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ในฐานะประเทศที่มีการเติบโตด้านเทคโนโลยีที่มีประชากรกว่า 1.36 พันล้านคน นี่อาจจะเป็นการเปิดโอกาสใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมคริปโต และความสัมพันธ์ระดับโลกระหว่างชาติตะวันตกและประเทศอินเดีย

jumboslot

การจัดตั้งสำนักงานของ Coinbase และแผนการขยายตัวที่เป็นไปได้นี้ อาจเป็นเรื่องราว ‘Out with China, in with India’ ซึ่งเป็นบทใหม่ของอุตสาหกรรมคริปโตหลังจากมีการปราบปรามอุตสาหกรรมคริปโตในประเทศจีน
เมื่อปี 2017 ประเทศเวียดนามได้มีการประกาศแบนการชำระเงินด้วยบิทคอยน์ แต่เมื่อเดือพฤษภาคมที่ผ่านมากระทรวงการคลังของเวียดนาม ได้มีการจัดตั้งกลุ่มวิจัยที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ศึกษากฎระเบียบการกำกับดูแลคริปโตเคอร์เรนซี
ตามรายงานจาก The Phnom Penh Post เมื่อวันที่ 4 นายกรัฐมนตรีเวียดนาม Pham Minh Chinh ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามวัย 62 ปี ได้ร้องขอให้ธนาคารกลางของประเทศจัดทำโครงการนำร่อง สำหรับการใช้งานคริปโตเคอร์เรนซีจากเทคโนโลยีบล็อกเชนภายในสองปีข้างหน้า
ความคิดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นการพัฒนากลยุทธ์รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ของนายกรัฐมนตรี Chinh
โดย Chinh เชื่อว่าคริปโตเคอร์เรนซีเป็น ‘เทรนด์ที่ไม่สามารถต่อต้านได้’ และนอกเหนือจากคริปโตแล้ว ประเทศเวียดนามจะมุ่งเน้นการเทคโนโลยีสมัยใหม่อื่น ๆ มาใช้ เช่น บิ๊กดาต้า ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (AR)
มีรายงานว่าตลาดหลักทรัพย์ของฟิลิปปินส์ (PSE) กำลังมองว่าเหรียญ cryptocurrency นั้นถือเป็นสินทรัพย์ประเภทหนึ่งแล้ว และเตรียมเปิดให้บริการซื้อขายในประเทศได้
นาย Ramon Monzon ประธานและ CEO ของ PSE กล่าวว่าตลาดหุ้นท้องถิ่นควรเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศ และเรื่องดังกล่าวได้มีการหารือกันแล้วในการประชุมผู้บริหารระดับสูง ตามรายงานของ CNN Philippines
นาย Monzon ยังอ้างถึงเหตุผลที่ผู้คนควรเทรดเหรียญ crypto ที่ PSE อีกด้วย
เป็นเพราะเรามีโครงสร้างพื้นฐานในการซื้อขาย แต่ที่สำคัญกว่านั้น เราสามารถคุ้มครองนักลงทุนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เช่น crypto”
17 ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน crypto ที่ลงทะเบียนแล้ว
จนถึงปัจจุบันธนาคารกลางในประเทศอย่าง Bangko Sentral ng Pilipinas ได้ออกใบอนุญาตให้เว็บกระดานเทรดสกุลเงินดิจิทัล 17 แห่งเพื่อดำเนินการในประเทศแล้ว
ในเดือนมกราคม ธนาคารกลางได้กระชับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสินทรัพย์ crypto ท่ามกลางความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น
เราได้เห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้เว็บกระดานเทรดเหรียญคริปโตในช่วงสามปีที่ผ่านมา และตอนนี้มันสมควรแล้วที่เราจะขยายขอบเขตของกฎระเบียบที่มีอยู่เพื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเงินนี้ และกำหนดความคาดหวังในการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม” Benjamin Diokno ผู้ว่าการ BSP กล่าว
ชาวฟิลิปปินส์สนใจความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล
Monzon ตั้งข้อสังเกตว่า cryptocurrencies ไม่มีอะไรมารองรับมันเลย แต่ชาวฟิลิปปินส์จำนวนมากก็สนใจสินทรัพย์ประเภทใหม่นี้เนื่องจากความผันผวนของมัน
“มันคือกำไรจากการลงทุนทั้งหมด หมายความว่าราคาที่ผมได้รับจาก crypto ของผมคือราคาที่คุณยินดีจ่าย… ดังนั้นผู้คนจำนวนมากจึงสนใจสิ่งนั้นเพราะความผันผวน”
Monzon ได้เตือนถึงความอันตรายของความผันผวนของสินทรัพย์ประเภทนี้อีกด้วย เขากล่าวเสริมว่าการเทรดเหรียญคริปโตในฟิลิปปินส์นั้นควรอยู่ภายใต้ PSE

slot

ชาวฟิลิปปินส์ให้ความสนใจในเหรียญ Bitcoin และ cryptocurrencies อื่น ๆ มากขึ้น หลังจากที่ราคาของ BTC ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ในปีนี้
โดยมันได้พุ่งไปสูงกว่า 63,000 ดอลลาร์ในเดือนเมษายนก่อนที่จะตกลงมาอยู่ที่ประมาณ 30,000 ดอลลาร์ หลังจากถูกนาย Elon Musk ปั่นราคา และรวมถึงการปราบปรามการขุดในจีน

ผลสำรวจเผยนักลงทุน DeFi เพิ่มขึ้นถึง 23% แต่ 40% ไม่รู้วิธีอ่าน Smart Contract

ผลสำรวจเผยนักลงทุน DeFi เพิ่มขึ้นถึง 23% แต่ 40% ไม่รู้วิธีอ่าน Smart Contract

jumbo jili

แม้จะมีความนิยมในภาค DeFi เพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ผลสำรวจล่าสุดที่จัดทำโดย CoinGecko เผยว่ามีเพียง 23% ที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการทำ Yield Farming บางรูปแบบ อย่างไรก็ตามเกษตรกรหลายคนตอบว่าพวกเขาไม่รู้วิธีอ่านสัญญา Smart contract แต่เพลิดเพลินไปกับอัตราผลตอบแทน ROI ที่สูง

สล็อต

การทำฟาร์มให้ผลตอบแทนเป็นแนวโน้มที่เติบโตเพิ่มสูงขึ้น
ในปีนี้สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า มันเป็นช่วงที่การเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) กำลังบูม ความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วอาจเป็นผลมาจากการทำฟาร์ม ซึ่งเป็นกระบวนการในการได้รับผลตอบแทนจากเงินทุนโดยการล็อคสินทรัพย์ด้วยโปรโตคอลที่เฉพาะเจาะจงและรับรางวัล
CoinGecko เว็ปข้อมูลด้านคริปโตระดับโลกได้จัดแบบสำรวจเพื่อให้ความกระจ่างเกี่ยวกับมุมมองของผู้ใช้งานและแนวทางของพวกเขาที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในภาค DeFi และการทำฟาร์มผลตอบแทน
ดังกราฟด้านล่างแสดงให้เห็นว่าผู้ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมดเคยได้ยินเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโตที่ใหญ่ที่สุดสองสกุลก็คือ Bitcoin และ Ethereum โดย 94% เคยซื้อสินทรัพย์คริปโตอย่างน้อยหนึ่งรายการในขณะที่อีก 81% เคยได้ยินเกี่ยวกับ liquidity mining หรือ yield farming
สิ่งที่น่าสนใจก็คือจากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 1,347 คนมีเพียง 23% เท่านั้นที่ตอบว่าพวกเขาเข้าร่วมในการทำฟาร์มผลผลตอบแทนในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา จากข้อมูลของ CoinGecko สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการทำฟาร์มให้ผลตอบแทน “ยังคงเป็นเรื่องที่ซับซ้อน แต่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้น”
ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นด้วยว่า การทำฟาร์มผลตอบแทนส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (90%) ในขณะที่เพศหญิงมีเพียง 6% อีก 4% ที่เหลือไม่ต้องการแสดงความคิดเห็น
เกษตรกรหลายคนไม่รู้วิธีอ่านสัญญา Smart contract
ในหลายเดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ DeFi นั้นยังคงมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นข้อผิดพลาดจากมนุษย์หรือจากการแฮ็กโปรโตคอลที่ส่งผลทำให้เกิดความสูญเสียอย่างมหาศาลสำหรับนักลงทุน
ผู้เข้าร่วมแบบสำรวจส่วนใหญ่ (79%) อ้างว่าพวกเขาเข้าใจถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องในระดับเหมาะสม อย่างไรก็ตาม 40% ของเกษตรกรตอบว่าพวกเขาไม่รู้วิธีอ่านสัญญา Smart contract และอีก 33% ไม่ทราบถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
จากข้อมูลของ CoinGecko ผลลัพธ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถคำนวณ อัตราผลตอบแทน ROI ที่แท้จริงของพวกเขาได้และเป็น “ผู้ที่แบกความเสี่ยงสูงเพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่สูง”
อย่างไรก็ตาม 93% ของผู้ตอบแบบสอบถามตอบว่า พวกเขามีอัตรา ROI อย่างน้อย 500% จากการทำฟาร์มผลตอบแทน CoinGecko ให้ความเห็นว่าผลลัพธ์เหล่านี้ “ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เนื่องจากพวกเขาพบว่า Pool ใหม่จำนวนมากในปัจจุบันให้ผลตอบแทนต่อปีที่สูงเกินกว่า 1,000%
รางวัลมากมายสำหรับเกษตรกรหมายความว่า พวกเขาไม่คิดที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมที่เพิ่มสูงขึ้นในเครือข่าย Ethereum โดยกว่า 70% ตอบว่าค่าธรรมเนียม Gas ต่อธุรกรรมที่ 10 ดอลลาร์ขึ้นไปดูเหมือนว่าจะไม่สมเหตุสมผล ณ จุด ๆ นี้
ดูเหมือนว่าธุรกิจการขุด Cryptocurrency ในคาซัคสถานนั้นจะได้รับความนิยมเพิ่มอย่างต่อเนืองในปีนี้ จนทำให้รัฐบาลของประเทศถึงกับต้องลงนามในกฎหมายฉบับใหม่เพื่อจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมสำหรับนักขุด crypto ในปีหน้า
นาย Kassym-Jomart Tokayev ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน เพิ่งลงนามในกฎหมายฉบับใหม่เมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งจะเป็นการกำหนดขึ้นภาษีเพิ่มเติมสำหรับพลังงานที่ถูกใช้โดยนักขุด crypto ในประเทศ โดยอัตราใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 เป็นต้นไป
สำนักข่าวท้องถิ่น Kursiv รายงานว่า ธุรกิจต่าง ๆ ไม่เห็นด้วยกับกฏหมายเรียกเก็บภาษีฉบับใหม่นี้ โดยหลายคนมองว่า นี่อาจเป็นการบังคับให้เหมืองขุดคริปโตภายในประเทศยุติกิจการทางอ้อม
อย่างไรก็ตามนาย Albert Rau ประธานคณะกรรมการเพื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจและการพัฒนาภูมิภาคของคาซัคสถานกล่าวว่า จุดประสงค์หลักของกฎหมายใหม่นี้คือ การกำกับดูแลอุตสาหกรรมเหมืองขุด crypto และทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในประเทศ
คาซัคสถานนั้นเพิ่งกลายเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักขุดคริปโตทั่วโลก โดยข้อมูลล่าสุดจาก Cambridge Bitcoin Electricity Consumption Index เผยให้เห็นว่า คาซัคสถานเป็นประเทศที่ครองส่วนแบ่งการขุด Bitcoin มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ยักษ์ใหญ่ด้านการขุด crypto ของจีน Canaan เพิ่งย้ายฐานการดำเนินงานของพวกเขาไปยังคาซัคสถาน ท่ามกลางการปราบปรามการทำเหมือง crypto ของรัฐบาลจีนและ pool รายใหญ่ของจีนอย่าง BTC.com ก็ประสบความสำเร็จในการย้ายเครื่องขุดส่วนหนึ่งไปยังคาซัคสถานเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนด้วยเช่นกัน

สล็อตออนไลน์

ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า บริษัทธุรกิจหลายพันแห่งในทั่วโลกได้รับผลกระทบจากแรนซัมแวร์ที่เข้าโจมตีระบบซัพพลายเชนของบริษัทซอฟต์แวร์ชื่อดัง “Kaseya” ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้ชื่อว่า REvil นั้นได้เข้าถึงข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ VSA จำนวนมากของบริษัท ซึ่งใช้สำหรับการจัดการคอมพิวเตอร์จากระยะไกล (Remote) ให้กับบริษัทในเครือทั้งหมด
ในช่วงแรก REvil ขอให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จ่ายเงินค่าไถ่เป็นเหรียญคริปโต Monero มูลค่า 45,000 ดอลลาร์ แต่ภายหลังจากนั้นก็มีข้อตกลงใหม่เกิดขึ้นคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์หรือ 2.1 พันล้านบาทเลยทีเดียว
บริษัทในสหรัฐฯ พยายามสกัดกั้นการโจมตีของแรนซัมแวร์
ธุรกิจต่าง ๆ ทั่วทั้งสหรัฐฯ ต่างเร่งรีบเพื่อสกัดกั้นการโจมตีแรนซัมแวร์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ ซึ่งส่งผลทำให้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกลายเป็นอัมพาตชั่วขณะ
ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์กล่าวว่า แก๊งแฮ็กเกอร์ REvil นั้นดูเหมือนจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังบริษัทซัพพลายเออร์ “Kaseya” โดยใช้แพ็คเกจการจัดการเครือข่ายเป็นช่องโหว่ในการแพร่กระจายแรนซัมแวร์ผ่านทางผู้ให้บริการคลาวด์
สำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (Cisa) กล่าวว่า พวกเขากำลังติดตามดูสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดและทำงานร่วมกับเอฟบีไอ พร้อม “ให้คำแนะนำกับ Kaseya เพื่อสั่งปิดเซิร์ฟเวอร์ผู้ดูแลระบบเสมือนโดยทันที”
นาย Fred Voccola ผู้บริหารระดับสูงของ Kaseya กล่าวว่าบริษัทสามารถระบุหาแหล่งที่มาของช่องโหว่นี้พบแล้วและจะเริ่ม “ปล่อยโปรแกรมแก้ไขโดยเร็วที่สุดเพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้งานระบบได้อีกครั้ง”
นาย John Hammond จากบริษัทรักษาความปลอดภัย Huntress Labs ตั้งข้อสังเกตุว่า อาจมีผู้ให้บริการอีกจำนวนหนึ่ง (บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที) ที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตี ransomware และถูกเข้ารหัสเครือข่ายไว้จนกว่าเหยื่อจะจ่ายเงินให้กับแฮ็กเกอร์
“เป็นไปเป็นได้ว่าสิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็กหลายพันแห่ง” Hammond กล่าว
Voccola กล่าวว่า แม้จะมีลูกค้า Kaseya น้อยกว่า 40 รายที่ได้รับผลกระทบการถูกโจมตี แต่ ransomware ก็อาจส่งผลกระทบไปยังบริษัทอื่น ๆ อีกหลายร้อยแห่งที่พึ่งพาลูกค้าของ Kaseya ซึ่งให้บริการด้านไอทีในวงกว้าง
Voccola กล่าวว่าปัญหาดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่ดำเนินการศูนย์ข้อมูลของตนเอง ถึงแม้ว่า Kaseya จะปิดเซิร์ฟเวอร์เหล่านั้นเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนแล้วก็ตาม เขากล่าว
เมื่อวันที่ 3 กรกฏาคมที่ผ่านมานาย Lex Moskovski หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนด้านคริปโตได้แชร์กราฟข้อมูลของ Glassnode ที่แสดงให้เห็นว่า นักลงทุน Bitcoin ETF ของแคนาดายังคงเชื่อมั่นในตัว Bitcoin แม้ช่วงตลาดขาลง
กราฟดังกล่าวนั้นได้สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกองทุน Bitcoin ETF ของแคนาดาซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยแสดงให้เห็นว่าในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นักลงทุน Bitcoin ETF กำลังช้อนซื้อหุ้นเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เมื่อตลาดมีการย่อตัว

jumboslot

ราคาร่วงไม่เกรงใจนักลงทุน
ราคา Bitcoin นั้นได้พุ่งขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในเดือนเมษายนของปีนี้ แต่ทว่าภายหลังจากนั้นราคาก็ได้ปรับตัวร่วงลงอย่างรวดเร็ว เมื่อ CEO ของ Tesla นาย Elon Musk ได้ออกมาทวีตว่า บริษัทของเขาจะไม่รับ BTC สำหรับการชำระเงินอีกต่อไป เนื่องจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงข่าวการปราบปรามการขุดคริปโตของรัฐบาลจีนที่ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโต
ราคา Bitcoin ได้ร่วงลงจากระดับสูงสุดที่ 63,000 ดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนเมษายน และตอนนี้มีการซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 34,000 ดอลลาร์ ถึงกระนั้นการร่วงลงของของตลาดก็ไม่ได้ทำให้นักลงทุนในแคนาดารู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด
ในเดือนมิถุนายนหุ้นกองทุน Purpose Bitcoin ETF ของแคนาดาที่มีการถือครองโดยนักลงทุนได้เพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 19,692.149 BTC ในขณะที่ราคา Bitcoin กลับร่วงสวนทางลงไปอยู่ที่ประมาณ 36,000 ดอลลาร์หรือคิดเป็นมูลค่าที่ร่วงลงเกือบครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนเมษายน
Bitcoin ETF
Purpose Bitcoin ETF นั้นถือเป็นกองทุน Bitcoin ETF ตัวแรกในแคนาดาและในอเมริกาเหนือ
“เมื่อเราเปิดตัว Purpose Bitcoin ETF เรารู้สึกว่าเรากำลังเติมเต็มช่องว่างในตลาด การบรรลุเป้าหมายนี้อย่างรวดเร็วพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นักลงทุนกำลังมองหาความสะดวกและปลอดภัยในการเข้าถึง cryptocurrency และแสดงความมั่นใจใน ETF ของเรา” นาย Som Seif ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Purpose Investments Inc. กล่าวในแถลงการณ์
การอนุมัติข้อเสนอ Bitcoin ETF ในแคนาดาคาดว่าเป็นการกระตุ้นให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอเมริกาทำในสิ่งเดียวกันกับพวกเขา แต่จนถึงปัจจุบันหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ ก็ยังไม่ได้ให้การอนุมัติกองทุน Bitcoin ETF กับผู้สมัครรายใดแม้แต่รายเดียว

slot

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้นาง Hester Peirce กรรมาธิการ ก.ล.ต. ได้กล่าวให้สัมภาษณ์กับทาง CNBC ว่า “ฉันคิดว่าหากเราใช้มาตรฐานของเรากับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เราจะสามารถอนุมัติกองทุน Bitcoin ETF ได้อย่างน้อยหนึ่งรายการ”
Peirce ซึ่งเป็นผู้ผลักดันให้มีการอนุมัติ Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดคริปโตนั้นไปเปลี่ยนไปแล้ว Bitcoin ได้เติบโตอย่างเต็มที่ ด้วยการมีส่วนร่วมมากขึ้นจากสถาบันและนักลงทุนในกระแสหลัก