กองทุนเฮดจ์ฟันด์กำลังมองหาเหรียญ Defi ที่จะลงทุนด้วยเงินกว่า 1.5 พันล้านบาท ในช่วงตลาดขาลง

กองทุนเฮดจ์ฟันด์กำลังมองหาเหรียญ Defi ที่จะลงทุนด้วยเงินกว่า 1.5 พันล้านบาท ในช่วงตลาดขาลง

jumbo jili

ผู้จัดการกองทุนคริปโตชั้นนำ Panxora พยายามระดมเงินทุนกว่า 50 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อเหรียญคริปโตที่เกี่ยวข้องกับภาคการเงินแบบกระจายอำนาจ ( DeFi) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
“สิ่งนี้มีศักยภาพในการปฏิวัติทางการเงินอย่างแท้จริง” นาย Gavin Smith CEO ของ Panxora กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์

สล็อต

โครงการ DeFi ซึ่งมักเรียกกันว่าโปรโตคอล ส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้นบนเครือข่าย Ethereum blockchain และได้รับความนิยมอย่างมากในปีนี้ ผู้คนได้ให้ความสนใจไปกับ ” yield farming” การแลกเปลี่ยน , ซื้อขายสินทรัพย์คริปโตและการให้กู้ยืมเพื่อแสวงหาดอกเบี้ย , รางวัลเหรียญโทเค็นและผลกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การฝากเหรียญ stablecoin ผ่านโครงการ Yearn.Finance สามารถให้ผลตอบแทนรายปีสูงถึง 20% ต่างจากบัญชีออมทรัพย์ของ JPMorgan Chase ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งให้ผลตอบแทนเพียงแค่ 0.01% เท่านั้น
มูลค่าเงินทุนที่ถูกล็อคอยู่ในโครงการ DeFi เพิ่มขึ้นไปเป็น 13,000 ล้านดอลลาร์เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา อ้างอิงตามข้อมูลของ DeFi Pulse ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่านับตั้งแต่ต้นปี
เว็ปเทรดคริปโตชั้นนำอย่างเช่น Binance และ Coinbase กลายเป็นตัวจุดฉนวนให้เกิดกระแสเงินสดอย่างรวดเร็ว หลังจากที่พวกเขาได้ทำการลิสต์เหรียญโทเค็น DeFi เป็นจำนวนมาก
แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแนวโน้มของ Defi เริ่มชะลอตัวลดลงและมูลค่าหลักประกันทั้งหมดในแพลตฟอร์มได้ลดลงเหลือประมาณ 9.5 พันล้านดอลลาร์ และยิ่งร่วงลดลงไปอีกเมื่อเหรียญคริปโตเบอร์ 1 และ 2 ของโลกอย่าง Bitcoin และ Ethreum มีการปรับฐานราคาลดลง
นักวิเคราะห์ของ Messari เขียนในจดหมายข่าวรายวันขอเขาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า “บ่อนคาสิโนของ DeFi กำลังจะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว”
แต่ถึงกระนั้นนักวิเคราะห์กล่าวว่าระบบ DeFi มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้ในระยะยาว แม้ว่าจะมีความเสี่ยงในตลาดที่เพิ่งเกิดใหม่และโทเค็นดิจิทัลเหล่านั้นก็ใหม่มากซะจนอาจเป็นเรื่องยากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้มันมีมูลค่าอย่างแท้จริง
Chainlink หรือที่เรียกว่าเหรียญคริปโต blockchain “oracle” กลายเป็นสินทรัพย์คริปโตที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในปีนี้และมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าในปี 2020 และหลังจากนั้นก็ลดลงกว่า 45% ในเดือนนี้
กองทุนเฮดจ์ฟันจ์ของ Panxora มีกำหนดที่จะเริ่มซื้อขายกันในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งโดยปกติแล้วพวกเขามักจะซื้อเหรียญโทเค็นที่ถูกลิสต์อยู่ในเว็ปเทรดคริปโตแบบ Centralize มากกว่าที่จะซื้อเหรียญคริปโตจากเว็ปเทรดคริปโตแบบ Decentralize เหมือนที่นักเทรดส่วนใหญ่ทำกัน
นาย Smith ซึ่งเคยเป็นอดีตนักวิเคราะห์ราคาของ Trafigura บริษัทซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ของสิงคโปร์กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นเพราะเว็ปเทรดแบบ Decentralize นั้นมีเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถรับประกันได้ว่ามีการปฏิบัติตามกฎการต่อต้านการฟอกเงินอย่างเพียงพอและเนื่องจากการลิลต์เหรียญคริปโตบนเว็ปเทรดเหล่านี้ ในทางทฤษฎีมันยังมีนัยสำคัญบางประการที่ยังไม่ได้ถูกตรวจสอบอย่างแน่ชัด
“ดังนั้นเราจึงขอเสนอเป็นกองทุนป้องกันความเสี่ยงที่จะลงทุนในโปรโตคอลเหล่านี้” นาย Smith กล่าว
นาย Alex Masinsky ซีอีโอของ Celsius Network กล่าวว่า Ethereum (ETH) กำลังแซงหน้า (flippening) Bitcoin (BTC) ไปแล้วในแง่ของดอลลาร์
เมื่อถูกสัมภาษณ์โดย Kitco News เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ Ethereum จะแซง Bitcoin ในแง่ของมูลค่าตลาดนั้น นาย Masinsky กล่าวว่า
“Ethereum แซงหน้า bitcoin ในรูปดอลลาร์แล้ว ดังที่แสดงในการถือครองทั้งหมดของชุมชน Celsius และผมคิดว่าตลาดในวงกว้างจะเริ่มตามมาในปีหน้าหรือสองปีหน้า เราจะเห็นว่าการวิ่งแซงหน้าเกิดขึ้นในตลาดที่กว้างขึ้น”
‘ผู้ใช้นับล้าน’ ของเครือข่าย Censius
นาย Mashinsky เปิดเผยว่าเขาได้ทำนายเหตุการณ์ดังกล่าวโดยใช้ตัวเลขของเงินดอลลาร์ที่ผู้คนถืออยู่ในเครือข่าย Celsius Network และดูว่าวพวกเขามี Bitcoin หรือ Ethereum มากกว่ากัน
เขากล่าวว่า
“Ethereum แซงหน้า Bitcoin ในช่วงเดือนที่แล้วหรือสองเดือนที่ผ่านมา ครั้งแรกที่ผู้ใช้กว่าล้านคนของเรามีเหรียญฝากเป็น Ethereum มากกว่า [Bitcoin] ที่ตัวเลข $1.7 หมื่นล้าน ยอดรวมถือเป็นสกุลเงินดอลลาร์ใน Ethereum”

สล็อตออนไลน์

นาย Mashinsky กล่าวถึงกรณีการใช้งาน Bitcoin ว่าเป็นตัวเก็บมูลค่า ในทางตรงกันข้าม กรณีการใช้งานสำหรับ Ethereum คือการให้ผลตอบแทน และผลตอบแทนในความเห็นของเขานั้นก็คือการที่มีฐานผู้ใช้งานใน application ที่กว้างกว่า และนั่นหมายความว่าเราจะได้เห็นการปรับตัวใช้ที่มากขึ้นในอนาคตอีกด้วย
การยอมรับ ETH ที่มากขึ้นในอนาคต
ในมุมมองของ CEO ของ Celsius นั้น แม้ว่าเราจะเห็นการนำ Ethereum ไปใช้ในวงกว้างมากกว่า Bitcoin แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่เป็นแอปพลิเคชั่นและบล็อกเชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งทั้งคู่จะถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต และจะมีตัวใดตัวหนึ่งที่แซงหน้าอีกตัวไป
โดยทั่วไปแล้ว นาย Mashinsky เชื่อว่าโซลูชันเลเยอร์ที่สองจะสามารถแก้ไขปัญหาของ ETH ได้ในเวลาอันใกล้ ถึงกระนั้น ETH 2.0 จะถูกให้ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งช่วยให้โซลูชันทั้งสองทำงานควบคู่กันได้
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Ethereum ได้มีราคาที่วิ่งผ่าน $2,300 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน หลังจากที่เงินทุนไหลออกนอกตลาดไปเป็นจำนวนมากเมื่อเดือนที่แล้ว ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์ว่าราคาของมันอาจมีการปรับตัวขึ้นเมื่อตัวอัพเกรด EIP-1559 ใกล้เข้ามาอีก
นอกจากนี้จำนวนตัวเลขของ active address ของ Ethereum นั้นยังได้แซงหน้าของ Bitcoin ไปแล้วอีกด้วย และนั่นอาจเป็นตัวบ่งบอกว่า BTC กำลังสูญเสียตำแหน่งเบอร์ 1 ไปอย่างช้า ๆ
อย่างไรก็ตาม BTC ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 44.85% ในขณะที่ ETH อยู่แค่ที่ 18.3% ตามข้อมูลของ CoinMarketCap.com
Monobank กำลังขออนุมัติจากธนาคารแห่งชาติยูเครน เพื่อเปิดตัวบัตรเดบิต Bitcoin ในปลายเดือนนี้
ในขณะที่รัฐบาลยูเครนดำเนินการออกกฎหมายเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งกำลังเตรียมการเปิดตัวบัตรเดบิตที่มีการซื้อขาย Bitcoin (BTC)
Oleg Gorokhovsky ผู้ร่วมก่อตั้ง Monobank ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า แอปพลิเคชันธนาคารออนไลน์ของ Monobank ได้เสร็จสิ้นการเข้าร่วมระบบนำร่องกับแพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแล้ว

jumboslot

จากแถลงการณ์ของผู้บริหารเผยว่า การเข้าร่วมระบบใหม่นี้จะทำให้ผู้ใช้ Monobank สามารถซื้อและขาย Bitcoin ด้วยบัตรเดบิตได้ นอกจากนี้ Gorokhovsky ตั้งข้อสังเกตว่า Monobank อาจจะมีการเปิดตัวฟีเจอร์สใหม่นี้ในปลายเดือนนี้ โดยรอการอนุมัติจากธนาคารแห่งชาติยูเครนก่อน
Monobank เปิดตัวในปี 2017 โดยดำเนินการภายใต้ใบอนุญาตของ Universal Bank ซึ่งเป็นเจ้าของโดย Sergey Tigipko อดีตผู้บริหารธนาคารกลาง และอดีตรองนายกรัฐมนตรีของประเทศยูเครน จากข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2020 มีรายงานว่า ฐานผู้ใช้ของ Monobank มีลูกค้ามากกว่า 2.5 ล้านรายเลยทีเดียว
Gorokhovsky จาก Monobank ซึ่งเป็นอดีตรองประธานคณะกรรมการของ PrivatBank ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดในยูเครน แสดงความเห็นในแง่ดีเกี่ยวกับ Bitcoin เมื่อต้นปีนี้ จากโพสต์บน Facebook ในเดือนกุมภาพันธ์ Gorokhovsky กล่าวว่า การซื้อ Bitcoin มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ของบริษัท Tesla ทำให้เขาเชื่อว่า Bitcoin จะยังคงอยู่ต่อไป นอกจากนี้เขายังเปิดเผยสัดส่วนการถือ bitcoin ส่วนตัวจำนวนมาก โดยเขาคาดการณ์ว่าราคา BTC จะแตะ 100,000 ดอลลาร์ภายในปี 2022
เจ้าหน้าที่ของยูเครนกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล โดย Oleksandr Bornyakov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง Digital Transformation ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า หน่วยงานได้มีการร่างกฎหมายฉบับปรับปรุง “เกี่ยวกับสินทรัพย์เสมือน” มาใช้ในรายงานครั้งที่สอง
นอกจากนี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา รัฐสภายูเครนได้ผ่านกฎหมายใหม่ที่ควบคุมวิธีการชำระเงิน รวมถึงกฎระเบียบเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางของยูเครนอีกด้วย
ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Santiment ได้ทวีตพร้อมกับแชร์ข้อมูลที่เผยว่า อุปทานของ Bitcoin บนแพลตฟอร์มการซื้อขายแลปเปลี่ยนคริปโตแบบรวมศูนย์นั้นลดลงอย่างรวดเร็ว จนถึงระดับต่ำสุดในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา
ทีมงาน Santiment เชื่อว่า สิ่งนี้อาจช่วยปกป้องแรงเทขาย Bitcoin ครั้งใหญ่ต่อไปได้

slot

การถือครอง Bitcoin บนแพลตฟอร์มซื้อขาย ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม
ตอนนี้ราคา BTC กลับมาถูกซื้อขายบริเวณระดับสำคัญที่ 35,000 ดอลลาร์และได้แตะ 35,900 ดอลลาร์ เหล่าเจ้ามือที่เราเรียกว่า วาฬ และนักเทรดรายย่อยต่างจับจ้อง Bitcoin ในขณะที่ราคายังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดตลอดกาล (all-time high) ที่ 65,000 ดอลลาร์ที่ทำได้ในเดือนเมษายนปีนี้

Uniswap กลายเป็น DeFi ตัวแรกที่มีมูลค่าที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์มแตะ 2 พันล้านดอลลาร์

Uniswap กลายเป็น DeFi ตัวแรกที่มีมูลค่าที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์มแตะ 2 พันล้านดอลลาร์

jumbo jili

Uniswap เว็ปเทรดแบบ Decentralize ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี ได้สร้างความฮือฮาในวงการคริปโตเป็นอย่างมากเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากได้แจกเหรียญ Airdop ฟรี ให้กับผู้ที่เคยใช้งานได้อมยิ้มไปตาม ๆ กัน โดยล่าสุดนั้น Uniswap กลายเป็นโปรโตคอล DeFi ตัวแรกที่มีมูลค่าที่ถูกล็อคอยู่ในแพลตฟอร์ม (TVL) เป็นมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ อ้างอิงข้อมูลจาก DeFi Pulse

สล็อต

ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ มูลค่าทั้งหมดที่ถูกล็อคอยู่ในแพลตฟอร์มของ Uniswap นั้นอยู่ที่ 2.03 พันล้านดอลลาร์ โดยสกุลเงินคริปโตที่มีการฝากบนแพลตฟอร์มมากที่สุดก็คือ Wrapped ETH (1.04 พันล้านดอลลาร์) , USDT (282 ล้านดอลลาร์) และ Wrapped Bitcoin (248 ล้านดอลลาร์) ตามลำดับ
ส่วนแบ่งตลาดของ Uniswap คิดเป็น 18% ของมูลค่า TVL ทั้งหมดที่มีมูลค่าอยู่ที่ 11 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากแนวโน้มการทำฟาร์ม yield farming ยังไม่มีท่าทีว่าจะลดน้อยลง
MakerDAO โปรโตคอลการให้กู้ยืมแบบ Decentralize และเป็นผู้สร้างเหรียญ stablecoin ทุกคนรู้จักกันดีอย่างเหรียญ Stablecoin ‘DAI’ นั้นอยู่ไม่ห่างจาก Uniswap มากนัก โดยมีมูลค่าที่ถูกล็อคอยู่บนแพลตฟอร์มอยู่ที่ 1.95 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Aave TVL ที่ 1.54 พันล้านดอลลาร์
แม้ TVL จะกลายเป็นคำที่แพร่หลายในระบบนิเวศของ DeFi แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดีที่สุดสำหรับการติดตามดูกิจกรรมของระบบนิเวศนี้ อ้างอิงตามรายงานวิจัยของ The Block’s Open Finance Index
ปริมาณเหรียญ Bitcoin ที่ถูกเก็บไว้บนเว็บกระดานเทรดเหรียญคริปโตรายใหญ่ ๆ ได้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งตามรายงานของ Santiment บริษัทวิเคราะห์คริปโตเคอเรนซีเผยว่า นี่อาจเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ได้ว่าตลาดได้ผ่านพ้นช่วงเลวร้ายที่สุดไปแล้ว
Santiment ได้ทวีตเมื่อวานนี้ว่า “อัตราส่วนของ Bitcoin บนเว็บเทรดได้ร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี เนื่องจากโดยปกติแล้วตัวชี้กล่าวดังกล่าวมักเป็นการบ่งชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงที่จะมีการเทขายครั้งใหญ่เกิดขึ้นนั้นเริ่มลดน้อยลง”
นักลงทุน Bitcoin มักจะย้ายเหรียญออกเว็บเทรดเมื่อพวกเขาวางแผนที่จะเก็บมันไว้ในกระเป๋า cold wallet หรือ HODL ในระยะยาว เมื่อเหรียญนั้นถูกโอนเข้าไปสู่เว็บกระดานเทรด มันก็มักจะมีการเทขายออก แต่กลับกันกระแสไหลออกของเหรียญจากเว็บเทรดจะเป็นการบ่งบอกว่านักลงทุนกำลังเลือกที่จะถือเหรียญด้วยตนเอง
ตัวชี้วัดดังกล่าวนี้มักใช้เพื่อทำนายทิศทางราคาเหรียญคริปโตในตลาด เปรียบเทียบกับสิ่งที่เราสามารถเห็นได้ในปัจจุบัน โดยกราฟของ Santiment แสดงให้เห็นว่าจำนวนเหรียญ Bitcoin ที่ถือครองบนเว็บเทรดคริปโตเมื่อเดือนพฤษภาคมนั้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ก่อนที่จะเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของตลาดคริปโตในเดือนมีนาคม 2020
เครือโรงแรมสุดหรู Pavilions & Resorts Pavilions Hotels & Resorts ได้อนุญาตให้ลูกค้าใช้สกุลเงินคริปโตเป็นช่องการชำระเงินแล้ว อ้างอิงตามคำพูดจองกรรมการผู้จัดการ Pavilions & Resorts ประจำภูมิภาคเอเชีย
นาย Scot Toon กล่าวว่า Pavilions ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการชำระเงินด้านคริปโตของประเทศอังกฤษ “Coindirect” เพื่อช่วยให้ลูกค้าของโรงแรมสามารถชำระเงินได้ด้วยสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 40 สกุลเงิน รวมถึง Bitcoin และ Ethereum โดยสามารถจองที่พักกับเครือโรงแรมทั่วทั้งเอเชียและยุโรป (มีที่ภูเก็ตด้วย)
โดยบริษัทคาดหวังว่าจะสามารถขยายโอกาสในการใช้สกุลเงิน crypto ในชำระเงินค่าสินค้าและบริการอื่น ๆ ในรีสอร์ทได้ในอนาคต
นาย Scot กล่าวว่า: “ Cryptocurrency นั้นเป็นสิ่งที่บริษัทมองว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป จะไม่หายไปในเร็วๆ นี้ และผู้คนก็นิยมใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่เราจะเข้ามาส่วนร่วมกับมัน”
Craig S Wright (CSW) กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา Wladimir van der Laan หนึ่งในผู้พัฒนาหลักของ Ethereum ได้ให้ลิงก์ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ CSW ในบิทคอยน์ ซึ่งจัดทำขึ้นโดย Vitalik Buterin

สล็อตออนไลน์

ก่อนหน้านี้ในปี 2019 ชายที่อ้างตัวว่าเป็นผู้สร้างบิทคอยน์ Craig Wright ได้ส่งหนังสือทางกฎหมายแจ้งไปยัง Buterin เกี่ยวกับการที่ Buterin กล่าวหาว่า Wright ได้ทำการหลอกลวง พร้อมกับปฏิเสธคำกล่าวอ้างว่าเขาเป็น Satoshi Nakamoto
อย่างไรก็ตามหลังจากหายไปสักพัก Wright ได้กลับมาพร้อมกับประกาศทางกฎหมายที่ถูกส่งไปยังเว็บไซต์และธุรกิจคริปโตอื่น ๆ
ลิงก์ข้อมูลที่ชื่อว่า ‘Cult of Craig’ ได้รวบรวมบัญชีผู้สนับสนุนของ Wright รวมถึงบล็อกโพสต์บางส่วน สัญญา และอีเมลที่ถูกปลอมแปลงอย่างผิดกฎหมายโดย Wright
นอกจากนี้ยังมีบทความที่ชี้ให้เห็นวิธีที่ Wright ใช้อ้างการครอบครองบิทคอยน์ใน Mt Gox ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็ความจริง
อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้คนพยายามรวบรวมข้อมูลหลักฐานการอ้างสิทธิ์ของ Wright โดยข้อมูลจากผู้ใช้งานทวิตเตอร์ @rob_mose ได้ระบุว่า Andreas Brekken ผู้ก่อตั้ง SideShift ได้ทำการรวบรวมข้อมูลแต่ก็ต้องทิ้งลิงก์เก็บข้อมูลของเขาไป หลังจากที่ Wright เริ่มฟ้องผู้มีชื่อเสียงในคริปโต
เมื่อเร็ว ๆ นี้ Wright เพิ่งได้รับชัยชนะจากการฟ้องร้อง Cobra นักพัฒนาบิทคอยน์นิรนามในสหราชอาณาจักร ส่งผลให้ Cobra ต้องปิดกั้นการเข้าถึง White Paper ของบิทคอยน์จากเว็บไซต์ Bitcoin.org เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนในอังกฤษสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความโกลาหลให้กับผู้สนับสนุนบิทคอยน์จำนวนมาก Adam Back ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Blockstream ได้ตั้งคำถามถึงเรื่องนี้ และ Cobra ได้เข้ามาอธิบาย
“Whitepaper อยู่ในบล็อกเชนและสามารถดึงข้อมูลได้ผ่านซอฟต์แวร์ ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ whitepaper ผ่าน http://bitcoin.org หรือช่องทางใดก็ตาม เราต้องทำตามกฎหมาย”
ดูเหมือนว่าการโจมตีจาก Craig Wright จะกลับมาแล้ว และเรายังไม่รู้ว่าเขามีเป้าหมายอะไรต่อไป ในขณะที่ชุมชนคริปโตกำลังรวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับปัญหานี้ CSW อาจประสบปัญหาในการพิสูจน์การอ้างสิทธิ์ของเขาว่าเป็น Satoshi Nakamoto ก็ได้

jumboslot

ในช่วงเมื่อวานนี้ตำรวจสหพันธรัฐบราซิลได้บุกยึดรถยนต์หรู เครื่องประดับ และกระเป๋าเงินสด ซึ่งเป็นเจ้าของโดยแก๊งฟอกเงินรายใหญ่ในเมือง Curitiba และ Paraná อ้างอิงตามรายงานจากหนังสือพิมพ์ O Globo ของบราซิล
อาชญากรสามารถยักยอกเงินได้ประมาณ 1.5 พันล้านเรียลหรือคิดเป็นมูลค่าราว ๆ 295 ล้านดอลลาร์ ในสกุลเงินดิจิทัล
ปฏิบัติการณ์ครั้งนี้มีชื่อว่า “Daemon” ซึ่งตั้งตามชื่อภูตวิญญาณกึ่งเทพในตำนานเทพเจ้ากรีก โดยมีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทั้งหมด 90 นาย
นาย Claudio Oliveir ซึ่งเป็นประธานบริษัทของ Grupo Bitcoin Banco กลายหนึ่งในผู้ที่ถูกจับกุมเมื่อวันจันทร์พร้อมกับภรรยาของเขา ตามหมายศาลจากรัฐบาลกลางทั้งหมด 22 ข้อหา
แผนการฉ้อโกงที่ซับซ้อน
บริษัท Grupo Bitcoin Banco ได้ให้คำมั่นสัญญากับนักลงทุนว่าพวกเขาจะได้รับเงินปันผลทุกวัน แต่การฉ้อโกงเริ่มเป็นที่เด่นชัดมากขึ้น หลังจากที่ลูกค้าประมาณ 20,000 รายไม่สามารถถอนเงินออกจากแพลตฟอร์มได้
อย่างไรก็ตาม Grupo Bitcoin Banco อ้างว่า พวกเขาตกเป็นเหยื่อของอาชญากรไซเบอร์ หลังจากที่สั่งระงับบัญชีผู้ใช้รายงานบางราย
ตำรวจสหพันธรัฐได้เริ่มทำการสอบสวนบริษัทในปี 2019 โดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายระบุว่า เรื่องราวการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องหลอกลวง และพบว่าแก๊งต้มตุ๋นรายนี้เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงิน การฟอกเงิน และอาชญากรรมอื่น ๆ
Grupo Bitcoin Banco ได้พยายามอย่างหนักเพื่อหลอกลวงเหยื่อของพวกเขา จนถึงขั้นสร้างบล็อกเชน Fortnox ของตัวเองขึ้นมาเพื่อควบคุมเงินทุนของลูกค้าเลยทีเดียว
กฎหมายใหม่ในเยอรมนีอนุญาตให้กองทุนสถาบันเกือบ 4,000 แห่ง หรือคิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารทั้งหมด 2 ล้านล้านยูโรสามารถจัดสรรเงินลงทุน 20% ในพอร์ตให้กับ Bitcoin และ Cryptocurrency ตัวอื่น ๆ ได้
กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งกองทุน (Fondsstandortgesetz) จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป หลังจากที่ Bundestag รัฐสภาแห่งสหพันธรัฐเยอรมนีได้ออกกฎหมายเมื่อวันที่ 22 เมษายน

slot

กฎหมายดังกล่าวนี้อาจนำไปสู่การหลั่งไหลเข้ามาของนักลงทุนสถาบันในเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดในยูโรโซน โดยกฎหมายใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่กองทุนรวมพิเศษของประเทศหรือที่เรียกว่า “Spezialfonds”
“สินทรัพย์คริปโตจะถูกรวมอยู่ในรายชื่อการลงทุนของกองทุนรวมพิเศษด้วยวงเงินลงทุนสูงสุดถึง 20% นอกจากนี้กองทุนพิเศษ (Spezialfonds) ที่มีเงื่อนไขการลงทุนแบบคงที่ยังสามารถลงทุนได้โดยไม่มีข้อจำกัดตามโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท” กฎหมายระบุ
รายงานโดย BVI Investments ได้ประมาณการว่าปัจจุบันมีการลงทุนมูลค่าราว ๆ 2.23 ล้านล้านดอลลาร์ในกองทุนพิเศษ ดังนั้นการจัดสรรเงินลงทุนคริปโตสูงสุด 20% สำหรับกองทุนพิเศษนั้นคิดมูลค่าเทียบเท่ากับ 3.7 แสนล้านยูโร

5 สาเหตุที่บ่งบอกว่าตลาด DeFi ยังคงมีโอกาสเติบโตอีกมาก

5 สาเหตุที่บ่งบอกว่าตลาด DeFi ยังคงมีโอกาสเติบโตอีกมาก

jumbo jili

มันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในช่วงสองสามสัปดาห์มานี้ ตลาด Defi กำลังซบเซาอย่างหนัก หลังข่าวคริปโตในเชิงลบได้ถาโถมเข้ามาไม่หยุด ไม่ว่าจะเป็นข่าวการแฮ็ก Kucoin , การฟ้องร้องคดีกับ Bitmex หรือแม้แต่ข่าวการติดเชื้อ Covid – 19 ของประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัล ทรัมป์

สล็อต

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมานักวิเคราะห์คริปโตรายหนึ่งได้แบ่งปันตารางข้อมูลของเขา เพื่อชี้ให้เห็นว่ามูลค่าของเหรียญ DeFi โดยเฉลี่ยลดลงถึง 61.8 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่แตะจุดสูงสุดในช่วง 45 วันที่ผ่านมา เหรียญ Defi ชั้นนำอย่างเช่น Curve DAO , SUSHI, และ bZx มีมูลค่าที่ร่วงลดลงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์จากจุดสูงสุดตลอดกาล
แต่ที่น่าสนใจก็คือ นับตั้งแต่เขาแบ่งปันตารางข้อมูลนี้มูลค่าของเหรียญ DeFi ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการขาดทุนเพิ่มขึ้นราว ๆ 5-20 เปอร์เซ็นต์ทั่วทั้งกระดาน
อย่างไรก็ตามปัจจัยพื้นฐานของภาค DeFi นั้นยังคงแข็งแกร่ง โดยอดีตที่ปรึกษาด้านการเงินของ JPMorgan ได้ให้เหตุผลที่สำคัญ 5 ประการว่าทำไมภาค Defi ถึงยังคงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก
ปัจจัยพื้นฐานของ DeFi ที่ยังคงแข็งแกร่ง
แม้จะมีการปรับฐานราคาอย่างชัดเจนในภาค Defi แต่ผู้จัดการกองทุนคริปโตรายนี้ก็ยังเชื่อมั่นว่าแนวโน้มระดับมหภาคสำหรับภาค DeFi นั้นยังคงมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
Santiago R Santos ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ของ Parafi Capital ที่มี DeFi เป็นศูนย์กลางของกองทุน (Parafi Capital) ได้ชี้แจงเรื่องนี้อย่างชัดเจนเมื่อเขาแบ่งปันเหตุผล 5 ประการว่าทำไมพื้นที่นี้ยังคงมีการเติบโตเพิ่มขึ้น
เป็นที่น่าสังเกตว่า Parafi Capital ได้รับเงินลงทุนจาก Galaxy Digital ซึ่งเป็นธนาคารเพื่อการลงทุนด้านคริปโตของนาย Mike Novogratz ทั้งนี้ Galaxy Digital กล่าวว่าพวกเขายังคงลังเลที่จะลงทุนใน yield farming เนื่องจากข้อกังวลด้านกฎระเบียบและความยั่งยืนของมัน
เหตุผล 5 ประการที่ Santos กล่าวไว้มีดังต่อไปนี้ :
MetaMask กระเป๋าเงิน Smart Wallet ที่นักลงทุน Defi ส่วนใหญ่เข้าใช้งานพบว่ามียอดผู้ใช้งานพุ่งแตะระดับ 1 ล้านรายในปีนี้ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าจากปีที่แล้ว
ปริมาณการหมุนเวียนของเหรียญ Stablecoins มีตัวเลขพุ่งแตะระดับ 20,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 4-5 เท่าในปีนี้ เหรียญ Stablecoins ส่วนใหญ่มักจะถูกใช้สำหรับการเทรด แต่ก็มีบางส่วนที่ถูกล็อคอยู่ที่โปรโตคอล DeFi เช่น MakerDAO, Compound และ Aave
Ethereum กำลังมีการปรับขนาดผ่านโซลูชันที่หลากหลายเช่น การอัปเกรดเครือข่าย ETH2.0 ที่กำลังจะมาถึงและเทคโนโลยีแบบ 2 เลเยอร์
บริษัทต่าง ๆ เช่น Rainbow และ Argent กำลังเตรียมเปิดตัวกระเป๋าเงิน Wallet ที่ใช้งานง่ายและใช้ความรู้เข้าใจในด้านเทคนิคให้น้อยลง ดังนั้นผู้ใช้จึงมีแนวโน้มที่จะโต้ตอบกับ Ethereum และ DeFi ได้ง่ายมากขึ้น
การซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตทำได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการสนับสนุนของบริษัทต่าง ๆ เช่น Square, Robinhood, Visa และอื่น ๆ
แม้ว่าหลายคนอาจกำลังรู้สึกว่าจุดจบของ Defi นั้นอาจมาถึงแล้ว แต่ก็มีบางคนที่ยังคงเชื่อมั่นว่า Defi จะเป็นตัวพลิกเกมที่สำคัญให้กับวงการคริปโตในอนาคต
บริษัทด้าน Cryptocurrency ชื่อดัง BlockFi ได้เปิดตัวบัตรเครดิต crypto เป็นครั้งแรก โดยเป็นการร่วมมือกับ Visa ให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันอังคาร
โดยบัตรดังกล่าวนั้นมีสิทธิประโยชน์ที่ให้ผู้ใช้งานไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม เมื่อไรก็ตามที่มีการซื้อเหรียญ Bitcoin ในเว็บกระดานเทรดของพวกเขา
อุตสาหกรรม crypto มาไกล ตั้งแต่การทำธุรกรรมการชำระเงินด้วย Bitcoin ครั้งแรกเมื่อ 11 ปีที่แล้ว” Flori Marquez ผู้ร่วมก่อตั้งและ SVP ฝ่ายปฏิบัติการของ BlockFi กล่าว “วันนี้ เกือบทุกคนรู้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของ crypto ในการเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงิน และบัตรเครดิตใหม่ของเราถูกกำหนดให้เป็นผู้เปลี่ยนเกมอีกเกมหนึ่ง การ์ดใบนี้จะทำให้ผู้คนได้รับ Bitcoin กลับคืนมาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมในขณะที่ทำการซื้อแบบวันต่อวัน”

สล็อตออนไลน์

ผู้ถือบัตร Rewards Visa ของ BlockFi จะได้รับ 1.5% กลับเป็น bitcoin ในการซื้อทุกครั้ง โดยการจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเป็น 2% สำหรับทุกดอลลาร์ที่ใช้จ่ายมากกว่า 50,000 ดอลลาร์ต่อปี เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับผู้ใช้ใหม่ พวกเขาจะได้รับอัตรารางวัล bitcoin 3.5% ใน 90 วันแรกหรือจนกว่าพวกเขาจะได้รับ Bitcoin มูลค่า $100 บัตรนี้ยังให้สิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ส่วนลดค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี หรือค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่างประเทศ
บัตรดังกล่าวนั้นสามารถแข่งขันได้กับบัตรเครดิตของธนาคารอย่างเช่น Customized Cash Rewards ของ Bank of America ที่เสนอเงินคืน 3% ในหมวดการใช้จ่ายที่ลูกค้าเลือก 2% โดยอัตโนมัติสำหรับการซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต และ 1% สำหรับการซื้ออื่นๆ ทั้งหมด
บริษัทด้าน Cryptocurrency ชื่อดัง BlockFi ได้เปิดตัวบัตรเครดิต crypto เป็นครั้งแรก โดยเป็นการร่วมมือกับ Visa ให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันอังคาร
โดยบัตรดังกล่าวนั้นมีสิทธิประโยชน์ที่ให้ผู้ใช้งานไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม เมื่อไรก็ตามที่มีการซื้อเหรียญ Bitcoin ในเว็บกระดานเทรดของพวกเขา
อุตสาหกรรม crypto มาไกล ตั้งแต่การทำธุรกรรมการชำระเงินด้วย Bitcoin ครั้งแรกเมื่อ 11 ปีที่แล้ว” Flori Marquez ผู้ร่วมก่อตั้งและ SVP ฝ่ายปฏิบัติการของ BlockFi กล่าว “วันนี้ เกือบทุกคนรู้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของ crypto ในการเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงิน และบัตรเครดิตใหม่ของเราถูกกำหนดให้เป็นผู้เปลี่ยนเกมอีกเกมหนึ่ง การ์ดใบนี้จะทำให้ผู้คนได้รับ Bitcoin กลับคืนมาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมในขณะที่ทำการซื้อแบบวันต่อวัน”

jumboslot

ผู้ถือบัตร Rewards Visa ของ BlockFi จะได้รับ 1.5% กลับเป็น bitcoin ในการซื้อทุกครั้ง โดยการจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเป็น 2% สำหรับทุกดอลลาร์ที่ใช้จ่ายมากกว่า 50,000 ดอลลาร์ต่อปี เพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับผู้ใช้ใหม่ พวกเขาจะได้รับอัตรารางวัล bitcoin 3.5% ใน 90 วันแรกหรือจนกว่าพวกเขาจะได้รับ Bitcoin มูลค่า $100 บัตรนี้ยังให้สิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น ส่วนลดค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี หรือค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่างประเทศ
บัตรดังกล่าวนั้นสามารถแข่งขันได้กับบัตรเครดิตของธนาคารอย่างเช่น Customized Cash Rewards ของ Bank of America ที่เสนอเงินคืน 3% ในหมวดการใช้จ่ายที่ลูกค้าเลือก 2% โดยอัตโนมัติสำหรับการซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต และ 1% สำหรับการซื้ออื่นๆ ทั้งหมด
Nick Spanos ผู้ร่วมก่อตั้ง Zap Procotol กล่าวว่า ราคาของ Bitcoin จะสูงขึ้น เมื่อกฎระเบียบพ่ายแพ้ต่อชุมชนคริปโต
การปราบปรามการขุด Bitcoin ของจีนยังคงเผชิญกับการตอบสนองอย่างชัดเจนในระบบนิเวศของคริปโต ซึ่งทางด้าน Nick Spanos หนึ่งในผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน BTC รายแรกและผู้ร่วมก่อตั้ง Zap Protocol กล่าวว่า การปราบปรามนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า Bitcoin เป็นสิ่งที่หยุดไม่ได้ “หากประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกไม่สามารถบดขยี้ ลดค่า และจัดการ Bitcoin ได้”
สังเกตได้ว่าการปราบปราม Bitcoin กำลังทำให้ความมีจำนวนจำกัด (scarcity) เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีผู้ขุดน้อยกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณการทำธุรกรรม ซึ่ง Spanos เน้นย้ำถึงผลกำไรของผู้ขุดที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความยากลำบาก ( difficulty) ในการขุดยังคงลดลง เขาอธิบายว่า

slot

อัลกอริธึมของ Bitcoin จะมีการปรับประมาณทุก ๆ สองสัปดาห์ เพื่อให้สามารถขุดบล็อกธุรกรรมได้ทุกๆ 10 นาที การขุด Bitcoin ทำได้ง่ายขึ้น และทำกำไรได้มากขึ้น นั่นเป็นเหตุผลในการดึงดูดนักขุดให้กลับมามากขึ้น”
Spanos กล่าวว่า เหล่านักขุดที่ย้ายออกจากจีนจะพยายามหาสถานที่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น คาซัคสถาน อิหร่าน และรัสเซีย “ ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้จะได้รับบริการที่ดีในการคว้าโอกาสนี้เอาไว้ ” เขากล่าวเสริมเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า หนึ่งในกลุ่มการขุดรายใหญ่ที่ดำเนินการในประเทศจีนได้ประกาศแผนการที่จะย้ายออกนอกประเทศ และจะกระจายเหมืองขุดไปในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา คาซัคสถาน และไอซ์แลนด์

จำนวน ZIL ที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์มพุ่งทะลุ 1 พันล้านเหรียญ หลัง Zilliqa ประกาศรวมระบบเข้ากับ DeFi

จำนวน ZIL ที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์มพุ่งทะลุ 1 พันล้านเหรียญ หลัง Zilliqa ประกาศรวมระบบเข้ากับ DeFi

jumbo jili

เมื่อประมาณ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา ZIL ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มการ Staking แบบ non-custodial บนเครือข่ายหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลทำให้โทเค็นมากกว่าพันล้านเหรียญถูกโอนเข้ามาทำ Staking บนแพลตฟอร์มภายในช่วงไม่กี่ชั่วโมงนับแต่นั้น

สล็อต

Zilliqa เป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่มีความปลอดภัยระดับองค์กรและเป็นแอปพลิเคชันแบบกระจายอำนาจ (dApp) เจเนเรชั่นถัดไปในอนาคต ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายนเว็ปเทรด KuCoin และ Binance ได้ประกาศเปิดตัวการ Staking เหรียญ Zilliqa ผ่านแพลตฟอร์มของพวกเขา แต่ตอนนี้ผู้ถือโทเค็นสามารถทำการ Staking เหรียญ ZIL ได้โดยตรงผ่านสัญญา Smart Contract และไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางใด ๆ
การ Staking ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ถือโทเค็น ZIL มีส่วนร่วมในการโหวตกำกับดูแลเครือข่าย เนื่องจากแพลตฟอร์มกำลังพยายามที่จะขยายตัวไปสู่การกระจายอำนาจมากขึ้น
การเปิดตัวในครั้งนี้ยังได้นำเสนอโทเค็นที่ไม่เหมือนใคร ( NFT) ให้กับเครือข่ายที่เรียกว่าการกำกับดูแล ZILs หรือ gZIL ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนควบคู่ไปกับการ Staking ในเหรียญ ZIL
Zilliqa ได้ประเมินผลตอบแทนจากการ Staking ต่อปีไว้อยู่ที่ประมาณ 6% หากอุปทานหมุนเวียนของ ZIL ถูกล็อคบนแพลตฟอร์มมากกว่า 80% หรือคิดเป็นประมาณ 10.5 ล้านเหรียญ
สำหรับการ Staking เหรียญ ทุก ๆ $ 1,000 นักลงทุนจะได้รับ 1 gZIL เป็นการตอบแทน นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังมี staking portal ที่ปลอดภัยที่เรียกว่า Zillion ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการดังกล่าว โดยจะอนุญาตให้บุคคลที่สามเชื่อมต่อกระเป๋า Wallet ของพวกเขาเข้ากับแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังได้เปิดตัวโปรโตคอลเว็ปเทรดแบบ Decentralize และโทเค็นที่เรียกว่า Zilswapไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมาอีกด้วย ซึ่งจะเปิดให้ผู้ถือโทเค็นสามารถทำการ re-staking เพื่อรับรางวัลที่ได้รับก่อนหน้านี้และนำมาทำพูลสภาพคล่องของ ZIL เพื่อรับผลตอบแทนจาก yield farming ในรูปแบบใหม่ นาย Amrit Kumar ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของ Zilliqa กล่าว
อย่างไรก็ตามราคาของ ZIL ยังไม่ตอบสนองต่อการเปิดตัวในครั้งนี้และมูลค่าของมันก็ยังคงลดลงกว่า 4.5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเช่นเดียวกับเหรียญ altcoins ตัวอื่น ๆ ZIL ยังคงมีมูลค่าลดลง 90% จากระดับสูงสุดตลอดกาลในเดือนพฤษภาคม 2018
แม้ว่าช่วงหลัง ๆ มานี้ XRP จะได้รับ Feedback ที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯได้กล่าวหาว่า XRP ว่าเป็นหลักทรัพย์ที่ยังไม่ได้มีการจดทะเบียน แต่ทว่าโพสต์ทวีตล่าสุดของ ผู้อำนวยการฝ่ายนักพัฒนาสัมพันธ์ของ Ripple นาย Matt Hamilton เขาได้ออกมาแก้ต่างให้กับ XRP แล้วว่า มันมีกรณีการใช้งานที่ไม่ต่างอะไรไปจาก Bitcoin
โดยพื้นฐานแล้วมันเหมือนกับ Bitcoin
บัญชีแยกประเภทของ XRP มักถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่าเป็นระบบแบบปิด เนื่องจากโหนดส่วนกลางของเครือข่ายมีรูปแบบเป็น Centralize อย่างเห็นได้ชัด เมื่อดูจากโหนดตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมด 156 รายการในบัญชีแยกประเภทของ XRP ที่ 19 รายการนั้นมี Ripple เป็นเจ้าของอยู่ ซึ่งหมายความว่า 12% ของโหนดทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของ Ripple
ส่วนคำถามที่ว่า XRP เป็นสกุลเงินดิจิทัลจริงหรือไม่นั้น เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ชุมชนคริปโตกำลังถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน โดยผู้ใช้ Twitter ชื่อ @chazbot กล่าวว่า เขาไม่มีคำตอบให้กับคำถามที่ว่า : “จริง ๆ แล้ว XRP สามารถทำอะไรได้บ้าง” พร้อมกล่าวเสริมด้วยว่า XRP นั้นเป็นสกุลเงินที่ไร้ประโยชน์ไม่เหมือนกับ Bitcoin ที่มีธนาคารใช้มันอยู่จริง ๆ

สล็อตออนไลน์

อย่างไรก็ตาม Hamilton ได้ออกมาทวีตโต้แย้งความเชื่อผิด ๆ เหล่านั้น โดยเขากล่าวอธิบายว่า XRP มีการกระจายอำนาจไม่ต่างอะไรจาก Bitcoin เนื่องจากทั้ง XRPL และบล็อกเชนของ Bitcoin ล้วนเป็นเครือข่ายสาธารณะ ที่ทุกคนสามารถเข้าดูธุรกรรมของพวกมันได้ Hamilton กล่าวเสริมว่า XRP ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าของ Bitcoin เมื่อนักพัฒนาเริ่มสังเกตเห็นว่าการใช้เครือข่าย Bitcoin นั้นไม่สามารถปรับขนาดได้
สำหรับกรณีการใช้งานของ XRP Hamilton เชื่อว่า “โดยพื้นฐานแล้วมันเหมือนกับ Bitcoin” ที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินแบบ peer-to-peer โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม
ในขณะเดียวกันผู้ใช้ Twitter อีกรายหนึ่งอ้างว่า XRP ไม่มีประโยชน์แม้แต่กับการเก็งกำไร เนื่องจากราคาของมันยังคงร่วงลดลงอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน แต่ Hamilton กล่าวโต้แย้งพร้อมแนะนำให้เขามองดูไปที่ผลตอบแทนรายปีของ XRP เมื่อเทียบกับ BTC
นอกจากนี้ Hamilton ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าในความเป็นจริงแล้ว XRP มีการกระจายอำนาจมากกว่า Bitcoin โดยสำหรับเขาแล้วการกำกับดูแลบัญชีแยกประเภทของ XRP นั้นเปิดกว้างกว่า Bitcoin มาก
ส่วนในเรื่องกรณีการใช้งาน เขาได้แชร์ลิงก์ของบริษัทด้านฟินเทคที่ปัจจุบันกำลังใช้งานโซลูชัน On-Demand Liquidity (ODL) ของ Ripple และอีก 100 กว่าโครงการที่กำลังใช้ XRP สำหรับ micropayments
ตามการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่ยื่นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม วุฒิสมาชิก Pat Toomey (R-PA) เผยว่าเขาได้ลงทุนในผลิตภัณฑ์สกุลเงินดิจิทัลสองรายการของ Grayscale
โดยบันทึกระบุว่า Toomey ได้เข้าซื้อหุ้น Ethereum Trust และ Grayscale Bitcoin Trust ที่ระหว่าง $1,000 ถึง $15,000 ต่อหุ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
การซื้อหุ้นของ Grayscale ในครั้งนี้ทำ Toomey กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกวุฒิสภากลุ่มแรก ๆ ที่ลงทุนใน crypto แม้ว่านาง Cynthia Lummis จะประกาศรายงานการถือครอง Bitcoin ของเธอก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

jumboslot

เมื่อวานนี้ทางสยามบล็อกเชนมีการรายงานไปแล้วว่านาย Barry Moore สมาชิกรัฐสภาของ Alabama ได้เผยรายงานการเข้าซื้อ Ethereum, Cardano และ Dogecoin
แต่การเข้าซื้อเหรียญคริปโตของ Toomey นั้นต่างจาก Moore เนื่องจากเขาได้ซื้อหุ้นกองทุน Trust ที่เสนอซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของ Grayscale โดยอิงมูลค่าตามการถือครองสินทรัพย์คริปโตของ Grayscale แทนที่จะเป็นการเข้าซื้อสกุลเงินดิจิทัลโดยตรงด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตามข้อมูลตลาดบ่งชี้ให้เห็นว่าการถือครองหุ้น Grayscale Bitcoin Trust (Btc) และ Grayscale Ethereum Trust (ETH) ของ Toomey นั้นมีมูลค่าที่ลดลงอย่างมาก หากเปรียบเทียบตามช่วงเวลาที่เขาซื้อ
Meitu Inc. บริษัทซอฟต์แวร์แต่งรูปชื่อดังที่จดทะเบียนในฮ่องกง ดูเหมือนว่าจะต้องเจอกับการขาดทุน (impairment loss) กว่า 17.3 ล้านดอลลาห์สหรัฐจากการลงทุนใน Bitcoin
Meitu ซึ่งเป็นที่รู้จักสำหรับแอพฟิลเตอร์ถ่ายรูปได้รายงานว่า ราคา Bitcoin ที่ลดลง ทำให้บริษัทคาดว่าจะรายงานผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ 17.3 ล้านดอลลาห์สหรัฐในการประชุมรายงานผลประกอบการล่าสุด อย่างไรก็ตามทางบริษัท Meitu ได้กำไร 14.7 ล้านดอลลาห์สหรัฐจากการลงทุนใน Ether แต่จะไม่ถือเป็นกำไรจากการตีราคาสินทรัพย์ใหม่ (revaluation gain) เนื่องจากบริษัทถือว่า cryptocurrencies ที่ถือครองนั้น เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและใช้แบบจำลองต้นทุน (cost model) สำหรับการวัดค่าตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
Meitu ได้ถือครอง ethereum ทั้งหมด 31,000 ETH และ Bitcoin อีกประมาณ 941 BTC ในเดือนมีนาคมและเมษายน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านดอลลาห์สหรัฐในขณะนั้น โดยปัจจุบันมูลค่ายุติธรรม (fair value) ของ ETH ที่ถือครองนั้นอยู่ที่ประมาณ 65.2 ล้านดอลลาห์สหรัฐ และ BTC อยู่ที่ 32.2 ล้านดอลลาห์สหรัฐ โดยมูลค่ารวมลดลงกว่า 2.6%

slot

Meitu ระบุไว้ในประกาศว่า ผลขาดทุนจากการด้อยค่า ( impairment loss) จะไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดหรือการดำเนินงาน นอกจากนี้บริษัทไม่มีแผนที่จะขายหรือซื้อ crypto เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากคณะกรรมการมองว่า อุตสาหกรรมบล็อคเชนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา และมูลค่าคริปโตเคอร์เรนซี่ยังมีโอกาสแข็งค่าในระยะยาวอีกมาก”

เหรียญ Defi ที่มีสินทรัพย์ที่ถูกล็อคเกินระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ถูกแฮก นักลงทุนแตกตื่น

เหรียญ Defi ที่มีสินทรัพย์ที่ถูกล็อคเกินระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ถูกแฮก นักลงทุนแตกตื่น

jumbo jili

ดูเหมือนว่าโปรโตคอลการทำ yield farming ชื่อดังอย่าง “Harvest Finance” นั้นจะกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของแฮกเกอร์ไปซะแล้ว
ในขณะนี้ทีมงานของ Harvest Finance กำลังอัปเดตเรื่องราวที่เกิดขึ้นบน Twitter ของพวกเขา ซึ่งดูเหมือนว่าจะมี ‘การโจมตี’ เกิดขึ้นผ่านทาง Curve y pool โดยสิ่งนี้จะเป็นการเพิ่มมูลค่าของเหรียญ Stablecoins ใน pool ให้สูงเกินกว่าความเป็นจริง

สล็อต

ทีมงานเริ่มสังเกตเห็นว่า มีการฝากและถอนทรัพย์สินเป็นจำนวนมากออกจากโปรโตคอล โดยการโจมตีในครั้งนี้ดูมีลักษณะที่คล้าย ๆ กับการเก็งกำไร
เพื่อปกป้องผู้ใช้งาน Harvest Finance ตัดสินใจโอนเงินทั้งหมดออกจาก y pool และ BTC Curve ไปเก็บไว้ vault และกล่าวเสริมด้วยว่าเหรียญ stablecoin และ BTC ทั้งหมดจะปลอดภัย ซึ่งในขณะที่เขียนบทความนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีเงินบางส่วนหายไปหรือไม่
Harvest Finance นั้นเป็นอีกหนึ่งโปรเจค DeFi ที่มีมูลค่าเงินทุนที่ถูกล็อคไว้ในโปรโตคอลมากที่สุด และเช่นเดียวกับโปรโตคอล Defi ตัวอื่น ๆ Harvest Finance มีโทเค็นกำกับดูแลเป็นของตัวเองที่มีชื่อว่า Farm token โดยจะแจกจ่ายเป็นรางวัลสำหรับผู้ให้บริการสภาพคล่อง (LP)
ทีมนักพัฒนาระบุว่า สัญญา Smart contract ของ Harvest Finance นั้นได้รับการตรวจสอบโดย Haechi Labs และ PeckShield แต่ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการโจมตีที่เกิดล่าสุดเป็นผลมาจากข้อบกพร่องในสัญญา Smart contract ด้วยหรือไม่
อ้างอิงข้อมูลจาก DeFi Pulse , Harvest Finance เป็นหนึ่งในโปรเจค Defi ที่มีมูลค่าเงินที่ถูกล็อคในโปรโตคอลมากที่สุด 5 อันดับแรก (เกินระดับ 1 พันล้านดอลลาร์ ) แต่อย่างไรก็ตามได้ตัวเลขดังกล่าวเริ่มลดลงแล้ว เมื่อข่าวการแฮกเริ่มแพร่สะพัดออกไป
ภายหลังจากที่เราได้เห็นกระแสการบูมของเหรียญคริปโตและ Bitcoin ในไทยอย่างมากในปีนี้ ส่งผลทำให้เราได้เห็นการยอมรับเหรียญคริปโตอย่างกว้างขวางมากในตลาด จนกระทั่งล่าสุดนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทยต้องออกมาประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว
โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์หลักของทางแบงก์ชาตินั้น พวกเขาเผยว่า
“นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ติดตามการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และเห็นการเชิญชวนให้นำสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทต่าง ๆ เช่น Bitcoin Ether มาใช้เป็นสื่อในการชำระค่าสินค้าและบริการมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง ธปท. ได้เคยแจ้งย้ำถึงสถานะของสินทรัพย์ดิจิทัลว่าไม่ถือเป็นเงินตราตามกฎหมาย ดังนั้น การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ในรูปแบบดังกล่าว จึงมีลักษณะเป็นการแลกเปลี่ยน (barter trade) ระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลกับสินค้าและบริการที่ผู้ให้และผู้รับตกลงยอมรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องระหว่างกัน
ในการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางการชำระค่าสินค้าและบริการ ผู้ใช้หรือผู้รับสินทรัพย์ดิจิทัล อาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งยังมีความเสี่ยงจากการสูญเสียมูลค่าหากถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ และการถูกใช้เป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน ธปท. จึงยังคงไม่สนับสนุนการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางการชำระค่าสินค้าและบริการ และเห็นว่าสินทรัพยฺ์ดิจิทัลบางประเภทเป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ผู้ลงทุนต้องเข้าใจความเสี่ยง ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับองค์กรระหว่างประเทศและหน่วยงานกำกับหลายประเทศ อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) อังกฤษ สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และมาเลเซีย
อย่างไรก็ดี ธปท. จะติดตามพัฒนาการของการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางการชำระค่าสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง หากเกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ธปท. จะประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดูแลไม่ให้เกิดความเสี่ยงในวงกว้างจนส่งผลกระทบต่อสาธารณชน ระบบเศรษฐกิจ และเสถียรภาพของระบบการเงินของประเทศ
ทั้งนี้ ธปท. เห็นความสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและเปิดกว้างในการนำไปใช้ต่อยอดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการชำระเงินในการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และจะดูแลให้ประชาชนได้รับประโยชน์เต็มที่จากการพัฒนานวัตกรรม ขณะนี้ ธปท. อยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (Central Bank Digital Currency: CBDC) รวมทั้งมีแนวนโยบายกำกับดูแลการให้บริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท  Stablecoin  ที่มีเงินบาทหนุนหลังและ Stablecoin ประเภทอื่น ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางในการชำระค่าสินค้าและบริการในรูปแบบดิจิทัลที่น่าเชื่อถือให้กับประชาชน ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ ซึ่ง ธปท. จะรับฟังข้อคิดเห็นจากสาธารณชนและผู้เกี่ยวข้อง และแจ้งความคืบหน้าของพัฒนาการดังกล่าวเป็นระยะต่อไป”
John Bollinger นักเทรดรุ่นเก๋าผู้มากประสบการณ์ และเป็นผู้คิดค้นอินดิเคเตอร์ “Bollinger Bands” ได้ทวีตข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์ของเขาว่า เขาได้ค้นพบรูปแบบการซื้อขายที่ผิดปกติ และตั้งคำถามว่านี่อาจจะเป็น “รูปแบบใหม่” ของตลาดคริปโตหรือไม่

สล็อตออนไลน์

บิทคอยน์ยังคงเคลื่อนที่อยู่ในขอบเขตเดิมในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยยังไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ระดับ 36,000 ดอลลาร์ได้
อย่างไรก็ตามเหรียญ DeFi จำนวนมากอย่าง Aave, Compound และ Synthetix มีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap
ขณะที่นักวิเคราะห์ของ J.P. Morgan กล่าวว่าการครอบงำตลาดของบิทคอยน์ที่กลับมามากถึง 50% จะเป็นผลดีต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีโดยรวม ตามรายงานจาก U.Today
โดยในปัจจุบันขณะที่เขียนข่าวอยู่นี้ บิทคอยน์มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 32,635 ดอลลาร์ ลดลงจากระดับ ATH เมื่อเดือนเมษายนกว่า 49%
ดูเหมือนว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเราจะได้เห็นราคา Bitcoin ที่ผันผวนขึ้นและลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลายคนเริ่มเบื่อหน่ายและเดินออกจากตลาดไป และวันนี้ราคาของ BTC ได้ร่วงลงมาถึงจุดต่ำในรอบ 6 วันที่ระดับต่ำกว่า 33,000 ดอลลาร์ ส่วนสถานการณ์ของเหรียญ altcoin ย่ำแย่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยราคาของ ETH ได้ร่วงลงไปที่ $2,200 และ BNB ต่ำกว่า $316 มูลค่าตลาดรวมลดลง 1 แสนล้านดอลลาร์ในหนึ่งวัน
Bitcoin ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 วัน
เมื่อวานนี้ตลาด Bitcoin ดูเหมือนว่าจะทำให้หลาย ๆ คนเริ่มใจชื้นมาได้บ้าง เมื่อราคาของมันเพิ่มขึ้นสูงกว่า 35,000 ดอลลาร์ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่มันไม่สามารถรักษาโมเมนตัมนี้เอาไว้ได้
และหลังจากนั้นไม่นาน แรงเทขายก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นจนกดให้ราคา Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $35,000 ซึ่งจุดนี้ถือเป็นแนวรับสำคัญที่เพิ่งเปลี่ยนจากแนวต้านในช่วงเมื่อวาน
การร่วงลงของราคาในครั้งนี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดโดยรวมของ BTC ลดลงต่ำกว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์อีกครั้ง ในขณะที่ค่า dominance นั้นอยู่ต่ำกว่า 45%

jumboslot

ตลาด Alts เป็นสีแดง
ในขณะเดียวกันตลาดเหรียญ Altcoin นั้นดูเหมือนว่าจะเจอสถานการณ์ที่ย่ำแย่ไม่ต่างจาก Bitcoin โดยสภาพของเหรียญส่วนใหญ่ในตลาดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมานั้นก็กลายเป็นสีแดงด้วย
Ethereum สูญเสียมูลค่าอีก 8% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และลดลงเหลือ $2,197 ก่อนหน้านี้ ส่วนของ BNB นั้นคล้ายคลึงกันและร่วงลงต่ำกว่า 315 ดอลลาร์ ทั้ง ๆ ที่เมื่อวานนี้ราคาของ Binance Coin ได้พุ่งขึ้นสูงเหนือ $330
ส่วนเหรียญ Altcoin ชั้นนำตัวหนึ่งก็ได้เห็นมูลค่าที่ลดลงอย่างมากเช่นกันโดย Cardano (-5.5%), Dogecoin (-8.7%), Ripple (-7.24%), Polkadot (-7.07%), Bitcoin Cash (-7.69%), Uniswap (-11%), Litecoin (-7.77%), และ Solona (-2.3%)
ส่วนเหรียญ altcoin ที่มีมูลค่าตลาดขนาดกลางและเล็กนั้นก็เจอสภาพตลาดหมีเช่นเดียวกัน อาทิเช่น Fantom (-9.77%) Waves (-6%) ICP (-10%) THETA (-10%) KSM (-10%) , และอื่น ๆ
โดยรวมแล้ว มูลค่าตลาดรวมของสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดหายไปมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ในหนึ่งวัน และขณะนี้มันอยู่ต่ำกว่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว
วันนี้สำนักงานแห่งชาติของอิสราเอลได้ออกคำสั่งยึดที่อยู่กระเป๋าเงิน Crypto จำนวน 84 Address ซึ่งเชื่อว่าอาจเป็นเจ้าของโดยกลุ่มก่อการร้ายฮามาส

slot

ที่อยู่กระเป๋าเงินดังกล่าวได้รับเงินจำนวน 7.7 ล้านดอลลาร์ในสกุลเงินดิจิทัล โดยบริษัทวิเคราะห์ บล็อกเชน Elliptic เปิดเผยว่า หนึ่งในสกุลเงินคริปโตเหล่านี้มีเหรียญ Dogecoin คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 40,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็น “เหรียญมีม” ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมูลค่าเงินที่เยอะที่สุดดูเหมือนว่าจะอยู่ในสกุลเงิน USDT โดยมีมูลค่ากว่า 4.1 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Bitcoin 3.3 ล้านดอลลาร์ Elliptic กล่าวระบุ

เหรียญ Ethereum มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์เตรียมถูกปล่อยเข้ามาในตลาด DeFi ในเร็ว ๆ นี้

เหรียญ Ethereum มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์เตรียมถูกปล่อยเข้ามาในตลาด DeFi ในเร็ว ๆ นี้

jumbo jili

ดูเหมือนว่าในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้จะเป็นวันที่สัญญาการทำ yield farming ของ Uniswap นั้นสิ้นสุดลง
เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โทเค็นการกำกับดูแลของ Uniswap ได้เปิดตัวการทำ yield farming เป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับผลตอบแทนเป็นเหรียญ UNI ได้โดยการฝากสภาพคล่องไว้ในแพลตฟอร์ม

สล็อต

Uniswap กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการขุดสภาพคล่องที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยมีจำนวนสินทรัพย์คริปโตที่ถูกล็อคอยู่ในแพลตฟอร์มเป็นมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์จากนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 พันล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่สัปดาห์
แต่ทว่าเมื่อสัญญาการทำ yield farming สิ้นสุดลง เม็ดเงินมูลค่ากว่า 2 พันล้านดอลลาร์ในเหรียญคริปโตที่ถูกล็อคเอาไว้ จะหลั่งไหลกลับเข้าสู่ตลาด Defi อีกครั้ง และนักลงทุนอาจพากันย้ายไปแพลตฟอร์มอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
สัญญาการทำ yield farming หมดอายุ
ตามที่นาย Darryl Wang นักวิเคราะห์ชั้นนำของกองทุน DeFiance Capital และ อดีตนายธนาคารของ JPMorgan กล่าว ETH มูลค่าประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์และเหรียญ Stablecoin จำนวนมหาศาลใน Wrapped Bitcoin จะถูกปลดล็อคออกจากการ Staking ของ Uniswap ในไม่ช้า
สัญญาการทำฟาร์มเหรียญ UNI จะสิ้นสุดลงเว้นแต่โปรเจคจะขยายโปรแกรมออกไปในไม่ช้า
และนั่นทำให้นักลงทุนต่างเกิดคำถามว่าเงินทุนเหล่านั้นจะไปอยู่ที่ไหน ? อย่างไรก็ตาม Wang ตั้งข้อสังเกตว่า เม็ดเงินส่วนใหญ่นี้จะพากัน “ออกจากแพลตฟอร์ม Uniswap เพื่อค้นหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยเขาคาดว่า 50% ของทั้งหมด หรือประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ในเหรียญ ETH และอีกประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ในเหรียญ Stablecoin และ Wrapped Bitcoin จะพากันมุ่งหน้าไปยังแพลตฟอร์มอื่น ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
โดยเขากล่าวว่า มันมีทางเลือกอื่นอีกมากมายให้ผู้ถือครองได้ทำการตัดสินใจ รวมถึงการ Staking ในแอปพลิเคชัน DeFi ชั้นนำ อย่าง SushiSwap หรือ Alpha Homora หรือแม้แต่ใน ETH 2.0 เพื่อเข้าร่วมเป็นผู้ตรวจสอบธุรกรรมของเครือข่ายในระยะยาว
อย่างไรก็ตามในบางมุมมองของเขา เขาเชื่อว่าเหรียญที่เพิ่งปลดล็อคใหม่นี้บางส่วนจะถูกนำมาเทขายในตลาด อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าในวันที่เหรียญ UNI เปิดตัว yield farming ครั้งแรกราคาของเหรียญเพิ่มขึ้นราว ๆ 60 ถึง 70 เปอร์เซ็น ซึ่ง Wang อธิบายว่านี่เป็นผลพลอยได้จากการทำฟาร์มผลผลิต :
“ชาวนาส่วนใหญ่ฝากเหรียญ ETH เพื่อรับผลตอบเป็นเหรียญ UNI และเมื่อโปรแกรมสิ้นสุดลง มีแนวโน้มว่าชาวนาเหล่านี้จะลดปริมาณการถือครองเหรียญ ETH ของพวกเขา”
การคาดการณ์นี้มาพร้อมกับราคาของเหรียญ Altcoin ที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในตลาด โดยนาย Wang แนะนำว่าการเทขายเหรียญ Ethereum ครั้งนี้จะทำให้เรามีโอกาสเข้าซื้อเหรียญ Altcoin ในราคาที่ถูกลงอีกครั้ง
“เราได้เห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต เหรียญ Stablecoins กำลังนั่งรออยู่ข้างสนามเพื่อรอวันที่จะได้เข้าซื้อเหรียญ Altcoins ในราคาที่ถูกลงอีกครั้ง ท่ามกลางความคาดหวังว่า คลื่นลูกที่สองของ DeFi จะหวนกลับคืนมา”
ในระหว่างการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมกับ Brian Sullivan จาก CNBC นาย Scott Minerd หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Guggenheim Partners Global กล่าวว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะเป็นเจ้าของ Bitcoin ในขณะนี้
นอกจากนี้เขายังคงยืนกรานจุดยืนของเขาที่เชื่อว่าราคา Bitcoin นั้นจะร่วงลงไปแตะ 10,000 ดอลลาร์ได้ เนื่องจากเขายังคงมองว่าขาลงของตลาด Crypto นั้นยังไม่จบลง

สล็อตออนไลน์

ลองดูว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน ผมเชื่อจริงๆ ว่านี่เป็นขาลงของมัน และขาลงนั้นหมายถึงการที่ราคาจะลดลง 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ คาดว่ามันน่าจะอยู่ระหว่าง 10,000 ถึง 15,000 ดอลลาร์”
Minerd ชี้ให้เห็นว่าขาขึ้นแบบพาราโบลิคในตลาดนั้นไม่สามารถที่จะรักษาโมเมนตัมของมันไว้ได้
ในขณะที่ใครๆ ก็คิดว่าการปรับฐานตามปกติจะไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ แต่นาย Minerd เชื่อว่ามันจะร่วงลงไปเยอะกว่านั้นมาก พร้อมอ้างอิงถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านมา
เขาแนะนำให้นักเก็งกำไรตั้งเป้าราคาที่ต่ำกว่า
“หากคุณเป็นนักเก็งกำไร ให้คาดเดาว่ามันกำลังลดลง”
ไม่เปลี่ยนใจ
ก่อนหน้านี้นาย Minerd ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าระดับราคาที่ $10,000 นั้นถือเป็น “จุดต่ำสุด” ของ Bitcoin
ความคิดเห็นของเขาเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่ราคาอง BTC ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนที่ 28,600 ดอลลาร์ แต่ก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
แม้ว่า Bitcoin จะยังคงยืนอยู่เหนือ 30,000 ดอลลาร์ แต่ Minerd ยังคงมีมุมมองที่เป็นลบต่อมันตอนนี้ เนื่องจากเขามองว่ามันเป็นการยากที่ตลาดจะสามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้จากการปรับฐานดังกล่าวนี้
ปัจจุบัน Bitcoin ยังคงถูกซื้อขายที่ 33,479 ดอลลาร์ ซึ่งลดลงมาเกือบ 49% จากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ผู้ร่างกฎหมายในประเทศปารากวัยได้ออกมาเผยว่าพวกเขากำลังจะคลอดกฎหมายเกี่ยวกับ Bitcoin ในสัปดาห์หน้านี้
นาย Carlitos Rejala ที่ก่อนหน้านี้เคยออกมาทวีตโปรโมท Bitcoin เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้ออกมากล่าวว่าเขากำลังทำงานร่วมกับวุฒิสมาชิก Fernando Silva Facetti เพื่อเปิดตัวกฎหมายในวันที่ 14 กรกฎาคม
การประกาศที่ผ่านมาของ Rejala ทำให้ผู้คนออกมาคาดเดาว่าเขาจะผลักดันให้ปารากวัยเดินตามรอยเท้าของเอลซัลวาดอร์ ซึ่งก็คือการทำให้ Bitcoin มีสถานะถูกกฎหมายนั่นเอง
เราต้องการให้หน่วยงานกำกับดูแลและธนาคารมีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้ชาวปารากวัยหรือชาวต่างชาติสามารถทำธุรกรรมกับทรัพย์สินเหล่านี้ได้อย่างถูกกฎหมาย เพราะเรารู้ว่ามีธุรกรรมที่ผิดกฎหมายอยู่ที่นี่และในประเทศอื่นๆ” เขากล่าวกับทางสถานีเมื่อปลายเดือนที่แล้ว “เราต้องการเป็นประเทศที่เป็นมิตรกับคริปโต”
สำหรับคำถามในการใช้แนวทางที่คล้ายกันในเอลซัลวาดอร์นั้น นาย Rejala อ้างว่า: “มันร่างกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลและแตกต่างจากของเอลซัลวาดอร์เพราะพวกเขาถือว่าเป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ในปารากวัยเราจะทำแบบนั้นไม่ได้”
Gabor Gurbacs ผู้อำนวยการฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck ได้แสดงความคิดเห็นบนทวีตล่าสุดของ Elon Musk ซึ่งเขามองว่า DOGE จะเหนือกว่าคริปโตเคอเรนซีที่ใหญ่ที่สุดสองสกุลทั้ง BTC และ ETH เนื่องจากความเร็วของชั้นฐานที่ช้าในการทำธุรกรรม

jumboslot

Gurbacs ได้เตือนชุมชนว่า เขามีความเห็นที่แตกต่างกับเหรียญ Doge ที่อาจจะไม่สามารถทำธุรกรรมได้เร็วกว่า Bitcoin และ Ethereum
นอกจากนี้ Samson Mow ซึ่งเป็น CSO จาก Blockstream แสดงความคิดเห็นที่คล้ายกันกับเขาอีกด้วย
DOGE ถูกขุดรวมกับ Litecoin นี่คือสิ่งที่หมายถึงอะไร?
ทั้ง Gurbacs และ Mow ได้เตือนซีอีโอของบริษัท Tesla ว่าเหรียญ meme ที่เขาโปรดปรานและตั้งใจที่จะทำให้ดีกว่า Bitcoin และ Ethereum นั้นมีปัญหาสำคัญ หลังจากการอัปเกรดครั้งใหญ่
ย้อนกลับไปในเดือนกันยายนปี 2014 เหรียญ Dogecoin เปลี่ยนไปใช้โปรโตคอลฉันทามติแบบ Proof-of-Work โดยใช้อัลกอริธึม Scrypt และยังถูกขุดร่วมกับเหรียญ Litecoin
นักพัฒนาของ DOGE จำเป็นต้องดำเนินการ hard fork เพื่อช่วยไม่ให้เหรียญมี hashrate ที่ลดลง รวมถึงโอกาสที่จะเกิดการโจมตี 51% ขั้นตอนนี้เกิดจากการที่รางวัลการขุด DOGE ลดลงอย่างรวดเร็วในขณะนั้น
นอกจากนี้ Dogecoin ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยการ hard fork แยกออกมาจาก Litecoin ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบากมาในช่วงแรก ซึ่งทาง Charlie Lee ผู้สร้างเหรียญ LTC เป็นผู้แนะนำให้รวมการขุดกับ LTC เพื่อช่วย DOGE ไว้ในตอนนั้น หลังจากนั้น hashrate ของ DOGE ก็เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,500 เปอร์เซ็นต์ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน
การขุดเหรียญรวมกันสามารถทำได้สำหรับบล็อกเชนหลัก ซึ่งก็คือ Litecoin และบล็อกเชนย่อย อย่าง Dogecoin หากผู้พัฒนา DOGE ตัดสินใจที่จะทำการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน เกี่ยวกับความเร็วของการทำธุรกรรมและรางวัลของผู้ ขุด พวกเขาจะต้องทำการ hard fork ก่อน เพื่อหลีกหนีจากการรวมการขุดกับ LTC ไม่เช่นนั้นจะทำให้มีความเร็วการทำธุรกรรมที่ต่ำ

slot

Ethereum มุ่งหน้าสู่ Proof-of-Stake อย่างรวดเร็ว
นับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2020 Ethereum เริ่มเข้าใกล้จุดเปลี่ยนที่คาดการณ์ไว้มานาน โดยการเปลี่ยนแปลงไปสู่ ETH 2.0 และอัลกอริธึม Proof-of-Stake (PoS) แทน Proof-of-Work (PoW)
ในวันที่ 1 ธันวาคม เฟสศูนย์ของ ETH 2.0 ได้เปิดตัวและเหล่า validators ได้เริ่มล็อก 32 ETH ขั้นต่ำไว้ในสัญญาการฝากเงิน จนถึงตอนนี้มีจำนวน ETH ที่ถูกล็อคมากกว่า 6 ล้านเหรียญ