จำนวน ZIL ที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์มพุ่งทะลุ 1 พันล้านเหรียญ หลัง Zilliqa ประกาศรวมระบบเข้ากับ DeFi

จำนวน ZIL ที่ถูกล็อคบนแพลตฟอร์มพุ่งทะลุ 1 พันล้านเหรียญ หลัง Zilliqa ประกาศรวมระบบเข้ากับ DeFi

jumbo jili

เมื่อประมาณ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา ZIL ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มการ Staking แบบ non-custodial บนเครือข่ายหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลทำให้โทเค็นมากกว่าพันล้านเหรียญถูกโอนเข้ามาทำ Staking บนแพลตฟอร์มภายในช่วงไม่กี่ชั่วโมงนับแต่นั้น

สล็อต

Zilliqa เป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่มีความปลอดภัยระดับองค์กรและเป็นแอปพลิเคชันแบบกระจายอำนาจ (dApp) เจเนเรชั่นถัดไปในอนาคต ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายนเว็ปเทรด KuCoin และ Binance ได้ประกาศเปิดตัวการ Staking เหรียญ Zilliqa ผ่านแพลตฟอร์มของพวกเขา แต่ตอนนี้ผู้ถือโทเค็นสามารถทำการ Staking เหรียญ ZIL ได้โดยตรงผ่านสัญญา Smart Contract และไม่จำเป็นต้องผ่านตัวกลางใด ๆ
การ Staking ในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ถือโทเค็น ZIL มีส่วนร่วมในการโหวตกำกับดูแลเครือข่าย เนื่องจากแพลตฟอร์มกำลังพยายามที่จะขยายตัวไปสู่การกระจายอำนาจมากขึ้น
การเปิดตัวในครั้งนี้ยังได้นำเสนอโทเค็นที่ไม่เหมือนใคร ( NFT) ให้กับเครือข่ายที่เรียกว่าการกำกับดูแล ZILs หรือ gZIL ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนควบคู่ไปกับการ Staking ในเหรียญ ZIL
Zilliqa ได้ประเมินผลตอบแทนจากการ Staking ต่อปีไว้อยู่ที่ประมาณ 6% หากอุปทานหมุนเวียนของ ZIL ถูกล็อคบนแพลตฟอร์มมากกว่า 80% หรือคิดเป็นประมาณ 10.5 ล้านเหรียญ
สำหรับการ Staking เหรียญ ทุก ๆ $ 1,000 นักลงทุนจะได้รับ 1 gZIL เป็นการตอบแทน นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังมี staking portal ที่ปลอดภัยที่เรียกว่า Zillion ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการดังกล่าว โดยจะอนุญาตให้บุคคลที่สามเชื่อมต่อกระเป๋า Wallet ของพวกเขาเข้ากับแพลตฟอร์ม
นอกจากนี้แพลตฟอร์มยังได้เปิดตัวโปรโตคอลเว็ปเทรดแบบ Decentralize และโทเค็นที่เรียกว่า Zilswapไปเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมาอีกด้วย ซึ่งจะเปิดให้ผู้ถือโทเค็นสามารถทำการ re-staking เพื่อรับรางวัลที่ได้รับก่อนหน้านี้และนำมาทำพูลสภาพคล่องของ ZIL เพื่อรับผลตอบแทนจาก yield farming ในรูปแบบใหม่ นาย Amrit Kumar ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของ Zilliqa กล่าว
อย่างไรก็ตามราคาของ ZIL ยังไม่ตอบสนองต่อการเปิดตัวในครั้งนี้และมูลค่าของมันก็ยังคงลดลงกว่า 4.5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเช่นเดียวกับเหรียญ altcoins ตัวอื่น ๆ ZIL ยังคงมีมูลค่าลดลง 90% จากระดับสูงสุดตลอดกาลในเดือนพฤษภาคม 2018
แม้ว่าช่วงหลัง ๆ มานี้ XRP จะได้รับ Feedback ที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯได้กล่าวหาว่า XRP ว่าเป็นหลักทรัพย์ที่ยังไม่ได้มีการจดทะเบียน แต่ทว่าโพสต์ทวีตล่าสุดของ ผู้อำนวยการฝ่ายนักพัฒนาสัมพันธ์ของ Ripple นาย Matt Hamilton เขาได้ออกมาแก้ต่างให้กับ XRP แล้วว่า มันมีกรณีการใช้งานที่ไม่ต่างอะไรไปจาก Bitcoin
โดยพื้นฐานแล้วมันเหมือนกับ Bitcoin
บัญชีแยกประเภทของ XRP มักถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เสมอว่าเป็นระบบแบบปิด เนื่องจากโหนดส่วนกลางของเครือข่ายมีรูปแบบเป็น Centralize อย่างเห็นได้ชัด เมื่อดูจากโหนดตรวจสอบความถูกต้องทั้งหมด 156 รายการในบัญชีแยกประเภทของ XRP ที่ 19 รายการนั้นมี Ripple เป็นเจ้าของอยู่ ซึ่งหมายความว่า 12% ของโหนดทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของ Ripple
ส่วนคำถามที่ว่า XRP เป็นสกุลเงินดิจิทัลจริงหรือไม่นั้น เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ชุมชนคริปโตกำลังถกเถียงกันอยู่ในปัจจุบัน โดยผู้ใช้ Twitter ชื่อ @chazbot กล่าวว่า เขาไม่มีคำตอบให้กับคำถามที่ว่า : “จริง ๆ แล้ว XRP สามารถทำอะไรได้บ้าง” พร้อมกล่าวเสริมด้วยว่า XRP นั้นเป็นสกุลเงินที่ไร้ประโยชน์ไม่เหมือนกับ Bitcoin ที่มีธนาคารใช้มันอยู่จริง ๆ

สล็อตออนไลน์

อย่างไรก็ตาม Hamilton ได้ออกมาทวีตโต้แย้งความเชื่อผิด ๆ เหล่านั้น โดยเขากล่าวอธิบายว่า XRP มีการกระจายอำนาจไม่ต่างอะไรจาก Bitcoin เนื่องจากทั้ง XRPL และบล็อกเชนของ Bitcoin ล้วนเป็นเครือข่ายสาธารณะ ที่ทุกคนสามารถเข้าดูธุรกรรมของพวกมันได้ Hamilton กล่าวเสริมว่า XRP ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าของ Bitcoin เมื่อนักพัฒนาเริ่มสังเกตเห็นว่าการใช้เครือข่าย Bitcoin นั้นไม่สามารถปรับขนาดได้
สำหรับกรณีการใช้งานของ XRP Hamilton เชื่อว่า “โดยพื้นฐานแล้วมันเหมือนกับ Bitcoin” ที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินแบบ peer-to-peer โดยไม่ต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม
ในขณะเดียวกันผู้ใช้ Twitter อีกรายหนึ่งอ้างว่า XRP ไม่มีประโยชน์แม้แต่กับการเก็งกำไร เนื่องจากราคาของมันยังคงร่วงลดลงอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน แต่ Hamilton กล่าวโต้แย้งพร้อมแนะนำให้เขามองดูไปที่ผลตอบแทนรายปีของ XRP เมื่อเทียบกับ BTC
นอกจากนี้ Hamilton ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าในความเป็นจริงแล้ว XRP มีการกระจายอำนาจมากกว่า Bitcoin โดยสำหรับเขาแล้วการกำกับดูแลบัญชีแยกประเภทของ XRP นั้นเปิดกว้างกว่า Bitcoin มาก
ส่วนในเรื่องกรณีการใช้งาน เขาได้แชร์ลิงก์ของบริษัทด้านฟินเทคที่ปัจจุบันกำลังใช้งานโซลูชัน On-Demand Liquidity (ODL) ของ Ripple และอีก 100 กว่าโครงการที่กำลังใช้ XRP สำหรับ micropayments
ตามการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่ยื่นเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม วุฒิสมาชิก Pat Toomey (R-PA) เผยว่าเขาได้ลงทุนในผลิตภัณฑ์สกุลเงินดิจิทัลสองรายการของ Grayscale
โดยบันทึกระบุว่า Toomey ได้เข้าซื้อหุ้น Ethereum Trust และ Grayscale Bitcoin Trust ที่ระหว่าง $1,000 ถึง $15,000 ต่อหุ้นในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
การซื้อหุ้นของ Grayscale ในครั้งนี้ทำ Toomey กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกวุฒิสภากลุ่มแรก ๆ ที่ลงทุนใน crypto แม้ว่านาง Cynthia Lummis จะประกาศรายงานการถือครอง Bitcoin ของเธอก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม

jumboslot

เมื่อวานนี้ทางสยามบล็อกเชนมีการรายงานไปแล้วว่านาย Barry Moore สมาชิกรัฐสภาของ Alabama ได้เผยรายงานการเข้าซื้อ Ethereum, Cardano และ Dogecoin
แต่การเข้าซื้อเหรียญคริปโตของ Toomey นั้นต่างจาก Moore เนื่องจากเขาได้ซื้อหุ้นกองทุน Trust ที่เสนอซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของ Grayscale โดยอิงมูลค่าตามการถือครองสินทรัพย์คริปโตของ Grayscale แทนที่จะเป็นการเข้าซื้อสกุลเงินดิจิทัลโดยตรงด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตามข้อมูลตลาดบ่งชี้ให้เห็นว่าการถือครองหุ้น Grayscale Bitcoin Trust (Btc) และ Grayscale Ethereum Trust (ETH) ของ Toomey นั้นมีมูลค่าที่ลดลงอย่างมาก หากเปรียบเทียบตามช่วงเวลาที่เขาซื้อ
Meitu Inc. บริษัทซอฟต์แวร์แต่งรูปชื่อดังที่จดทะเบียนในฮ่องกง ดูเหมือนว่าจะต้องเจอกับการขาดทุน (impairment loss) กว่า 17.3 ล้านดอลลาห์สหรัฐจากการลงทุนใน Bitcoin
Meitu ซึ่งเป็นที่รู้จักสำหรับแอพฟิลเตอร์ถ่ายรูปได้รายงานว่า ราคา Bitcoin ที่ลดลง ทำให้บริษัทคาดว่าจะรายงานผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ 17.3 ล้านดอลลาห์สหรัฐในการประชุมรายงานผลประกอบการล่าสุด อย่างไรก็ตามทางบริษัท Meitu ได้กำไร 14.7 ล้านดอลลาห์สหรัฐจากการลงทุนใน Ether แต่จะไม่ถือเป็นกำไรจากการตีราคาสินทรัพย์ใหม่ (revaluation gain) เนื่องจากบริษัทถือว่า cryptocurrencies ที่ถือครองนั้น เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและใช้แบบจำลองต้นทุน (cost model) สำหรับการวัดค่าตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
Meitu ได้ถือครอง ethereum ทั้งหมด 31,000 ETH และ Bitcoin อีกประมาณ 941 BTC ในเดือนมีนาคมและเมษายน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านดอลลาห์สหรัฐในขณะนั้น โดยปัจจุบันมูลค่ายุติธรรม (fair value) ของ ETH ที่ถือครองนั้นอยู่ที่ประมาณ 65.2 ล้านดอลลาห์สหรัฐ และ BTC อยู่ที่ 32.2 ล้านดอลลาห์สหรัฐ โดยมูลค่ารวมลดลงกว่า 2.6%

slot

Meitu ระบุไว้ในประกาศว่า ผลขาดทุนจากการด้อยค่า ( impairment loss) จะไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดหรือการดำเนินงาน นอกจากนี้บริษัทไม่มีแผนที่จะขายหรือซื้อ crypto เพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากคณะกรรมการมองว่า อุตสาหกรรมบล็อคเชนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนา และมูลค่าคริปโตเคอร์เรนซี่ยังมีโอกาสแข็งค่าในระยะยาวอีกมาก”